ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 311 ปากร้ายเช่นนี้ จะขายออกได้อย่างไร
“ข้าจะปกป้องว่าที่พระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน
พระองค์มันผิดตรงไหน เจ้าปล่อยมือเสีย ตอนนี้เจ้าเป็น
ผู้หญิง ข้าจะไม่จู้จี้กับเจ้า เจ้าคงเข้าใจนะว่าชายหญิงไม่ควร
แตะเนื้อต้องตัวกัน!”
จูจิ่นไม่ปล่อยมือ ดึงเข็มขัดมู่หรงนี่อวิ๋น มู่หรงนี่อวิ๋นรู้ว่า
ร่างกายจูจิ่นมีบาดแผล ประกอบกับนางเป็นผู้หญิง จึงไม่กล้า
ออกแรงนัก สองคนยึดยื้อกันอยู่เช่นนี้จนสุดท้ายจูจิ่นก็ดึงเข็ม
ขัดของมู่หรงนี่อวิ๋นจนหลุด
สามคนมองหน้ากัน ทันใดนั้นหลิงอวี้จื้อก็ทนไม่ไหว หัวเราะ
กระจาย
“พวกเจ้าสองคนทำอะไรกัน เตรียมจะถอดเสื้อกันกลางถนน
หรือ ข้าไม่ได้สนใจจะดูนะ นี่อวิ๋น เจ้ากลับไปเถิด ข้ามีธุระ
จริงๆ”
“นอกเสียจากว่าเจ้าจะกลับด้วย มิเช่นนั้นอย่างไรข้าก็ต้อง
ไป”
มู่หรงนี่อวิ๋นดึงเข็มขัดของตนกลับมาจากมือจูจิ่นแล้วขึ้นรถม้า
ไป จูจิ่นยังคงตะลึงอยู่ จนกระทั่งมู่หรงนี่อวิ๋นขึ้นรถม้าไปแล้ว
จูจิ่นถึงได้ด่าว่า
“มู่หรงนี่อวิ๋น เจ้ามันเป็นคุณชายเสเพลที่ชอบแส่เรื่อง
ชาวบ้าน”
“รีบออกรถ ไม่ต้องสนใจผู้หญิงปากร้าย”
มู่หรงนี่อวิ๋นสั่งคนบังคับรถม้า
หลิงอวี้จื้อรู้ว่าไล่มู่หรงนี่อวิ๋นไปไม่พ้นแน่ หากลากต่อไป ฟ้า
จะมืดเสียก่อน เธอจึงพยักหน้า คนบังคับรถยกแส้ขึ้นออกรถ
จูจิ่นโกรธจนกระทืบเท้า มู่หรงนี่อวิ๋นคนนี้ เหตุใดถึงน่า
รำคาญเช่นนี้
คิดถึงตรงนี้ นางก็ถอนหายใจหนึ่งครั้ง ถึงแม้จะรำคาญ แต่
พอไม่เห็นเขาจริง ๆ นางก็นึกถึงมู่หรงนี่อวิ๋นอีกแล้ว สองคน
ต่อปากต่อคำกันเป็นประจำ ต่างคนต่างไม่ยอมกัน แต่ก็
แปลก พอไม่เห็นเขาแล้วก็อยากเจอเขา
ตัวเองหาเรื่องไปอยู่ในตำแหน่งต่ าต้อยแท้ๆ
มู่หรงนี่อวิ๋นรีบใส่เข็มขัดอย่างกระอักกระอ่วนบนรถม้า หรือ
ว่าเพราะจูจิ่นเคยเป็นผู้ชายมาก่อน แรงมือถึงได้เยอะขนาดนี้
นึกไม่ถึงว่าจะดึงเข็มขัดเขาหลุดไปได้ต่อหน้าต่อตา
“แม่จูจิ่นคนนี้ร้ายกาจนัก ต่อไปจะขายออกได้อย่างไร”
“ไม่ดึงกางเกงเจ้าขาดก็บุญแล้ว แค่เข็มขัดเส้นเดียวไม่เห็น
เป็นอะไร”
“หากนางดึงจริง ข้าก็เฉยๆ แค่กลัวว่าเจ้าจะตกใจ”
มู่หรงนี่อวิ๋นพูดยิ้มๆ
“ข้าจะไปตกใจอะไร เจ้านึกว่าข้าไม่เคยเห็นผู้ชายหรือ”
“เจ้ากับท่านอ๋องถึงขั้นนี้แล้วหรือ”
มู่หรงนี่อวิ๋นถามอย่างค่อนข้างหงุดหงิด
“เอ่อ…”
หลิงอวี้จื้อเริ่มกระอักกระอ่วนแล้ว ยิ่งพูดยิ่งไปไกล เธอ
กระแอมไอเบาๆ สองครั้ง
“ในเมื่อเจ้าขึ้นมาบนรถแล้ว ข้าก็จะไม่ปิดเจ้า อาเหยี่ยนหาย
ตัวไปที่อำเภอฉางหนิง ข้าจะไปหาอาเหยี่ยน”
“ข้าไปเป็นเพื่อนเจ้า ระหว่างทางก็มีคนดูแลสักคน วิทยายุทธ์
ของข้าคงไม่ไปถ่วงความเจริญของเจ้าหรอก”
“ขอบใจนะ นี่อวิ๋น”
หลิงอวี้จื้อพูดพลางยิ้มให้มู่หรงนี่อวิ๋น
เห็นหลิงอวี้จื้อยิ้มแล้ว มู่หรงนี่อวิ๋นก็สติกระเจิง
ทั้งๆ ที่มีหน้าตาราวกับเด็กน้อยแต่เวลาเธอยิ้มน่าดูมาก เขา
เองก็เจอผู้หญิงมาไม่น้อย กระทั่งได้ครอบครองผู้หญิงมาแล้ว
ก็ไม่น้อย แต่ไม่มีใครยิ้มแล้วน่าดูเหมือนหลิงอวี้จื้อเลย
นัยน์ตาราวกับมีแสงประกาย ส่องระยิบระยับ
“เจ้าบอกเองมิใช่หรือว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ในเมื่อเป็น
เพื่อนที่ดีต่อกัน ก็ไม่ต้องพูดขอบคุณแล้ว ต่อไปข้าก็ต้องมี
เรื่องให้เจ้าช่วยเช่นกัน”
ปากพูดไปอย่างนั้น แต่ที่จริงเขาเข้าใจดี เขาคงไม่มีเรื่องอะไร
ให้หลิงอวี้จื้อช่วย
เรื่องอันตรายไม่ให้เธอทำแน่นอน เรื่องอื่นตนเองสามารถ
แก้ไขได้ สิ่งที่เขาอยากทำก็คือใช้สถานะเพื่อนที่ดีเพื่ออยู่เคียง
ข้างเธอตลอดไป ไม่บอกความลับให้รู้ แอบเก็บไว้ในใจ แบบนี้
ก็ดีมากแล้ว
“ไม่มีปัญหา ถึงเวลานั้นต้องรีบบอกข้านะ”
หลิงอวี้จื้อคิดถึงเซียวเหยี่ยน ตลอดทางไม่ได้พักผ่อนนัก
ทหารลับที่เซียวเหยี่ยนทิ้งไว้ให้ที่เรือนก่อนหน้านี้ก็เดินทาง
ตามมาด้วย คอยปกป้องหลิงอวี้จื้อในที่ลับ ดังนั้นตลอดทาง
มานี้ปลอดภัยมาก ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลย ช่วงหัวค่ าวันที่ห้า
พวกเขาก็เข้าอำเภอฉางหนิงอย่างราบรื่น