ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 114 ฝ่าบาทแสดงฝีมือ
บุรุษชุดดำจำนวนมากวิ่งซิกแซกไปตามพุ่มไม้ขึ้น
ไปซุ่มรอบนเนินเขาทั้งสองข้าง ในขณะที่ขบวนเสด็จที่
นำโดยทหารเดินเท้าและเหล่าทหารม้ากำลังเคลื่อนนำ
รถม้าคันใหญ่ เมื่อรถม้าเคลื่อนไปถึงจุดกึ่งกลาง
ระหว่างเนินทั้งสอง พลุสัญญาณก็ถูก จุดขึ้น เงาดำ
ของคนจำนวนมากปรากฏขึ้นทั้งสองฝั่ง
“ฆ่าให้หมด!” เสียงตะโกนดังลั่นออกจากพุ่มไม้
ชายชุดดำกรูออกมาพร้อมกัน
“ตั้งรับ! อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!” หู่
ซิ่นสือเห็นสัญญาณที่ถูกจุดบนท้องฟ้าจึงออกคำสั่ง
ในทันที เหล่าทหารและองครักษ์ในขบวนเตรียมอาวุธ
ครบมือ ท่านอ๋องเก้าและพราชายาแต่งกายในชุดจอม
ยุทธ์ที่ซื้อมาจากโรงเตี๊ยมยุทธภพคว้ากระบี่กระโจน
ออกมาจากรถม้า นักฆ่าสำนักมืออสูรนัยน์ตาสีดำสนิท
พุ่งเข้ามาอย่างไม่ลดละ
“นักฆ่าระดับสองเพคะ” พราชายาหันไปทูลท่าน
อ๋อง “เห็นทีพวกเขายังดูถูกฝีมือพวกเราอยู่” นาง
กระโจนออกไปขวางหน้าสวามีรับกระบี่นักฆ่าที่พุ่งเข้า
มาด้านหน้าแล้วเสียบร่างพวกเขาสิ้นชีพไปสองราย
ฮ่องเต้สังเกตเห็นเงาวูบวาบของเหล่าองครักษ์เงา
อยู่รายล้อม จึงโบกพระหัตถ์ส่งสัญญาณมิให้พวกเขา
เข้ามาใกล้ พระองค์ถอดฝักกระบี่ออกเตรียมตัว “น้อง
หญิง ให้ข้าแสดงฝีมือบ้าง เจ้าจะได้รู้ว่าวิชาที่เจ้าสอน
ข้าได้ผลดีหรือไม่?”
หมิงเฟยหลงดึงข้อมือหงซือซือให้หลบออกไปยืน
ข้างหลัง เขากระโจนเข้าแทนตำแหน่งของนาง กระบี่
คมปลาบกวัดแกว่งหนักแน่นแม่นยำ ไม่ถึงสองเพลงก็
ปาดคอนักฆ่าไปถึงสามคน หงซือซือยืนมองด้วยความ
ประหลาดใจ ตอนที่นางสอนกระบี่ให้เขา สามีช่างดู
ปวกเปียกจนนางเป็นห่วง แต่การต่อสู้ตรงหน้ากลับ
เป็นคนละอย่างกับที่นางคาดการณ์ไว้ ฮ่องเต้หมิงเฟย
หลงแท้จริงคงเป็นปีศาจนักรบ สีหน้าและแววตาของ
เขาไม่เหลือท่าทางของคนที่คอยชี้นิ้วสั่งผู้อื่น หากแต่
เป็นขุนศึกผู้เจนสนามรบ ทุกวันคืนดื่มกินเลือดของ
ศัตรู นักฆ่าที่หลุดเข้าวงล้อมด้านในนับสิบคนถูกแทง
ในจุดตายจนร่วงระนาว หงซือซือยืนมองความองอาจ
ของสามีด้วยความรู้สึกราวกับได้พบเทพเซียน
‘ที่แท้ เขาก็เป็นคนโฉดแห่งแคว้นหมิงอย่างที่ร ่า
ลือกัน ทั้งการวางแผนชิงบัลลังก์ ทั้งวิทยายุทธ์ล้วนแต่
โหดเหี้ยมเด็ดขาด ตำแหน่งฮ่องเต้ช่างคู่ควรกับพี่สาม
อยางแท้จริง’
“หลุดเข้ามาอีกแล้ว! สกัดให้แยกออกเป็นสอง
กลุ่ม” องครักษ์หู่ที่ยืนต้านอยู่ด้านในมองเห็นนักฆ่าถา
โถมเข้ามาอีก หงซือซือที่ยืนมองดูฮ่องเต้กำลังต่อสู้กับ
คนร้ายหันไปมอง
“คราวนี้น่าจะหมดแล้ว!”
เมื่อเห็นว่านักฆ่าน่าจะกรูออกจากป่าละเมาะ
หมดแล้ว นางจึงหยิบพลุสัญญาณขึ้นมาจุดบ้าง คราว
แรกเป็นพลุสัญญาณที่เหล่านักฆ่าระดมพล คราวนี้เป็น
ทีของนางระดมคนบ้าง
หงซือซือมองดูการต่อสู้ตรงหน้า ทหารและ
องครักษ์ที่ติดตามมาแม้จะมีจำนวนมากแต่กลับเริ่มสูสี
กับจำนวนนักฆ่า ระลอกสองแล้วพวกมันเตรียมคนมา
ไม่น้อยจริงๆ “ซิ่นสือ ระวังด้วยนักฆ่ากลุ่มหลังเป็นพวก
ตาแดงแล้ว” กลุ่มเพียงเป็นเพียงนักฆ่าระดับสอง แต่
กลุ่มหลังที่โผล่มากลับเป็นนักฆ่าระดับสามซึ่งเป็นขั้น
สูงสุดที่มีพลังฝีมือน่ากลัว
ไม่นานนักนักฆ่าดวงตาสีแดงหลายคนก็พุ่งมาถึง
ตัวหมิงเฟยหลง หงซือซือจุดพลุสัญญาณทันที แล้ว
กระโจนเข้าไปช่วยพี่สามของนาง “ท่านคงเดียวคงไม่
ไหวแล้วล่ะ ท่านอ๋องเก้า”
พลุสัญญาณที่นางจุด เรียกให้คนของสำนักคุ้ม
ภัยหงส์ไฟที่มีแต่ยอดฝีมือโผล่ออกมา พวกเขารู้
เป้าหมายอยู่แล้วจึงตรงเข้ามาจัดการอย่างไม่ลังเล
นักฆ่านัยน์ตาแดง! มองมาที่เป้าหมายเดียวคือ
ท่านอ๋องเก้า
ในขณะที่พวกมันพยายามตะลุยเข้ามาวงใน จอม
ยุทธ์ของสำนักคุ้มภัยก็พร้อมใจกันโจนเข้ามาสกัดกั้น
องครักษ์เงาล้อมรอบท่านอ๋องเก้าไว้ส่วนหนึ่ง และอีก
ส่วนก็เข้าพิทักษ์พราชายาหานซู่ลี่
“ซิ่นสือ ปล่อยคนสำนักหงส์ไฟเข้ามาวงใน” ท่าน
อ๋องเก้าร้องสั่ง นักฆ่าระดับสองที่มีนัยน์ตาสีแดงถูก
เก็บกวาดไปกว่าครึ่ง ต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บล้มตาย
องครักษ์เสื้อแพรที่ติดตามมาบาดเจ็บไปหลายคน เมื่อ
เจอกับนักฆ่าตาสีแดงหู่ซิ่นสือจึงได้รู้ว่าครั้งนี้ฝีมือของ
พวกมันพัฒนามากกว่าคราวก่อน
“รับมือให้ได้นะ พะยะค่ะ!”
ท่านอ๋องเก้าตวัดกระบี่ไปหน้าและม้วนแทงเข้า
ด้านหลัง นักฆ่าระดับสูงสุดของสำนักมืออสูรถอย
ออกไปตั้งรับได้ทัน พวกมันล้วนเยี่ยมยุทธ์ ชายหนุ่ม
นึกสงสัยมาตลอดว่าบางทีคนพวกนี้อาจจะถูกบังคับ
ให้กินยาบางอย่าง
จอมยุทธ์ที่ว่าเป็นยอดในสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟยัง
ต้องช่วยกันถึงสามต่อหนึ่งจึงจะจัดการกับนักฆ่าระดับ
สามได้
“ท่านอ๋องเก้า ถอยออกมาทางนี้เพคะ”
เสียงร้องเรียกของภรรยาทำให้เขากระโจนออกมา
หานาง จังหวะนั้นนักฆ่าอีกสามคนกำลังหันมาเจอนาง
พอดี ด้วยความเป็นห่วงเขาจึงรีบสอดกระบี่เข้ารับแทน
นาง จังหวะที่จะหมุนตัว นักฆ่าอีกสองคนก็พุ่งมาอีก
เพราะมัวแต่ป้องกันด้านหน้า ด้านหลังก็ถาโถมเข้ามา
อีก เขาจึงรู้ว่าคงจะตวัดกระบี่กลับไปไม่ทัน จึงหมุนตัว
เพื่อผลักนางออกแล้วเอาตัวเข้าไปขวางแทน หงซือซือ
ที่เห็นจังหวะนั่นแล้ว เพียงแต่นางเพิ่งเสียบกระบี่ลงไป
ในร่างนักฆ่าระดับสองที่ร่วงลงไปกองพื้นเป็นคน
สุดท้ายไม่อาจถอนกระบี่ได้ทัน
“เฮือก!” เสียงหายใจแรงของท่านอ๋องเก้าทำเอา
นางตกใจสุดขีด
“ท่านพี่!” นางดึงสาบเสื้อเขาให้ล้มตัวลงหลบวิถี
ดาบที่ศัตรูฟันลงมา หู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งที่เห็นนายของ
ตนเพลี้ยงพล ้า ตรงเข้าไปเสียบกระบี่ใส่นักฆ่าที่ฟันเข้า
ด้านหลังของท่านอ๋อง เมื่อร่างนั้นผล็อยล้มไปแล้ว
องครักษ์ทั้งสองรีบก้มประคองสองสามีภรรยา
“เป็นอย่างไรบ้างพะยะค่ะ?”
ท่านอ๋องเก้าหันหลังให้พราชายาดู “ชุดจอมยุทธ์
ดีสมคำรับรองจริงๆ เพคะ ขนาดดาบของสำนักมืออสูร
ยังฟันแทบไม่ขาด” นางลูบเนื้อผ้าที่เหนียวทนทาน
พลางพยักหน้า ช่วงกลางขาดเล็กน้อยแต่ส่วนปลาย
สองข้างของรอยฟันเส้นใยถ่างออกเล็กน้อย
องครักษ์หู่กับองครักษ์จูถอนหายใจด้วยความโล่
งอก ‘หากปล่อยให้ฝ่าบาททรงมีบาดแผล เกรงว่าหัว
ของเราสองคนคงไม่พอแล้ว’
องครักษ์เสื้อแพร องครักษ์เงา และจอมยุทธ์แห่ง
สำนักคุ้มภัยหงส์ไฟร่วมกันพิชิตนักฆ่าทั้งหมดได้ แม้
จะพยายามจับเป็นให้ได้แต่นักฆ่าพวกนั้นก็จะหาทาง
ฆ่าตัวตายจนสำเร็จ ท่านอ๋องเก้าและพราชายาเดิน
ตรวจตราซากศพของเหล่านักฆ่า
“หานักชันสูตรที่เก่งที่สุดมาตรวจศพของพวกเขา
ค้นหาสาเหตุที่พวกเขาตาเป็นสีแดงให้เจอ อ้อ! อีก
อย่างออกมาจากวังครั้งนี้ ข้าอยากจะกำจัดสำนักมือ
อสูรให้สิ้นซากด้วยตัวเอง!”