ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 689 ไม่มีทางหักหลังเจ้านาย
ตอนที่ 689 ไม่มีทางหักหลังเจ้านาย
“แม่นางทำเช่นนี้ก็ไม่มีใครขอบคุณเจ้า วางแผนด้วยตนเองจะ
ดีกว่า”
แม่นมกุ้ยกล่อมต่อ
“เจ้าสารภาพออกมาเองแล้วใช่หรือไม่ เจ้านายที่อยู่เบื้องหลังเจ้า
คือใคร คิดจะทำอะไร”
“เช่นนั้นแม่นางยินดีออกไปจากจวนเซียวอ๋องเช่นนี้จริงหรือ ข้า
กล้าให้แม่นางทำเรื่องหักหลังจวนเซียวอ๋องเสียที่ไหน เพียงแต่คิด
จะช่วยแม่นางยืนอย่างมั่นคงในจวนนี้เท่านั้น พระชายาลงมือกับเจ้า
เช่นนี้ได้ ย่อมไม่ปล่อยคนเก่าแก่อย่างพวกเราเช่นกัน
ต่อไปเกรงว่าชีวิตของข้าคงจะไปต่อยากแล้ว เบื้องหลังข้าไม่มี
เจ้านายอะไร เพียงแค่ขอสถานที่ที่จะปักหลักเท่านั้น”
“เช่นนั้นแผนของเจ้าคืออะไร”
หรูเยียนวางของทุกอย่างในมือลง ตั้งใจเชิญแม่นมกุ้ยนั่งลง ปิด
ประตู แล้วถาม
“เป้าหมายของพวกเราคือพระชายา ขอเพียงพระชายาไม่อยู่ จวน
อ๋องนี้ก็จะเป็นโลกของแม่นาง พวกเราก็จะสามารถทำทุกอย่างได้
เหมือนเดิม อายุปูนนี้แล้ว หากไปข้างนอกก็ทำมาหากินอะไรไม่ได้
คิดเพียงแต่จะอยู่ที่จวนเซียวอ๋องนี้ไปจนตาย”
แม่นมกุ้ยมีท่าทีจริงใจ
นึกถึงความใจดำของหลิงอวี้จื้อ หรูเยียนก็ถูกกล่อมจนหวั่นไหว
แต่ไม่ได้พูดอะไรทันที เห็นหรูเยียนลังเล แม่นมกุ้ยก็รีบพูดต่อ
“แม่นาง พระชายารังแกกันขนาดนี้ เจ้าไม่สามารถปล่อยให้
เป็นไปตามนั้นได้ มิเช่นนั้นสี่ห้าปีมานี้เจ้ามิได้เสียแรงเปล่าหรอก
หรือ”
จากนั้นแม่นมกุ้ยก็บอกแผนการของนาง สุดท้ายหรูเยียนก็
รับปากจนได้ แม่นมกุ้ยออกไปอย่างพอใจ
แม่นมกุ้ยเพิ่งไป แววตาของหรูเยียนก็มืดมนลง ถึงแม้จะรู้ว่าแม่
นมกุ้ยโกหก เบื้องหลังต้องมีเจ้านายแน่นอน แต่นางก็ไม่อยากไป
จากจวนเซียวอ๋อง
ตอนนี้คนที่อยากไล่นางออกไปคือหลิงอวี้จื้อ หากนางไม่อยู่
เช่นนั้นก็จะไม่มีใครไล่นางออกไป นางไม่มีทางหักหลังเซียวเห
ยี่ยน และไม่มีทางหักหลังจวนเซียวอ๋อง นางแค่อยากอยู่ต่อไป
กลางคืน หรูเยียนถือกาน ้าชาน ้าผึ้งส้มโอมาให้ที่ห้องเซียวเหยี่ยน
กับหลิงอวี้จื้อ สองคนกำลังพูดคุยหัวเราะกัน หรูเยียนโค้งตัว แล้ว
เอาชาน ้าผึ้งมะนาววางบนโต๊ะ น ้าเสียงแฝงความน้อยเนื้อต ่าใจ
“นี่คือชาน ้าผึ้งส้มโอที่ท่านอ๋องให้บ่าวหมักเอาไว้ก่อนหน้านี้
วันนี้หมักได้ที่แล้ว จึงเอามาให้พระชายาลองชิม
ท้อแดงในจวนเอามาทำชานี้ได้ วันหลังพระชายาอยากกินก็
สามารถหาท้อแดงไปหมักได้เพคะ”
คำพูดของนางมีเจตนาให้เซียวเหยี่ยนถาม หลิงอวี้จื้อเข้าใจ
จุดประสงค์ของนาง ยิ้มให้หรูเยียนพูดว่า
“ไม่ได้ดื่มชานี้ตั้งนาน คิดถึงจริง ๆ”
“หรูเยียน หลายปีมานี้ลำบากเจ้าแล้ว ปีนี้เจ้าก็อายุไม่น้อย แต่ข้า
กลับสะเพร่า ควรจะปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระเสียที มิเช่นนั้นจะ
เสียเวลาเจ้าทั้งชีวิต ถึงเวลาอวี้จื้อจะโทษว่าข้าไม่รู้เรื่องรู้ราว ต่อไป
ต้องการอะไรก็บอกมาได้ตลอดเวลา พระชายาต้องจัดการอย่าง
เหมาะสมแน่นอน”
คำพูดประโยคเดียวดับความหวังภายในใจของหรูเยียนเสียสิ้น
เดิมทีนางหวังว่าเซียวเหยี่ยนจะถามนางมากกว่านี้สักสองสาม
ประโยค เอ่ยปากเก็บนางไว้ คิดไม่ถึงว่าเซียวเหยี่ยนจะสนับสนุน
การกระทำของหลิงอวี้จื้อ ผลลัพธ์เช่นนั้นทำให้ใจนางรู้สึกแย่อย่าง
ยิ่ง ราวกับมีคนเอาเข็มทิ่มกลางใจ เจ็บปวดเหลือเกิน
“บ่าวควรทำอยู่แล้วเพคะ ท่านอ๋องพูดเกินไปแล้ว”
หรูเยียนรับปากอย่างยากลำบาก ที่แท้ทุกอย่างก็เป็นเพียง
ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
หลิงอวี้จื้อลุกขึ้นเดินไปข้างโต๊ะ รินชาน ้าผึ้งส้มโอให้ตนเองหนึ่ง
ถ้วย หรูเยียนโค้งตัวให้ สีหน้าหมองหม่น
“บ่าวขอตัวเพคะ”
“ไปเถิด”
หลิงอวี้จื้อพยักหน้า
“อวี้จื้อ รินให้ข้าถ้วยหนึ่ง”
“ท่านไม่ใช่ไม่ชอบดื่มชานี้หรอกหรือ”
“ห้าปีมานี้ข้าฝึกดื่มชาน ้าผึ้งส้มโอจนเป็นนิสัยแล้ว”
หลิงอวี้จื้อพูดงอน ๆ
“คนโง่”
ปากพูดเช่นนี้ แต่มือก็ไม่ว่าง รินชาน ้าผึ้งส้มโอให้เซียวเหยี่ยน
หนึ่งถ้วยทันที