ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 785 ตอนพิเศษ : ประเมินสติปัญญาแม่ของเจ้าต ่าเกินไป แล้ว
- Home
- ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
- ตอนที่ 785 ตอนพิเศษ : ประเมินสติปัญญาแม่ของเจ้าต ่าเกินไป แล้ว
ตอนที่ 785 ตอนพิเศษ : ประเมินสติปัญญาแม่ของเจ้าต ่าเกินไป
แล้ว
ทางด้านของเซียวหนิงนางไม่รู้เลยว่ามู่หรงเซียงหนานได้มาเห็น
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทั้งหมดเสียแล้ว หลังจากที่นางเอ่ยลาหวังฉือ
ก็มุ่งหน้าตำหนักเจาหยางทันที
หลังจากมู่หรงเซียงหนานกลับถึงเรือนพัก ซึ่งจูจิ่นคอยเขาอยู่ที่
นั่นเป็นที่เรียบร้อย เมื่อนางเห็นเขากลับเข้ามาก็รีบออกมารับหน้า
ทันที
“เซียงหนาน เหตุใดเจ้าถึงได้กลับมารวดเร็วนักเล่า เจ้าเข้าวังมิใช่
หรือ? อีกสองวันพวกเราก็จะกลับเฉาโจวแล้ว เรื่องของเจ้ากับองค์
หญิงเป็นอย่างไรบ้าง?”
“เสด็จแม่ ลูกกับองค์หญิงเห็นทีว่าจะไร้ซึ่งวาสนาต่อกันเสีย
แล้ว”
จูจิ่นรับรู้ถึงความรู้สึกของบุตรชายมาโดยตลอด เมื่อได้ยิน
เช่นนั้นจึงซักไซ้ด้วยความแปลกใจว่า
“หมายความว่าอย่างไร? เจ้ากับองค์หญิงมิใช่รักใครชอบพอกันดี
หรอกหรือ? แล้วเหตุใดถึงได้กล่าวเช่นนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่
หรือไม่”
“ไม่มีเรื่องอะไรหรอกครับ เพียงแต่องค์ทรงมีคู่หมั้นแล้วนั่นเท่า
นั้นเอง”
มู่หรงเซียงหนานไม่ได้อธิบายอะไรมาก ทิ้งท้ายเอาไว้เพียงสอง
ประโยคก็กลับเข้าห้องของตนแล้วปิดประตูลงกลอนทันที
ส่วนจู่จิ่นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าจนต้องใช้มือกุม
ขมับเลยทีเดียว
‘เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่ ก่อนหน้านี้เด็กทั้งสองคนก็
ยังรักใคร่กันดีนี่นา’
จู่จิ่นรู้นิสัยของมู่หรงเซียงหนานดี เรื่องที่บุตรชายไม่ยินยอมที่จะ
เอ่ยปากก็จะไม่มีวันเอ่ยมันออกมาเป็นแน่ ดังนั้นถามไปก็เสียแรง
เปล่า
สองวันต่อจากนั้นมู่หรงเซียงหนานก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่
พบหน้าผู้ใด จนจู่จิ่นอดรนทนไม่ไหว ต้องเข้าวังไปหาหลิงอวี้จื้อ
เพียงแต่หลิงอวี้จื้อเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน เพราะเซียวหนิงบอกเพียง
ว่าไม่มีเรื่องอะไร
คืนนี้หลิงอวี้จื้อเรียกเซียวหนิงมายังตำหนักเจาหยางเสวยมื้อเย็น
ด้วยกัน เซียวหนิงมีท่าทีเหงาหงอยเศร้าสร้อยไม่สดใส กินอะไรไม่
ค่อยลง เอาแต่เหม่อลอยอยู่เป็นนานกว่าที่จะแตะตะเกียบสักที
“วันพรุ่งนี้น้าจูของเจ้าและเซียงหนานก็จะไปจากเมืองหลวงแล้ว
นะ”
หลิงอวี้จื้อเห็นท่าทางของเซียวหนิงแล้ว ก็เข้าใจอะไรบางอย่าง
ขึ้นมา นางรู้ได้ทันทีว่าเซียวหนิงมีเรื่องในใจ
“เพคะ”
เซียวหนิงตอบรับอย่างขอไปที เห็นท่าทางของเซียวหนิงเช่นนี้ห
ลิงอวี้จื้อก็ไม่มีระจิตกระใจที่จะกินข้าวอีกต่อไป นางวางตะเกียบลง
ทอดมองเซียวหนิงด้วยความเป็นห่วง และเอ่ยถามว่า
“หนิงเอ๋อร์ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“หา…ไม่มีอะไรสักหน่อยเพคะ”
“แม่ของเจ้ามิได้ตาบอดทั้งมิได้โง่เขลา มีเรื่องอะไรก็รีบว่ามา
อย่าเอาแต่เก็บเอาไว้ในใจ ไม่เช่นนั้นหัวใจของเจ้าจะต้องเจ็บปวด”
เซียวหนิงหยิบช้อนขึ้นมาก้มหน้าคนน ้าแกงในชามที่เบื้องหน้า
ไม่พูดจา
‘เรื่องนี้จะบอกให้เสด็จแม่รู้มิได้ ตัวนางเองแน่นอนว่าย่อมไม่
อยากให้เซียงหนานไปจากที่นี่อยู่แล้ว แต่ทางหวังฉือและเซียวอวี่ก
ลับยังไม่ส่งข่าวใดๆ มาเลย นางจึงไม่กล้ารั้งเซียงหนานเอาไว้ เพราะ
นางเกรงว่าเซียงหนานจะต้องมาเห็นนางขณะที่พิษกำเริบจนตาย’
“เจ้าทำให้ข้าร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว หนิงเอ๋อร์ มีเรื่องอะไรก็พูด
ออกมาเถอะลูก”
เซียวหนิงเงยหน้าขึ้น พยามยามเค้นยิ้มออกมา
“ลูกไม่เป็นไรจริงๆ เพคะ ลูกเพียงแต่รู้สึกว่าตนเองมิได้ชอบพอ
พี่เซียงหนานอะไรมากมาย เสด็จแม่ หม่อมฉันแต่งงานกับหวังฉือ
จะดีกว่า พี่เซียงหนานไปจากที่นี่ก็ดีเหมือนกัน หม่อมฉันรู้สึกมิกล้า
สู้หน้าเขาแล้ว”
“วาจาของเจ้าโกหกได้แต่น้องชายที่ยังเยาว์ของเจ้าสองคน
เท่านั้น คิดจะมาหลอกลวงแม่ เจ้าประเมินสติปัญญาแม่ของเจ้าต ่า
เกินไปแล้ว”
“เสด็จแม่ หม่อมฉันโตแล้วนะเพคะ เรื่องของหม่อมฉันขอให้
หม่อมเป็นผู้ตัดสินใจเองเถอะนะเพคะ”
“เจ้าย่อมสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้อยู่แล้ว แต่เจ้าไม่ควรที่
จะทำสีหน้าซักกะตายเช่นนี้อยู่ทุกวี่วัน นี่หาใช่การตัดสินใจเองไม่
นี่คือการทรมานตนเองต่างหาก ลูกเอ้ย หากว่าเจ้าไม่อยากพูด แม่ก็
จะไม่บังคับเจ้า เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เพราะฉะนั้นสามารถซุกซ่อน
ความลับเล็กน้อยเอาไว้ในใจได้ แต่เจ้าต้องจดจำเอาไว้อย่างหนึ่ง แม่
เป็นแม่ของเจ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่ก็จะคอยยืนเคียงข้างเจ้า
เสมอ หากว่าเจ้ายืดหยัดต่อไปไม่ไหว อย่าเก็บเอาไว้ในใจ แม่เป็น
ทุกข์นะลูก”
เซียวหนิงซาบซึ้งใจยิ่งนัก นางสูดหายใจเข้าให้ลึกที่สุดเอ่ยว่า
“เสด็จแม่ ขอบพระทัยเสด็จแม่เพคะ”
“เด็กโง่ กับแม่เจ้ายังต้องเอ่ยขอบคุณทำไมกันอีกเล่า? เจ้าต้องมี
ความสุข เข้าใจหรือเปล่า?”
เซียวหนิงยิ้มให้กับมารดา แต่รอยยิ้มในครั้งนี้มิได้เป็นการฝืนยิ้ม
แต่อย่างใด กลับเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง มีมารดาเช่นนี้ ทำ
ให้นางรู้สึกว่าตนเองโชคด