ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 110 อัจฉริยะตัวน้อยซูเหอเวิ่นกับสิ่งประดิษฐ์ของเขา
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 110 อัจฉริยะตัวน้อยซูเหอเวิ่นกับสิ่งประดิษฐ์ของเขา
บทที่ 110 อัจฉริยะตัวน้อยซูเหอเวิ่นกับสิ่งประดิษฐ์ของเขา
สายตาของคนตระกูลซูที่เพิ่งจะถอนกลับไปได้ไม่ถึงนาที พลันพุ่งกลับมาที่มู่กุยฝานอีกครั้ง คราวนี้มันทั้งคมกริบและเย็นเยียบราวกับมีดบินนับสิบเล่มจ่อเล็งตรงมาที่เขาเพียงคนเดียว
มู่กุยฝานกระตุกมุมปากเล็กน้อย พลางกระซิบกับลูกสาวเบา ๆ “ลูกรัก… เรื่องบางเรื่องก็ไม่ต้องขยันเล่าละเอียดขนาดนี้ก็ได้นะ”
เมื่อเห็นเขาจนมุมด้วยหลักฐานคาตา คุณนายผู้เฒ่าซูก็โกรธจนตัวสั่น อยากจะหาอะไรมาฟาดตาคนเถื่อนคนนี้เหลือเกิน!
เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าแผลบนหน้าผากซู่เป่า ไม่ได้เกิดจากการโขกศีรษะไหว้ธรรมดาหรอก แต่น่าจะเกิดจากไอ้วิชาประหลาด ๆ ที่หมู่กุยฝานสอนให้เอาหัวทุบอิฐทุบหินมากกว่า!
เธอมองสำรวจมู่กุยฝานตั้งแต่หัวจรดเท้า “หัวหน้าอาชญากร” คนนี้สูงชะลูดจนน่ารำคาญ รูปร่างองอาจสง่างามรับกับเส้นผมสีดำหยักศกจาง ๆ ยิ่งเขานั่งย้อนแสงแบบนี้ ดวงตาสีดำสนิทที่มองไม่ทะลุถึงก้นบึ้งนั่นยิ่งดูอันตรายและคาดเดาไม่ได้
คุณนายผู้เฒ่าซูเบือนหน้าหนีอย่างเหนื่อยใจ…
สูงเกินไปแล้ว มองนาน ๆ แล้วปวดคอชะมัด!
“ในเมื่อมาถึงแล้วก็นั่งลงสิ!” เธอชี้นิ้วไปยังโซฟาด้วยท่าทีเผด็จการ
“ซู่เป่าเป็นเด็กดีนะครับ… ตอนนี้พวกคุณตาคุณยายอยากจะคุยธุระกับคุณพ่อของหนูสักหน่อย หนูขึ้นไปเล่นกับพี่ชายบนชั้นบนก่อนได้ไหมครับ?” ซูอี้เชินเดินเข้าไปลูบผมซู่เป่าอย่างเบามือ
“ไปกันเถอะซู่เป่า! พี่มีของเจ๋ง ๆ จะอวดเพียบเลย!” ซูเหอเวิ่น รีบปรี่เข้ามาจูงมือน้องสาว
“ได้เลยค่ะ!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักด้วยความร่าเริง พูดจบก็วิ่งปรู๊ดตามพี่ชายไปทันที สำหรับเด็กน้อยแล้ว ทั้งคุณตาคุณยาย คุณน้า และคุณพ่อ ล้วนเป็นคนดีด้วยกันทุกคน ดังนั้นพวกเขาต้องคุยกันอย่างสนุกสนานแน่นอน ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงเลยสักนิด!
มู่กุยฝานมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ซึ่งกำลังวิ่งขึ้นบันไป โดยมีนกแก้วตัวหนึ่งวิ่งกระเตาะกระแตะตามหลังไปติด ๆ ทั้งที่มันก็บินได้…
เขารู้สึกเหมือนถูกลูกสาวสุดที่รักทอดทิ้งไว้กลางดงศัตรูอย่างไรอย่างนั้น
เขากวาดสายตามองไปยังท่านผู้เฒ่าซู คุณนายผู้เฒ่า และบรรดาพี่น้องตระกูลซูที่นั่งเรียงราย…
การส่งซู่เป่าออกไปแบบนี้ คงเตรียมจะเปิดฉากสอบสวนเรื่องราวในอดีตสินะ ซึ่งเขาก็เข้าใจได้ เพราะ ซูจิ่นอวี้ คือลูกสาวที่เป็นดั่งดวงใจของบ้านนี้
หากเป็นเขาที่มีลูกสาวแล้วถูกไอ้หนุ่มที่ไหนไม่รู้มาฉกชิงไปแบบไม่ชัดเจน เขาคงโกรธแค้นยิ่งกว่านี้เป็นร้อยเท่า
มู่กุยฝานนั่งลงบนโซฟาอย่างมั่นคง แม้ดูเรียบร้อยแต่กลิ่นอายความดื้อรั้นไม่ยอมก้มหัวให้ใครยังคงแผ่ซ่าน “อยากถามอะไรก็ถามมาได้เลยครับ”
บททดสอบระดับนี้… เขาผ่านมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัว!
บนห้องนอนชั้นบน ซูเหอเวิ่นลากซู่เป่าเข้ามาเพื่ออวด “สิ่งประดิษฐ์” ที่เขาซุ่มทำมาหลายวัน
“ดูนี่สิ!” เขาหยิบกล้องวิดีโอดิจิทัลรุ่นล่าสุดขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ
ซู่เป่ารับมาพลิกดูด้วยความงง ซูเหอเวิ่นรีบอธิบาย “กล้องตัวนี้พี่ดัดแปลงใหม่หมด เพิ่มระบบอินฟราเรดตรวจจับความร้อน และรังสีที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเข้าไป… ถ้ามี ‘พลังงานบางอย่าง’ วนเวียนอยู่ กล้องนี้จะจับภาพได้ทันที!”
“อ้อ…” เด็กน้อยทำหน้างุนงง ผมปอยเดียวบนหัวตั้งเด่ขึ้นมาอย่างน่าเอ็นดู เพราะเธอไม่เข้าใจสิ่งที่พี่ชายพูดเลยสักคำ
ซูเหอเวิ่นวางกล้องลง แล้วหยิบของชิ้นใหญ่อีกอย่างออกมา มันถูกคลุมด้วยผ้าดำมิดชิด ดูหวงแหนมาก เมื่อเขาเปิดผ้าออก ก็เผยให้เห็นวัตถุวงกลมขนาดใหญ่…
มันคือ อ่างเหล็ก… อ่างเหล็กธรรมดา ๆ เลยนี่แหละ!
“พี่คะ… นี่มันคืออะไรเหรอ?” ซู่เป่าถามด้วยความอยากรู้
“จากความพยายามและการคำนวณสูตรฟิสิกส์ชั้นสูงของพี่ พี่พบว่าสนามแม่เหล็กมีความสัมพันธ์กับวิญญาณมากที่สุด! พี่เลยสลักสูตรแม่เหล็กไฟฟ้าลงบนอ่างเหล็กใบนี้!”
ซูเหอเวิ่นร่ายยาวอย่างตื่นเต้น “อ่างนี้ดูธรรมดา แต่มันบรรจุแม่เหล็กนีโอไดเมียมไว้ด้านล่าง สมมติว่าความหนาแน่นของประจุแม่เหล็กคือ $sigma$ ตามสมการพัวซงแบบสองมิติ…”
“พี่ชายคะ… พี่กำลังพูดภาษาต่างดาวอยู่เหรอ?” ซู่เป่าเริ่มมึนหัว
ซูเหอเวิ่นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนปรับโหมด “พูดง่าย ๆ ก็คือ พี่เชื่อว่าผีคือสสารที่รบกวนสนามแม่เหล็กได้ อ่างใบนี้จะตรวจจับความผันผวนนั้น เข็มชี้ที่พี่ตั้งไว้จะไวต่อสัมผัสมาก ถ้ามีผีเข้ามาใกล้ เข็มจะหมุนติ้วจนกว่าจะชี้ไปยังทิศที่ผีตัวนั้นอยู่!”
ซู่เป่านิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ พยายามย่อยข้อมูลมหาศาลนั่น แล้วโพล่งออกมาว่า “พี่ชายคะ… นี่มันก็คือ ‘เข็มทิศ’ ไม่ใช่เหรอ?”
ลูกชายอัจฉริยะของตระกูลซูกลายเป็นหินไปในพริบตา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจนน่าอึดอัด
ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้!
สิ่งที่เขาใช้เวลาหลายวันคำนวณจนหัวหมุน จะไปซ้ำกับของที่มีอยู่แล้วในโลกได้ยังไง!?
ซู่เป่าเห็นพี่ชายดูเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง จึงรีบปลอบใจ “พี่คะ พี่ทำเข็มทิศขึ้นมาได้เองแบบนี้ก็เก่งมากแล้วนะคะ! คนอื่นยังทำไม่ได้เลย!”
“อืม… แต่ว่าอ่างเหล็กของพี่ไม่เหมือนเข็มทิศทั่วไปนะ บนเข็มทิศมีแต่ตัวอักษรจีน แต่บนอ่างของพี่มีแต่ ‘สูตรเลข’ เต็มไปหมดเลย… หนูว่าสูตรเลขต้องขลังกว่าตัวหนังสือแน่ ๆ ค่ะ!” ซู่เป่าพยายามหาจุดต่างต่อ
“จริงด้วย! ผลลัพธ์ที่ได้จากสูตรคณิตศาสตร์น่ะ แม่นยำที่สุดในโลกแล้ว!” สีหน้าของซูเหอเวิ่นสว่างวาบขึ้นมาทันที
“พี่ชายคะ แล้วพี่ทำของพวกนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรเหรอ?” ซู่เป่าเอียงคอถามด้วยความสงสัย
ซูเหอเวิ่นไม่อยากถูกถามจี้จุด จึงส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอพลางดึงโน้ตบุ๊กมาเปิดเว็บไซต์หนึ่งให้ดู “พี่สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเอง และโพสต์บทความเชิงวิเคราะห์ไปสองบทความแล้ว แต่ดูสิ… คอมเมนต์ด้านล่างมีแต่คนเข้ามาหัวเราะเยาะทั้งนั้นเลย!”
ก่อนหน้านี้เขาเคยอัปโหลดวิดีโอวิเคราะห์ทฤษฎีการมองเห็นวิญญาณด้วยหลักวิทยาศาสตร์ลงในเว่ยป๋อ จนกลายเป็นไวรัลที่มีคนกดเข้ามาดูมหาศาล
ทว่าพวกคนดูน่ะไม่ได้สนใจเนื้อหาเลยสักนิด แต่กลับคอมเมนต์กันว่า ‘อ๊าย เด็กชายตัวน้อยน่ารักจังเลย’ หรือไม่ก็ ‘ลูกชายบ้านไหนเนี่ย อยากอุ้มกลับบ้านจัง’
เขารู้สึกเหมือนถูกสบประมาทอย่างแรง! เขาเป็นอัจฉริยะนะ ไม่ใช่ไอดอลเด็ก! เขาต้องพิสูจน์ทฤษฎี วิทยาศาสตร์นี้ให้ได้
ซู่เป่ามองท่าทางฮึดฮัดของพี่ชายแล้วก็ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ
“ดี! งั้นตอนนี้เรามาทดสอบกันหน่อย!” ซูเหอเวิ่นยืดอกมั่นใจ เขาประคองอ่างเหล็กใบยักษ์เดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง
“พี่ทดสอบมาหลายวันแล้ว ที่นี่ตรวจไม่พบความผิดปกติอะไรเลย แสดงว่าบ้านเราสะอาดไม่มีผี… ใช่ไหมล่ะ?” ซูเหอเวิ่นเผยรอยยิ้มผ่อนคลายพลางเอ่ยต่อ “เครื่องมือของพี่น่ะแม่นยำระดับนาโน ถ้ามีผีจริงมันต้องร้องเตือนแน่นอน ซู่เป่า… หนูเห็นผีได้จริง ๆ ใช่ไหม ช่วยยืนยันหน่อยสิว่าสิ่งที่พี่คำนวณมาน่ะถูกต้อง!”
ซู่เป่ามองพี่ชายสลับกับอ่างเหล็กตรงหน้า…
ในเมื่ออ่างเหล็กยังนิ่งสงบ แสดงว่าการคำนวณที่ซับซ้อนของพี่ชายนั้นถูกต้องสินะ?
เด็กน้อยลองมองออกไปนอกหน้าต่างดูบ้าง…
ในวินาทีนั้นเอง บริเวณขอบหน้าต่างชั้นบน กลับมีร่างของผีผู้หญิงไร้ศีรษะลอยเด่นอยู่ตรงนั้น! สองมือน่าเกลียดของเธอโอบกอดศีรษะที่เน่าเปื่อยของตัวเองไว้ ดวงตาที่ถลนออกมาจ้องเขม็งมายังซูเหอเวิ่นตาไม่กะพริบ
จู่ ๆ ซูเหอเวิ่นก็พบว่าเข็มในอ่างเหล็กเริ่มสั่นระริก ก่อนหมุนติ้วอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงหวีดหวิว เขาอุทานด้วยความประหลาดใจ “เฮ้ย! หรือว่าพี่วางขั้วแม่เหล็กกลับด้าน?”
“ก็ปกตินี่นา… แปลกจัง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…” เขารีบก้มเช็กเครื่องมือทันที
พอซู่เป่าเดินเข้ามาใกล้เครื่องมือถึงมีปฏิกิริยา? หรือว่าสนามแม่เหล็กในตัวน้องสาวจะรบกวนการทำงาน? ซูเหอเวิ่นรีบยกอ่างเหล็กเดินเข้าไปหาซู่เป่าเพื่อตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าเข็มกลับหยุดนิ่งสนิทเสียอย่างนั้น
“พังเหรอ? เมื่อกี้ยังหมุนอยู่เลย”
“พี่ชายคะ… หนูว่าพี่พอแค่นี้เถอะนะคะ” ซู่เป่ามีสีหน้าลำบากใจสุดขีด เธอชำเลืองมองไปขอบหน้าต่างอีกครั้ง
ซูเหอเวิ่นไม่ฟัง เขาเดินตามแรงดึงดูดที่เข็มเริ่มชี้บอกทิศทางใหม่ ค่อย ๆ ก้าวเท้าไปขอบหน้าต่างอย่างช้า ๆ…
สมองของเขาตอนนี้จมอยู่กับการคำนวณฟิสิกส์และการตรวจสอบผลลัพธ์ จนลืมไปชั่วขณะว่าเป้าหมายของเครื่องมือนี้มีไว้เพื่อตรวจจับ “อะไร”
“ไม่ได้หรอก ขั้นตอนสุดท้ายของงานวิจัยคือการพิสูจน์ทราบ… อ๊ะ! เข็มหยุดแล้ว!”
เข็มเหล็กที่เคยหมุนเคว้ง บัดนี้หยุดนิ่งและชี้ตรงไปในทิศทางเดียวอย่างมั่นคง
“ทิศทางนี้มัน…”
ซูเหอเวิ่นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองตามเข็มชี้ รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของอัจฉริยะตัวน้อยพลันแข็งค้างเป็นหินไปในทันที!