ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 113 สาวใช้ซูเฟิน
บทที่ 113 สาวใช้ซูเฟิน
ซูเหอเวิ่นพยายามรวบรวมสติที่หลุดลอยไปจากภาพเหตุการณ์มีดบินปลิดชีวิตไก่เมื่อครู่
ซู่เป่าคือลูกสาวของคุณอา…
พ่อของซู่เป่าก็คืออาเขยของเขา…
แต่อาเขยคนนี้ แค่ฆ่าไก่ทำไมต้องดุดัน ปานจะล้างบางคนทั้งโลกขนาดนี้ด้วย!
“ซู่เป่า เรา… เรารีบขึ้นข้างบนกันเถอะ” ซูเหอเวิ่นพุ่งเข้าไปคว้าแขนซู่เป่าทันที เขากลัวว่าถ้าขืนอยู่ต่อ อาเขยจอมโหดคนนี้ จะเอาไก่อีกสองตัวที่เหลือมาสับหัวโชว์ความรุนแรงให้เด็กสี่ขวบดูอีก น้องสาวเขายิ่งดูนุ่มนิ่มน่าทะนุถนอม จะให้มาทนดูฉากนองเลือดแบบนี้ได้ยังไง!
ทว่าซู่เป่ากลับไม่ได้มองไก่ เธอจ้องเขม็งไปหลังต้นไม้ใหญ่ ซึ่งมีสาวใช้คนหนึ่งยืนหน้าซีดเผือด ตะกร้าในมือร่วงหล่น ดอกไม้กระจายเกลื่อนพื้น
“รอเดี๋ยวนะคะพี่ชาย!” ซู่เป่าสลัดมือพี่ชายแล้ววิ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ เด็กน้อยเอื้อมมือน้อย ๆ ไปดึงมีดทำครัวที่ปักคาต้นไม้ออกมาอย่างง่ายดาย ราวกับดึงกิ่งไม้ธรรมดา
“คุณป้าคะ คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?” เธองอนหน้าขึ้นมองสาวใช้ตรงหน้า
สาวใช้ก้มลงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความขวัญเสีย…
เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มอ่อนหวาน
ดวงตาโตใสซื่อสีดำสนิท แต่ในมือกลับถือมีดทำครัวเล่มยักษ์ แถมมีเลือดไก่หยดติ๋ง ๆ…
“อ๊า…!” เธอหวีดร้องเบา ๆ พลางถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว “อย่า… อย่าตัดหัวฉันนะ!”
ซู่เป่าชะงักกึก รีบเอามือซ่อนมีดไว้ข้างหลังทันที หนูไม่ได้จะทำแบบนั้นสักหน่อย!
คุณป้าคนนี้เป็นอะไรไป ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย?
“ป้าคะ คอของป้า… เป็นอะไรหรือเปล่า?” ซู่เป่าหรี่ตามองซ้ำอีกครั้งด้วยความสงสัย
ในสายตาของซู่เป่า ขณะที่แม่บ้านคนนี้พยายามจะวิ่งหนี ร่างกายของเธอกลับทำงานไม่ประสานกัน ศีรษะบิดไปทางซ้ายแต่ขากลับพยายามถอยหลังไปทางขวา ราวกับว่า “จิตวิญญาณ” และ “ร่างกาย” เป็นคนละส่วนที่ยังปรับจูนกันไม่ติด
มู่กุยฝานก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างเงียบเชียบตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาหยิบมีดออกจากมือซู่เป่าอย่างด้วยความระมัดระวัง พลิกมีดกลับมาถือในท่าเตรียมพร้อม แล้วจ้องไปที่สาวใช้คนนั้น
“คุณชื่ออะไร?” น้ำเสียงของมู่กุยฝานเย็นเฉียบพ่วงมาด้วยรังสีอำมหิตบางเบาที่แผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว ประกอบกับมีดในมือ… ยิ่งส่งให้เขามีบรรยากาศเหมือนมัจจุราชที่กำลังสอบปากคำวิญญาณ
“ฉัน… ฉัน…” สาวใช้สั่นพะเยิบพูดติดอ่าง
มู่กุยฝานขมวดคิ้วมุ่น รังสีคุกคามยิ่งรุนแรงขึ้น ทว่าเสียงรถเข็นที่ใกล้เข้ามาช่วยขัดจังหวะไว้ก่อน
“ซูเฟิน เธอมาทำอะไรที่นี่?” คุณนายผู้เฒ่าซูเอ่ยถาม
ที่แท้สาวใช้คนนี้ชื่อ ซูเฟิน เป็นคนสวนและนักจัดดอกไม้ซึ่งคอยดูแลต้นไม้ดอกไม้ในคฤหาสน์ตระกูลซู ช่วงเดือนเมษายน ดอกไม้บานสะพรั่งทั่วสวน หน้าที่ของเธอคือตัดดอกไม้ไปจัดแจกันวางตามห้องต่าง ๆ
หญิงสาวใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะสงบอารมณ์ได้ เธอก้มหน้าตอบเสียงแผ่ว “ฉัน… ฉันกำลังตัดดอกไม้ค่ะ…”
คุณนายผู้เฒ่าซูไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะเห็นมีดทำครัวบินว่อนขนาดนั้น ใครไม่ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อก็แปลกแล้ว “ไปทำงานต่อเถอะ”
ซูเฟินพยักหน้าอย่างลี้ลน รีบกวาดดอกไม้บนพื้นเข้าตะกร้าแล้ววิ่งออกไปอย่างทุลักทุเล ฝีเท้าของเธอดูไม่มั่นคงเอาเสียเลย
“วันนี้ดูแปลก ๆ พิกล” คุณนายผู้เฒ่าซูพึมพำ ก่อนหันมาส่งค้อนวงใหญ่ให้ลูกเขย “หึ! ยังมีหน้ามาทำหน้านิ่งอีกนะนายมู่ อาวุธมีคมพวกนี้มันไม่มีตานะ ถ้าพลาดไปโดนซู่เป่าจะทำยังไง!”
มู่กุยฝานลูบจมูกตัวเองแก้เก้อ ไม่คิดเลยว่าระดับเขาจะมาโดนคนด่าเรื่องการใช้อาวุธพลาด…
ความจริงมีดในมือเขาน่ะ มันมีตายิ่งกว่าตาคนเสียอีก
“ซู่เป่า ไปข้างบนกับพี่ชายนะลูก” คุณนายผู้เฒ่าจูงมือหลานสาวออกไป
ซู่เป่าพยักหน้าพลางหันไปกำชับมู่กุยฝาน “คุณพ่อสู้ ๆ นะคะ! ตอนจัดการไก่กุ๊ก ๆ… ทำเบา ๆ หน่อยนะคะ”
มู่กุยฝานเกือบจะยื่นมือไปลูบหัวลูกสาวตามความเคยชิน แต่พอนึกได้ว่ามือตัวเองเปื้อนเลือดไก่อยู่ก็ชะงักไป “ขึ้นไปเถอะ ไม่ต้องห่วง พ่อจัดการเองได้”
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อใจในตัวคุณพ่อสุด ๆ แล้วเดินเตาะแตะตามหลังซูเหอเวิ่นขึ้นชั้นบนไป
คุณนายผู้เฒ่าซูมองตามแผ่นหลังหลานสาวพลางถอนหายใจยาว เธอหันไปกวักมือเรียกแม่บ้านอู๋ แล้วสั่งการด้วยเสียงกระซิบ “แม่บ้านอู๋… เธอไปเตรียมทำอาหารอย่างอื่นสำรองไว้ในครัวอีกฝั่งด้วยนะ”
เธอมองไปทางมู่กุยฝานที่กำลังง่วนอยู่กับการ “สู้รบ” กับมะเขือและไก่ด้วยท่าทางดุดันเกินเหตุ “ขืนรอฝากท้องไว้กับพ่อเทพสงครามคนเดียว มีหวังเที่ยงนี้พวกเราได้กิน ‘ซากไก่’ แทนข้าวแน่ ๆ!”
*
ภายในห้องครัวอันกว้างขวาง ป้าอู๋แยกไปเตรียมวัตถุดิบอื่น ๆ อยู่อีกฝั่ง ส่วนมู่กุยฝานรับหน้าที่จัดการเมนูที่เหลือ
เขาเริ่มสังหารไก่อีกสองตัว สับหัวทิ้งแล้วแขวนไล่เลือด ทว่าตอนถอนขนนั้น… ด้วยความที่แรงเยอะเกินไป เขาจึงถอนกระชากจนหนังไก่หลุดออกมาเป็นแผ่น ๆ สภาพไก่ดูสยดสยองจนแทบกลายเป็น “ไก่ถลกหนัง” มากกว่าไก่ถอนขน
จนมาถึงคิวของเมนูที่ว่ากันว่าปราบเซียนที่สุด… มะเขือม้วน
มู่กุยฝานหยิบมะเขือยาวขึ้นมาจ้องพิจารณา เขามองไม่ออกเลยว่าไอ้มะเขือ นี่มันจะยากตรงไหน เขาจึงตัดสินใจใช้ทักษะดาบที่ฝึกฝนมาทั้งชีวิต ฟันมันออกเป็นสองซีกในดาบเดียว!
*
ชั้นบน
เจ้าเสี่ยวอู่ นั่งสัปหงกอยู่ริมหน้าต่าง นกแก้วก็ต้องมีการงีบกลางวันเหมือนกัน มันซุกจะงอยปากไว้ใต้ปีก หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง พยักหน้าขึ้นลงเป็นจังหวะเหมือนคนแก่กำลังโดนลมโชย
ซูเหอเวิ่น ค่อย ๆ ขยับเท้าเข้าไปช่องหน้าต่างอย่างระแวดระวัง ในมือถือกระจกเงาบานเล็กยื่นออกไปส่องดูลาดเลาก่อน เสี่ยวอู่ลืมตาขึ้นมองเขา พลางขยับหนีนิดหน่อย
เมื่อเห็นว่าผนังและเพดานด้านนอกไม่มีเงาของ “คุณป้ากอดหัว” แล้ว เขาจึงกล้าโผล่ออกไปดู
“แปลกจัง… มันหล่นไปที่ไหนนะ?” เขาเหยียดคอมองสำรวจลงไปยังสวนเบื้องล่าง พลางหยิบสมุดจดขึ้นมาคำนวณเส้นโค้งพาราโบลาอย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อหาจุดตกของศีรษะ ที่น้องสาวเขาเตะออกไปเหมือนลูกฟุตบอล!