ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 252 เสียสติไปแล้ว
พิษนักรบไร้ชีพเป็นพิษปลุกเสกแบบไหน เฉินหนิงซวงรู้ดีแก่
ใจ เพราะรู้สึกว่ามันน่ากลัว จึงเอาไปใช้กับหลิงอวี้จื้อ นางไม่
คิดว่าหลิงอวี้จื้อจะกล้ามากถึงเพียงนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเก็บ
เลือดหนานเยียนเอาไว้แก้แค้นนาง หาเรื่องตายจริงๆ
หานชุนเองก็รู้ถึงความร้ายกาจของพิษนักรบไร้ชีพ เมื่อเห็น
ข้อมือเฉินหนิงซวงมีเลือดออกมาก็ตกใจจนถอยออกไปหลาย
ก้าวอย่างบังคับตนเองไม่ได้ ไม่กล้ายืนใกล้เฉินหนิงซวงแล้ว
เฉินหนิงซวงอยากกินหลิงอวี้จื้อเสียเดี๋ยวนี้เลย ข้อมือนางมี
เลือดเพียงหยดเดียว ไม่ว่าจะรายงานใคร นางก็ต้อง
รับผิดชอบเอง ไม่สามารถให้ใครจัดการหลิงอวี้จื้อได้เพียง
เพราะเลือดหยดเดียว หากตนเองติดเชื้อจากพิษปลุกเสกแล้ว
จะทำอย่างไร
คิดถึงตรงนี้ ในใจเฉินหนิงซวงก็รู้สึกกลัวจนถึงขีดสุด นางเป็น
ถึงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ จะกลายเป็นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด ถึงแม้
จะตาย นางก็จะพาหลิงอวี้จื้อไปตายด้วยกัน พอคิดถึงตรงนี้
นางก็พุ่งตัวไปทางหลิงอวี้จื้อ หลิงอวี้จื้อระวังเฉินหนิงซวง
เอาไว้นานแล้ว ประกอบกับมีมั่วชิงอยู่ข้างๆ มั่วชิงจึงพาหลิ
งอวี้จื้อหลบเฉินหนิงซวงไปได้อย่างง่ายดาย ปล่อยให้นางพุ่ง
เข้าหาความว่างเปล่า
“จ่างกงจู่ ครั้งนั้นที่เทศกาลไหว้พระจันทร์ ท่านเพิ่งจะหา
เรื่องเข้าใกล้หม่อมฉัน ครั้งนี้ต่อหน้าธารกำนัล องค์หญิงก็ไม่
แอบเลยแม้แต่น้อย หม่อมฉันมิได้คิดเช่นนั้นกับจ่างกงจู่เลย
เพคะ จ่างกงจู่อย่าตามตื๊อหม่อมฉันอีกเลยเพคะ”
หลิงอวี้จื้อพูดด้วยท่าทีลำบากใจ
คำพูดเหล่านี้ยิ่งไปสะกิดเฉินหนิงซวง นางนึกไม่ถึงว่าหลิงอวี้จื้
อจะหน้าไม่อายเพียงนี้ ยังกล้าพูดเรื่องเทศกาลวันไหว้
พระจันทร์อีก หากนางมีพละกำลังพอ นางจะฉีกหลิงอวี้จื้อ
เป็นชิ้นๆ
“เมื่อจ่างกงจู่เสียชีวิตแล้ว หม่อมฉันจะเผาเงินกระดาษไปให้
จ่างกงจู่มากหน่อย จ่างกงจู่จะได้มีเงินไว้ใช้ในหลุม องค์หญิง
จะได้ไม่ถูกพวกผีรังแกจากลักษณะที่น่ากลัวขององค์หญิง”
หลิงอวี้จื้อจงใจกดเสียงต่ า แต่เฉินหนิงซวงยังได้ยิน
ในใจเฉินหนิงซวงถูกความหวาดกลัวครอบงำหมดแล้ว นาง
แผดเสียงใส่สาวใช้ข้างๆ ว่า
“พวกเจ้ามัวตะลึงอะไร ยังไม่จับนางไว้อีก”
หลิงอวี้จื้อวิ่งออกไปภายใต้การคุ้มครองของมั่วชิง วิ่งไป
ตะโกนไป
“แย่แล้ว จ่างกงจู่เสียสติแล้ว รีบมากันเร็ว จ่างกงจู่บ้าไป
แล้ว”
เฉินหนิงซวงไล่ตามออกมา ลักษณะเช่นนั้นเหมือนคนบ้าจริง
ๆ หากติดเชื้อพิษนักรบไร้ชีพแล้ว นางจะต้องให้หลิงอวี้จื้อ
ตายไปด้วยกันให้ได้
หลอดเสียงของหลิงอวี้จื้อเสียงดังมาก หลอดเสียงนี้ดึงดูด
ความสนใจขององครักษ์ที่เฝ้าอยู่ข้างนอก กรูกันเข้ามาเป็น
ระลอก หลิงอวี้จื้อจงใจสยายผมมวยของตนเอง
“จับนางไว้ รีบจับนางเดี๋ยวนี้”
เฉินหนิงซวงชี้หลิงอวี้จื้อ ตะโกนเสียงเ** ้ยมเกรียม ลักษณะ
เช่นนั้นเหมือนคนบ้าอย่างยิ่ง
องครักษ์เฝ้าวังต่างมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นี่
มิใช่ว่าที่พระชายาท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
หรอกหรือ ตอนนี้ในเมืองหลวงมีใครบ้างไม่รู้ว่าท่านอ๋อง
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ชอบลูกสาวภรรยาหลวงของ
ท่านมหาเสนาบดี นี่ไม่ใช่คนที่พวกเขาสามารถหาเรื่องได้
หากระคายไปถึงท่านอ๋อง แล้วต่อไปจะอยู่อย่างไร
ดังนั้นองครักษ์จึงไม่กล้าขยับ เห็นองครักษ์ไม่จับหลิงอวี้จื้อ
เฉินหนิงซวงก็โกรธจนนิ้วสั่นไปหมด นางตวาดเสียงดัง
“พวกเจ้าหูหนวกไปแล้วหรือ หลิงอวี้จื้อบังอาจไม่เคารพเรา
รีบไปจับนางไว้สิ”
หลิงอวี้จื้อฉวยโอกาสทำผมตนเองกระเซอะกระเซิง อีกสักครู่
จะมีละครสนุกๆ ดูแล้ว ครั้งนี้เธอจะจัดการเฉินหนิงซวงจนไม่
มีโอกาสได้กลับตัวได้เลย
“เอะอะโวยวายจนกลายเป็นอะไรไปแล้ว”
เสียงผู้หญิงที่น่าเกรงขามดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ ฝูงชนหัน
ไปดู เห็นฟางไท่เฟยและหวงกุ้ยไท่เฟยปรากฏตัวพร้อมกันที่
หน้าประตูวังหมิงเย่ว์
ทุกคนก็คุกเข่าลงทำความเคารพไท่เฟยทั้งสอง สีหน้าของ
หวงกุ้ยไท่เฟยดูไม่ได้อย่างยิ่ง ตอนนี้ในวังหลัง นอกจากไทเฮา
แล้ว นางใหญ่ที่สุด คำพูดของนางศักดิ์สิทธิ์พอสมควร
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”