ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 469 ดูสิว่าจะทนไปได้นานเท่าไร
ตอนที่ 469 ดูสิว่าจะทนไปได้นานเท่าไร
พูดจบแล้วเห็นทุกคนกำลังมองตน หลิงอวี้จื้อก็แสดงสีหน้า
เหนียมอาย รีบเข้าไปคุกเข่าขออภัยโทษ
“ไทเฮาเพคะ หม่อมฉันเคยอ่านบันทึกทางการแพทย์ เขียนว่าเมื่อ
มีคนจมน ้าสามารถประกบปากพ่นลมเข้าไปได้ ทำเช่นนี้ถึงสามารถ
ช่วยชีวิตคนได้เพคะ
หม่อมฉันก็มิได้เชี่ยวชาญ เมื่อครู่เสียมารยาทแล้ว สถานการณ์
ของแม่นางเฉินวิกฤติจริงๆ ไม่สามารถเสียเวลาได้อีก ด้วยความรีบ
ร้อนหม่อมฉันจึงทำเรื่องเสียมารยาทเช่นนี้ไปชั่วขณะ ไทเฮาโปรด
ประทานอภัยด้วยเพคะ”
หลิงอวี้จื้อพูดจบก็โขกหัวหนึ่งครั้ง
คำพูดของหลิงอวี้จื้อทำให้บรรดาลูกสาวขุนนางพากันชื่นชมไม่
หยุดปาก นึกไม่ถึงว่าเธอจะใจกว้างถึงเพียงนี้ ช่วยชีวิตเฉินปี้โดนไม่
สนใจภาพลักษณ์ ได้เจอพระชายาเอกอย่างเธอ ช่างเป็นบุญของเฉินปี้
จริงๆ ต่อไปจะต้องดูแลเฉินปี้ดีแน่นอน
“เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น จู่ๆ พวกเจ้าตกน ้าได้อย่างไร”
หลิงอวี้จื้อคุกเข่ากับพื้น อธิบายต่อ
“เมื่อครู่คุณหนูเฉินสะดุดก้อนหิน หม่อมฉันเอื้อมมือไปคว้า
คุณหนูเฉินไว้ ทว่าตัวเล็กเกินไป ไม่เพียงแต่ดึงคุณหนูเฉินเอาไว้
ไม่ได้ แต่กลับตกน ้าไปพร้อมกับคุณหนูเฉินด้วย หม่อมฉันใช้ไม่ได้
ยังดีที่คุณหนูเฉินไม่เป็นอะไร มิเช่นนั้นหม่อมฉันคงไม่สบายใจไป
ตลอดชีวิต”
“เจ้าพูดจาเหลวไหล เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเจ้าดึงคุณหนูของข้าลงไป
ด้วย”
เห็นหลิงอวี้จื้อพลิกดำเป็นขาว ซูฮว่าจึงทนไม่ไหวตอบโต้ไป
หนึ่งประโยค
“เจ้าอย่ามาใส่ร้ายคุณหนูของข้า เมื่อครู่ตอนคุณหนูอยู่ในน ้ายัง
ตะโกนเสียงดังให้ช่วยคุณหนูเฉินก่อน ขึ้นฝั่งมาแล้วก็ช่วยชีวิตนาง
โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียง คุณหนูดีกับคุณหนูเฉินเช่นนี้ เจ้ายังพูดจา
เช่นนี้ได้อย่างไร”
หรูเยียนพูดจาหักล้างทันที
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มีพยานรู้เห็นไม่น้อย ประกอบกับเสียงที่
หลิงอวี้จื้อตะโกนขณะอยู่ในน ้าก็มีคนได้ยินไม่น้อย ด้วยเหตุนี้ทุก
คนจึงเชื่อคำพูดของหลิงอวี้จื้อ รู้สึกว่าซูฮว่าไม่รู้จักชั่วดี
เฉินปี้เก่งเรื่องการสังเกตสีหน้าและคำพูด ถึงแม้ว่าจะโกรธจนตัว
สั่น แต่ก็รู้ว่าขณะนี้นางจำเป็นต้องยอมรับเรื่องนี้ มิเช่นนั้นก็จะเห็น
ได้ชัดว่านางไม่รู้จักดีชั่ว เช่นนี้ไม่เป็นผลดีกับนาง ผ่านคราวนี้ไป
นางรู้แต่เพียงว่า นางประเมินหลิงอวี้จื้อต ่าไปแล้ว
นางพยายามข่มอารมณ์ตนเอง ดุซูฮว่าว่า
“เห็นไม่ชัดเจนเองก็ไม่ต้องพูดมาก คราวนี้ขอบคุณคุณหนูหลิง
มากที่ช่วยชีวิตข้า”
พูดจบก็มองหลิงอวี้จื้ออย่างมาดมั่นอย่างยิ่งขณะพูดขอบคุณ
“บุญคุณที่ช่วยชีวิตจะจดจำมิลืมเลือน ขอบคุณคุณหนูหลิง ข้าทำ
ให้คุณหนูหลิงเดือดร้อนเสียแล้ว รู้สึกผิดอย่างยิ่ง”
“ต่อไปพวกเราก็จะเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกันแล้ว จะเกรงใจ
ไปไย ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”
หลิงอวี้จื้อแสดงออกอย่างมีน ้าใจ
ถึงแม้มู่หรงกวานเย่ว์จะไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่นางก็
พอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ท่าทีที่หลิงอวี้จื้อมีต่อเฉินปี้นั้นเหนือความคาดหมายของนาง ยัง
สงบสติอารมณ์เอาไว้ได้ ไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง วันนี้ทุกสิ่งที่
เธอทำ ไม่นานก็จะแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ถึงเวลานั้นเธอก็จะ
ได้คำชมไปไม่น้อย
แต่ว่านางจะดูสิว่าหลิงอวี้จื้อจะทนไปได้นานเท่าไร
“ระหว่างพี่น้องกันควรจะเป็นเช่นนี้ พวกเจ้าสามัคคีกัน ต่อไป
จวนท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ถึงจะสันติสุข ทั้งคู่ไป
เปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด! เดี๋ยวจะเป็นไข้เสียก่อน”
น ้าเสียงของมู่หรงกวานเย่ว์อ่อนโยน ดูเหมือนจะเป็นห่วงทั้งสอง
คนมาก
หลิงอวี้จื้อกับเฉินปี้กล่าวขอบคุณพร้อมกัน สาวใช้ของแต่ละคน
ต่างเข้ามาช่วยประคองให้ลุกขึ้น
ตอนเดินผ่านข้างตัวเฉินปี้ หลิงอวี้จื้อก็พูดเสียงต ่าประโยคหนึ่ง
ว่า
“เมื่อครู่เพิ่งจะเริ่มต้น สนุกหรือไม่”
พูดจบก็เชิดหน้ายืดอกเดินไปก่อน
เฉินปี้กำหมัดแน่น หนาวจนสั่นสะท้าน ครั้งนี้เดิมทีนางคิดจะ
ยั่วยุหลิงอวี้จื้อสักหน่อย อย่างดีที่สุดก็ทำให้นางกลับไปโวยวายกับ
เซียวเหยี่ยน แต่ผลกลับเป็นนางถูกหลิงอวี้จื้อยั่วโมโหแทน ถูก
หลิงอวี้จื้อเล่นงานจนกลายเป็นเช่นนี้ นี่เป็นผลจากการดูถูกศัตรู
เกินไป