ซื่อจิ่น หวนรักประดับใจ - ตอนที่ 203 วันเกิดท่านยาย
เมื่อเห็นความตื่นเต้นที่ปิดบังไม่อยู่ของเจียงอัน
เฉิง เจียงซื่อยิ้มและเอ่ยถาม “ท่านพ่อมีเรื่อง
มงคลหรือเจ้าคะ”
“ไม่ถึงกับเป็นเรื่องมงคล ข้าเพียงมีเรื่องหนึ่ง
อยากถามความเห็นเจ้า” เจียงอันเฉิงตอบอย่าง
หยิ่ง
“ท่านพ่อพูดมาเลยเจ้าค่ะ”
“เจ้าคิดว่าท่านลุงเจินเป็นอย่างไร”
ช่างเป็นคำถามที่ถามได้กะทันหันมาก เจียงซื่อ
ตอบตรงๆ “ท่านลุงเจินเป็นขุนนางที่ดีคนหนึ่ง
บุคลิกประจำตัวและความสามารถล้วนแต่ทำให้
ลูกรู้สึกชื่นชมยิ่งนัก”
เจียงอันเฉิงมองดูลูกสาวที่งดงามดุจดอกไม้และ
หยกล้ำค่า แม้ว่าทำใจไม่ได้แต่สุดท้ายก็ถามออก
ไป “แล้วเจ้ายินยอมที่แต่งเข้าตระกูลของเขา
หรือไม่”
“หา?” เจียงซื่อถึงกับตะลึงงัน
“วันนี้ใต้เท้าเจินเชิญข้าไปดื่มชา เขามาสู่ขอเจ้า
แทนลูกชายของเขา…”
เจียงซื่อฟังเงียบๆ พลันนึกถึงชายหนุ่มที่พบโดย
บังเอิญที่สวนปั่าคนนั้น และชายหนุ่มคนนั้นเพิ่ง
มาที ่เรือนนี้พร้อมกับใต้เท้าเจินเมื่อไม่นานมานี้
นึกๆ ดูแล ้ว…ชายหนุ่มคนนั้นไม่เหมือนกับเป็น
เด็กรับใช้สักนิด!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงซื่อพลันใจเต้นรัว หรือว่าเขา
คือบุตรชายคนโตของใต้เท้าเจิน?
ความบังเอิญแบบนี้ทำให้อารมณ์ของนางสับสน
เล็กน้อย
“ซื่อเอ๋อร ์ เจ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไร” เจียงอัน
เฉิงพูดเสร ็จ เขามองและรอเจียงซื่อตอบกลับ
หากว่าลูกสาวพยักหน้าเขาเองก็คงรู้สึกผิดหวัง
แต่ถ้าหากปฏิเสธ ก็เหมือนว่าจะไม่ดีใจเช่นกัน
ตระกูลเจินนับว่าเป็นคู่สมรสที่ไม่เลว
เจียงซื่อสัมผัสได้ถึงความคาดหวังของเจียงอันเฉิง
แต่ความคาดหวังนี้กลับทำให้จิตใจของนางยิ่ง
หน่วง อายุนางตอนนี้ การแต่งงานคงเป็นเรื่องที่
หลบไม่พ้นอีกแล้ว
เจียงซื่อนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ จนเจียงอันเฉิงดูออกลางๆ
ว่าผิดปกติ “ซื่อเอ๋อร ์ไม่อยากแต่ง?”
“ลูกยังไม่อยากพูดถึงการออกเรือนเจ้าค่ะ” เจียง
ซื่อก้มศีรษะลงด้วยความรู้สึกผิด
นางเข้าใจเป็นอย่างดี การทำเช่นนี้จะทำให้ท่าน
พ่อลำบากใจ นางอายุเท่านี้แล้ว เวลาเจอคู่สมรส
ที่เหมาะสมในทุกๆ ด้าน ก็ควรที่จะแต่งออกไป
อย่างยินดีปรีดา มิฉะนั้นก็จกลายเป็นการเอาแต่
ใจ ไม่รู้จักชั่วดี แต่ท่านพ่อสามารถเข้าใจนางได้ ก็
นับว่าเป็นผู้อาวุโสหนึ่งในล้านที่ดีคนหนึ่ง
“ช่างเถอะๆ ถ้าตอนนี้ซื่อเอ๋อร ์ยังไม่อยาก
แต่งงานก็ไม่แต่ง ที่เรือนนี้ก็ใช่ว่าจะเลี้ยงดูเจ้าไม่
ไหวเสียหน่อย เจ้าเป็นสาวน้อยอย่าเอาแต่ขมวด
คิ้วสิ” เจียงอันเฉิงมองออกว่าเจียงซื่อรู้สึกผิดและ
ไม่สบาย จึงรีบกล่าว
“ท่านพ่อ ข้า…” เจียงซื่อรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่าง
มาก แต่กลับพูดอ้ำอึ้ง
เจียงอันเฉิงมองลูกสาวที่หน้าตาเหมือนกับภรรยา
ผู้ล่วงลับแล้วถอนหายใจยาว “คนเรา จะแต่งงาน
สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้จริงๆ”
คนๆ หนึ่งจะเจอคนที ่ชอบจากใจจริงๆ มันไม่ง่าย
เขาหวังเพียงว่าลูกสาวของเขาจะเจอคนเช่นนั้น
แน่ล่ะ คนนั้นก็ต้องชอบในลูกสาวเหมือนที่ลูก
สาวชอบเช่นกัน มิฉะนั้น ถึงลูกสาวของเขาจะ
ชอบชายผู้นั้นมากแค่ไหน เขาก็ไม่เห็นด้วยแน่
“ทางตระกูลเจิน ไว้พ่อไปบอกให้เองนะ” เจียง
อันเฉิงปลอบเจียงซื่อ “ลูกกลับไปพักเถอะ”
……
เจินซื่อเฉิงได้รับจดหมายตอบกลับจากเจียงอัน
เฉิง พลางสูดหายใจลึกและกล่าวต่อเจินฮูหยิน “
ดูเหมือนว่าเหิงเอ๋อร ์กับคุณหนูเจียงไม่มี
พรหมลิขิตต่อกัน เสียดายยิ่งนัก”
เจินฮูหยินได้ฟังพลางขมวดคิ้ว “ตระกูลเจียงไม่
ยินดีงั้นรึ”
เจินซื่อเฉิงยิ้มอย่างขมขื่น “เขาแจ้งว่าเพิ่งยกเลิก
งานแต่งงานไป บุตรสาวของเขายังไม่อยากพูดถึง
การออกเรือน อยากเว้นช่วงสักสองปี”
“ไม่ยินดีก็ช่าง เรายังอุตส่าห์รีบไปคุยแต่ก็ยังไม่
สำเร็จอีก” เจินฮูหยินแม้จะรู้สึกเสียดาย แต่
สำหรับคนที ่เป็นแม่นั ้น ใครมองลูกชายของเขาไม่
เข้าตานั้นเป็นเรื่องใหญ่ ความรู้สึกดีเล็กๆ ที่มีให้
กับเจียงซื่อเมื่อตอนอยู่ที่ร้านขายเครื่องเงินพลัน
หายไปในพริบตา
หึ ลูกชายของนางดีถึงเพียงนี้กลับไม่เข้าตา เห็น
ได้ว่าเป็นคนตาบอดสินะ เจินฮูหยินอารมณ์ไม่ดี
กับเจินซื่อเฉิงที่เป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมาก ็ย่อมไม่
ทำหน้าดีๆ ให้อยู่แล้ว “ไม่สำเร็จก็ไม่สำเร็จ ท่าน
ไม่ไปอยู่ด้านหน้าศาลาการว่าการพระนคร ยังอยู่
ตรงนี้อีกทำไมเจ้าคะ”
“แล้วเหิงเอ๋อร ์…”
“ใครเป็นคนก่อก็เป็นคนไปพูด” เจินฮูหยินกล่าว
อย่างไม่สบอารมณ์
เจินซื่อเฉิงก้าวทับฉับๆ มาถึงห้องหนังสือของเจิน
เหิง
ประตูห้องหนังสือแง้มไว้ จากช่องว่างนั้นสามารถ
มองเห็นว่าเจินเหิงกำลังตั้งใจอ่านอะไรบางอย่าง
อยู่ที่โต๊ะหนังสือ
อะแฮ่ม เจินซื่อเฉิงไอแรงๆ หนึ่งที
เจินเหิงทำการซ่อนภาพเข้าไปในช่องลับอย่าง
รวดเร็วปานฟั้าผ่าที่แทบอุดหูไม่ทัน แล้วจึงลุกขึ้น
เดินไปที่ประตู “ท่านพ่อมาได้อย่างไรขอรับ”
เมื่อนึกถึงความน่าจะเป็นบางอย่าง หัวใจของ
หนุ่มน้อยพลันเกิดไฟลุก ติ่งหูแดงขึ้นช้าๆ
เจินซื่อเฉิงมองเห็นทุกสิ่ง หัวใจที่ผ่านการต่อสู้
และทดสอบมาอย่างโชกโชนพลันรู้สึกเสียใจ
เล็กน้อย
ดูเหมือนว่าเขาหลอกให้ลูกชายดีใจเก้อ
เขาเงียบไปครู่ใหญ่ถึงปริปาก “เรื่องตระกูลเจียง
เจ้าลืมไปเถอะนะ”
เจินเหิงนิ่ง
เจินซื่อเฉิงออกแรงตบที่ไหล่เจินเหิงหลายที “ใน
อนาคต เดี๋ยวก็ได้เจอคนที ่เหมาะสมกว่า เรื่องนี้
พ่อไม่ถนัดเท่าไหร่ วันหลังก็ให้แม่เจ้าเป็นคน
ตัดสินใจนะ”
ผูกด้ายแดงครั้งแรกแต่ดันขุดหลุมฝังบุตรชาย
แท้ๆ ของตนจนเกือบตาย เขาตั้งใจไขคดีต่อไป
ดีกว่า เรื่องบางเรื่องก็ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาทำ
จริงๆ
สีเลือดที่ใบหน้าของเจินเหิงจางลงไปช้าๆ ริม
ฝีปากที่ซีดขาวขยับขึ้นช้าๆ “ลูกทราบแล้วขอรับ
”
“เหิงเอ๋อร ์…”
เจินเหิงยิ้ม “ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ลูกไม่เป็นไร
ขอรับ”
เจินเหิงอยากเกลี้ยกล่อมอีก แต่ก็รู้สึกว่าพูดมาก
ไปไม่มีความจำเป็น สุดท้ายเขาจับเคราไปมา
จากนั้นไขว่มือไว ้ด้านหลังจากไปทันที
อะแฮ่ม ยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย ได้รับการกระทบ
กระเทือนบ้างไม่เป็นไร
เจินเหิงมองดูเจินซื่อเฉิงเดินจากไปเงียบๆ กระทั่ง
มองไม่เห็นเงาแล้วจึงปิดประตูห้องหนังสือลง
จากนั้นเดินไปที่โต๊ะและหยิบภาพออกมา สาว
น้อยในภาพเหมือนจริงมาก เวลาที่มองราวกับว่า
แทบจะได้กลิ่นหญ้าอ่อนที่อยู่ในสวนปั่า เจินเหิง
พลันรู้สึกแย่ขึ้นมา ไม่ถึงกับหัวใจแตกสลาย แต่
มันรู้สึกเจ็บจริงๆ
เขายื่นมือออกมาแล้วแตะที่คิ้วและตาอันสวยงาม
ของสาวน้อยในภาพ เจินเหิงหัวเราะขึ้นอย่างขม
ขื่นและไม่มีเสียง ดูเหมือนว่าเขายังไม่ดีพอ และ
ยังไม่เข้าตานาง ช่างเถอะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขา
เองก็จะไม่ฝืนบังคับ
เจินเหิงหยิบภาพขึ้นมาเตรียมฉีก ขณะที่เพิ่ง
แสดงท่าทางออกมาเขาพลันหยุดมันลง เขามอง
ภาพนั้นอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายเจินเหิงเสียดายไม่กล้า
ฉีก และซ่อนภาพไว้ในช่องลับส่วนที่ลึกที่สุดอย่าง
เงียบๆ
……
อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงวันเกิดของอี๋หนิงโหวเหล่าฮู
หยินผู้ซึ่งเป็นท่านยายของเจียงซื่อ
วันนี้ เจียงอันเฉิงแต่งตัวอย่างเหมาะสม และพา
เจียงซื่อกับพี่ๆ น้องๆ เดินทางไปยังจวนอี๋หนิง
โหว
จวนอี๋หนิงโหวมีการสืบทอดแบบมรดกถาวร
ท่านตาของเจียงซื่อเป็นคนที ่อยู่ในพระทัยของจิ ่ง
หมิง ฮ่องเต้ เกียรติยศย่อมแตกต่างจากจวนตง
ผิงปั ๋ว วันนี้จวนอี๋หนิงโหวคึกคักมากเป็นพิเศษ
รถม้าที่เดินทางมาร ่วมอวยพรให้แก่อี๋หนิงโหว
เหล่าฮูหยินล้วนจอดยาวไปจนถึงถนน
เมื่อก่อนเจียงซื่อมาพักเป็นเวลาสั้นๆ ที่จวนอี๋หนิง
โหวบ่อยๆ
ตอนนั้นนางรังเกียจจวนปั ๋วที ่เก่าและทรุดโทรม
อิจฉาความโอ่อ่าของจวนโหว ถึงกระทั่งที่ว่าหาก
ว่านางเป็นคูณหนูของจวนอี๋หนิงโหวก ็คงจะดี
เพราะใจอยากอยู่ที่นั่น จึงมักอยู่นานจนไม่อยาก
กลับ
แต่หลังจากที่เกิดใหม่ เจียงซื่อกลับไม่มีความรู้สึก
เช่นนั้นอีก
ถึงแม้ท่านยายยังรักและเอ็นดูนาง แต่ใครคนอื่น
นั้นคิดอย่างไร นางไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาคนเก่า
ที่ไม่รู้อะไรแต่นางกระจ่างตั้งนานแล้ว
เมื่อลงจากรถม้า เจียงจั้นกล่าวเสียงเบา “น้องสี่
วันนี้พี่ใหญ่มาด ้วย ไม่รู้ว่าถึงเวลาแล้วข้าจะมี
โอกาสได้พูดกับนางหรือไม่ เจ้าอย่าลืมทักทายพี่
ใหญ่แทนข้าด้วยนะ”
“พี่รองวางใจเถอะ ข้าไม่ลืมแน่”
“อืม ถ้าเช่นนั้นข้าไปหาท่านพ่อก่อน หากเจ้ามี
อะไรก็ให้อาหมานหาวิธีไปบอกกับข้านะ”
“พี่รองรีบไปเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงข้า”
รถม้าขับตรงไปยังประตูสอง เมื่อมาถึงประตูสอง
รถม้าก็หยุดลง เจียงซื่อลงจากรถม้าและถูกสาวร
รับใช้ของจวนโหวพาเข้าไปอยู่กับพี่ที่มีลำดับญาติ
เท่าเทียมกัน
“น้องสี่” เสียงนุ่มดีใจที่ปิดบังไม่อยู่พลันดังขึ้น
เจียงซื่อมองตามเสียง และก็เห็นเจียงอีพี่สาวคน
โตที่ไม่ได้พบกันนาน