จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 42 : สภาโอสถแห่งแคว้น
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงบนถนนสายหลักของนครหลวงชิงหยุน
เมืองหลวงแห่งแคว้นกำลังตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย
รถม้าวิญญาณแล่นผ่านถนนหินหยกกว้างใหญ่
เหล่าผู้ฝึกตนเหยียบกระบี่บินทะยานอยู่เหนือศีรษะผู้คนราวกับเป็นภาพที่พบเห็นได้ทุกวัน
ภายในห้องพักชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมเมฆาคราม
หลินเย่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง
สายตามองออกไปยังทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของนครหลวง
เพียงหนึ่งวันหลังจากเดินทางมาถึง เขาก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างนครหลวงกับเมืองชิงเหออย่างชัดเจน
ที่นี่เต็มไปด้วยยอดฝีมือ
เต็มไปด้วยอัจฉริยะ
และเต็มไปด้วยโอกาส
รวมถึงอันตราย
หากต้องการก้าวต่อไปบนเส้นทางแห่งโอสถนิรันดร์
เขาจะต้องสร้างรากฐานของตนเองในนครหลวงแห่งนี้ให้ได้
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
ก๊อก ก๊อก
“นายท่าน”
หลัวเฟิงเดินเข้ามาพร้อมม้วนเอกสารจำนวนหนึ่ง
“ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับสภาโอสถแห่งแคว้น”
หลินเย่รับเอกสารมาเปิดอ่าน
ข้อมูลภายในทำให้เขาสนใจทันที
สภาโอสถแห่งแคว้นเป็นหนึ่งในองค์กรทรงอิทธิพลที่สุดของชิงหยุน
นักปรุงโอสถทุกคนที่ต้องการได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ จำเป็นต้องผ่านการรับรองจากที่นี่
ยิ่งระดับสูงเท่าใด
สถานะและอำนาจก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
แม้แต่ตระกูลใหญ่ยังต้องให้ความสำคัญกับนักปรุงโอสถระดับสูง
เพราะโอสถคือทรัพยากรสำคัญที่สุดของผู้ฝึกตน
“การสอบเปิดวันนี้หรือ”
หลินเย่ถาม
“ใช่ขอรับ”
หลัวเฟิงพยักหน้า
“ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่เป็นอัจฉริยะจากเมืองต่าง ๆ ทั่วแคว้น”
หลินเย่ปิดม้วนเอกสาร
ก่อนลุกขึ้นยืน
“เช่นนั้นก็ไปกัน”
…
หนึ่งชั่วยามต่อมา
อาคารขนาดมหึมาปรากฏอยู่เบื้องหน้า
กำแพงสีขาวสร้างจากหินวิญญาณระดับสูง
รอบอาคารมีค่ายกลป้องกันหลายชั้น
เหนือประตูหลักคือป้ายทองคำขนาดใหญ่
สภาโอสถแห่งแคว้นชิงหยุน
กลิ่นสมุนไพรหอมจาง ๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
ผู้คนจำนวนมากกำลังต่อแถวลงทะเบียนสอบ
บางคนสวมชุดประจำตระกูลใหญ่
บางคนมีผู้ติดตามหลายสิบคน
ทุกคนต่างมีสีหน้าเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
หลินเย่เดินไปยังโต๊ะลงทะเบียนอย่างสงบ
“ชื่อ”
เจ้าหน้าที่ถามโดยไม่เงยหน้า
“หลินเย่”
“เมืองใด”
“ชิงเหอ”
ปลายพู่กันของเจ้าหน้าที่หยุดชะงัก
เขาเงยหน้าขึ้นทันที
“เมืองชิงเหอ?”
เสียงนั้นดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน
หลายคนหันมามองทันที
จากนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น
“เมืองชิงเหอ?”
“เมืองชายขอบทางตอนใต้ไม่ใช่หรือ”
“คนจากที่นั่นก็กล้ามาสอบระดับแคว้นด้วยหรือ”
“คงคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะสินะ”
หลินเย่ไม่ได้ตอบโต้
เขาเพียงรับป้ายเข้าสอบจากเจ้าหน้าที่
ก่อนเดินเข้าไปด้านใน
ท่าทีสงบนิ่งเช่นนั้นกลับทำให้บางคนรู้สึกไม่พอใจ
โดยเฉพาะชายหนุ่มในชุดคลุมสีม่วงที่ยืนอยู่ไม่ไกล
ดวงตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง
“คนจากเมืองชิงเหอ?”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“เดี๋ยวนี้สภาโอสถเปิดกว้างถึงเพียงนี้แล้วหรือ”
ผู้คนรอบข้างรีบหลีกทางทันที
“จ้าวหมิง!”
“คุณชายใหญ่ตระกูลจ้าว!”
เสียงซุบซิบดังขึ้น
จ้าวหมิงเป็นหนึ่งในอัจฉริยะนักปรุงโอสถที่มีชื่อเสียงของนครหลวง
อายุเพียงยี่สิบสามปี
แต่ได้รับการรับรองเป็นนักปรุงโอสถระดับสี่แล้ว
หลินเย่หันไปมองอีกฝ่าย
สายตาสงบนิ่ง
“เจ้ามีธุระอะไรกับข้าหรือ”
คำตอบเรียบง่ายนั้นทำให้รอยยิ้มของจ้าวหมิงแข็งค้าง
ผู้คนรอบด้านถึงกับตกใจ
ไม่มีใครคิดว่าคนจากเมืองเล็กจะกล้าพูดเช่นนี้
“น่าสนใจ”
จ้าวหมิงยิ้มเย็น
“หวังว่าอีกสักครู่เจ้าจะยังกล้าพูดเช่นนี้อยู่”
พูดจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
…
ไม่นานนัก
เสียงระฆังโบราณก็ดังขึ้น
ก้องงงง!
ผู้เข้าสอบทั้งหมดถูกนำเข้าสู่ห้องหลอมโอสถขนาดมหึมา
เตาหลอมหลายร้อยเตาถูกจัดเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ
ด้านหน้าห้องคือคณะกรรมการระดับสูงของสภาโอสถ
แต่ละคนล้วนเป็นนักปรุงโอสถระดับสูง
เพียงกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมา ก็ทำให้ผู้เข้าสอบจำนวนมากรู้สึกกดดัน
ชายชราผมขาวคนหนึ่งลุกขึ้น
“การสอบรอบแรก”
“หลอมโอสถรวบรวมปราณระดับสาม”
“กำหนดเวลา สองชั่วยาม”
“เริ่มได้!”
ทันทีที่คำสั่งดังขึ้น
เปลวไฟจำนวนมากก็ลุกขึ้นพร้อมกัน
ผู้เข้าสอบแต่ละคนเริ่มคัดเลือกสมุนไพรอย่างเร่งรีบ
บางคนตรวจสอบวัตถุดิบอย่างละเอียด
บางคนรีบลงมือหลอมทันที
แต่หลินเย่กลับยืนนิ่ง
สายตามองสมุนไพรบนโต๊ะเบื้องหน้า
จากนั้นแสงสีเขียวจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นภายในดวงตา
เนตรโอสถสวรรค์
ถูกเปิดใช้งาน
ทันใดนั้น
สมุนไพรทุกต้นในสายตาของเขาก็เปลี่ยนไป
เส้นพลังวิญญาณภายในปรากฏอย่างชัดเจน
คุณภาพ
สรรพคุณ
จุดบกพร่อง
ทุกอย่างถูกเปิดเผยอย่างสมบูรณ์
โสมม่วงต้นหนึ่งดูสมบูรณ์จากภายนอก
แต่แก่นพลังกลับเสื่อมสภาพไปแล้วสามส่วน
หญ้าจันทราเงินที่อยู่ด้านขวา
มีพลังวิญญาณบริสุทธิ์มากที่สุด
มุมปากของหลินเย่ยกขึ้นเล็กน้อย
“น่าสนใจ”
เขาเริ่มคัดเลือกวัตถุดิบอย่างรวดเร็ว
จากนั้นจึงโยนลงเตาหลอมทีละชนิด
การเคลื่อนไหวทุกอย่างราบรื่นราวกับสายน้ำ
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หนึ่งชั่วยาม
ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนหลอมรวมพลังยา
หลายคนมีเหงื่อไหลเต็มหน้าผาก
บางคนถึงกับพลาดจนเตาหลอมสั่นสะเทือน
แต่หลินเย่กลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง
เปลวเพลิงภายในเตาหลอมเคลื่อนไหวตามการควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ในที่สุด
ฟึ่บ!
ฝาเตาหลอมเปิดออก
โอสถสีเขียวมรกตสามเม็ดลอยขึ้นกลางอากาศ
กลิ่นหอมบริสุทธิ์กระจายไปทั่วห้อง
ผู้เข้าสอบจำนวนมากหันมามองทันที
“เสร็จแล้ว?”
“เป็นไปไม่ได้!”
หนึ่งในกรรมการถึงกับลุกขึ้นยืน
ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
โอสถทั้งสามเม็ดกลมสมบูรณ์
ไม่มีตำหนิแม้แต่น้อย
พื้นผิวเปล่งประกายราวกับหยกชั้นดี
“โอสถระดับสมบูรณ์แบบ!”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท
แม้แต่จ้าวหมิงยังเปลี่ยนสีหน้า
โอสถระดับสมบูรณ์แบบนั้น
ต่อให้เป็นนักปรุงโอสถระดับสูงก็ใช่ว่าจะหลอมได้ทุกครั้ง
แต่เด็กหนุ่มจากเมืองชิงเหอคนนี้
กลับทำได้ในการสอบรอบแรก
หลินเย่เก็บโอสถลงขวดอย่างสงบ
ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา
ทว่าภายในแถวกรรมการ
ชายชราผู้หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตา
แววตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความสนใจ
“เด็กคนนี้…”
“ไม่ธรรมดา”
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ภายในห้องลับชั้นบนสุดของสภาโอสถ
เงาร่างผู้หนึ่งซึ่งเฝ้าดูการสอบผ่านค่ายกลภาพสะท้อน
ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากที่นั่ง
“หลินเย่…”
“ดูเหมือนนครหลวงจะมีแขกที่น่าสนใจมาเยือนอีกคนแล้ว”
เสียงนั้นแผ่วเบา
แต่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
ราวกับคลื่นลูกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นภายในนครหลวงชิงหยุน