ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 112 ภรรยาลับชั่วคราว
ชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยเงยหน้าขึ้นมอง
นาง ผ้าห่มที่เขากองมันลงพื้นหลังจากที่สวมกางเกง
เสร็จ มีคราบหนืดเป็นด่างดวงเปื้อนอยู่ด้านบน เขากับ
นางหันไปมองบนเตียงพร้อมกัน ผ้าคลุมเตียงของนาง
เลอะคราบเดียวกันอยู่ประปรายและยังมีรอยหยดเลือด
เล็ก “คะ คงจะจริงแล้ว!”
เซียนเจียวเหม่ยหน้าซีดเผือด นางกับองครักษ์
หนุ่มผู้นี้ยังไม่แม้แต่ทำความรู้จักกันด้วยซ ้ากลับเข้าหอ
กันแล้ว หากอาจารย์รู้เข้านางมิต้องกระโดดแม่น ้าหนี
ความอับอายหรอกหรือ?
จูจิ้นติ้งเห็นนางเซถอยไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้
อย่างสิ้นเรี่ยวหมดแรงก็นึกสงสาร แต่หากนั่นมิใช่
ความผิดของเขาทั้งหมดนี่นา! เมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้
เขาต้องตามมาเฝ้านางที่นี่ทุกคืนเขาต้องรีบฉวยโอกาส
นี้กล่าวหานาง
“เมื่อคืนเป็นเจ้าที่วางยาข้า!”
นางเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความตกใจ “ทะ
ท่านต่างหากที่มาตามจับตาดูข้า ใช่หรือไม่?”
จูจิ้นติ้งระลึกได้ว่านางคือนักฆ่าฝีมือดี แต่การที่
นางยังตกใจกับเรื่องเมื่อคืนยังนับว่าเป็นสตรีปกติและ
เขาก็กลายเป็นผู้พรากพรหมจรรย์ของนางแล้ว “ข้า
เพียงแค่สงสัยในตัวเจ้า ยังมิได้ทำร้ายเจ้าสักหน่อย
แต่เจ้า…เจ้าร้ายกาจนัก วางยาเพื่อจะ ข่มเหงข้า เจ้าคง
สังเกตข้ามาตั้งนานแล้วใช่หรือไม่?”
ถ้อยคำของเขาเสียดแทงใจนางนัก เซียนเจียว
เหม่ยใบหน้าขึ้นสีราวผลแอปเปิ้ล “เจ้าพูดเหลวไหล?”
จูจิ้นติ้งเห็นอาการของนางก็รู้ว่าตนเองโยนหิน
ถามทางได้ถูกทิศจึงรีบลุกขึ้นยืนเข้ามาใกล้ “เจ้าคงไม่
ข่มเหงข้าแล้วคิดจะฆ่าปิดปากหรอกนะ”
“จะ เจ้ารู้”
“เมื่อคืนข้าเห็นสิ่งที่เจ้าทำทั้งหมดแล้ว แต่ข้าจะ
ไม่พูดออกไปเพราะยามนี้ข้าถูกเจ้ารังแก หากเจ้าเอา
เรื่องข้าไปฟ้องร้องข้าย่อมมีความผิดในฐานะองครักษ์
ที่ข่มเหงหญิงชาวบ้าน”
เซียนเจียวเหม่ยหน้าแดงแล้วก็เปลี่ยนเป็นดำ “ข้า
ต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหาย ข้าเป็นสตรีนะ จะกล้าเอา
เรื่องนี้ไปฟ้องได้อย่างไร?”
“วางยาข้าเจ้าก็ยังทำ เรื่องอื่นจะรู้ได้อย่างไรว่าจะ
ไม่กล้า?”
นางหยิบกระบี่มาถอดฝักออก “เช่นนั้นข้าควรจะ
ฆ่าเจ้าปิดปากเสียดีกว่า ขุดหลุมอีกสักหลุมจะเป็นไร
ไป?” เซียนเจียวเหม่ยพุ่งเข้าหาจูจิ้นติ้งอย่างมาดร้าย
เขาหมุนตัวกลับคว้ากระบี่มารับไว้อย่างรวดเร็ว
“เจ้าโหดร้ายนัก คิดจะฆ่าสามีตนเองเพื่อปิดปาก
หากข้ารอดไปได้ข้าจะป่าวประกาศไปทั่วเมืองว่าเจ้าข่ม
เหงให้ข้าเป็นสามีเจ้า”
“หุบปาก!” เซียนเจียวเหม่ยคิดแล้วยิ่งโมโหที่
ตนเองหยิบยาผิด ซ ้าเมื่อคืนยังให้ความร่วมมือกับเขา
บนเตียงอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่ตั้งหลาย
ครั้ง!
เสียงกระบี่กระทบกันอยู่ครู่ จูจินติ้งเห็นนางโมโห
จึงคิดจะยั่วให้นางเสียสมาธิ
“เมื่อคืนเจ้ายังร้องเรียกข้าว่าท่านพี่อยู่เลย ไยเช้า
มาจึงคิดฆ่าท่านพี่ของเจ้าเสียแล้ว” เขาร้องยั่วเมื่อ
กระโดดออกไปจากห้องได้ ใบหน้างดงามของนางแดง
ก ่าทั้งอายทั้งโกรธที่เขาพูดถึงเรื่องเมื่อคืน “เรามาตก
ลงกันดีๆ จะดีกว่า หากเจ้าฆ่าข้าแล้วเกิดเจ้าตั้งครรภ์
ขึ้นมาจะตอบลูกว่าอย่างไร? เจ้าเป็นแม่ที่ฆ่าพ่อของลูก
เช่นนั้นหรือ?” นักฆ่าสาวชะงัก จริงสิ! นางลืมคิดเรื่องนี้
ไป เมื่อคืนนางกับเขาทำถึงขั้นนั้นกันแล้ว หากยามนี้
ในท้องของนางมีลูกของเขาจะทำเช่นใด?
“เจ้าอย่ากล่าวเหลวไหล!”
“ข้าพูดถึงสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นต่อไปต่างหาก เจ้าจะ
วางกระบี่แล้วมาตกลงกับข้าดีๆ ได้หรือยัง? ไหนๆ เรื่อง
มันก็เกิดขึ้นแล้ว เจ้าคิดจะฆ่าข้าไปก็ไร้ประโยชน์ อย่าง
มากก็แค่มีศพให้เจ้าฝังเพิ่มอีกศพ แต่ลูกของเจ้าต้อง
กลายเป็นเด็กกำพร้านะ” ใบหน้าและน ้าเสียงของเขาดู
จริงใจยิ่ง นางเองก็ลอบมองเขามาตลอดจะกล้าฆ่าเขา
จริงๆ ได้อย่างไร? ก็แค่อยากระบายความโกรธตัวเอง
ออกไปบ้างเท่านั้น! นางลดกระบี่ลงเดินกลับไปในห้อง
โถงเล็ก ปึง! กระแทกกระบี่ลงบนโต๊ะ
องครักษ์จูเห็นนางสงบสติอารมณ์ได้แล้วก็เก็บ
กระบี่แล้วเดินตามนางกลับเข้าไปในเรือน “เรื่องส่วนตัว
ของเจ้า เจ้าคิดจะบอกข้าหรือไม่?”
“ยามนี้ข้ายังบอกไม่ได้!” นางสะบัดหน้าไปอีก
ทาง
“เช่นนั้นเราคุยกันเฉพาะเรื่องระหว่างเจ้ากับข้า”
เขาสบตานางด้วยสายตาอ่อนโยน “ที่ข้าบอกเจ้าเมื่อ
คืนล้วนเป็นความจริง ข้าชอบเจ้า ข้าแอบมองเจ้ามา
ตลอด ที่เจ้ารังแกข้าเมื่อคืนนี้ข้าเองก็เต็มใจ” นางก้ม
หน้าเอียงอายเมื่อเขาสารภาพออกมา “เจ้าเองก็เต็มใจ
ใช่หรือไม่?”
ใบหน้าของนางซับสีระเรื่อก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
จูจิ้นติ้งยิ้มกว้าง ขยับเข้าไปนั่งใกล้ กุมมือนางไว้ “ข้า
จะรับผิดชอบเจ้า แต่งเจ้าเป็นภรรยา เจ้ายินดีหรือไม่?”
นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “ข้าเต็มใจ เพียงแต่
เรื่องนี้ยังให้คนอื่นรู้ไม่ได้เพราะข้ายังมีภารกิจต้องทำ
ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน” เมื่อเห็นนางตกลงยอมเป็น
ภรรยา จูจิ้นติ้งจึงโอบร่างนางเข้ามาแนบชิด เซียนเจียว
เหม่ยยินยอมโอนอ่อนผ่อนตามเมื่อเห็นว่าเขาแสดง
ความจริงใจกับนาง
“เจ้ามาเพื่อฆ่าผู้ใด?” องครักษ์จูใจหาย
“ข้าเพื่อคุ้มภัยต่างหากเล่า?”
“คุ้มภัยหรือ?”
“ยามนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ ขอให้ข้าทำงานสำเร็จ
ก่อนเถิด”
“เรื่องของเราก็ต้องปิดไว้ก่อนด้วยหรือ?”
“ข้าขอเวลาหน่อยได้หรือไม่?”
“ได้! เพียงแต่เจ้าต้องอนุญาตให้ข้ามาหาเจ้า”
องครักษ์หนุ่มจูบตรงขมับของนางทีหนึ่ง “หากเจ้า
ไม่ให้ข้ามา ข้าคงคิดถึงเจ้าจนนอนไม่หลับแน่”
เซียนเจียวเหม่ยซบหน้าลงกับซอกคอเขา นางไม่
เอ่ยอะไรก็เท่ากับเป็นการยอมรับ ในเมื่อนางเองก็ชอบ
เขาก็ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ ทว่าเมื่อคิดถึงเรื่องหนึ่ง
ขึ้นมาได้นางผงกศีรษะขึ้นถาม “ท่านยังไม่มีภรรยาและ
บุตรใช่หรือไม่?”
“เจ้าหึงหรือ?” จูจิ้นติ้งอมยิ้ม “ข้ามีแต่เจ้าผู้เดียว
เท่านั้น มิเคยร่วมเตียงกับหญิงอื่นใด?” เขาเองก็พอรู้
ว่าเรื่องบนเตียงเมื่อคืนนั้นยังเงอะงะนัก แม้จะพอรู้
ขั้นตอนและวิธีการอย่างว่าตามประสาผู้ชายที่มักจะ
แอบศึกษาไว้ แต่เพราะไม่เคยทำจึงเผลอทำให้นางเจ็บ
“เมื่อคืนเจ้าเจ็บมากหรือไม่?”
เซียนเจียวเหม่ยขัดเขินที่เขาเอ่ยถึง เมื่อคืนนาง
บอกเขาว่านางเจ็บ เขาจึงค่อยระมัดระวังและครั้งหลังๆ
ความเจ็บนั้นก็ค่อยๆ น้อยลงไป “อืม…”
“ต่อไปข้าจะทนุถนอมเจ้า” สองหนุ่มสาวสบตา
กันด้วยใบหน้าซับสีเลือด
“วันนี้เจ้าไม่ได้ออกไปขายแป้งทอดสินะ”
“ใช่! เพราะหลิ่งจีไม่อยู่ข้าไม่มีคนช่วยจึงไม่ได้
เตรียมแป้งไปขาย แต่ก็พอเหลือทอดให้ท่านกินอยู่
บ้าง”