ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 200 แม่ทัพน้อยต้วนซิงซวี่
แม่ทัพน้อยต้วนซิงซวี่กำลังดูแผนที่เมืองหลวง
เพื่อรอจังหวะนำกำลังที่จะลงมาจากภาคเหนือเข้ายึด
ครองวังหลวง พลันพ่อบ้านกลับวิ่งกระหืดกระหอบเข้า
มาหาในห้องหนังสือ
“นายน้อยๆ รีบหนีเร็วเข้าขอรับ ใต้เท้าฝูนำกอง
ทหารมาถึงหน้าจวนแล้ว”
ต้วนซิงซวี่ใจหายวาบคิดไม่ออกว่าแผนการของ
ท่านพ่อกับตนนั้นรั่วไปเมื่อใด?
“ทหารจำนวนเท่าใด?”
“เท่าที่ดูคร่าว นับร้อยขอรับ ข้าน้อยไม่คิดว่าพวก
เขาจะมาดี ท่านรีบหนีก่อนเถิดให้ข้าน้อยรับหน้าไว้
ก่อน”
แม่ทัพน้อยพยักหน้ารับคว้ากระบี่แล้ววิ่งออก
ด้านหลังจวน ชัยภูมิของจวนแห่งนี้ก่อนที่บิดาเขาจะมา
สร้างจวนได้ดูทางหนีทีไล่ไว้พร้อมแล้ว ต้วนซิงซวี่
หมายหนีออกทางประตูเล็กหลังจวนที่มีคอกผูกม้า
ซ่อนไว้ ทว่ากลับช้าเกินไป
“ท่านแม่ทัพน้อยคิดจะไปไหนหรือขอรับ?”
ต้วนซิงซวี่หันขวับไปมอง ทว่ากลับถูกกระบี่ของ
รองแม่ทัพภาคกลางกุ้ยเพียนโจวจ่อไว้ที่คอ “บังอาจ
นัก! กล้าเอาดาบมาจ่อคอข้า”
“ท่านไม่อยู่รับราชโองการอย่างสง่าผ่าเผยเอง
บัดนี้ฝ่าบาทได้มีพระบัญชาให้ติดประกาศทั่วทั้งแคว้น
แล้วว่าตระกูลต้วนยกทัพภาคเหนือลงมาเพราะหวังจะ
ชิงบัลลังก์ให้ทุกคนสามารถจับกุมและสังหารคนใน
ตระกูลต้วนได้ในฐานกบฏ ต้วนซิงซวี่เห็นทีเจ้าคงต้อง
ไปกับข้ารอรับโทษประหารแต่โดยดี”
แม่ทัพน้อยค่อยๆ เบือนหน้ากลับไปมอง “กุ้ย
เพียนโจวเจ้าคนชั่วช้า ใช่ว่าเจ้ามิได้ใจคด ข้าเองก็รู้มา
ว่าเจ้าสมคบกับกบฏก่งจั๋วหรานเช่นกัน แต่กลับเอาตัว
รอด คนเช่นเจ้า ควรบัญญัติว่าเป็นคนประเภทใดดี?”
“เจ้าอยากจะกล่าวสิ่งใดปลอบใจตนเองก็กล่าวไป
เถิด น่าเสียดายที่ตระกูลต้วนคงขาดผู้สืบทอดเสียแล้ว
หรือไม่ก็คงสิ้นตระกูลจากแผ่นดินผิงไปในครานี้” รอง
แม่ทัพกุ้ยที่เคยอิจฉาในความยิ่งใหญ่ของตระกูลต้วน
ในสายทหารอดจะเยาะเย้ยถากถางมิได้ ทำไมเขาจะไม่
รู้ว่าแม่ทัพต้วนคิดจะปลดเขาออกจากรองแม่ทัพหลาย
หน ทว่ายังไม่สบโอกาส หากตระกูลต้วนมิได้ก่อกบฏ
ในคราวนี้ตำแหน่งรองแม่ทัพของเขาอาจหลุดลอยไป
แล้ว สวรรค์ช่างมีตา!
ฝูจินหรงที่เป็นคนนำประกาศจับกบฏมาตามล่า
แม่ทัพน้อยซิงซวี่ด้วยความโกรธแค้น เมื่อเห็นกุ้ยเพียน
โจวจับตัวคนเข้าประตูเล็กด้านหลังเข้ามาในเรือนก็นึก
ถึงสิ่งที่เสี่ยวสุ่ยสาวใช้ของตนเล่าถึงสภาพที่ได้เห็นใน
ห้องพักบนภัตตาคาร
“ต้วนซิงซวี่เจ้าคนชั่วช้า บังอาจหลอกลวงอนุคน
งามของข้า ซ ้ายังคิดจะย ่ายีนางอีก” เสียงผรุสวาทของ
ชายวัยกลางคนดังก้องทั่วห้องรับรองแขก
“ที่แท้เป็นเจ้า จิ้งจอกเฒ่า เจ้าเองก็แอบติดต่อ
กับขุนนางมากมายเอาไว้เป็นพวกนี่?” แม่ทัพน้อยต้วน
ซิงซวี่มองเห็นใต้เท้าฝูก็นึกถึงสิ่งที่พี่ชายตนเอง
สืบเสาะมานานปี คนผู้นี้ลอบติดต่อคนต่างแคว้นเพื่อ
ว่าจ้างนักฆ่าอีกด้วย
“สมกับเป็นตระกูลทหารเก่าแก่ของแคว้นผิง เรื่อง
เช่นนี้พวกเจ้าก็คงแอบสืบข้า แต่จะทำเช่นใดได้ ผู้ลง
มือก่อนย่อมชนะ” ฝูจินหรงเงยหน้าหัวเราะ
“เจ้าคือคนที่ติดต่อนักฆ่านอกแคว้น” ต้วนซิงซวี่
คิดจะเปิดโปงใต้เท้าฝูต่อหน้ารองแม่ทัพกุ้ย
“เอื๊อก! ฮึก!” ร่างของแม่ทัพน้อยทรุดลงไปขาด
ใจตายตรงหน้า
กุ้ยเพียนโจวมองด้วยความตะลึงพรึงเพริด เขา
กำลังตั้งใจฟังว่าต้วนซิงซวี่รู้สิ่งใดที่เป็นเบื้องหลังของฝู
จินหรงอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชสำนัก
กันแน่ ทว่าใต้เท้าฝูกลับคว้าเอาดาบจากองครักษ์ใกล้
ตัวแทงอีกฝ่ายทรุดดับต่อหน้า
“ใต้เท้าฝู เหตุใดท่านทำเช่นนี้?”
“ข้าน่ะหรือ? ไม่อาจทนฟังเจ้าโจรใจทรามที่หมาย
ข่มเหงภรรยาพล่ามได้นาน เรื่องนี้ข้าจะกราบทูลฮ่องเต้
เอง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”
กุ้ยเพียนโจวอ้าปากหวอ ไม่อาจราชโองการที่
มอบหมายให้ฝูจินหรงผู้นี้เป็นหัวหน้าปราบกบฏ เห็นที
เขาต้องนำเรื่องนี้ไปเรียนให้ราชครูหมิงทราบ
“อย่ารอช้า เจ้ารีบนำคนไปจวนตระกูลต้วนนอก
เมืองก่อนที่พวกเขาจะพาคนหนี เมื่อครู่มีบ่าวชายสอง
สามคนหายตัวไป” ฝูจินหรงให้ทหารคุมตัวคนทั้งจวน
ไปเข้าคุกรอสอบสวน
เป็นไปตามคาดบ่าวชายที่หลบหนีการจับกุมไปได้
รีบไปที่จวนนอกเมือง ยามนี้แม่ทัพต้วนเดินทางนำทัพ
เหนือลงมาเพื่อหวังยึดวังหลวง จวนนอกเมืองเหลือ
เพียงบุตรชายคนโต แม่ทัพน้อยต้วนเหรินเจี๋ยที่คุม
องค์กรอินทรีทำหน้าที่ออกลอบสังหารขุนนางคน
สำคัญหากไม่ให้ความร่วมมือ
“แม่ทัพน้อย บ่าวจากจวนในเมืองแจ้งว่าใต้เท้าฝู
นำกำลังทหารบุกจวนสังหารแม่ทัพน้อยซิงซวี่แล้ว
ขอรับ”
“หา! ฝูจินหรงฆ่าน้องชายข้างั้นหรือ? พวกมันชั่ว
ช้านัก อาศัยจังหวะที่ท่านพ่อของข้าไม่อยู่ เช่นนี้เห็นที
จะปล่อยไว้ไม่ได้”
“พวกเราต้องหนีออกจากที่นี่ก่อนขอรับ พวกเขา
นำกำลังคนตามมาแล้ว” บ่าวที่กระหืดกระหอบขี่ม้า
ออกมารายงานรีบสำทับ
ต้วนเหรินเจี๋ยจึงสั่งการให้คนในจวนสลายตัว
ส่วนเหล่านักฆ่าให้หนีไปรวมตัวกันอยู่ในป่าตำบลใกล้ที่
ได้เตรียมสถานที่ซ่อนตัวไว้แล้ว เมื่อใต้เท้าฝูกับรองแม่
ทัพกุ้ยมาถึงจึงไม่พบผู้ใดอยู่ในจวนแม้แต่คนเดียว
“บ่าวพวกนั้นล้วนเป็นคนที่พวกมันเตรียมไว้ส่ง
ข่าว เราตามไม่ทันอยู่แล้ว พวกเขาคงกระจายกันอยู่ไม่
ไกลจากที่นี่ สั่งคนของเราออกตรวจสอบตำบลใกล้ๆ
ให้ทั่ว!” รองแม่ทัพกุ้ยร้องสั่ง กองทหารจึงแยกย้ายอก
ไปสำรวจตำบลโดยรอบ
“ช้าไปนิด ดูจากร่องรอยแล้วพวกเขาเพิ่งแยกย้าย
กันไม่ไป” ทหารที่เข้าไปตรวจสอบโรงครัวเห็นร่องรอย
การเพิ่งดับฟืนจากการทำอาหารและเศษข้าวที่ยังเหลือ
ก้นหม้อ คนครัวคงจะรีบเตรียมเสบียงให้กับคนทั้งจวน
“ใต้เท้าขอรับ เรือนด้านหลังดูมีร่องรอยจน
จำนวนมากเคยอาศัยอยู่ ท่านไปดูเถิด”
ฝูจินหรงจึงนำหน้ากุ้ยเพียนโจวเข้าไปตรวจสอบ
หลังจวน
“นี่มันแหล่งซ่องสุมผู้คน ซ ้ายังใช้ฝึกอาวุธลับอีก
หลายชนิด ใต้เท้าฝูที่นี่คือที่ตั้งองค์กรอินทรีนี่?” รอง
แม่ทัพกุ้ยให้เหล่าทหารค้นเรือนใหญ่ทั้งสองหลังจึงพบ
ร่องรอยตราสัญลักษณ์ของเหล่านักฆ่า
“เจ้าขององค์กรนักฆ่าอินทรีที่แท้ก็คือคนของต้
วนจินป้านนี่เอง” ใต้เท้าฝู แสยะยิ้ม สิ่งที่เขาคาดการณ์
ไว้เป็นความจริง นอกจากคิดจะใช้กองทัพเหนือใต้แล้ว
ยังก่อตั้งองค์กรนักฆ่าอีก โทษประหารเก้าชั่วโคตร
สำหรับตระกูลต้วนไม่รู้จะละเว้นได้หรือไม่?
แม่ทัพน้อยต้วนเหรินเจี๋ยส่งม้าเร็วไปแจ้งข่าวการ
ตายของน้องชายให้ท่านพ่อของตนได้ทราบ แม่ทัพต้
วนเมื่ออ่านจดหมายที่บุตรคนโตส่งมาก็โกรธถึงขีดสุด
“ฝูจินหรง ชาตินี้เจ้ากับข้าคงอยู่ร่วมแผ่นดินกัน
มิได้!”
แม่ทัพใหญ่ต้วนเร่งเคลื่อนกองทัพมาจนถึง
รอยต่อระหว่างภาคเหนือกับภาคกลาง ขณะนั้นกุ้ย
เพียนโจวที่มอบหมายให้ขุนศึกคู่ใจสองคนของตน
เคลื่อนทัพมารออยู่ก่อนคอยรักษาการณ์ หลังจากบุก
จวนนอกเมืองของตระกูลต้วนแล้วกุ้ยเพียนโจวก็
เดินทางขึ้นไปสมทบกับกองทัพของตน ยามนั้นทัพ
ภาคใต้ถูกพระราชโองการเข้าไปยับยั้งได้ก่อน รองแม่
ทัพเชอที่กลับไปค่ายทหารเพื่อหวังจะนำทัพขึ้นมาช่วย
แม่ทัพใหญ่ต้วนจินป้านถูกลอบสังหารตายอยู่ในค่าย
ฮ่องเต้แต่งตั้งรองแม่ทัพคนใหม่ขึ้น นำทัพ
แม่ทัพใหญ่ต้วนจินป้านเมื่อได้ข่าวความ
เปลี่ยนแปลงจากม้าเร็วก็ถึงกับตกตะลึงเพราะไม่
คาดคิดว่ารองแม่ทัพคู่ใจของตนจะเสียชีวิต ซ ้า
แผนการที่หวังใช้กองทัพตีขนาบบนล่างก็ไม่เป็นผล
ทัพภาคกลางเดิมทีก็มีกำลังพลมากกว่าทัพภาคเหนือ
อยู่แล้ว ในเมื่อเขามิใช่ผู้บังคับบัญชาทัพภาคกลางอีก
ต่อไปจึงกลายเป็นเรื่องเสียเปรียบอย่างยิ่ง
“รองแม่ทัพตง เราพอจะบุกทะลวงเข้าไปได้
หรือไม่?”
ต้วนจินป้านชี้แผนที่ในตำแหน่งที่เขาคิดจะใช้
ทหารทะลวงฟันเพื่อตีฝ่าบุกไปยังเมืองหลวง
“ท่านแม่ทัพ เราได้แต่ยันเอาไว้ ระหว่างทัพภาค
กลางกับทัพเราคงจะไม่อาจรู้ผลแพ้ชนะในเร็ววัน” สี
หน้าของรองแม่ทัพตงแสดงความหนักอกหนักใจ เดิม
ทีหวังให้รองแม่ทัพเชอยกทัพภาคใต้มาขนาบก็คง
เอาชนะได้ไม่ยาก แต่ยามนี้สถานการณ์พลิกผัน
ฮ่องเต้กลับกลายเป็นผู้ควบคุมทัพภาคใต้ไว้ในมือได้
“เห็นทีข้าคงต้องแก้แค้นแทนลูกชายของข้า
เสียก่อน!” ต้วนจินป้านคั่งแค้น ฝูจินหรงยิ่งนัก จึงสั่ง
ให้ม้าเร็วไปส่งสาส์นแจ้งต้วนเหรินเจี๋ยทันที
“ลอบเข้าเมืองหลวง สังหารฝูจินหรงทั้ง
ครอบครัว!”