ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 188 เปิดโปงสนมปลอม
เมื่อหมอหลวงทั้งสิบคนมาถึง หัวหน้าหมอหลวง
ทำหน้าที่ตรวจชีพจรของนางแล้วก็ให้รองหัวหน้าหมอ
หลวงอีกสองคนตรวจเพื่อยืนยันความถูกต้อง
“เคราะห์ดีที่พระสนมได้กินยาป้องกันการแข็งตัว
ของเลือดทันเวลาพะยะค่ะ มิฉะนั้นพวกกระหม่อมทุก
คนคงจนด้วยเกล้า”
โจวเฟิงหันไปกล่าวขอบคุณหงซือซือ “หากมิได้
เจ้า เห็นทีชีวิตของมิ่งเอ๋อร์ข้าคงยื้อจากพญายมมิได้”
“กระหม่อมยินดีพะยะค่ะ”
“ฝ่าบาท รีบรับสั่งให้ไปจับกุมคนมาดีกว่าพะยะค่ะ
ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว” ราชครูหมิงรีบเตือน
ฮ่องเต้หันมาพยักหน้า “จริงสิ! ข้าเกือบลืมไป”
“องครักษ์จัง นำคนไปลากตัวคนทั้งตำหนักอิงฟ้า
มาให้ข้า องครักษ์จงเจ้านำตราประจำตัวข้าไปนำตัวฉิน
กงกงมาจากตำหนักจินซาน อ้อ! อย่าลืมส่งคนไปเชิญ
โจวอ๋องมาด้วย”
เสี่ยวถางที่เห็นเหล่าองครักษ์มุ่งหน้ามาทาง
ตำหนักอิงฟ้าก็รีบรุดหนีเอา ตัวรอด แม้นางจะอยาก
ช่วยชิงฉู่แต่ยามนี้หากนางไม่รีบหนีไปเห็นทีจะไม่อาจ
รักษาชีวิตผู้ใดไว้ได้
เมื่อจงหลวนชุนนำตราประจำพระองค์ของฮ่องเต้
ไปแสดงต่อฮองไทเฮาเพื่อขอประทานอนุญาตคุมตัว
ฉินกงกงไปพบฮ่องเต้ สีหน้าของขันทีอาวุโสซีดเผือด
“ฉินกงกงเจ้ารีบไปเถิด ข้าเองก็จะตามไปด้วย”
ฮองไทเฮาแม้จะทรงขัดเคืองแต่ก็มิอาจขัดฮ่องเต้ นาง
จึงหวังจะไปดูว่าโจวเฟิงคิดจะทำสิ่งใด?
องครักษ์หลวงบุกเข้าไปในตำหนักอิงฟ้าควบคุม
ตัวเจ้าของตำหนักพร้อมด้วยข้าราชบริพารทั้งหมดไป
ยังตำหนักลู่จิ่ว
ครั้นโจวเฟิงทอดพระเนตรเห็นถูชิงหลินก็ทรง
เดือดดาลนัก
“โจรชั่ว เจ้าคิดจะฆ่ามิ่งเอ๋อร์ใช่หรือไม่?”
ชิงฉู่ในคราบถูชิงหลินพอจะมีวิทยายุทธ์อยู่บ้าง
แต่มิได้สูงส่งเฉกเช่นนักฆ่าอย่างเสี่ยวถาง เมื่อถูกดาบ
ขององครักษ์ทาบอยู่บนบ่าชิดลำคอก็ทรุดตัวลง
“พูด! ไม่เช่นนั้นข้าจะสั่งประหารตระกูลของเจ้า”
สีพระพักตร์ของโจวเฟิง อึมครึมเต็มไปด้วยไอสังหาร
ชิงฉู่ตัวสั่นงันงก “หม่อมฉันทำตามคำสั่ง เพคะ”
“คนผู้ใดสั่งให้เจ้าทำ?”
“นายท่านเจ้าค่ะ”
โจวเฟิงได้ยินถึงกับขมวดคิ้ว เดิมทีพระองค์
เชื่อมั่นว่าฮองไทเฮาน่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด
ในเมื่อความสัมพันธ์ของนางกับฮองไทเฮาเป็นญาติ
กัน
ราชครูหมิงจึงเดินออกมาค้อมศีรษะขออนุญาต
เสนอแนะ “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันให้คนตามสืบแล้ว
นางผู้นี้มิใช่ถูชิงหลิน แต่นางคือชิงฉู่ นางสวมรอยมา
เป็นพระสนมถูเพื่อรอลงมือ”
ชิงฉู่ได้ยินก็เงยหน้าขวับมองชายรูปร่างสูงสง่าที่
สายตาคมกริบอยู่ตรงหน้า
“ทะ ท่านรู้ได้อย่างไร?”
“บัดนี้คุณหนูถูตัวจริงได้หนีตามชายคนรักไปอยู่
แคว้นเหลียนแล้ว ชิงฉู่ผู้นี้พอมีวรยุทธ์อยู่บ้าง นางกับ
บิดาเป็นจอมยุทธ์พเนจร ภายหลังบิดาเจ็บป่วยหนัก
ต้องการยากมังกรหิมะเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บแต่
กลับถูกคนจับตัวไปพะยะค่ะ”
“หม่อมฉันถูกบังคับ เพคะ”
โจวเฟิงหันมามองนางด้วยความแตกตื่น ดีที่
พระองค์มิได้ลุ่มหลงในรูปโฉมของนางจนผูกสัมพันธ์
แน่นแฟ้น ในเมื่อนางเป็นโจรที่สวมรอยเข้ามาย่อม
กำจัดออกไปโดยมิได้อาวรณ์
ร่างสูงองอาจของราชครูหมิงย่างเท้ามาตรงหน้า
สายตาเหี้ยมโหดนั้นสบกับชิงฉู่ทำเอานางรู้สึกหนาวยะ
เยือก
“หากเจ้ายังไม่สารภาพ ข้ามีนับพันวิธีที่ทำให้เจ้า
มีชีวิตอยู่มิสู้ตาย*”
พระสนมปลอมรู้ว่านั่นมิใช่เพียงคำขู่ แม้แต่ฮ่องเต้
ยังไม่น่ากลัวเท่ากับราชครู หมิงผู้นี้ “ขะ ข้ายอม
สารภาพแล้ว”
เมื่อชิงฉู่ให้การซัดทอดเสี่ยวถางและองครักษ์จังก็
เป็นพยานว่าได้ยินเสี่ยวถางติดต่อพูดคุยกับฉินกงกง
เรื่องชา ขันทีประจำตำหนักจินซานของฮองไทเฮาก็
ร้องเสียงหลง
“ข้าถูกใส่ร้าย!”
“หุบปาก! ฉินกงกงประเดี๋ยวองครักษ์ที่ไปค้นห้อง
เจ้ากลับมาก็จะรู้เองว่าเจ้าถูกใส่ร้ายจริงหรือไม่?” มังกร
ขาวเจ้าเล่ห์ยิ้มร้าย เขามิยอมให้ผู้ใดมีโอกาสตั้งตัว
แอบส่งองครักษ์เงาไปดูในห้องพักของฉินกงกงทันที
เมื่อรู้ว่าในห้องนั้นยังมีชาหลงจิ่งแบบเดียวกันซ่อนอยู่
ให้สัญญาณจังจิ้นเล่อเตรียมคนไปค้น
ฮองไทเฮาพระพักตร์ซีดขาว นางตกใจที่สตรี
ตรงหน้ามิใช่หลานสาวที่หมายมั่นปั้นมือจะเอามาจับ
ฮ่องเต้ให้ตกอยู่ในบ่วงรัก กลับกลายเป็นคนของผู้อื่น
เข้ามาสวมรอย “ข้ามิได้รู้เรื่องชาพิษนี่! ฉินกงกงเหตุใด
เจ้าจึงคิดจะฆ่านาง?”
“ทูลฮองไทเฮาเพราะฉินกงกงเองก็รับคำสั่งจาก
นายท่านผู้นี้อย่างไรเล่า พะยะค่ะ? หากพระสนมเฉียง
สิ้นชีพในครั้งนี้ กระหม่อมคาดว่าครั้งหน้าก็คงเป็น
พระองค์นั่นล่ะพะยะค่ะ” ราชครูหมิงหันไปสบตากับฮ
องไทเฮาตรงๆ
“เสด็จแม่ เคราะห์ดีที่ฝ่าบาททรงรู้ตัวคนร้าย
เสียก่อน ฉินกงกงอยู่กับเสด็จแม่ทุกวัน หากคิดจะ
วางยาก็ง่ายดายยิ่ง” โจวอ๋องรีบเข้ามาประคองมารดาที่
ใบหน้าซีดลงซ ้ายังดูซวนเซ
โจวเฟิงควักเอาหยกของชิงฉู่ที่เก็บไว้ออกมา “ถู
ชิงหลินตัวปลอมเคยลอบเข้าไปในตำหนักจินซาน
มาแล้วครั้งหนึ่ง มีขันทีเก็บหยกนี้มาให้ข้า บางทีนาง
อาจจะไปคอยหาจังหวะปลงพราชนม์เสด็จแม่ก็ได้นะ
พะยะค่ะ” เมื่อได้ทีฮ่องเต้ก็รีบหาทางข่มขู่ให้ฮองไทเฮา
หวาดกลัวศัตรูที่มองไม่เห็นตัวจนยอมสงบศึกกับ
พระองค์
ฮองไทเฮาปราดเข้าไปตบหน้าชิงฉู่อย่างแรง
เพี๊ยะ!
“เจ้าคิดลอบสังหารอัยเจียงั้นหรือ? บังอาจมาก!”
“หม่อมฉันมิได้คิดจะสังหารพระองค์ เป็นนาย
ท่านที่สั่งให้เข้าไปขโมยตรากระเรียนทองคำเพคะ”
ใบหน้าที่เลือดออกมุมปากรีบปฏิเสธ
ฮองไทเฮาผงะ ที่แท้…เรื่องที่นางแอบทำก็มีผู้รู้
เห็นหลายคน
ฮ่องเต้ทรงหันมาทางฮองไทเฮา เลิกคิ้วขึ้นมอง
“เสด็จแม่นี่เอง…ที่คิดจะเก็บตรากระเรียนทองคำ
ไว้ให้หม่อมฉัน”
ฮองไทเฮาทรงทิ้งร่างลงประทับบนพระเก้าอี้อย่าง
สิ้นแรง เรื่องมาถึงขั้นนี้พระนางมิอาจจะแก้ตัวได้อีก
โจวอ๋องรู้สึกอับอายแทนพระมารดา เรื่องเลวร้ายปานนี้
กลับถูกเปิดโปงต่อหน้าผู้คนเห็นทีพระนางคงมิได้ออก
จากตำหนักโดยง่าย
“องครักษ์จิ้นเชิญเสด็จฮองไทเฮากลับตำหนักจิน
ซาน ต่อไปพระองค์จะทรงปฏิบัติธรรมสวดมนต์ไหว้
พระอยู่ในนั้นอีกหนึ่งปี” สิ้นพระดำรัสของฮ่องเต้
ฮองไทเฮาก็ทรงสิ้นสติสมประดี
โจวอ๋องรีบร้องเรียกหมอหลวงที่รีรอดูแลพระสนม
เฉียงอยู่แถวนั้นให้รีบมาดูแลพระมารดา ก่อนจะให้นาง
กำนัลช่วยกันอุ้มพระนางขึ้นเกี้ยวกลับพระตำหนัก
จงหลวนชุนรับหน้าที่ไล่ล่าเสี่ยวถาง เขาเชื่อมั่นว่า
นางไม่มีทางจะหนีออกจากวังหลวงไปได้ อย่างมากก็
คงซ่อนตัวอยู่ตำหนักใดตำหนักหนึ่ง หากแต่จะค้นทุก
ตำหนักย่อมเป็นเรื่องยากยิ่ง วังหลวงทั้งกว้างขวาง
ใหญ่โตและซับซ้อน องครักษ์หนุ่มจึงได้แต่นำเรื่องนี้ไป
ปรึกษากุนซือหง
“นางจะซ่อนได้นานเพียงใด ยามนี้ข่าวคงรู้ถึงหู
นายท่านแล้ว เขาย่อมจะต้องหาวิธีติดต่อกับนางแน่”
“เช่นนั้นข้าต้องคอยสกัดคนที่จะหาทางติดต่อกับ
นาง”
“ถูกต้อง! ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าต้องคอยจับตาดู
ด้วยว่ายังมีคนของนายท่านหลงเหลืออยู่หรือไม่? ใน
เมื่อกล้าให้ชิงฉู่สวมรอยมาเป็นพระสนมขั้นเฟยได้
ย่อมต้องมีผู้อื่นปะปนมาด้วยเช่นกัน”
“ท่านคิดว่าพวกเขาน่าจะวางคนไว้ที่ใดบ้าง?”
“เจ้าลอบตามสืบทุกคนที่เคยอยู่ตำหนักอิงฟ้า
เงียบๆ น่าจะพบเบาะแสใน ไม่ช้า ในหมู่บ่าวเหล่านั้นข้า
ว่าต้องมีคนของนายท่านปะปนอยู่”