ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 226 แมลงจิ่วเซียงถูกแย่งไปแล้ว
ไป๋อู่นี่มีฝีมือจริงๆ นางต่างหากที่เป็นยอดฝีมือในการชวน
หนุ่มคุย
“ลุงหลี่ ท่านรู้จักคนผู้นั้นหรือไม่”
หลิงอวี้จื้อให้คนบังคับรถม้าเคลื่อนรถไปข้างหน้าต่อ แง้มม่าน
ถาม
ลุงหลี่เป็นคนบังคับรถม้าของจวนมหาเสนาบดีมาตลอดชีวิต
ควรจะรู้จักคนไม่น้อย เธอมองคนผู้นั้นรู้สึกไม่คุ้นตา ดูไม่ออก
ว่าเป็นใคร ผ่านไปหลายเดือน พวกขุนนางชนชั้นสูงในเมือง
หลวง ส่วนใหญ่เธอรู้จักเกือบหมดแล้ว
“คนที่คุณหนูใหญ่บอกใช่คนที่สวมชุดคลุมยาวสีม่วงหรือไม่
คนผู้นั้นคือท่านเว่ยอ๋องขอรับ”
“หา…ท่านเว่ยอ๋อง ไม่น่าจะใช่กระมัง!”
หลิงอวี้จื้อนึกถึงที่เซียวเหยี่ยนบอกว่าไป๋อู่เป็นไส้ศึก เว่ยอ๋อง
นับว่าเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของเซียวเหยี่ยน หรือว่าไป๋อู่
จะเป็นคนของเว่ยอ๋อง
หากเป็นจริง เช่นนั้นคงไม่พบกันอย่างโจ่งแจ้งบนถนนใหญ่
นางคงจะรู้ว่าเซียวเหยี่ยนส่งคนมาคอยจับตาดูนาง จึงตั้งใจ
เล่นละครตบตา แน่นอนอาจจะเป็นไปได้ว่านางตั้งใจยอม
เสี่ยงอันตรายเพราะเข้าตาจน ปกติเซียวเหยี่ยนเป็นคนระวัง
ตัวอยู่แล้ว พูดได้ว่าไป๋อู่เป็นคนที่เล่นสงครามจิตวิทยาได้เก่ง
คนหนึ่ง
“เรียนคุณหนูใหญ่ นั่นคือเว่ยอ๋องจริงๆ ขอรับ เมื่อก่อน
ข้าน้อยเคยเห็นท่านเว่ยอ๋องเสด็จมาที่จวนท่านมหาเสนาบดี
ดังนั้นจำคนไม่ผิดแน่นอนขอรับ”
เกี่ยวกับเว่ยอ๋อง เธอรู้เพียงว่าเขาเพิ่งกลับมาก่อนที่พวกนาง
จะไปซูโจว
เมื่อก่อนอยู่ค่ายทหารมาตลอด ตอนนี้เพิ่งจะถูกเรียกตัว
กลับมา มิหนำซ้ าท่านเว่ยอ๋องกับพระชายาเว่ยอ๋องยังมี
ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันยิ่งนัก พระตำหนักเว่ยอ๋องไม่มีสนม
ข้างหรืออนุภรรยา ว่ากันว่าพระชายาเว่ยอ๋องเป็นนายหญิงที่
มีความสามารถมาก
หลิงอวี้จื้อปล่อยม่านลง รอถึงตอนที่เธอได้เจอเซียวเหยี่ยน
ค่อยบอกเรื่องนี้กับเซียวเหยี่ยน คราวที่แล้วเซียวเหยี่ยนบอก
ว่าแมลงจิ่วเซียงส่งมาถึงเมืองหลวงแล้ว ทำไมถึงไม่มีข่าว
คราวอีกแล้ว เห็นอยู่ตำตาว่าจะถึงเวลาครึ่งปีแล้ว พรุ่งนี้เธอ
ต้องไปถามดูสักหน่อย
ณ จวนท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
เซียวเหยี่ยนกับจูจิ่นนั่งอยู่ข้างหน้ากระดานหมาก เซียวเห
ยี่ยนถือหมากสีดำ ลังเลไม่เดินหน้า เหมือนกำลังคิดพิจารณา
จูจิ่นเป็นคนใจร้อน พูดเร่ง
“อาเหยี่ยน ท่านจะลงหมากหรือไม่ ไม่ลงก็ถอนออกไปเสีย”
“ไม่ว่าจะลงหมากเช่นไร ก็ต้องเสียตัวขุนไป”
“ก็ท่านละโมบ ทุกครั้งต้องชนะข้า ฆ่าข้าเสียจนไม่เหลือ
แม้แต่เกราะ รักษาหน้าข้าสักหน่อยก็มิได้ สาวงามที่ท่านอุ้ม
กลับไปร้ายดีอย่างไรก็เป็นคุณงามความดีของข้าครึ่งหนึ่ง”
ในที่สุดเซียวเหยี่ยนก็ลงหมาก ราวกับไม่มีแก่ใจจะเล่นหมาก
รุก
“อู่จิ้นส่งข่าวมาแล้ว แมลงจิ่วเซียงถูกคนแย่งไปแล้ว”
“ของของท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ยังกล้าแย่ง
ไป บังอาจยิ่งนัก ใครทำ”
จูจิ่นกระโจนเข้ามา ถามอย่างสงสัย
“สืบได้เรื่องมาแล้ว เป็นคนของเว่ยอ๋อง หากเดาไม่ผิด ตอนนี้
แมลงจิ่วเซียงก็อยู่ที่พระตำหนักเว่ยอ๋อง”
“เว่ยอ๋องคงมิได้วางยาท่านไปแล้วหรอกกระมัง! จึงได้ยอมเท
หมดหน้าตักขโมยแมลงจิ่วเซียงไป ท่านวางแผนว่าจะเอาของ
นี้กลับมาอย่างไร เว่ยอ๋องไม่ยอมรับแน่นอน ท่านก็ไม่สามารถ
ไปค้นได้ ถึงแม้ค้นได้ แมลงจิ่วเซียงก็ไม่ใช่ของใหญ่โตอะไร
ท่านหาไม่เจอหรอก”
“ค้นไม่ได้จริงๆ แต่แลกได้”
“ท่านจะใช้อะไรแลกกับเขา”
จูจิ่นถามอย่างใคร่รู้
“ตาเจ้าลงหมากแล้ว”
“ไม่ลงแล้ว อวี้จื้อเคยเป็นคู่หมั้นข้ามาก่อน ข้าไม่อยากให้นาง
เกิดเรื่องอะไร อาเหยี่ยน ท่านบอกแผนการของท่านมา
หน่อย”
ตอนนี้จูจิ่นมีแก่ใจเล่นหมากรุกเสียที่ไหน อยากรู้อย่างเดียวว่า
เซียวเหยี่ยนจะเอาแมลงจิ่วเซียงกลับมาอย่างไร
“อวี้จื้อจะไม่เป็นอะไร”
“เว่ยอ๋องเป็นคนมุทะลุ ทำอะไรวู่วาม ไม่คิดถึงผลที่ตามมา
ท่านก็ต้องระวัง เรื่องล้างผลาญไม่ดูว่านั่นหยกหรือหิน ล้วน
เป็นฝีมือเว่ยอ๋อง เรื่องนี้คงต้องลงมือที่พระชายาเว่ยอ๋อง”
เซียวเหยี่ยนพูดอีกเรื่องหนึ่ง
“วันนี้ไป๋อู่ไปพบเว่ยอ๋องแล้ว”
“เริ่มน่าสนใจแล้ว ไม่รู้ว่าหางจิ้งจอกโผล่ หรือว่าแสดงละคร
ตบตาให้ท่านดูกันแน่”