ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 131 อาวุธลับของจูจิ้นติ้ง
“ถ้าต้นหยกหิมะที่ท่านว่าแทบจะไม่มีคนรู้จัก ข้าก็
ต้องตรวจสอบว่าผู้ใดเคยเกี่ยวข้องกับคนในหมู่บ้านนี้
บ้าง?” หมิงเฟยหลงหันไปหาหู่ซิ่นสือ “เจ้าไป
ตรวจสอบในทางลับว่ามีผู้ใดในตำหนักฟาหยาง
ตำหนักเหอผิง และตำหนักห่าวซินที่เกี่ยวพันกับคนใน
หมู่บ้านนี้บ้าง?”
“พะยะค่ะ” หู่ซิ่นสือรีบออกไปสั่งการ ในฐานะที่
เขาเป็นหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรซึ่งเป็นหน่วยงานส่วน
พระองค์ล้วนแต่ทำงานลับทั้งสิ้น เรื่องนี้ไม่อาจจะให้
เหล่าองครักษ์วังหลวงทั่วไปได้รู้ด้วย จะว่าไปเขาเองก็
ต้องคอยระวังหัวหน้าองครักษ์วังหลวงอย่างเหม่ยห้าว
ที่เป็นพี่ชายของพระสนมเหม่ยแห่งตำหนักห่าวซินอยู่
เช่นนั้น คนผู้นั้นดูมีลับลมคมในอยู่หลายอย่าง
สัญชาตญาณของเขาเตือนว่าให้ระวัง!
องครักษ์หู่มีคนของตนเองที่แทรกซึมอยู่หลาย
หน่วยงานในราชสำนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมตุลาการ
และกรมมหาดไทยเพราะใช้เป็นแหล่งตรวจสอบ
ทะเบียนราษฎร์และคดีความทั่วแคว้น ในยามที่เขาเพิ่ง
จะเข้ามารับใช้ฮ่องเต้ พระองค์ทรงวางแผนเรื่องคนไว้
แทบทุกกรมโดยมิได้แพร่งพรายให้ผู้ใดรู้ หูซิ่นสือจำได้
ว่าตนเองตื่นตระหนกเพียงใดที่พระองค์ทรงให้เขา
สาบานต่อฟ้าดินว่าจะซื่อสัตย์ด้วยชีวิต ก่อนจะเปิดเผย
คนที่พระองค์ซ่อนเอาไว้ในบางกรมให้เขาได้รับรู้ เมื่อ
ฮ่องเต้สั่งการให้สืบ หู่ซิ่นสือจะออกไปยังเรือนลับในวัง
หลวง บ้านน้อยท้ายซอยที่แทบจะไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า
นั่นคือกองบัญชาการลับของผู้ครองแคว้น
“ท่านหมอเกา ข้าขอบคุณที่ท่านยอมเข้ามาช่วย
ครั้งนี้ข้าต้องการจะจัดการกับคนที่ฆ่าลูกชายและ
ตงเฟยให้สิ้น รบกวนท่านช่วยพักอยู่ในวังหลวงสัก
หลายวันเพื่อช่วยข้าตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยเถิด”
“ฝ่าบาทก็นับเป็นคนกันเองกับหม่อมฉัน อย่าได้
กังวลพระทัย”
ฮ่องเต้ทรงหันไปทางจูจิ้นติ้งให้เขานำท่านหมอ
เกาไปยังที่พักและจัดองครักษ์ดูแลความปลอดภัยให้
นางอย่างเข้มงวด เมื่อนางออกจากตำหนักเป่าฉี เติ้ง
เฉินฟู่ที่อยู่ด้านหน้ายิ้มกว้างขอให้จูจิ้นติ้งมอบหน้าที่นี้
ให้เขา
“ข้าอาสาเอง เจ้ากลับไปพักเถิด พรุ่งนี้เป็น
วันหยุดเจ้ามิใช่หรือ?”
จูจิ้นติ้งได้ยินก็ยินดีนัก เขาอยากรีบกลับไปนอน
เพื่อตื่นแต่เช้าออกจากวังไปหาภรรยา ยามนี้นางมา
เป็นผู้ดูแลร้านขนมเปิดใหม่ของคุณชายจิน หนุ่มน้อย
หนุ่มใหญ่ล้วนมาเฝ้านางกันถ้วนหน้า แม้นางจะแต่ง
กายและทำผมแบบสตรีที่แต่งงานแล้ว แต่บุรุษเหล่านั้น
เมื่อได้ยินว่าสามีของนางทำงานนอกเมืองนานๆ มา
ครั้งก็ย่ามใจมาเฝ้ารอนางเช้าเย็น แต่ละคนนั่งประจำ
โต๊ะทีละหลายชั่วยาม
คุณชายจินที่รู้ว่านางเป็นที่ต้องใจบุรุษทั้งหลายก็
ยิ่งทำตัวใจดีหาเสื้อผ้าและเครื่องประดับงดงามมามอบ
ให้เพื่อให้นางมารอรับแขกหน้าร้าน จินวั่งซู่บอกกับจูจิ้
นติ้งว่าภรรยาของเขานำเงินเข้าร้านได้มากมาย ข้าว
ของที่จินวั่งซู่มอบให้นั้นก็เป็นผลมาจากการทำงาน
ของนางเอง จูจิ้นติ้งแอบจ้างขอทานสองรายคอยเฝ้าดู
แลความปลอดภัยให้เซียนเจียวเหม่ยอยู่ห่างๆ เมื่อได้
ยินว่ามีผู้มายิ้มให้ภรรยาก็นึกอยากจะเอากระบี่ไปพาด
คอลูกค้าของนางวันละหลายๆ หน หนักใจก็เพียงแต่
ลูกค้าของนางนั้นมากเหลือเกิน กว่าจะฆ่าบุรุษเหล่านั้น
ได้หมดเกรงว่าเขาจะขาดใจตายเสียก่อน
หู่ซิ่นสือเดินกลับมาเห็นสีหน้าจูจิ้นติ้งมิค่อยดีนัก
ก็ทักขึ้น “พรุ่งนี้เจ้าจะได้กลับไปอยู่กับภรรยาไม่ดีใจ
หรือไร?”
“ดีกับผีเจ้าสิ! นางขายของทุกวัน บุรุษทั้งเมือง
หลวงก็วนเวียนมารอซื้อมิได้ขาด ข้าอยากจะให้นาง
หยุดขายสักระยะคนพวกนั้นจะได้หายหน้าหายตาไป
บ้าง พวกมันตั้งใจมาซื้อแป้งทอดที่ไหนกัน?”
“เซียนเจียวเหม่ยจะหยุดทำงานก็ต่อเมื่อนางอุ้ม
ท้องใหญ่เท่านั้นล่ะ หากเจ้าทำนางท้องไม่ได้ก็ยังยืนดู
นางต้อนรับแขกให้คุณชายจินเช่นนี้เถอะ อย่าบ่นเลย”
แม้หู่ซิ่นสือจะพูดด้วยความคะนองปาก แต่จูจิ้นติ้งมิได้
คิดเห็นนั้น หลังมอบงานดูแลท่านหมอเกาให้องครักษ์
เติ้งแล้ว เขาก็ไปปรึกษาหมอหลวงอันดับหนึ่งทันที สิ่ง
ที่หู่ซิ่นสือพูดมีเหตุผลนัก หากภรรยาของเขาตั้งครรภ์
นางก็จะหยุดงานเท่ากับได้กำจัดบุรุษอื่นออกจาก
นางในคราวเดียว แผนนี้ช่างดีนัก!
หมอหลวงอันดับหนึ่งได้แต่งงงวยที่องครักษ์จูมา
เยือนในยามดึก แต่เพราะเห็นหน้าค่าตากันในวังหลวง
มานานจึงไม่อาจจะปฏิเสธได้ จึงออกมาต้อนรับ จูจิ้
นติ้งเห็นว่าหมอหลวงท่านนี้ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใดจึงได้
ปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา
“ข้าต้องการทำให้สตรีท้อง ท่านมีวิธีใดที่รวดเร็ว
ที่สุดบอกข้าที”
ท่านหมอหลวงอ้าปากค้าง “องครักษ์จู เจ้ายังไม่
แต่งงานมิใช่หรือ?”
จูจิ้นติ้งได้แต่เกาศีรษะ เขายังไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้
ให้ผู้ใดทราบ เมื่อนำเซียนเจียวเหม่ยเข้าตระกูลก็ทำพิธี
เงียบๆ เป็นการภายในเพราะต้องปกปิดตัวตนของนาง
เป็นความลับ เพียงเขาพาภรรยาที่มีคำรับรองว่าฮ่องเต้
กับฮองเฮาเป็นผู้พระราชทานสมรสให้เป็นการส่วน
พระองค์เข้าบ้าน ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ยินดียิ่งแล้ว
เพราะหวังอยากให้เขามีบุตรเสียที แม้จะสงสัยในที่มา
ของภรรยาเขาแต่ลายพระหัตถ์ฮ่องเต้นั้นเป็น ของจริง
ท่านพ่อของเขาเคยทำงานในกรมอาลักษณ์คุ้นเคยกับ
ลายพระหัตถ์ฮ่องเต้เป็นอย่างดีจึงยอมรับลูกสะใภ้
พร้อมสั่งให้คนทั้งจวนเก็บปากเก็บคำเสียให้สนิท
“ท่านอย่าพูดไป นางไม่ยอมแต่งกับข้าแต่นาง
เป็นของข้าแล้ว หากข้าทำให้นางตั้งท้องได้ ท่านพ่อกับ
ท่านแม่ของข้าจะได้ยอมไปสู่ขอนางให้เสียที” จูจิ้นติ้ง
หมดปัญญาจะอธิบายจึงได้สร้างเรื่องโกหก
หมอหลวงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเห็นใจ “ท่านพ่อ
ของเจ้าคงรังเกียจตระกูลของนางสินะ”
จูจิ้นติ้งตีหน้าเศร้า “ท่านก็รู้ว่าท่านพ่อกับท่านแม่
ข้าถือว่าตระกูลตนเองเป็นตระกูลเก่าแก่ ไม่อาจยอมรับ
สะใภ้ที่มาจากตระกูลธรรมดาได้ นางเป็นเพียงแม่ค้าใน
สายตาของท่านพ่อย่อมย ่าแย่อย่างยิ่ง”
คืนนั้นหมอหลวงชราจึงใจดีไปงัดเอาตำราสอน
กลยุทธ์บนเตียงและตำรายาบำรุงธาตุหยินหยาง
ออกมา คัดลอกสูตรยาบำรุงให้เขาหลายเทียบ “เจ้า
และนางต้องกินยาบำรุงพวกนี้ได้กันแล้วร่วมเตียงกัน
บ่อยๆ จึงจะได้ผล”
“ข้ามีวันหยุดเพียงเดือนละสองวันเท่านั้น ท่านก็รู้
นี่!”
“อืม!” หมอหลวงชรามองหน้าองครักษ์วัยคราว
หลานอย่างเห็นใจ เวลาเพียงสองวันต่อเดือนจะทำให้
สตรีท้องได้ช่างยากเย็นนัก “เช่นนั้นต้องเล่มนี้ เจ้า
ต้องปรับปรุงที่ลีลา” ท่านหมอหลวงเปิดหน้าที่อยู่เกือบ
สุด ชี้ให้เขาดูภาพและคำบรรยาย เมื่อเห็นเช่นนั้นจูจิ้
นติ้งถึงกับตกตะลึง เปิดกลับไปดูหน้าปกอีกครั้ง ‘สมุด
ภาพใต้หมอน’
“เจ้าวางใจเถิด ท่าทางพวกนี้ล้วนเคยมีผู้ลองทำ
แล้วได้ผลจึงบันทึกไว้ในสมุดและถูกคัดลอกส่งต่อกัน
มาจึงเรียนว่าสมุดภาพใต้หมอนอย่างไรเล่า? เป็นสมุด
ภาพลับสำหรับสามีภรรยาที่พร้อมใจอยากจะปรับปรุง
ความสุขเรื่องบนเตียงหรือมุ่งมั่นอยากจะบุตร
โดยเฉพาะ”
องครักษ์จูมองหน้าท่านหมอหลวงชรา “ท่านมี
ของพวกนี้ด้วยหรือ?”
“เจ้าไม่ต้องอ้าปากนานเช่นนั้น รีบอ่านรีบจำเข้า
เถิด ดึกแล้วข้าจะได้พักผ่อนเสียที พรุ่งนี้ข้าก็ออกจาก
วังหลวงไปหาภรรยาเช่นกัน”
“ท่านเคยใช้ท่าพวกนี้กับภรรยาหรือไม่ขอรับ?”
หมอหลวงชราได้ยินจูจิ้นติ้งถามเช่นนั้นก็ยิ้มมีเลศนัย!