ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 641 เจ้าเอาความกล้ามาจากไหน
ตอนที่ 641 เจ้าเอาความกล้ามาจากไหน
หลิงอวี้จื้อลุกขึ้น แล้วยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเลือดบนหน้า อย่างไรนี่
ก็เป็นครั้งแรกที่ฆ่าคน ใจของเธอจึงเต้นเร็วยิ่ง แต่กลับไม่ได้เสียใจ
ในสิ่งที่ตนทำลงไปเลย ทั้งยังก้มมองเฉินปี้อย่างเฉยชา “ข้าจะไม่
ปล่อยตัวอันตรายไว้อีกแล้ว เฉินปี ข้ารู้ว่าเจ้าคิดจะฆ่าข้า แล้วข้าจะ
ปล่อยให้เจ้ามีโอกาสนั้นอีกได้อย่างไร”
เธอเป็นคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อได้กลับมามีชีวิตอีก เธอ
ก็จะไม่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ แต่จะไม่ปล่อยตัวอันตรายพวกนั้นไว้อีกแล้ว
เธอไม่อยากตายอีก ไม่อยากจากเซียวเหยี่ยนไปอีกแล้ว ในเมื่อ
เส้นทางที่เลือกมันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด งั้นอันดับแรกเธอก็ต้อง
ละทิ้งความเห็นใจที่มีต่อคนเลวทั้งหลายไปเสีย
เธอไม่อยากทำให้เซียวเหยี่ยนต้องลำบากอีกแล้ว
เสี่ยวเตี๋ยยังคงอึ้งงันอยู่ “หยวนเฟย…”
“กลับเถิด”
หลิงอวี้จื้อดูเป็นปกติยิ่ง แต่ในใจกลับตึงเครียดไม่น้อย เธอหมุน
กายจากไปโดยไม่ได้มองเฉินปี้ที่นอนอยู่บนพื้นอีก เสี่ยวเตี๋ยนิ่งอยู่
นานจึงมีสติคืนมา แล้วรีบตามหลิงอวี้จื้อไป
หลังจากหลิงอวี้จื้อไปแล้ว บ่าวไพร่ที่ตามเฉินปี้มาก็เข้าไปล้อม
วงดู พวกนางไม่อยากจะเชื่อว่าเฉินปี้จะถูกหยวนเฟยสังหารใน
อุทยานหลวงได้ นี่มันช่างสยดสยองเสียจริง หากไม่เห็นกับตา คง
ไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้แน่
พวกนางเจ็ดแปดคนพาเฉินปี้กลับ และมีคนไปทูลฮองเฮารวมทั้ง
เชิญหมอหลวงมาด้วย
เลือดที่คอของเฉินปี้ไหลไม่หยุด เลือดสีแดงสดนองกระจายเต็ม
พื้น
บาดแผลของนางอยู่ที่ลำคอ จึงทำให้พูดไม่ได้ นางรู้สึกแค้นจน
แทบทนไม่ไหวแล้ว นางพยายามรักษาชีวิตตนเองเอาไว้ จนมีวันนี้
ทั้งที่นางเป็นได้หัวเราะคนสุดท้าย แต่กลับต้องมาพบกับหลิงอวี้จื้อ
ที่ฟื้นกลับมาอีกครั้ง ทั้งยังตายด้วยน ้ามือหลิงอวี้จื้ออีก หากตาย
เช่นนี้แม้เป็นผีนางก็ไม่ยอมรามือเด็ดขาด
สติของเฉินปี้เริ่มเลือนรางลงไปทุกที นางจึงหมดสติไปพร้อม
กับความรู้สึกไม่ยินยอม
หลังจากกลับถึงศาลาฟังฝน หลิงอวี้จื้อก็ล้างหน้าแล้วเปลี่ยน
เสื้อผ้าชุดใหม่ หากคาดไว้ไม่ผิด ไม่นานก็จะมีคนมาหาเธอ เธอจึง
เลือกที่จะนั่งรออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ เพื่อดูว่าคนที่มาหาเธอเป็นคน
แรกจะเป็นใคร
เธอกล้าทำถึงเพียงนี้เพราะมั่นใจว่าเฉินม่อฉือจะไม่ทำอะไรเธอ
เพราะเฉินม่อฉือไม่ได้สนใจความเป็นความตายของเฉินปี้อยู่แล้ว
ในเมื่อมีโอกาสดีๆ เช่นนี้ หากไม่ใช้คงน่าเสียดาย เฉินปี้รู้ฐานะ
ของเธอ คงต้องลงมือกับเธอสักวันแน่
รออยู่นานก็ไม่เห็นผู้ใดมา แต่คนที่มากลับเป็นเฉินม่อฉือ
“เฉินปี้ตายหรือไม่”
หลิงอวี้จื้อเอ่ยถามคำแรกเมื่อเห็นหน้าเฉินม่อฉือ
“เจ้าช่างเหิมเกริมนัก ถึงกลับกล้าสังหารคนในอุทยานหลวง
กลางวันแสกๆ อวี้จื้อ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใด” เมื่อเห็นหลิ
งอวี้จื้อ เฉินม่อฉือก็เอ่ยตำหนิยกใหญ่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“พระองค์เป็นคนมอบให้หม่อมฉันเองไม่ใช่หรือ” หลิงอวี้จื้อ
ย้อนถาม “หม่อมฉันกับเฉินปี้เป็นศัตรูกัน เมื่อบังเอิญพบกัน หม่อม
ฉันจึงเผลอลงมือไป ตอนนี้หม่อมฉันอยากรู้ว่าเฉินปี้ตายหรือยังเพ
คะ”
“ยังไม่ตาย แต่ต่อไปคงพูดไม่ได้แล้ว ตอนนี้พักอยู่ที่ตำหนักฉาง
เล่อ”
เฉินม่อฉือไม่ได้เห็นความตายของเฉินปี้อยู่ในสายตาจริงๆ ด้วย
เขาเพียงสงสัยว่าเฉินอวี้จื้อไปเอาความกล้ามาจากที่ไหน ถึงกลับ
กล้าสังหารคนต่อหน้าบ่าวไพร่ เขาต้องเสียเวลาอยู่เป็นนานกว่าจะ
ทำให้เรื่องนี้เงียบไปได้
สตรีผู้นี้มีเหิมเกริมเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ต่อให้แค้นเฉินปี้ก็ไม่
จำเป็นต้องกระทำอย่างโจ่งแจ้งเพียงนี้
เมื่อได้ยินว่าเฉินปี้ยังไม่ตาย หลิงอวี้จื้อก็รู้สึกผิดหวังยิ่ง
อย่างไรก็เป็นครั้งแรกที่เธอทำเรื่องเช่นนี้ นับเป็นมือใหม่มากๆ
ไม่รู้ว่าแทงไม่ถูกจุดชีพจรหรือเฉินปี้ดวงแข็งกันแน่ ครั้งนี้นางไม่
ตาย เช่นนั้นคงต้องกลับมาเอาคืนแน่ ตอนนี้นางอยู่ในมือมู่หรง
หวานเยว่ หากคิดจะลงมืออีกเป็นไปไม่ได้ ช่างน่าเสียดายจ