ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 535 เจ้าสามารถหาเรื่องมาให้ข้าได้ตลอดชีวิต
“พระชายาเว่ยอ๋องถูกจับแล้วหรือ”
“เข้าคุกพร้อมกัน อวี้จื้อ มีเรื่องที่ข้าอยากบอกเจ้า เรื่องนี้ยัง
เกี่ยวข้องไปถึงจื่อเฉิงด้วย”
น ้าเสียงเซียวเหยี่ยนเป็นปกติ แต่ใบหน้าตึงเครียดมาก
“หา…”
หลิงอวี้จื้อนึกว่าตัวเองฟังผิด การก่อกบฏของอู๋อ๋องจะมา
เกี่ยวกับหลิงจื่อเฉิงได้อย่างไร แปลกแท้
จากครั้งที่แล้ว เพราะเรื่องชิวจวี๋ทำให้ไม่สบอารมณ์ จากนั้น
หลิงอวี้จื้อกับหลิงจื่อเฉิงก็ไม่ได้เจอหน้ากันนาน และไม่ได้คุยอะไร
กันแล้ว เธอขี้เกียจไปหาหลิงจื่อเฉิง จึงไม่รู้เลยว่าหลิงจื่อเฉิงกำลังทำ
อะไร ที่แท้เขาไปเข้ากับเว่ยอ๋องแล้วหรือ
ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไร แต่ก็คงไม่ทำเรื่องเลอะเลือนถึง
เพียงนี้
“เรื่องนี้ไปเกี่ยวข้องกับพี่ชายได้อย่างไร”
ถึงแม้หลิงอวี้จื้อจะไม่อยากยุ่งเรื่องหลิงจื่อเฉิง แต่อย่างไรหลิงจื่อเฉิง
ก็เป็นพี่ชายในร่างนี้ของเธอ เธอมาจากตระกูลหลิง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ก็
ต้องยุ่งหน่อย หากไม่เกินความคาดหมายของเธอ หลิงจ้ายเทียนก็คงมา
ขอความช่วยเหลือจากเธอถึงชานเรือน ในเมื่อหลิงจื้อเฉิงเป็นบุตรชาย
ภรรยาหลวงเพียงคนเดียวของตระกูล
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ยังไม่รู้ ให้อู่จิ้นไปสืบหาแล้ว ไม่นานก็
คงได้ข่าว อวี้จื้อ เจ้าไม่ต้องกังวล ไม่เป็นอะไรหรอก”
“เรื่องนี้จะทำให้จวนมหาเสนาบดีพลอยเดือดร้อนด้วยหรือไม่”
“การมีส่วนเกี่ยวข้องนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ข้าจะพยายาม
อย่างถึงที่สุดที่จะปกป้องจวนมหาเสนาบดี เพียงแต่เรื่องทำนองนี้ข้า
เจอมาเยอะแล้ว เกรงว่าพ่อตาคงต้องเกษียณกลับบ้านเก่าเสียแล้ว”
“รักษาชีวิตรอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่างไรอายุเขาก็ใกล้จะถึง
เกณฑ์อยู่แล้ว จะเกษียณก็เกษียณไปเถิด
พี่ชายนี่ก็จริงๆ เลย วันทั้งวันไม่รู้จักทำงานทำการ ยังถูกลากเข้า
ไปเกี่ยวข้องกับเว่ยอ๋องโดยไม่มีเหตุผลอีก เขาไร้เดียงสาขนาดนี้
โดนคนหลอกใช้อีกแน่นอน เจ้าพี่โง่คนนี้ ไม่รู้ว่าจะด่าอย่างไรแล้ว”
แค่พูดถึงหลิงจื่อเฉิง หลิงอวี้จื้อก็รู้สึกปวดหัว เรื่องชิวจวี๋ก็ทำให้
เธออยากด่าหลิงจื่อเฉิงว่าไอ้คนสมองหมูแล้ว คิดไม่ถึงว่าหลิงจื่อเฉิง
ยังไม่พอ คราวนี้เกี่ยวพันไปถึงชีวิต
ใช่แล้ว ช่วงนี้หลิงจื่อเฉิงไม่ค่อยอยู่ในจวน ได้ยินสาวใช้พูดว่า ดู
เหมือนจะไปหาชิวจวี๋บ่อยๆ หรือว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชิวจวี๋ ถ้าหาก
ชิวจวี๋คิดไม่ดีกับเขาขึ้นมา จะใส่ร้ายเขาก็คงง่ายมาก ร้ายดีอย่างไรก็
เป็นคนร่วมเรียงเคียงหมอน
หลิงอวี้จื้อยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น เดิมทีชิวจวี๋ก็มิใช่
ตะเกียงที่ประหยัดน ้ามันอยู่แล้ว เมื่อไล่ออกจากจวนไป หลิงอวี้จื้อก็
ไม่เคยถามถึงเรื่องชิวจวี๋อีก เธอต้องให้มั่วชิงไปเอาตัวชิวจวี๋มาถาม
ให้รู้เรื่อง
“กลับจวนแล้วค่อยว่ากัน แม้จะไม่มีทางลบล้างข้อกล่าวหา
ของจื่อเฉิงได้ ข้าก็จะรักษาชีวิตเขาไว้ อวี้จื้อ ไม่ต้องกังวลเกินไป”
หลิงอวี้จื้อก้มหน้าอย่างรำคาญใจ
“อาเหยี่ยน หาเรื่องให้ท่านอีกแล้ว”
“เจ้าสามารถหาเรื่องมาให้ข้าได้ตลอดชีวิต”
“ท่านไม่กลัวรำคาญหรือ”
“เจ้าเป็นของข้า เรื่องวุ่นวายของเจ้าก็เป็นเรื่องวุ่นวายของข้า
เช่นนี้แล้วจะรำคาญได้อย่างไร คนที่จะรำคาญก็คือท่านเทวดาบน
สวรรค์”
“ท่านเทวดารำคาญอะไรหรือ”
“กว่าจะสร้างเรื่องวุ่นวายมาได้ ไม่ง่ายเลย แต่ข้าก็แก้ปัญหาได้
อย่างง่ายดาย ทำให้ท่านเทวดาเสียแรงเปล่าๆ ท่านก็ต้องรำคาญเป็น
ธรรมดา”
หลิงอวี้จื้ออึ้ง จากนั้นก็หัวเราะ
“สาวน้อยคนนี้ยอมแล้วเจ้าค่ะ”
“ข้าเพียงแต่หวังว่าเจ้าจะไม่กังวลใจเพราะเรื่องเหล่านี้ ให้ข้าไป
จัดการก็พอแล้ว”
หลิงอวี้จื้อพยักหน้า กอดแขนเซียวเหยี่ยนแน่น เรื่องที่เซียวเห
ยี่ยนสัญญากับเธอไว้ เขาทำได้หมดแล้ว หากไม่มีเซียวเหยี่ยน อาศัย
เทคโนโลยีความงามของเธอก็สามารถทำมาหากินได้สบาย แต่คง
แตกต่างกับชีวิตในตอนนี้ไปโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้เธอต้องเดินบนทางที่ยากลำบากและทุกคนคอยจับจ้องอยู่
เดิมทีเธอก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้แสงสปอตไลท์อยู่แล้ว ชิน
กับการจ้องมองจากสายตาผู้คน ด้วยเหตุนี้จึงสามารถรับมือกับความ
เจิดจรัสของเซียวเหยี่ยนได้สบายๆ และยังสามารถเดินบนเส้นทางที่
เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าเส้นนี้ต่อไปได้ เพราะว่าข้างกายเธอมีเขา
สำหรับการเลือกทางเดินนี้ เธอไม่เคยเสียใจเลย