ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 128 มาเรียนวันแรกก็เกือบมีเรื่องซะแล้ว
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 128 มาเรียนวันแรกก็เกือบมีเรื่องซะแล้ว
บทที่ 128 มาเรียนวันแรกก็เกือบมีเรื่องซะแล้ว
ซู่เป่าได้ยินครูเชอร์รี่พูดปัดแบบนั้น จึงท้วงขึ้นอีกครั้งอย่างจริงจัง “หนูรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ถูกต้องค่ะ คุณครูควรบอกให้ชัดเจนว่าเขาทำผิดตรงไหน แล้วให้เขาขอโทษหนูจากใจจริงต่างหากถึงจะถูก!”
สำหรับซู่เป่าแล้ว… ทำไมผู้ใหญ่ถึงทำให้คำว่า “ขอโทษ” กับ “ไม่เป็นไร” กลายเป็นเพียงคำพูดลอย ๆ ที่ไร้ความหมายไปได้กันนะ
ถ้าเด็กผู้ชายคนนั้นขอโทษด้วยความจริงใจ เธอก็พร้อมจะบอกว่าไม่เป็นไรแน่นอน แต่เมื่อกี้ตอนเขาพูดคำนั้นออกมา เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิดเลยสักนิด!
ครูเชอร์รี่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้ “โอ๊ะ~ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง! เป็นความผิดพลาดของครูเองจ้ะ ขอโทษจริง ๆ นะคะ คราวหน้าครูจะจำให้แม่นเลย โอเคไหมเอ่ย?”
ทำไมต้องรอคราวหน้าด้วยล่ะ? แล้วคราวนี้ล่ะ… ปล่อยผ่านไปเลยเหรอ?
เด็กน้อยร่างกลมเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา เธอไม่อยากพูดคุยกับคุณครูคนนี้อีกแล้ว จึงหันหลังเดินหนีไป ทิ้งให้ครูเชอร์รี่ยืนลูบแก้มทำหน้าซื่อ เอ่ยเสียงหวานพึมพำกับตัวเอง “ตายจริง… ฉันพูดอะไรผิดไปอีกแล้วเหรอเนี่ย”
อีกฝั่งของห้องเรียน ครูฮวาจัดการงานเสร็จพอดีจึงตะโกนเรียก “เอาล่ะเด็ก ๆ มาเช็กชื่อกันหน่อยจ้า!”
สิ้นเสียงครู เด็กทุกคนต่างพากันวางของเล่นในมือทันที บางคนวิ่งจี๋ บางคนก็เดินเตาะแตะเนิบ ๆ
ส่วนซู่เป่านั้นวิ่งเร็วปรู๊ด เธอรีบสลัดครูเชอร์รี่ทิ้งแล้วไปยืนประจันหน้าครูฮวาเป็นคนแรก
ครูฮวาเห็นดังนั้นก็ฉายแววเอ็นดูในดวงตา เธอหันไปกระตุ้นเด็ก ๆ ที่ยังเดินเอื่อยเฉื่อยอยู่ข้างหลัง “เร็วเข้าจ้ะเด็ก ๆ เข็มนาฬิกาวิ่งไปรอบหนึ่งแล้วนะ เร็วกว่าพวกหนูอีก! หยางหยาง ซินซิน เฉินเฉิน สู้ ๆ หน่อยลูก!”
“คนเก่งต้องวิ่งให้ไวแบบเพื่อนนะคะ ดูอย่างเพื่อนใหม่ของเราสิ… ซู่เป่าเก่งมากเลย!”
พอได้รับคำชม เด็กที่เหลือก็ฮึดสู้วิ่งเข้ามาทันที แม้แต่หยางหยางก็ยังต้องเร่งฝีเท้า เพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ใคร ๆ ก็ชอบโดนชมทั้งนั้น
“จำกฎเดิมของเราได้ใช่ไหมคะ? เมื่อครูเรียก ‘เด็ก ๆ จ๋า’ พวกหนูต้องขานรับว่า ‘เอ๋ย เอ๋ย’ ให้ครูฟังหน่อยซิว่าเสียงใครจะดังที่สุด!” ครูฮวาเริ่มกิจกรรมละลายพฤติกรรม
“เด็ก ๆ จ๋าาา เด็ก ๆ จ๋า!”
“เอ๋ย ๆ !” ทั้งห้องขานรับตามประสาเด็ก
ซู่เป่าหูผึ่งเข้าใจกติกาทันที
อ๋อ… เล่นแบบนี้นี่เอง!
ดังนั้นเมื่อครูฮวาขานรอบที่สอง “เด็ก ๆ จ๋าาา เด็ก ๆ จ๋า!”
“เอ๋ย! เอ๋ย!” ซู่เป่าก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วตะโกนลั่นห้อง
เสียงนั้นทรงพลังจนถึงขั้นทำให้นกกระจอกที่เกาะอยู่ริมหน้าต่างตกใจบินพรึบขึ้นฟ้า พลางเอียงคอเชิดหัวมองเข้ามาในห้องอย่างงุนงงว่าเกิดแผ่นดินไหวหรืออย่างไร
คุณครูทุกคนในห้องถึงกับยืนสตั๊นไปสามวินาที จี้ฉางเองก็มุมปากกระตุกวูบ
ครูฮวากลั้นขำจนไหล่สั่น ก่อนชมเชย “ว้าว! เสียงของซู่เป่าดังฟังชัดที่สุดเลยค่ะ! แบบนี้คุณครูต้องให้รางวัลเป็นสติกเกอร์หนึ่งดวงแล้ว!”
พูดจบ เธอก็แปะสติกเกอร์รูป “เธอเก่งมาก” ลงบนหน้าผากกลมมนของซู่เป่า เด็กน้อยเบิกตากว้าง ยื่นมือน้อย ๆ ไปลูบสัมผัสสติกเกอร์ด้วยความภูมิใจ
หนูได้รับรางวัลด้วย! โรงเรียนอนุบาลนี่มันสนุกสุดยอดไปเลย!
จากนั้นครูฮวาเริ่มขานชื่อ ซู่เป่าตั้งใจดูและจดจ่อว่าเพื่อน ๆ ตอบรับกันอย่างไร พอถึงชื่อตัวเองเธอก็ตะโกนตอบ “ค่ะ!” เสียงดังฟังชัดจนคุณครูอีกสองคนอดหัวเราะไม่ได้ เด็กคนนี้ช่างจริงจัง และน่ารักเหลือเกิน
“เด็กคนนี้น่ารักจังเลย ฉันเริ่มจะหลงรักเธอเข้าแล้วสิ” ครูเชอร์รี่ทนไม่ไหวต้องเอ่ยชม
“รักเด็กขนาดนี้ ก็รีบไปมีตัวเล็กกับคุณครูโจวสักคนสิคะ” คุณครูข้าง ๆ แอบเย้าเสียงเบา
“พูดอะไรแบบนั้นคะ เรายังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย…” ครูเชอร์รี่หน้าแดงซ่าน
หลังขานชื่อเสร็จ ครูฮวาก็เชิญซู่เป่าออกมาแนะนำตัวหน้าชั้นเรียน ซู่เป่าทำตามที่คุณยายสอนมาเป๊ะ ๆ
“สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ หนูชื่อ ซูจื่อซู ทุกคนเรียกหนูว่า ซู่เป่า ก็ได้นะคะ ปีนี้อายุสี่ขวบแล้วค่ะ ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับทุกคนนะคะ!” เธอพูดชัดถ้อยชัดคำไม่มีอาการประหม่าให้เห็น คุณครูนำปรบมือ เด็ก ๆ ก็ปรบมือต้อนรับรัว ๆ
ทว่าหยางหยางเจ้าเดิมกลับเริ่มหาเรื่องอีกครั้ง เขาหัวเราะร่าพลางทำหน้าตาล้อเลียน “ชื่อมันเทศเนี่ยนะ ฮ่า ๆ ๆ!”
“ยัยมันเทศตัวใหญ่! เป็นมันเทศที่ทั้งกินจุแล้วก็อึเยอะ ฮึ่ม ๆ ๆ!”
“หยางหยาง! การตั้งฉายาล้อเลียนคนอื่นเป็นเรื่องที่ไม่มีมารยาทมาก พฤติกรรมแบบนี้ทำให้ซู่เป่าเสียใจนะ รีบขอโทษเพื่อนเดี๋ยวนี้เลย” ครูฮวาเปลี่ยนสีหน้าเป็นเข้มงวดทันที
เมื่อเห็นคุณครูเอาจริง บรรยากาศในห้องก็เงียบกริบ เด็กทุกคนหันไปจ้องหยางหยางเป็นตาเดียว หยางหยางรู้สึกเสียหน้าจนหน้าบิดเบี้ยว เขาอึกอัก ก่อนจะพ่นคำว่าขอโทษออกมาอย่างไม่เต็มใจ
ซู่เป่าสะบัดหน้าหนี
ไม่ยกโทษให้หรอก!
ซู่เป่าหันไปหาครูฮวาแล้วบอกตามตรง “หนูยังไม่อยากยกโทษให้เขาค่ะ เมื่อกี้ตอนกินข้าวเขาก็เรียกหนูว่ายัยท้องโต พอครูเชอร์รี่บอกให้ขอโทษ เขาก็ทำแบบขอไปที ไม่มีความจริงใจเลยสักนิดค่ะ”
ครูฮวาชำเลืองมองครูอีกคนแวบหนึ่ง แล้วจึงย่อตัวลงคุยกับซู่เป่า “ไม่เป็นไรจ้ะ ถ้าตอนนี้หนูยังไม่อยากยกโทษให้ ก็ไม่ต้องฝืนใจนะ รอจนกว่าหนูรู้สึกสบายใจและอยากให้อภัยจริง ๆ แล้วค่อยบอกว่าไม่เป็นไรก็ได้ ตกลงไหมคะ?”
ซู่เป่าตาเป็นประกายทันที เธอพยักหน้าแรง ๆ ด้วยความดีใจ
ทางด้านครูเชอร์รี่กลับรู้สึกหน้าชามีความน้อยใจเล็ก ๆ ‘ฉันก็สอนแบบนี้เหมือนกันนี่นา ทำไมเด็กพวกนี้ถึงไม่ฟังฉันเลยนะ!’
หลังจากนั้น ครูฮวาก็เริ่มแนะนำบุคลากรคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนให้ซู่เป่ารู้จัก…
โรงเรียนอนุบาลนานาชาติอู่เซียง แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวและมาตรฐานสูงลิบต่างจากโรงเรียนอื่น เดิมทีรับเด็กเพียงห้องละ 10 คน แต่ปัจจุบันขยายเป็น 20 คนต่อห้องเพื่อให้รองรับความต้องการที่มากขึ้น
โดยในหนึ่งห้องจะมีคุณครูดูแลใกล้ชิดถึง 7 คน! แบ่งเป็นครูผู้สอน 4 คน เน้นวิชาการ ระเบียบวินัย และทักษะภาษา
และครูพี่เลี้ยงอีก 3 คน เน้นดูแลสุขอนามัย ความเป็นอยู่ และการเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อให้มั่นใจว่าเด็ก ๆ ทุกคน ได้รับการดูแลที่สมบูรณ์แบบที่สุด
นอกจากครูฮวาหรือ “ครูดอกไม้” แล้ว ครูผู้สอนอีกสามคนก็มีชื่อเรียกจำง่ายว่า ครูองุ่น ครูเชอร์รี่ และครูส้มโอ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นชื่อผลไม้เพื่อให้เด็ก ๆ จดจำได้ง่าย
ส่วนเหล่าครูพี่เลี้ยงที่คอยดูแลสุขอนามัยก็มีชื่อเป็นสัตว์น่ารักอย่าง ครูแมว ครูกระต่าย และครูนกกระจอก เพื่อให้แยกแยะหน้าที่ได้ชัดเจน
ในขณะที่ทุกคนกำลังเริ่มบทเรียน หยางหยาง กลับนั่งพิงพนักเหยียดขาไม่พอใจ เขาใช้เท้าเตะเก้าอี้ของเพื่อนที่นั่งข้างหน้าเป็นระยะราวกับจงใจ เรียกได้ว่าไม่มีความสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเลยสักนิด
เด็กที่นั่งข้างหน้าหันขวับมาถลึงตาใส่พลางประท้วง “นายมาเตะฉันทำไม!”
“ไม่ได้เตะซะหน่อย ฉันเตะเก้าอี้ ไม่ได้เตะตัวนายสักนิด!” หยางหยางลอยหน้าลอยตาตอบ
เด็กคนนั้นเม้มปากแน่น หันไปมอง ครูเชอร์รี่ ที่ยืนคุมอยู่ด้านหลังหยางหยางด้วยสายตาน้อยใจหวังให้ช่วยจัดการ
“เกิดอะไรขึ้นคะเด็ก ๆ? หยางหยางจ๊ะ ตั้งใจเรียนหน่อยนะ ส่วนซินซินก็ต้องตั้งใจเรียนเหมือนกันนะคะ~ พวกหนูทั้งสองคนเป็นเด็กที่น่ารักของครูเลยนะ” ครูเชอร์รี่รีบปรับสีหน้าให้ดูใจดีแล้วเอ่ยตัดบท
ซินซินทำได้เพียงหันหน้ากลับไปนั่งนิ่ง ๆ ด้วยความอึดอัด ซึ่งเธอมีที่นั่งอยู่ติดกับซู่เป่าพอดี
หยางหยางเริ่มเบื่อหาเรื่องซินซิน ก็เปลี่ยนเป้าหมายไปจ้องกิ๊บติดผมสองอันบนหัวของซู่เป่าแทน ผมสีดำขลับนุ่มสลวยของเธอถูกถักเป็นเปียแล้วม้วนขึ้น ติดกิ๊บรูปกระต่ายดูน่ารักน่าเอ็นดู
หยางหยางยื่นมือออกไปอย่างไว…
แคว้ก!
กิ๊บกระต่ายตัวน้อยถูกกระชากออกมาจนหลุด พร้อมกับเส้นผมอีกหลายเส้นติดออกมาด้วย ซู่เป่ารู้สึกเจ็บแปลบที่หนังศีรษะจนต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“นายทำอะไรของนายน่ะ!” เธอหันกลับไปถลึงตามองหยางหยางด้วยความโกรธจัด
ครูฮวาซึ่งกำลังสาธิตท่าเต้นประกอบเพลงอยู่หน้าห้องหันมามองด้วยความสงสัย
ทว่าหยางหยางยิ่งเห็นซู่เป่าโกรธก็ยิ่งได้ใจ เขาเอื้อมมือไปคว้าจุกผมเล็ก ๆ บนหัวเธออีกรอบ พลางดึงไปมาแล้วพูดเยาะเย้ย “คนอื่นเขาก็มัดเปียกัน ทำไมเธอต้องมัดจุกประหลาดแบบนี้ด้วย มานี่… เดี๋ยวฉันช่วยดึงออกให้ จะได้ดูดีขึ้นไงล่ะ!”
จี้ฉางที่ลอยอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับสบถลั่น “บ้าเอ๊ย! รังแกกันชัด ๆ! ซู่เป่า… เธอรีบไปฟ้องครูฮวาเร็วเข้า!”
แต่คราวนี้ซู่เป่าไม่ฟ้องใครทั้งนั้น… เพราะเธอโกรธจนเส้นความอดทนขาดผึงแล้ว!
เด็กน้อยขยับตัวลุกขึ้น เลื่อนเก้าอี้เล็กออกอย่างสุภาพ แต่ท่าทางกลับดุเด็ดขาดพิกล
จากนั้นเธอเดินอาด ๆ เข้าไปประจันหน้ากับหยางหยาง ยืนเขย่งปลายเท้าขึ้น… แล้วเอื้อมมือไปขยุ้มผมของหยางหยางคืนสุดแรง!
หยางหยางร้องจ๊ากด้วยความเจ็บปวด ก่อนโบกมือขวับ หวังจะตีซู่เป่าคืน แต่มีหรือที่ซู่เป่าจะยอมแพ้!
เธอขยุ้มผมเขาไว้แน่นพลางรัวมือปัดป้อง และตวัดเท้าเตะปึกเข้าหัวเข่าของหยางหยาง
เด็กชายถูกเตะจนเสียหลักถอยกรูดไปหลายก้าว แล้วล้มก้นจ้ำเบ้าลงบนพื้นเสียงดัง ตึ้ง!
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ กว่าครูฮวาจะวิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ หยางหยางก็ลงไปนอนดิ้นพราดร้องไห้โฮเสียงดังลั่นห้องเสียแล้ว
“เธอตีฉัน! ฮือออ ยัยเด็กบ้าตีฉัน! ฉันจะบอกคุณย่าให้มาจัดการเธอ!”
“เธอมันเด็กนรก! ขอให้เธอไม่ตายดี!”
หยางหยางร้องไห้ไปด่ากราดไปไม่หยุดปาก คำหยาบคายรุนแรงพรั่งพรูออกมาจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นคำพูดของเด็กอนุบาล ไม่รู้ว่าไปเรียนมาจากใครกันแน่…
ส่วนซู่เป่าในตอนนี้… เธอยืนเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น ใบหน้ากลมจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความไม่ยอมคน ดูทั้งน่ารักและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน
จี้ฉางถึงกับอ้าปากค้างจนหุบไม่ลง เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ศิษย์ตัวน้อยที่ดูนุ่มนิ่มคนนี้ จะเปิดตัววันแรกในโรงเรียนด้วยการเปิดศึกชกต่อยกับเพื่อนร่วมชั้นแบบถึงพริกถึงขิงขนาดนี้!
แบบนี้… แบบนี้มันเกินคาดไปมากจริง ๆ!