จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 34 : ร่องรอยหอเงาทมิฬ
สายฝนโปรยปรายลงเหนือเมืองชิงเหออย่างเงียบงัน
เม็ดฝนเล็กละเอียดตกกระทบหลังคากระเบื้องเกิดเป็นเสียงสม่ำเสมอ
ภายในหอข่าวสารลับ
ตะเกียงวิญญาณหลายดวงกำลังส่องสว่าง
คัมภีร์รายงานถูกวางเรียงรายเต็มโต๊ะยาว
หลัวเฟิงกำลังนั่งตรวจสอบข้อมูลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ตั้งแต่เครือข่ายข่าวสารขยายออกไปยังเมืองรอบข้าง
ข่าวสารที่หลั่งไหลเข้ามาในแต่ละวันก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า
แต่ในบรรดาข้อมูลนับพันฉบับ
มีบางอย่างผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
…
“นายท่าน”
หลัวเฟิงเดินเข้ามาภายในห้องฝึกของหลินเย่
พร้อมม้วนคัมภีร์สีดำสามม้วน
“เกิดเรื่องขึ้นหรือ”
หลินเย่วางคัมภีร์โอสถลง
สายตาจับจ้องไปยังสีหน้าจริงจังของอีกฝ่าย
“ข้าได้รับรายงานจากสามเมือง”
“ทั้งหมดมีเรื่องเหมือนกัน”
หลัวเฟิงคลี่คัมภีร์ออก
ด้านในปรากฏรายชื่อจำนวนมาก
ผู้ฝึกตน
นักล่าสัตว์อสูร
พ่อค้า
รวมถึงคนธรรมดา
หลายสิบคนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
…
“จุดที่เกิดเหตุอยู่ที่ใด”
หลินเย่ถาม
หลัวเฟิงชี้ลงบนแผนที่
ทันที
ดวงตาของทุกคนในห้องก็หรี่ลง
เพราะสถานที่ทั้งหมด
เชื่อมต่อกันเป็นเส้นทางเดียว
และปลายทางของเส้นทางนั้น
คือหุบเขาทมิฬ
ดินแดนรกร้างทางตะวันตกของเมืองชิงเหอ
…
“หุบเขาทมิฬ…”
ซูเฉินพึมพำ
“ข้าเคยได้ยินชื่อ”
“ที่นั่นมีสัตว์อสูรอยู่ไม่น้อย”
“แต่ไม่เคยได้ยินเรื่องคนหายมากขนาดนี้”
เย่ชิงอวี่เองก็ขมวดคิ้ว
“หรือจะเป็นฝีมือโจรภูเขา”
หลัวเฟิงส่ายหน้า
“ไม่ใช่”
“คนที่หายไปส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกตน”
“โจรธรรมดาไม่มีความสามารถเช่นนั้น”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
…
ในเวลานั้นเอง
เสียงของระบบก็ดังขึ้น
[ตรวจพบภารกิจพิเศษ]
[สืบสวนหุบเขาทมิฬ]
[ค้นหาความลับของหอเงาทมิฬ]
[รางวัล : เทคนิคตรวจจับพลังวิญญาณระดับสูง]
ดวงตาของหลินเย่เป็นประกาย
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ระบบระบุชื่อหอเงาทมิฬโดยตรง
แสดงว่าความลับที่ซ่อนอยู่
ต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง
…
“เตรียมตัว”
หลินเย่กล่าวขึ้น
“พรุ่งนี้ออกเดินทาง”
…
เช้าวันต่อมา
คณะสำรวจขนาดเล็กออกจากเมืองชิงเหอ
ประกอบด้วย
หลินเย่
ซูเฉิน
เย่ชิงอวี่
และผู้เชี่ยวชาญข่าวสารอีกสองคน
พวกเขาเดินทางอย่างเงียบงัน
มุ่งหน้าไปยังหุบเขาทมิฬ
ระหว่างทาง
ยิ่งเข้าใกล้จุดหมายมากเท่าใด
บรรยากาศก็ยิ่งอึดอัดมากขึ้นเท่านั้น
…
ต้นไม้เริ่มแห้งตาย
พื้นดินกลายเป็นสีดำคล้ำ
แม้แต่นกหรือสัตว์ป่าก็แทบมองไม่เห็น
ราวกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดกำลังหลีกเลี่ยงพื้นที่แห่งนี้
“ผิดปกติจริง ๆ”
ซูเฉินกล่าวเสียงเบา
หลินเย่พยักหน้า
พลังวิญญาณในอากาศปั่นป่วนอย่างประหลาด
ราวกับมีบางสิ่งกำลังดูดกลืนพลังชีวิตของพื้นที่โดยรอบ
…
หลังจากค้นหานานหลายชั่วโมง
หนึ่งในสายข่าวพลันร้องขึ้น
“พบอะไรบางอย่าง!”
ทุกคนรีบเดินเข้าไป
เบื้องหน้าคือถ้ำแห่งหนึ่ง
ถูกซ่อนอยู่หลังหน้าผา
หากไม่สังเกตอย่างละเอียด
แทบไม่มีทางพบเห็น
…
เมื่อเข้าไปภายใน
ภาพที่ปรากฏทำให้ทุกคนเปลี่ยนสีหน้า
กระดูกมนุษย์จำนวนมากกองอยู่ตามพื้น
บางส่วนยังสวมเสื้อผ้าของผู้ฝึกตน
บางส่วนเป็นเพียงโครงกระดูกแห้ง
กลิ่นอายแห่งความตายปกคลุมทั่วบริเวณ
เย่ชิงอวี่หน้าซีดทันที
“นี่มัน…”
…
หลินเย่เดินตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
ไม่นาน
เขาก็พบร่องรอยบางอย่างบนกำแพงหิน
เป็นสัญลักษณ์สีดำรูปดวงตา
ตรงกลางมีเปลวไฟสีม่วง
ทันทีที่เห็น
สีหน้าของหลัวเฟิงก็เปลี่ยนไป
“สัญลักษณ์นี้!”
“อยู่ในข้อมูลลับที่ข้ารวบรวมมา”
“เป็นสัญลักษณ์ของหอเงาทมิฬ!”
ทันใดนั้น
บรรยากาศภายในถ้ำก็เย็นลงหลายส่วน
…
ในจังหวะนั้นเอง
เสียงหัวเราะแผ่วเบาก็ดังขึ้น
“ไม่คิดเลย”
“ว่าจะมีคนหาพวกเราพบเร็วขนาดนี้”
ทุกคนหันกลับทันที
เบื้องหน้าทางออกถ้ำ
ปรากฏชายชุดดำสามคน
ใบหน้าถูกปกคลุมด้วยหน้ากาก
กลิ่นอายที่แผ่ออกมา
ไม่ด้อยไปกว่าผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดลมปราณเลย
…
“ฆ่าพวกมัน”
ชายคนกลางกล่าวอย่างเย็นชา
ฟึ่บ!
เงาร่างทั้งสามพุ่งเข้ามาพร้อมกัน
การต่อสู้ปะทุขึ้นทันที
…
ซูเฉินชักดาบออกจากฝัก
แสงดาบพุ่งตัดอากาศ
ปะทะกับมีดสั้นของศัตรูอย่างรุนแรง
ตูม!
คลื่นพลังระเบิดออก
ทำให้กำแพงถ้ำแตกร้าว
อีกด้านหนึ่ง
เย่ชิงอวี่ใช้วิชาควบคุมเส้นไหมวิญญาณ
พุ่งโจมตีจากระยะไกล
แต่ศัตรูกลับหลบได้อย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่าได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
…
ส่วนหลินเย่
กำลังเผชิญหน้ากับชายหน้ากากคนกลาง
อีกฝ่ายมีระดับพลังสูงกว่าฟางจงเสียอีก
“เจ้าคือหลินเย่?”
ชายชุดดำถาม
“น่าเสียดาย”
“คนที่หอเงาทมิฬต้องการกำจัด”
“มักมีชีวิตได้ไม่นาน”
…
วูม!
พลังสีดำปะทุออกจากร่าง
กลายเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่
พุ่งเข้าหาหลินเย่
แต่หลินเย่กลับไม่หวาดหวั่น
เพลิงโอสถสวรรค์เขียวลุกโชนขึ้นรอบกาย
ก่อนซัดหมัดออกไปเต็มแรง
ตูมมมม!
แรงปะทะทำให้พื้นถ้ำสั่นสะเทือน
หินจำนวนมากร่วงหล่นจากเพดาน
…
ทั้งสองฝ่ายถอยออกมาพร้อมกัน
ชายหน้ากากเบิกตากว้าง
เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าหลินเย่จะรับการโจมตีได้
“มิน่า”
“ถึงได้ถูกผู้ใหญ่ให้ความสนใจ”
เขาหัวเราะเย็นชา
ก่อนหยิบบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ
…
มันคือผลึกสีดำ
ภายในมีหมอกสีเลือดหมุนวน
ทันทีที่เห็น
สีหน้าของหลินเย่ก็เปลี่ยนไป
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังอันชั่วร้ายภายในนั้น
แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะใช้งาน
เสียงของระบบก็ดังขึ้น
[ตรวจพบวัตถุต้องห้าม]
[ผลึกวิญญาณโลหิต]
[หลักฐานสำคัญของหอเงาทมิฬ]
ทันทีที่ข้อความปรากฏ
หลินเย่ก็เข้าใจทันที
การสืบสวนครั้งนี้
ไม่ได้มีเพียงการหาตัวคนร้าย
แต่เขากำลังเข้าใกล้ความลับที่แท้จริงของหอเงาทมิฬมากขึ้นทุกที
และเบื้องหลังองค์กรนี้
อาจซ่อนสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าที่เขาคาดคิด
…
ภายในความมืดลึกสุดของหุบเขาทมิฬ
ดูเหมือนจะมีสายตาคู่หนึ่ง
กำลังเฝ้ามองทุกสิ่งอยู่เงียบ ๆ