ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 18 ข้ามาช่วยพี่สาม
หงซือซือรับเงินโดยไม่อิดออด “เงินส่วนนี้ข้าไม่
อาจบันทึกลงรับมัดจำให้ท่าน ท่านรู้ใช่หรือไม่?”
“ข้าเข้าใจดี” คุณชายสามพยักหน้างานประเภทนี้
เป็นการตกลงในทางลับดังนั้นจึงไม่อาจเรียกร้องขอ
หนังสือผูกมัดได้ “เช่นนั้นข้าขอตัวไปหาน้องเก้าก่อน
ตอนค ่าจะมาขอรบกวนให้เจ้าเลี้ยงสุราได้หรือไม่?”
หงซือซือจนจะปฏิเสธ แม้จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่
เขาอยากจะดื่มสุรากับนางอีก ทว่าใจหนึ่งก็ยินดีที่เขา
ยังนึกถึงนาง “ได้ขอรับ! เช่นนั้นหัวค ่าข้าจะรอต้อนรับ
ท่านที่นี่” คุณชายสามสบตาจอมยุทธ์หงที่นั่งอยู่เยื้อง
ไปด้านขวา ‘น่าแปลกที่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นลูกตาคู่นี้
เหลือเกิน’ พลันนึกถึงดวงตาของนางกำนัลที่ชื่อไป๋
เพ่ยเจินคนนั้น เขานึกสงสัยว่าไป๋เพ่ยเจินอาจจะเป็น
นักแปลงโฉมเมื่อให้นางเข้าไปในห้องบรรทมนางก็มิได้
ดูมีทีท่าคิดจะลงมือทำร้าย เขาจึงแน่ใจว่านางมิใช่นัก
ฆ่า แต่ไม่ยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงว่านางเข้าวังหลวง
มาเพราะต้องการสิ่งใด?
เมื่อเข้าไปในรถม้า องครักษ์ลับที่ส่งไปสืบข่าวก็
กลับมารายงาน “ฝ่าบาท บุตรสาวและบุตรชายของ
ท่านเจ้าสำนักคุ้มภัยหงคือผู้ดูแลที่นี่ พะยะค่ะ”
“มีบุตรสาวด้วยงั้นหรือ? ข้ายังไม่เคยเจอนาง
เลย”
“แต่ว่าบุตรชายคือหงอี้เทียน ยามนี้เดินทางไปยัง
แคว้นผิงนะ พะยะค่ะ”
“หือ!” ฮ่องเต้ทรงผงะเล็กน้อย “หัวหน้าหงที่ข้า
พบเมื่อครู่คือผู้ใดกันเล่า? เหตุใดเขาจึงเป็นผู้ดูแลที่
เหนือกว่าหัวหน้าสวี?”
“เรื่องนี้กระหม่อมก็ยังสืบมิได้ พะยะค่ะ”
“พวกเจ้าไปซุ่มดูหัวหน้าหงผู้นี้ให้ดี ข้าอยากรู้ว่า
เขามีความสัมพันธ์ใดกับเจ้าสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟกัน
แน่?”
“พะยะค่ะ”
ฮ่องเต้ทรงคิดไม่ออกว่าไป๋เพ่ยเจินจะเกี่ยวข้อง
กับจอมยุทธ์หงได้อย่างไร? บางทีน้องหงผู้นี้อาจจะ
เป็นนักแปลงโฉมก็เป็นได้? บางทีอาจจะมีสิ่งที่
ต้องการสืบหาอยู่ในวังหลวง
ท่านอ๋องเก้ากับพราชายาหานซู่ลี่ต่างพากันตกใจ
ที่จู่ๆ ฮ่องเต้หมิงเฟยหลงทรงเสด็จมาถึงวังของตน ทั้ง
สองกำลังง่วนกับการดูแลเจ้าฝาแฝดเข้านอนยามบ่าย
“พี่สาม เหตุใดท่านจึงมากะทันหันเช่นนี้?”
“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องออกมาจัดการ”
อ๋องเก้าไม่อยากซักไซ้เพราะหากฮ่องเต้ไม่ทรง
เปิดปากเองก็ย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามสอบถาม
บางเรื่องเขาไม่รู้อาจจะดีกว่าเพราะเรื่องที่เสด็จพี่ต้อง
จัดการนั้นมีมากมายนัก
“ข้าแวะมาเยี่ยมหลานฝาแฝดด้วย ไม่เห็นหน้า
นานแล้ว” แม้หลานทั้งสองจะนอนหลับอยู่ก็ยังทรงไป
ดูหน้าทั้งคู่ “หากข้ามีโอกาสมีบุตรอีกก็คงดี” คราวนั้น
เป็นเพราะอิทธิพลตระกูลเถียนรุ่งเรืองอยู่ในราชสำนัก
มากนัก หลังจากแต่งฮองเฮาและมีพระโอรสหนึ่ง
พระองค์ได้แล้วกลับไม่อาจทำให้พระสนมองค์อื่นมี
พระโอรสได้สำเร็จอีกเลยแม้จะทรงอนุญาตให้พวกนาง
ตั้งครรภ์มังกรได้ก็ตาม
ต่อจากนั้นคุณชายสามก็ไปยังวังสามพยัคฆ์ของ
ชินอ๋องเพื่อสอบถามสถานการณ์ของเมืองฉู่จิ้ง มีเพียง
น้องชายผู้นี้เท่านั้นที่เขาไว้วางใจยิ่งกว่าผู้ใด หากว่าไม่
สามารถแต่งตั้งพระโอรสของตนขึ้นเป็นรัชทายาทได้ก็
เห็นแต่จะมีน้องชายผู้นี้เท่านั้นที่จะดูแลแผ่นดินหมิงนี้
ให้รุ่งเรืองสืบไป
ฮ่องเต้เข้าไปในห้องอักษรของชินอ๋องคุยเรื่อง
บ้านเมืองกันอย่างคร ่าเคร่งทำเอาพราชายาฟ่านซิ่วอิง
แปลกใจ นางพอจะรู้จากเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้เป็นพี่ชาย
คนโตมาว่ายามนี้ขุนนางน้อยใหญ่กำลังบีบให้ฮ่องเต้
ทรงเลือกฮองเฮาพระองค์ใหม่เพื่อที่จะได้มีพระโอรส
เพื่อสืบราชสมบัติโดยละเว้นองค์ชายที่เกิดจากฮองเฮา
กบฏ
“น้องห้าเย็นนี้ข้ามีนัดกับน้องหง คงอยู่กินข้าวกับ
เจ้าไม่ได้”
ชินอ๋องเลิกคิ้วข้างหนึ่ง “ผู้ใดหรือ?”
“คนสนิทของอ๋องเก้า”
“อ๋อ! หงอี้เทียนที่เป็นทายาทเจ้าสำนักคุ้มภัยหงส์
ไฟนั่นหรือ?”
“เหตุใดเจ้าจึงรู้จักคนผู้นั้น?”
“ข้าเคยเจอหงอี้เทียนผู้นี้ครั้งสองครั้ง เห็นว่าเป็น
เพื่อนสนิทกับอ๋องเก้า แต่ที่น่าแปลกคือข้าเคยเห็น
ภาพเหมือนที่หงอี้เทียนผู้นี้ที่มีผู้วาดไว้มิได้มีใบหน้า
เหมือนกับหงอี้เทียนที่เป็นสหายของอ๋องเก้าสักนิด”
ฮ่องเต้ได้ยินพลันฉุกใจคิด “เจ้าบอกลักษณะคน
ผู้นี้ให้ข้าฟังที”
“คนที่ข้าเห็นรูปร่างและส่วนสูงก็พอๆ กับท่าน
ใบหน้าคิ้วเข้ม ดวงตาเรียว จมูกโด่ง นับว่าเป็นชายงาม
ผู้หนึ่ง” ดวงตาฉงนของพี่ชายทำเอาชินอ๋องต้องขมวด
คิ้ว “พี่สามท่านทำหน้าเช่นนี้หรือว่าท่านพบหงอี้เทียน
ที่มิใช่หงอี้เทียน?”
เมื่อฮ่องเต้บรรยายรูปร่างหน้าตาของจอมยุทธ์หง
ให้พระอนุชาฟัง ฝ่ายนั้นถึงกับทำหน้าฉงน “คงจะเป็น
คนละคนเสียแล้วล่ะ? เพราะต่อให้ปลอมแปลงใบหน้า
ได้แต่คงปลอมแปลงส่วนสูงกับรูปร่างมิได้หรอก”
“เช่นนั้นข้าจะไปดูว่าน้องหงผู้นี้จะใช่หงอี้เทียน
หรือไม่?”
ฮ่องเต้หรือคุณชายสามรีบขึ้นรถม้าพร้อม
องครักษ์ทั้งสองเพื่อตรงไปยังคฤหาสน์หงส์ไฟตามที่
นัดหมาย ทว่าระหว่างทางก่อนถึงสะพานไท่หยาง
เล็กน้อยกลับปรากฏชายชุดดำกลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธ
ครบมือออกจากสองข้างทางมาขวางรถม้าเอาไว้
“คุณชายพวกมันเป็นนักฆ่าตาสีดำ!” หู่ซิ่นสือ
ตะโกนมาจากหน้ารถม้า จูจิ้นติ้งถอดปลอกกระบี่ออก
เตรียมพร้อม องครักษ์เงาในชุดดำทั้งหกคนกระโจน
ออกมาต้านไว้ ฮ่องเต้ประเมินพลังความสามารถและ
จำนวนนักฆ่าตาสีดำที่รุมล้อม เข้ามา พระองค์แหวกผ้า
บังหน้ารถม้าออกมาดูการต่อสู้ แสงสุดท้ายยามเย็นยัง
พอทำให้มองเห็นการโรมรันตรงหน้า ไม่นานนัก
องครักษ์เงาก็จัดการนักฆ่ากลุ่มแรกไปเรียบร้อย จูจิ้
นติ้งเห็นแล้วถอนหายใจโล่งอก ปกติองครักษ์เงา
จะต้องติดตามออกมามากกว่านี้ ครั้งนี้ออกมาด้วย
น้อยนักหากไม่สามารถปกป้องฮ่องเต้ได้พวกเขาก็คง
ไม่อาจจะรักษาชีวิตตนไว้ได้เช่นกัน
“จูจิ้นติ้งดูนั่น!” องครักษ์หู่ร้องขึ้น คนกลุ่มแรก
เพิ่งล้มตายลงไปหมด ยังไม่ทันได้เคลื่อนรถม้าต่อ
กลับมีคนกลุ่มใหม่โผล่เข้ามา “นักฆ่าตาสีแดง ระวัง
ด้วย!”
องครักษ์เงาทั้งหมดเคลื่อนร่างมาขวางหน้ารถม้า
คราวนี้แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังทรงถอดฝักกระบี่เตรียมพร้อม
พระองค์รีบออกมาจากรถม้าจังหวะที่มีลูกเกาทัณฑ์
จำนวนมากพุ่งเข้ามา เมื่อนักฆ่าเข้าล้อมปราชิดรถม้า
กลับปรากฎมีลูกเกาทัณฑ์ปริศนาพุ่งแหวกอากาศเข้า
เสียบร่างนักฆ่าตาสีแดงอย่างรวดเร็ว
“อารักขาคุณชายสาม” เสียงคนบนหลังม้าที่ยิง
ธนูนำทางมาก่อน ทำให้องครักษ์หู่กับองครักษ์จูและ
เหล่าองครักษ์เงาทั้งหลายใจชื้นขึ้น คนหลายสิบที่ขี่ม้า
มาช่วยนั้นล้วนเป็นยอดฝีมือทั้งสิ้น คนทั้งหมดกระโจน
ลงจากหลังม้าเข้าช่วยตะลุยเหล่านักฆ่าอย่างเอาเป็น
เอาตาย
“พี่สาม ข้ามาช่วยท่านแล้ว!”