ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 12 ห้องเจ้าอยู่ไหน?
เมื่อนักเล่านิทานลงจากเวทีไปแล้ว คนทั้ง
โรงเตี๊ยมยังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ว่าผู้ใดคือนัก
แปลงโฉมที่ถูกกล่าวถึง หงซือซือตามนักเล่านิรนามผู้
นั้นไปเมื่อเดินถึงตัวในระยะปราชิดนางจึงผงะเมื่อเห็น
รอยแผลเป็นขีดเล็กๆ หลังใบหู “ท่านอาเจียงข้าคิด
แล้วเทียวว่าต้องเป็นท่าน นี่คงกลัวว่าคนทั้งยุทธภพจะ
ไม่รู้ล่ะสินะว่ายังมีเซียนพันหน้าอย่างท่านอีกคน”
ชายชราหันกลับมา “ฮ่าๆ ไม่คิดว่าเจ้าจะจับข้าได้
เร็วเช่นนี้ แต่ยามนี้ข้าคงอยู่ต่อไม่ได้แล้ว เพราะต้องเร่ง
มือเดินทางไปแคว้นผิงอีก”
“ท่านรับงานไว้อีกหรือ?”
“ไม่เชิง ท่านพ่อเจ้าแค่ต้องการให้ข้าช่วยไปดู
ลาดเลาที่เมืองผิง”
“เช่นนั้นข้าไม่รั้งท่านแล้ว กล่าวลากันยามนี้เลย”
นางยกสองมือขึ้นประสานคารวะแด่เจียงเผิงเผิง ฝ่าย
นั้นไม่ผงกศีรษะรับแล้วกระโจนลงเรือที่มีนั่งรอใน
ตำแหน่งฝีพายอยู่แล้ว
จอมยุทธ์หงหันหลังกลับ ในห้องโถงโรงเตี๊ยม
ยุทธภพมีจอมยุทธ์มากมายเอาสินค้าที่ตนหอบหิ้วมา
ด้วยออกมาเรียงรายบนโต๊ะเพื่อวางจำหน่าย ของส่วน
ใหญ่ล้วนเป็นของหายากและเจ้าตัวพึงพอใจที่จะนำมา
ขายให้กับเพื่อนๆ จอมยุทธ์ด้วยกันเท่านั้น
“ข้าอยากได้มีดพับ เราลองไปหาดูกันหน่อยเถิด
เคยเห็นนักฆ่าสำนักมืออสูร ผู้หนึ่ง ควักออกมาใช้”
พราชายาหานซู่ลี่เดินมาปราชิดสหาย
“หากเจอเราก็ซื้อคนละอัน เดี๋ยวข้าจะจ่ายเงิน
เอง”
“ขอบใจ ท่านเจ้าสำนัก” หานซู่ลี่ที่เป็นนินจา
รับจ้างในสังกัดของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟ หลังจากพระ
สวามีรู้แล้วว่านางเป็นนินจาและกำลังตั้งครรภ์จึงสั่ง
ห้ามมิให้นางรับงานอีก แต่ว่าหากมีเหตุเหลือบ่ากว่า
แรงหงซือซือก็ยังหวังจะให้เพื่อนรักมาช่วยนางอยู่ดี
เพราะผู้ที่จะมีฝีเท้าเบาดุจขนนก เร้นกายได้อย่างหมด
จดพี่เพียงนินจาผู้นี้เท่านั้น
กว่าสตรีทั้งสองจะชมสินค้าที่มีผู้นำเอามาวาง
จำหน่ายได้จนหมดทุกเจ้าก็เป็นยามตะวันจะลับขอบ
ฟ้า ท่านอ๋องเก้ากับคุณชายสามที่ตระเวณพูดคุยกับ
จอมยุทธ์รอบๆ โรงเตี๊ยมเพื่อหาข่าวเริ่มรู้สึกหิวจึงเดิน
กลับมาตามหาพราชายากับจอมยุทธ์หง
“น้องหญิงเจ้าได้อะไรมาบ้าง?” อ๋องเก้าเดินเข้า
ไปใกล้ภรรยาเห็นนางกำลังลูบคลำห่อผ้าเล็กๆ ในมือ
อย่างมีความสุข
“ความลับเจ้าคะท่านพี่ ข้าตามหาของสิ่งนี้มานาน
แล้ว นับว่ามีวาสนาที่มาเจอที่นี่” นางเก็บห่อผ้านั้นเข้า
ไปไว้ในสาบเสื้อ “ท่านพี่คงหิวแล้วล่ะสิเจ้าคะ”
“ใช่! หิวจนกินเจ้าได้ทั้งตัวเชียว” เขาเอียงคอมา
พูดข้างหูภรรยา ดวงตาวับวาวนั้นคล้ายหมายถึงเรื่อง
อาหาร
“คืนนี้คืนสุดท้ายที่เราจะพักที่นี่แล้วนะเจ้าคะ”
นางช้อนตาขึ้นมองสามีด้วยนัยเดียวกัน “ท่านพี่ไม่คิด
จะพักผ่อนใช่หรือไม่?”
“หากมีเจ้า ก็ไม่รู้ว่าจะได้พักเต็มที่ไหม?” อ๋องเก้า
อมยิ้มน้อยๆ ทำเอาคุณชายสามที่เดินนำหน้าไปไม่
ไกลได้ยินประโยคหยอกเอินระหว่างสามีภรรยาถึงกับ
แกล้งไอ
“แค่กๆ พวกเจ้าเบาๆ หน่อย เห็นใจคนโสดบ้าง”
“ท่านน่ะรึ?” สองสามีภรรยาอุทานออกมาพร้อม
กัน
“เฮ้อ! หากท่านโสดทั้งห้าแคว้นคงจะไร้คู่เสีย
แล้ว” น้องสะใภ้ที่ไม่กลัวฟ้าสูงแผ่นดินต ่าเอ่ยเย้า
หงซือซือนั่งลงก่อนใครนางกวักมือเรียกเสี่ยว
เอ้อมาสั่งอาหาร “เอาผัดผักรวม แพะตุ๋นน ้าแดง” นาง
หันไปมองเพื่อนร่วมโต๊ะ “พวกท่านสั่งเอาเองเถิดข้าได้
ของที่ชอบแล้ว” คุณชายสามอมยิ้มหันไปยื่นแผ่น
รายการอาหารให้น้องสะใภ้ หานซู่ลี่สั่งอาหารอีกสาม
รายการที่สวามีนางชอบ
“น้องสะใภ้เจ้าสั่งอาหารที่พี่สามีชอบบ้าง อย่ามัว
เอาใจแต่เจ้าเก้า”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านชอบสิ่งใดเล่า?”
“ไม่เป็นไร ข้ากินแพะตุ๋นน ้าแดงกับน้องหงก็ได้
แค่นี้อาหารก็เต็มโต๊ะแล้ว ประเดี๋ยวกินไม่หมดเสียดาย
แย่” หานซู่ลี่กับหงซือซือหันไปมองฮ่องเต้อย่างแปลก
ใจ มิใช่อาหารบนโต๊ะเสวยของฮ่องเต้แต่ละมื้อมีนับ
ร้อยอย่างหรือ? เหตุใดจึงกล้าเอ่ย คำว่าเสียดายอาหาร
ออกมาได้?
“คืนนี้มีจอมยุทธ์ผู้งดงามจะมารำกระบี่ให้พวกเรา
ชมเป็นขวัญตาถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศ ปกติได้ดูแต่
สาวงามร่ายร ่าข้าเองก็เบื่อเต็มทีแล้ว” ฮ่องเต้หัวเราะ
ร่วน หงซือซือมองเขาด้วยสายตาฉงน นางคิดว่า
ฮ่องเต้ผู้นี้ชายานับร้อยสนมนับพันน่าจะสำเริงสำราญ
กับโฉมงามที่รุมล้อมอย่างระเริงใจ เขาหันมาเห็น
สายตากังขา “น้องหงเจ้าไม่เชื่อข้าหรือ? นี่ข้าพูดจริง
นะ การมีสาวงามรุมล้อมบางทีมิใช่โชคดีเสมอไป
อาจจะเป็นเคราะห์ร้ายได้ด้วย”
“สำหรับข้ามีน้องหญิงเพียงผู้เดียวก็พอแล้ว”
ท่านอ๋องเก้าหันไปโอบไหล่ยิ้มกว้างให้ภรรยา หานซู่ลี่
หันมายิ้มหวานตอบสามี ทาบมือบนหลังมือที่เขาอีก
ข้าง “แค่นางคนเดียวข้าก็รับมือจะไม่ไหวแล้ว ขืนมี
เยอะเหมือนพี่สามเห็นทีคงปวดหัวแย่”
คุณชายสามถลึงตาให้น้องชาย “ไม่ต้องมาแขวะ
ข้า ข้าอยากจะมีเยอะๆ แบบนั้นที่ไหนกันเล่า? บางทีก็
จำใจต้องรับมาต่างหาก”
“ท่านรับมาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้เองก็ได้นี่?
แจกจ่ายให้น้องๆ คนอื่นๆ ที่ยังไร้คู่บ้างก็ได้” ท่านอ๋อง
เก้าปรายตาดูพี่ชาย นึกถึงตอนที่ฮ่องเต้รับองค์หญิง
หานซู่ลี่จากแคว้นเว่ยเอาไว้ แต่เพราะโดนนาง
หลอกลวงจึงมายัดเยียดให้กับน้องชาย
“อืม….เจ้าพูดเช่นนี้ คราวหน้าข้ารับเพียงฮองเฮา
ไว้ผู้เดียวเท่านั้น นางมีผู้ส่งนางสนมมาเพิ่มอีกข้าจะ
ส่งไปให้น้องชายที่เหลือแน่นอน” ฮ่องเต้เคยเจ็บใจที่
ตนถูกโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินอย่างองค์หญิง
หานซู่ลี่แอบกินยาให้ตัวอ้วนใหญ่จนพระองค์ไม่กล้ารับ
ไว้เป็นพระสนม ต้องพลาดส่งคนงามไปให้กับท่านอ๋อง
เก้า แต่ก็อดยินดีด้วยไม่ได้ที่ได้เห็นทั้งคู่รักใคร่
ปรองดองอยู่กันอย่างมีความสุข “น้องหง แล้วเจ้ามี
สตรีในดวงใจหรือยัง?”
หงซือซือสะดุ้งคุยกันเรื่องเหล่าสตรีวังหลังอยู่ดีๆ
เหตุใดจึงวกมาที่นางได้จอมยุทธ์หงรีบส่ายหน้า “ข้า
ยังไม่มี”
“ดีแล้ว! ให้ข้าแนะนำสตรีดีๆ ให้กับเจ้าดีหรือไม่?”
ฮ่องเต้หมายมั่นปั่นมือว่าวันข้างหน้าจะเลือกภรรยาให้
น้องรักคนนี้ด้วยตนเอง พร้อมจัดสมรสพระราชทานให้
เสียด้วยเพื่อแสดงความจริงใจ น้องหงคงจะซาบซึ้งใจ
ในมิตรภาพของเขาเป็นแน่
“มะ ไม่ต้องก็ได้ขอรับ ข้าคิดว่าปล่อยให้เป็นเรื่อง
ของโชคชะตาวาสนาเถิด”
“ฮ่าๆ ไม่ได้ๆ ข้าอยากเป็นผู้เฒ่าจันทราให้เจ้ายิ่ง
นัก แต่ก่อนอื่นเราจะจากกันพรุ่งนี้แล้ว คืนนี้เจ้าดื่มกับ
ข้าอีกสักหน่อยถือเป็นการอำลาดีหรือไม่?”
“ข้าว่าไม่ต้องดีกว่านะพี่สาม ประเดี๋ยวท่านเผลอ
ดื่มมาก พรุ่งนี้จะลำบาก”
“เอาน่า! ข้าจะดื่มแค่ไหเดียวพอให้นอนหลับ
สบาย” คุณชายสามเกรงว่านางจะปฏิเสธรีบขยับเก้าอี้
มาใกล้ “ข้าไปนั่งดื่มที่ห้องพักเจ้าก็ได้ ว่าแต่ห้องใหม่
ของเจ้าอยู่ตรงไหนล่ะ?”
“อะ เอ่อ! ข้าว่าคืนนี้พวกเราแยกย้ายกันพักผ่อน
จะดีกว่า”