ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 210 ปราบในงานเลี้ยง
สีหน้าของฝูจินหรงซีดลง “ไม่จริง! ข้าสั่งพวกเขา
เคลื่อนทัพเข้าเมืองหลวงมาแล้ว”
ราชครูหมิงเชิดหน้าเย่อหยิ่ง “ใช่! พวกเขาเคลื่อน
ทัพเข้ามาแล้ว แต่มิได้มาเพื่อช่วยจิ้งจอกเฒ่าอย่างเจ้า
แม่ทัพถงมาเพื่อปกป้องฮ่องเต้ต่างหาก”
“ข้าไม่เชื่อ!” เสียงตวาดของใต้เท้าฝูดังก้อง ทำ
เอาขุนนางที่ยืนละล้าละลังอยู่ในงานเลี้ยงล้วนแล้วแต่
ทำตัวไม่ถูกว่าจะเชื่อผู้ใดดี?
ฝูจินหรงเห็นผู้คนกำลังตกอยู่ในความลังเลก็หัน
ไปคว้ากระบี่จากฝักของฝูหยางออกมาแทงไปที่แขน
ของโจวอ๋องหนึ่งครั้ง
“อ๊าก!” เสียงท่านอ๋องหนุ่มร้องลั่น เลือดสีแดง
สดไหลทะลักออกจากต้นแขน
“ผู้ใดยังยืนอยู่ข้างซ้ายข้าจะตัดหัวเดี๋ยวนี้!”
เท่านั้นเองคนกว่าครึ่งที่รักตัวกลัวตายก็รีบกรูกัน
ไปยืนอยู่ข้างขวามือของใต้เท้าฝูทันที เหลือคนอีกส่วน
หนึ่งไว้ด้านซ้ายมือ
“ข้าเชื่อมั่นในราชครูหมิง หากกองทัพใต้กับ
กองทัพภาคกลางไม่เข้าข้างท่านจริง ทหารในวังหลวง
กับมือปราบที่ท่านมีก็คงสู้กับแม่ทัพถงมิได้ดอก” ขุน
นางกรมพิธีการผู้หนึ่งร้องออกมา
“จับโจวเฟิงกับราชครูหมิงออกมาให้ข้า!” ฝูจินห
รงโมโหจนหน้าแดง ดวงตาจ้องมองราชครูหมิงเขม็ง
แต่ก่อนมีเพียงฮ่องเต้ที่เป็นอุปสรรคยามนี้กลับเพิ่ม
ราชครูหมิงเข้าไปด้วยอีกคน ทำให้การเกลี้ยกล่อม
เหล่าขุนนางยากขึ้น
“ข้าจะตัดหัวคนผู้นี้ด้วยตนเอง”
เหล่าทหารวังหลวงลิ่วล้อของฝูจินหรงล้อมแท่น
ด้านบนเอาไว้
“อารักขาฝ่าบาท!” จงหลวนชุนตะโกนเสียงดัง
เติ้งเฉินฟุ่องครักษ์ฝีมือดีอีกคนกระโดดขึ้นมายืนขวาง
หน้าฮ่องเต้
“ฝ่าบาท ถอยลงมาทางนี้พะยะค่ะ” หมิงเฟยดึง
แขนโจวเฟิงให้ถอยมาหลบด้านใน เมื่อเงยหน้าขึ้นบน
เพดานปรากฏองครักษ์นับยี่สิบรายเตรียมพร้อม
ป้องกันอยู่ โดยปล่อยให้องครักษ์วังหลวงแคว้นผิงได้
แสดงฝีมือ เพียงแต่คอยซัดอาวุธลับช่วย
ใต้เท้าฝูกับฝูหยางแปลกใจที่คนของตนล้มตาย
โดยที่ยังมิได้แตะต้ององครักษ์ของฮ่องเต้ อาวุธลับ
ขององครักษ์เงาเป็นเข็มเล็กๆ มีพิษด้านในจะใช้ต่อเมื่อ
มั่นใจว่าต้องการฆ่าฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น หมิงเฟยหลง
เงยหน้าขึ้นทำสัญลักษณ์มือสั่งการให้ปล่อยอาวุธลับ
จำนวนคนยามนี้เสียเปรียบหากยังไม่ทำการเด็ดขาด
เกรงภัยจะถึงชีวิต
มือปราบนับร้อยและทหารวังหลวงที่เป็นพวกของ
ใต้เท้าฝูจำนวนพอๆ กันเข้ามาล้อมกลุ่มของฮ่องเต้
เอาไว้
“ราชครูหมิง คนข้างนอกจะมาช่วยพวกเราทัน
หรือ?”
“ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเขาต้องมาทันแน่พะยะค่ะ”
หมิงเฟยหลงนึกถึงตอนที่ตนเองตกอยู่ในวงล้อมของ
นักฆ่าสำนักมืออสูรในวังหลวงแคว้นหมิง
ฮ่องเต้โจวเฟิงรีบดึงเอาพระสนมเฉียงคนรักของ
ตนมาหลบด้านหลัง “มิ่งเอ๋อร์เจ้าหลบอยู่ข้างหลังข้าจะ
ปลอดภัยกว่า”
“ฝ่าบาท ฝูจินหรงร้ายกาจนักคิดจะฆ่าทั้งพระองค์
และโจวอ๋อง”
การต่อสู้เบื้องหน้าเป็นไปอย่างเสียเปรียบ
องครักษ์ประจำพระองค์ของฮ่องเต้โจวเฟิงมีเพียงห้า
สิบคนในขณะศัตรูที่ยืนอยู่ต่อหน้ามีร่วมสองร้อยคน
และที่ยืนล้อมรอบงานเลี้ยงอีกนับพัน มองอย่างไรก็ไม่
เห็นหนทางจะรอดชีวิต
องครักษ์จังนำทางกุนซือหงและพรรคพวกมาถึง
ด้านนอกงานเลี้ยง
“ทหารที่ล้อมอยู่นี่ เรายังไม่รู้ว่าเป็นพรรคพวกของ
ผู้ใด?”
จังจิ้นเล่อแสร้งส่งทหารผู้หนึ่งให้เข้าไปสอบถาม
อยู่ครู่ก็กลับออกมารายงาน
“องครักษ์จังพวกทหารเล็กๆ รู้เพียงว่าตนต้องฟัง
คำสั่งหัวหน้า หัวหน้าสั่งให้มาล้อมงานเลี้ยงขอรับ!”
หงซือซือหันไปหารือกับพี่ชาย หงอี้เทียนจึง
ตัดสินใจให้บุกเข้าด้านหน้างานเลี้ยง “จังจิ้นเล่อ ท่าน
จงประกาศว่าบัดนี้ด้านนอกแม่ทัพถงได้ล้อมวังหลวง
ไว้หมดแล้ว หากผู้ใดคิดกบฏต่อฮ่องเต้ จะถูกประหาร
ทั้งสิ้นเพื่อให้พวกเขาเปลี่ยนใจ ส่วนพวกเราจะบุก
ตะลุยเข้าไปช่วยฮ่องเต้”
จินวั่งซู่ที่คุมกำลังคนตามมาทีหลังเห็นว่าคน
ทั้งหมดคิดจะบุกเข้าไปช่วยฮ่องเต้ แต่ประเมินกำลัง
แล้วก็ยังเสียเปรียบ
“ข้าจะนำคนกลับออกไปตามแม่ทัพถงเข้ามาช่วย
จะดีกว่า ดูจากคนที่ล้อมงานเลี้ยงในคืนนี้มีนับพัน
กองกำลังของเราแค่หลักร้อยเสียเปรียบยิ่ง”
“ดี! พวกเราจะประวิงเวลาเอาไว้” หงซือซือหันไป
พยักหน้า จินวั่งซู่จึงเรียกเอาองครักษ์อีกสองคนรีบ
กลับออกไป
“ข้าจะรีบมาให้เร็วที่สุด!”
จังจิ้นเล่อโผล่ออกจากพุ่มไม้ไปยืนอย่างสง่าผ่า
เผยหน้าทางเข้างานเลี้ยง
“ทหารทั้งหลายจงฟัง ข้าคือหัวหน้าองครักษ์
ประจำพระองค์ของฮ่องเต้ บัดนี้ได้ยกกองทัพภาค
กลางนำโดยแม่ทัพถงมาปราชิดหน้าวังหลวงแล้ว หาก
ผู้ใดยินยอมช่วยเหลือข้าอารักขาความปลอดภัยให้ฝ่า
บาทจะรอดพ้นจากคดีกบฏ แต่หากคิดจะร่วมมือกับใต้
เท้าฝูในคืนนี้ หลังฟ้าสางวันพรุ่งนี้จะถูกนำไปประหาร
ทั้งตระกูล”
เหล่าทหารน้อยใหญ่ที่ยืนดาหน้าอยู่มีสายตา
ลังเล คนที่องครักษ์จังนำมาสวมชุดสีเทาคล้ายนักฆ่า
ซ ้ายังปิดหน้าเห็นเพียงดวงตาสองข้าง รังสีอำมหิต
เข้มข้นนัก ข้างซ้ายมือมีกุนซือหงที่มักจะปรากฏกายใน
วังหลวงพร้อมกับราชครูหมิง หัวหน้าที่คุมทหาร
เหล่านั้นรีบร้องสวนออกมา
“ยามนี้ใต้เท้าฝูยึดวังหลวงไว้ได้แล้ว จังจิ้นเล่อเจ้า
ต่างหากกำลังจะสิ้นไร้ เงาหัว” แม้น ้าเสียงจะร้องดังข่ม
จังจิ้นเล่อเอาไว้ ทว่าทหารที่ยืนอยู่ข้างหลังคนผู้นั้น
กลับเริ่มลังเล
“แม่ทัพถงกำลังจะนำทหารเข้ามาไม่เกินครึ่งชั่ว
ยาม หากพวกเจ้าไม่อยากให้คนทั้งตระกูลถูกประหารก็
รีบมายืนอยู่ข้างหลังข้า ช่วยกันคุ้มครองฝ่าบาทด้วยกัน
แต่ถ้าไม่…พรุ่งนี้ไม่เพียงแต่ชีวิตแต่คนทั้งตระกูลของ
เจ้าก็อาจจะไม่เหลืออยู่บนแผ่นดินนี้อีกต่อไป”
น ้าเสียงและคำประกาศที่ดุดันของหัวหน้าองครักษ์จัง
ทหารส่วนหนึ่งที่เชื่อมั่นในตัวหัวหน้าองครักษ์แห่งวัง
หลวงก็เดินออกมา
“ข้าเชื่อท่านหัวหน้าองครักษ์จัง ที่พวกเรามาล้อม
งานเลี้ยงก็เพราะถูกสั่งให้มา ไม่ได้รู้ว่าพวกเขาคิดจะทำ
สิ่งใด?”
จังจิ้นเล่อได้ทีก็รีบร้องสำทับ “ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าคง
ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของหัวหน้าพวกเจ้า รีบตัดสินใจเสีย
ก่อนที่จะกลายเป็นกบฏแผ่นดินโดยไม่รู้ตัว”
เมื่อเห็นทหารส่วนหนึ่งถูกเกลี้ยกล่อม หัวหน้า
ทหารวังหลวงเกรงคนของตนจะถูกชักจูงมากขึ้นจึงได้
ตะโกน
“รีบฆ่าพวกเขาให้หมด อย่าปล่อยให้เข้างานเลี้ยง
ไปได้”
คนที่อยู่ฝ่ายหัวหน้านายทหารรีบยกมือชูกระบี่ขึ้น
เรียกให้พวกเขาเข้าไปปะทะกัน คนชุดสีเทาไม่รอช้า
เปิดฉากทำศึกในทันที วรยุทธ์ของผู้บุกรุกล้วนแล้วแต่
สูงส่งและร้ายกาจ กลุ่มทหารรักษาวังแม้จะถือว่ามีฝีมือ
เท่าเทียบกับกองปราบภายนอก แต่เมื่อเทียบกับกลุ่ม
บุรุษชุดเทาแล้ว กลับไม่อาจสู้ได้ คนชุดเทาตวัดกระบี่
เพียงครั้งไม่ได้ดื่มเลือดก็กลืนชีวิตของฝ่ายตรงข้าม
หงซือซือกับหงอี้เทียนวิ่งกึ่งบุกเข้าไปในงานเลี้ยง
ยามนั้นด้านในสุดที่เป็นแท่นประทับของฮ่องเต้การ
ปะทะอันดุเดือดมีซากศพนอนเรียงรายโดยรอบ กลุ่ม
คนที่ถือดาบยืนล้อมรอบมากพอที่จะทำให้มองไม่เห็น
คนด้านใน
นักฆ่าสำนักมืออสูรที่หลุดรอดมาจากด้านนอกพุ่ง
ตรงไปถึงหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้แล้ว ดวงตาแดงฉาน
ของพวกเขาสร้างความยำเกรงแก่องครักษ์ทั่วไป ฝีมือ
และพละกำลังก็ราวกับสัตว์ป่า
“ต้านเอาไว้ มีคนมาสมทบแล้ว!” จงหลวนชุนร้อง
บอกทุกคนเมื่อมองเห็นกลุ่มของกุนซือหงวิ่งเข้ามา
เพราะเหล่าองครักษ์ชุดเทาล้วนได้กินยาเพิ่มกำลังพวก
เขาจึงไม่ต่างจากนักฆ่านัยน์ตาแดงมากนัก บุกทะลวง
ฟันศัตรูโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“พี่สาม ข้ามาแล้ว!” หงซือซือรีบร้องเรียกพระ
สวามี ราชครูหมิงเห็นนางพุ่งตรงมาหาตนเองก็รีบฟัน
สองคนด้านหน้าออก จากนั้นก็รีบป้องกันนาง ดีที่
องครักษ์เงาทั้งสี่ตามประกบนางไม่ห่างจึงช่วยเอา
กระบี่ปัดมีดสั้นที่มือปราบขว้างเข้ามาออกไปได้
เคร้ง! เคร้ง!
“ปกป้องนางก่อน!” ราชครูหมิงร้องสั่งเหล่าแมว
ดำ ร่างในชุดสีดำทั้งยี่สิบที่อยู่บนเพดานกระโจนลงมา
ปกป้องนายทั้งสองอย่างรวดเร็ว เหล่ามือปราบล้วน
ตกใจเมื่อจู่ๆ ก็มีคนตกลงมาจากเพดานท้องพระโรง
“นี่มันนักฆ่าจากที่ใด?” หัวหน้ามือปราบฝู
มองเห็นคนชุดดำกลุ่มใหม่ลงมาจากเพดานแล้วตื่น
ตระหนก
ใต้เท้าฝูดูลักษณะการแต่งกายและอาวุธของคน
เหล่านั้นที่ใช้ แล้วร้องออกมา “นี่มันองครักษ์เงาจาก
แคว้นหมิง!”
“เหตุใดท่านจึงรู้เล่า?” ฝูหยางมองญาติผู้พี่อย่าง
ตื่นตะลึง
ฝูจินหรงหรี่ตาลง “ข้าเคยได้ยินอดีตขุนนาง
แคว้นหมิงเล่าว่าองครักษ์เงาเหล่านี้จะคุ้มครองเพียง
ฮ่องเต้กับองค์ชายพระองค์สำคัญเท่านั้น”