ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 175 จินวั่งซู่รู้จนได้
พวกเขาคุยกันเสียงเบาลง จินวั่งซู่อยากรู้มากจน
ต้องพยายามแง้มประตูให้กว้างขึ้นอีกนิด ทว่าเขากลับ
เผลอยกเท้าขึ้นหมายจะเหยียบธรณีประตู แต่….
โครม! เท้าของจอมยุแยงสะดุดจนคะมำเข้ามาใน
ห้อง
หมิงเฟยหลงที่รวบร่างภรรยาให้พาดอยู่บนช่วง
เอวหมายจะดึงนางเข้าด้านในเตียงเพื่อเชยชมให้สมรัก
ตกใจเสียงนั่นจนรีบลุกขึ้นพร้อมกอดภรรยาไว้ในอ้อม
แขน
จินวั่งซู่เงยหน้าขึ้นมองไปยังเตียงนอนด้านหน้า
“พะ พวกท่านทำอันใด?”
หงซือซือส่ายหน้า “ท่านพี่ เขารู้จนได้! สมแล้วที่
เป็นผู้สอดรู้แห่งเมืองหลวง”
ฮ่องเต้ทรงหัวเราะออกมาดังลั่น จินวั่งซู่แปลกใจ
ถูกจับได้คาหนังคาเขาจอมยุทธ์หลงยังจะหัวเราะออก
อีก เห็นทีพวกเขาคงจะรักกันเสียจนไม่สนใจสายตา
คนรอบข้างแล้ว
“ก็พลอดรักตามประสาสามีภรรยา ท่านเพิ่งเคย
เห็นหรือ?” จอมยุทธ์หลงช่างหน้าทนนัก ยังคงนั่งยิ้ม
อย่างรื่นรมย์ บนตักเขามีหนุ่มน้อยที่ยังคงกอดคออยู่
“ท่านลุกขึ้นเถอะ แล้วปิดประตูด้วย” หงซือซือรีบ
สั่งจินวั่งซู่ คุณชายรูปงามลุกขึ้นปิดประตูแล้วปัด
เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบสกปรกจากพื้น “ท่านพี่ ท่านก็มัว
แต่หัวเราะอยู่ได้ เขามาแอบดูขนาดนี้แล้วนะเจ้าคะ”
คุณชายจินผงะ จอมยุทธ์หงผู้องอาจพูดจา
อ่อนหวานกับจอมยุทธ์หลง นางเรียกเขาว่า ‘ท่านพี่’ ที่
หมายถึงสามี แล้วยังลงท้ายด้วยคำว่า ‘เจ้าคะ’ อีก…นี่
มันเกิดเหตุวิปริตอันใด?
“พวกท่านเป็นคู่รักกันดอกหรือ? ข้าขออภัยที่เข้า
มารบกวน คิดเสียว่าข้าไม่เคยเห็นก็แล้ว” จินวั่งซู่ไม่คิด
ว่าในชีวิตตนเองจะรู้สึกประหม่าเช่นนี้ เขาช่างมาเห็นสิ่ง
ที่ไม่ควรเห็น ซ ้ายังเป็นการแอบดูผู้อื่นในที่รโหฐาน
ช่างน่าอับอายอย่างยิ่ง!
“ไม่เป็นไร! ท่านเห็นแล้วก็แล้วไป ท่านจะได้ช่วย
เก็บเป็นความลับ” จอมยุทธ์หลงยังคงยิ้ม “จอมยุทธ์
หงเป็นคนของข้า ท่านคงเห็นแล้ว ต่อไปท่านต้องช่วย
ข้าระวัง มิให้ผู้ใดอยู่ใกล้เขาและมิให้ทำร้ายเขาด้วย”
“อ้อ……” คุณชายจินรับคำด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
หมิงเฟยหลงบอกจินวั่งซู่แล้วก็ก้มลงหอมแก้ม
ภรรยาฟอดหนึ่ง จินวั่งซู่ได้แต่เงยหน้าขึ้นมองเพดาน
เมื่อเห็นชายทั้งสองแสดงความรักต่อหน้าเขาโดย
เปิดเผย ที่ผ่านมาแม้จะมีกลุ่มบุรุษที่รักในตัวบุรุษ
ด้วยกันแต่ไม่กล้าเปิดเผยถึงเพียงนี้ พวกเขาล้วน
แล้วแต่นัดพบกันลับๆ และหากถูกจับได้ย่อมไม่กล้า
แสดงตัวอย่างจอมยุทธ์คู่นี้
“เชิญพวกท่านตามสบาย ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน”
คุณชายจอมยุแยงรีบออกไปจากห้องนอนของคนทั้งคู่
โดยปิดประตูให้อย่างแน่นหนา ‘มิน่า! ที่ผ่านมาจอม
ยุทธ์หลงจึงนอนห้องเดียวกับจอมยุทธ์หงมาตลอด
หวงคู่รักมากนี่เอง’
“พี่สาม เขามาเจอขนาดนี้ ท่านยังไม่ยอมบอก
ความจริงเขาอีก”
หมิงเฟยหลงหัวเราะร่วน “เจ้าไม่เห็นสีหน้าเขา
หรือไร? พอเห็นว่าเราสองคนกอดจูบกันก็แทบจะสิ้น
สติแล้ว นี่พอบอกให้ช่วยปิดเป็นความลับ ตามนิสัยคน
ผู้นี้คงจะจับตามองเจ้ากับข้าแทบตลอดเวลาแน่”
“ท่านรู้นิสัยเขาก็ยังจะแกล้งเขาอีก”
“ตั้งแต่เราออกเดินทาง ข้าเพิ่งรู้สึกสนุกตอนนี่
ล่ะ”
“หึ! ตกลงว่าท่านจะไม่ถามข้าเลยหรือว่าเข้าไปใน
วังหลวงแล้วเป็นอย่างไร?”
หมิงเฟยหลงประคองภรรยาลงนอนบนเตียง
“มาสิ…เจ้าค่อยๆ เล่าให้ข้าฟังนะ” ชายหนุ่มกุม
มือของภรรยาขึ้นมาดม เขาไม่ได้กลิ่นนางมาสองวัน
แล้วรู้สึกเหมือนใจจะขาดอยู่รอนๆ นี่หากนางยังไม่
ออกมาอีกเห็นทีจะต้องบุกเข้าไปวังหลวงจริงๆ เขา
นอนฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วพอจะมองเห็นความ
วุ่นวายของราชวงศ์โจว
“ไม่ว่าจะเป็นวังที่ใด? หากมีอำนาจและทรัพย์สิน
เข้ามาเกี่ยวข้องก็ล้วนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย”
“ข้าอยากรู้จริงเทียวว่าถูเฟยผู้นั้น เข้ามาเพื่อทำ
การใด? ในเมื่อนางเป็นถูชิงหลินตัวปลอม แล้วถูชิง
หลินตัวจริงอยู่ที่ใด? พี่สาม ท่านอยู่ข้างนอกวังช่วยข้า
สืบหานางจะดีกว่า” หงซือซือหาช่องทางให้พระสวามี
รออยู่นอกวังหลวงเพราะหากเขาให้นางช่วยแปลงโฉม
เข้าไปในวังหลวงแล้ว เรื่องราวอาจจะวุ่นวายเพราะต้อง
เอาคนไปซ่อนทีละสองคน ซึ่งนับว่าค่อนข้างยุ่งยาก
“ได้! เรื่องนี้หากให้จินวั่งซู่กับพี่ชายของเจ้าช่วยก็
น่าจะรู้ได้เร็วขึ้น อีกอย่างข้าก็คิดจะตามจินวั่งซู่ออกไป
สืบว่ากลุ่มอำนาจในวังหลวงมีผู้ใดบ้าง? บางทีอาจจะ
ต้องไปซุ่มดูตามจวนขุนนางใหญ่ของแคว้งผิงสัก
หน่อย ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว ข้าก็ควรจะได้รู้สิ่งอื่นที่
นอกเหนือจากมาเอาของนั่นด้วยสิ”
หงซือซือเอานิ้วไล้คางสามี “ท่านไม่เคยละโอกาส
เลยนะเจ้าคะ สมแล้วที่ดูแลคนทั้งแผ่นดิน”
“สิ่งใดจะมีประโยชน์ต่อแว่นแคว้น สิ่งนั้นข้าควร
ทำก่อน” ใบหน้าจริงจังของ หมิงเฟยหลงทำให้หงซื
อซือรู้สึกภาคภูมิใจในความเก่งของสามี นางหวังว่า
มังกรน้อยในครรภ์ของนางจะได้ส่วนดีนี้มาจากพระ
บิดา
นางจูบคางเขาอีกครั้ง “ท่านพี่ ท่านหายแพ้ท้อง
หรือยังเจ้าคะ?”
“ดีขึ้นมากแล้ว สองวันที่เจ้าไม่อยู่ข้าอาเจียน
น้อยลงแต่ยังเวียนหัว พอเห็นเจ้ามาจึงค่อยรู้สึกว่าดี
ขึ้นมาก”
“นี่ล่ะ! ข้าจึงไม่อยากให้ท่านตามข้าเข้าไปในวัง
อยู่ข้างนอกอย่างน้อยยังมีพี่อี้เทียนกับคุณชายจิ
นคอยดูแลท่าน ในวังหลวงยังวุ่นวายนักปล่อยข้ากับ
แมวดำไปจัดการก็แล้วกัน”
หมิงเฟยหลงจำนนด้วยเหตุผลจำต้องพยักหน้า
รับ “ได้…เจ้าต้องสัญญาว่าจะระวังตัว เรื่องผาดโผน
อันตรายห้ามทำเด็ดขาด มังกรน้อยอยู่ในท้องของเจ้า
นะ” เขาลูบมือไปที่หน้าท้องของนางที่ยามนี้คล้ายจะ
นูนขึ้นเล็กน้อย “ลูกพ่อ เจ้าต้องเข้มแข็งช่วยแม่เจ้าทำ
ภารกิจให้สำเร็จนะ ไว้เจ้าออกมาแล้วพ่อจะให้รางวัล
อย่างงามเทียว”
“พี่สาม เพิ่งเดือนกว่าลูกยังรับรู้ได้หรือเจ้าคะ?”
“ลูกของข้าเก่งอยู่แล้ว เขาต้องฟังข้าสิ”
หงซือซือลูบทับบนหลังมือสามีอีกที “เจ้ามังกร
น้อย เจ้าต้องตั้งใจเชื่อฟังท่านพ่อให้มากเพราะท่านพ่อ
เป็นคนดูแลพวกเรา เข้าใจหรือไม่?”
ท่านฝู่กั๋วกงวัยชรามาเข้าเฝ้าด้วยสีหน้าไม่ใคร่ดี
นัก
“ฝ่าบาท มีรายงานว่านักฆ่าสำนักอสูรเข้ามา
ป้วนเปี้ยนในเมืองหลวงแล้ว พะยะค่ะ”
“ท่านกั๋วกง ท่านรู้จักนักแปลงโฉมหรือไม่?”
“ในยุทธภพที่โด่งดังก็มีนางมารพันโฉมกับเซียน
พันหน้า พวกเขาเป็นอาจารย์และศิษย์กัน การจะพบ
เจอพวกเขาช่างยากเย็นนักพะยะค่ะ” ราชนิกูลวัยชรา
ไม่ได้กราบทูลว่าตนเองก็รู้จักอยู่ผู้หนึ่ง
“เป็นไปได้ไหมว่าจะมีนักแปลงโฉมคนอื่นด้วยที่
แปลงโฉมได้ดีพอๆ กับคนทั้งสองนี้”
“การแปลงโฉมเป็นวิชาที่ทำได้ยาก แต่มิใช่ว่าจะ
ไม่มีผู้ทำได้ ในแคว้นเว่ยก็เคยปรากฏนักแปลงโฉมที่
ไปหลอกลวงเจ้าเมืองแล้วถูกจับได้จนถูกประหาร ไม่
แน่ว่าจะยังมีนักแปลงโฉมผู้อื่นด้วย เพียงแต่ฝีมือของ
พวกเขาอาจจะไม่แนบเนียนเท่ายอดฝีมือพะยะค่ะ ฝ่า
บาททรงถามกระหม่อมแบบนี้ทรงมีเรื่องใดหรือพะยะ
ค่ะ?”
“ข้าคิดว่าข้าเจอนักแปลงโฉมลักลอบเข้ามาในวัง
หลวง”
สีหน้าของท่านกั๋วกงชราดูตะลึงเล็กน้อย ฮ่องเต้
จึงทรงเล่าสิ่งที่ประสบในไม่กี่วันให้หลังให้ฟังอย่าง
ละเอียด
“เห็นทีคงจะมีคนเข้ามาสอดแนมในวังมากขึ้น ดี
ที่คนผู้นี้มิใช่มือสังหาร”
“หากเขาคิดจะฆ่าข้าจริงก็คงทำสำเร็จนานแล้ว”
ฝู่กั๋วกงระบายลมหายใจออกมาช้าๆ ในบรรดาราช
นิกูลราชวงศ์โจว ยังคงเหลือแต่เขาที่คอยค ้าจุนโจวเฟิง
ผู้นี้ ความระส ่าระส่ายของราชสำนักผิงทำให้คราวนั้น
ชายชราตัดสินใจส่งบุตรสาวให้ไปอภิเษกสมรสกับอดีต
ฮ่องเต้แคว้นหมิง บัดนี้หลานชายของเขากลายเป็น
ท่านอ๋องเก้าแห่งแคว้นผิงที่ได้รับความไว้วางพระทัย
จากฮ่องเต้หมิงเฟยหลง ท่านกั๋วกงยังไม่วางใจจะไป
อยู่กับลูกหลานและเหลนฝาแฝดเพราะยังคงเป็นห่วง
โจวเฟิงผู้นี้
“ฝ่าบาท กับถูชิงหลินทรงควรระวังพระองค์ให้
มาก หม่อมฉันได้ข่าวไม่ค่อยชอบมาพากลพะยะค่ะ”
“ข่าวใด?”
“สาวใช้ในจวนนางผู้หนึ่งกล่าวว่านางหนีไปกับ
คนรักในวันที่เกี้ยวจากวังหลวงเข้าไปรับ หากเรื่องนี้
เป็นความจริงกระหม่อมสงสัยว่าถูเฟยที่อยู่ตำหนักอิง
ฟ้าอาจจะเป็นคนที่ถูกส่งมาสวมรอย พะยะค่ะ”