ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 188 ถ้าไม่มีคำอธิบายชัดเจน ก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 188 ถ้าไม่มีคำอธิบายชัดเจน ก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!
บทที่ 188 ถ้าไม่มีคำอธิบายชัดเจน ก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!
ปัจจุบันซูโล่วสังกัดอยู่ในบริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์ชื่อว่า “ถังหมิงเซิ่งซื่อ”
วันนี้สภาพอากาศดูหม่นหมองเป็นพิเศษ เมฆสีดำทะมึนลอยต่ำจนแทบจะกดทับตึกระฟ้าให้จมลงดิน
ถังเถียนเถียนนั่งกุมขมับอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูง พลางกุมขมับด้วยความปวดหัว ขณะมองข่าวฉาวของซูโล่วที่กำลังลุกลามในโลกออนไลน์
[ซุปตาร์ตลอดกาล ซูโล่ว ภาพลักษณ์พังยับเยิน!]
[แฉดารารุ่นใหญ่ ซูโล่ว ไร้วินัย หนีกองถ่ายทำตัวหยิ่งยโส!]
“ไอ้พวกนี้นี่… ได้ทีขี่แพะไล่กันใหญ่เลยนะ เห็นคนเขากำลังแย่ก็รุมทึ้งซ้ำเติมกันทันที”
ซูโล่วจัดว่าเป็นรุ่นพี่ตัวท็อปในวงการ ซึ่งหมายถึงเขามีทั้งชื่อเสียง ฝีมือ และความมืออาชีพซึ่งได้รับการยอมรับ แต่ในทางกลับกัน กระแสหวือหวาของเขาย่อมสู้พวกดาราหน้าใส หรือนางเอกดาวรุ่งที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นไม่ได้
ปกติแล้วข่าวบันเทิงมักจะมีแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของหนุ่มหล่อ หรือการประชันความงามของสาวสวย… พอมีข่าวคาวช็อกโลกของซูโล่วที่ถูกหาว่าสอบตกเรื่องภาพลักษณ์หลุดออกมา กระแสความอิจฉาริษยาที่เคยซ่อนอยู่ใต้พรม จึงปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพื่อหวังถล่มเขาให้จมดินในคราวเดียว
“เฮ้อ…” ถังเถียนเถียนถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนแรง
ในวินาทีนั้นเอง ข้างหน้าต่างห้องทำงานกลับมีร่างของคุณยายในชุดจีนย้อนยุคสีเขียวปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบงัน!
ถังเถียนเถียนตกใจจนกรามสั่น เสียงถอนหายใจเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องสยองขวัญทันที!
“เฮ้อ… แม่เจ้าโว้ยยย! เชี่ยยย!” เขาร่วงหล่นจากเก้าอี้ลงไปกองกับพื้นในพริบตา
“จะแหกปากร้องเสียงหลงหาผีอะไรของแก?” คุณยายชุดจีนจ้องหน้าเขาเขม็งพร้อมกับดุเสียงเขียว
ถังเถียนเถียนเพิ่งจะเบิ่งตามองได้ชัด ๆ…
ผีที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแม่บังเกิดเกล้าของเขาเอง!
“แม่! มาได้ยังไงเนี่ย…” นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาเห็นวิญญาณแม่
ครั้งแรกคือตอนเขาไปขอให้ซู่เป่าช่วยเรียกวิญญาณมาหา หลังจากนั้นก็ผ่านมานานมากจนเขาคิดว่าแม่คงไปเกิดใหม่บนสวรรค์แล้วเสียอีก
“ก็ฉันกำลังช่วยทำกุศลสะสมบารมีให้แกอยู่ที่ข้างล่างนั่นไงล่ะ” คุณยายกล่าว
ถังเถียนเถียนรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมาทันที มิน่าล่ะช่วงนี้การงานเขาถึงรุ่งเรืองราบรื่น ที่แท้ก็เป็นเพราะมีแม่คอยหนุนหลังอยู่นี่เอง
“แม่ครับ มาหาผมครั้งนี้มีธุระอะไรหรือเปล่า? เงินทางนู้นพอใช้ไหมครับ? ถ้าไม่พอบอกเลยนะ ผมจะเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ทุกวันเลย!” เขาดีดตัวลุกขึ้นมาถามด้วยท่าทีกระตือรือร้น
คุณยายตอบอย่างถือตัว “ไม่ต้อง! ตอนนี้แม่เป็นผีที่รวยสุดในยมโลกแล้ว ถ้ารวยกว่านี้สงสัยแม่คงได้ก่อกบฏยึดอำนาจท่านยมบาลแน่ ๆ”
“ครั้งนี้ ฉันยอมทุ่มเงินติดสินบนเจ้าที่ตั้งเยอะเพื่อขึ้นมาดูหน้าแกได้แค่ห้านาทีนะเนี่ย”
“แม่เกือบทำผมช็อกตายลงไปอยู่เป็นเพื่อนแม่จริง ๆ แล้วนะเนี่ย” เขาฝืนยิ้มแห้ง ๆ
คุณยายด่าลูกชายว่าปากจัดไปหนึ่งที ก่อนเข้าเรื่องสำคัญ “คราวก่อนแม่บอกให้ช่วยตามหาพ่อของเด็กคนนั้นไง บอกไปว่าเขาใช้นามสกุล ‘มู่’ น่ะ ทำไมไม่รีบคว้าโอกาสนั้นไว้?”
“โถ่แม่… พ่อของซู่เป่าไม่ใช่คนธรรมดาที่ใครจะไปสืบหาได้ง่าย ๆ นะ” ถังเถียนเถียนเกาหัวแกรก
คุณยายพึมพำกับตัวเอง “ก็จริงของแก… แต่ความลับมันไม่ได้มีแค่นั้น นอกจากเรื่องพ่อแล้ว แม่ของเด็กคนนั้นก็เคยถูกคนวางแผนเล่นงานเหมือนกัน เรื่องนี้แม่สืบมาได้นิดหน่อยแต่ยังไม่รู้รายละเอียดชัดเจน คราวนี้ลูกต้องหาทางคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้นะ!”
“ห๊ะ?” ถังเถียนเถียนสบถออกมาอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ
เรื่องลับตระกูลใหญ่ระดับนั้น ผมจะไปเอื้อมถึงได้ยังไงกันแม่!
“แล้วอีกอย่าง แม่แอบดูบัญชีบุญมา… ดาราในสังกัดของแกคนหนึ่งกำลังมีเคราะห์หนัก ถ้าแกจัดการเรื่องนี้ได้ดี ฐานะของแกจะพุ่งทะยานไปอีกระดับทันที”
ถังเถียนเถียนนิ่งไปเล็กน้อย แม่เขาไปทำอีท่าไหนในโลกวิญญาณกันแน่ ถึงได้รู้ลึกรู้ดีไปหมดทุกเรื่องแบบนี้
“ผมเข้าใจแล้วครับแม่” เขาพยักหน้ารับคำ
ถึงแม่จะไม่มาบอก เขาก็ตั้งใจจะปกป้องซูโล่วจนถึงที่สุดอยู่แล้ว เพราะซูโล่วคือขุมทรัพย์ชิ้นงามของบริษัท
“เอาละ ธุระสำคัญเสร็จแล้ว แม่ต้องไปรับเพื่อนเก่าแล้วล่ะ! ยัยแก่คนนั้นในที่สุดก็ตายเสียที ต่อไปจะได้มีเพื่อนไปเต้นรำยามเย็นที่ลานยมโลกนั่นแล้ว” คุณยายยิ้มแก้มปริ
“ครั้งนี้แม่จ่ายเงินซื้อโอกาสปรากฏตัวได้สองครั้ง ครั้งแรกมาหาแก ส่วนครั้งที่สอง… จะไปโผล่ตรงหน้าเพื่อนเก่าคนนั้น ให้ยัยนั่นตกใจตายคาที่ไปเลย!”
เขายืนอึ้งมองวิญญาณมารดาที่ลอยจากไปอย่างร่าเริงราวกกกับถูกโชคหล่นทับ
ทว่าในวินาทีถัดมา ศีรษะเล็ก ๆ แสนจะคุ้นเคยก็โผล่เข้ามาทางประตูห้องทำงาน
ถังเถียนเถียนที่เพิ่งถูกแม่ตัวเองทำให้ขวัญหนีดีฝ่อไปเมื่อครู่ แทบจะวิญญาณออกจากร่างอีกรอบเพราะการมาถึงของซู่เป่า
“สวัสดีค่ะ คุณลุงถัง!” ซู่เป่าสะพายกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงใบกะทัดรัด ทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส
“คุณหนูซู่เป่า! คุณทำผมเกือบหัวใจวายตายแล้วนะครับ!” ถังเถียนเถียนลูบอกตัวเองรัว ๆ
ซู่เป่าหัวเราะคิกคัก ก่อนจูงมือซูโล่วเดินเข้ามาในห้อง
“วันนี้ลมอะไรหอบมาครับเนี่ย?” ถังเถียนเถียนรีบกุลีกุจอเรียกคนมาเสิร์ฟขนม “เอ๋… วันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนเหรอครับ?”
“วันนี้คุณลุงสี่บอกว่าจะสอนหนูหนีเรียนค่ะ” ซู่เป่าส่ายหัวดิก
“เฮ้ ๆ… พูดอะไรแบบนั้น ลุงไปพูดตอนไหน?” ซูโล่วรีบแย้งทันควัน
ทั้งที่หนูเองไม่ใช่เหรอ บอกว่าจะพาลุงมาตกปลา แต่ไหงมาจบลงที่บริษัทลุงได้ล่ะเนี่ย!
ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง พนักงานหลายคนทยอยยกถาดเค้กชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลากหลายรูปแบบเข้ามาเสิร์ฟเกือบสิบชิ้น
ตั้งแต่พนักงานเห็นกฎเหล็กหน้าสุดท้ายในคู่มือที่ระบุว่า คุณหนูไม่ทานของหวานจัด, ไม่ชอบช็อกโกแลต, โปรดปรานเค้กผลไม้และลูกอมรสผลไม้… พวกเขาก็สงสัยมาตลอด วันนี้แหละที่พวกเขาได้กระจ่างเสียทีว่าคุณหนูคนนั้นคือใคร
ซู่เป่าตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นขนม เธอชูนิ้วโป้งให้ถังเถียนเถียนเป็นการชื่นชม “คุณลุงถังคะ ลุงกำลังจะอ้วนแล้วนะคะเนี่ย ต่อไปกระดุมเสื้อตรงพุงลุงจะติดไม่ได้เลยน้า!”
“ขอบพระคุณสำหรับคำชมครับคุณหนู!” ถังเถียนเถียนยิ้มจนตาหยี
ซู่เป่าหม่ำเค้กคำโต รสชาติหวานกำลังดีไม่เลี่ยนเลย อร่อยสุด ๆ !
ถังเถียนเถียนสังเกตบรรยากาศแล้วจึงเอ่ยถาม “สรุปว่าวันนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”
ซูโล่วกำลังจะอ้าปากตอบ แต่ซู่เป่ากลับยื่นมือน้อย ๆ ออกมาทำท่าทางจริงจัง พูดขัดขึ้นว่า “หนูคำนวณดูแล้วนะคะ ลุงถังกำลังมีเรื่องเดือดร้อนล่ะ!”
“หะ? อะไรนะครับ…” ถังเถียนเถียนชะงัก
ยังไม่ทันขาดคำ ผู้ช่วยก็พรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “คุณถังครับ! มีกลุ่มคนมาก่อเรื่องประท้วงอยู่หน้าบริษัทเราครับ!”
ถังเถียนเถียนหันขวับไปมองซู่เป่าด้วยความอัศจรรย์ใจทันที!
มันจะเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ น่ะหรือ?
บริเวณหน้าตึกถังหมิงเซิ่งซื่อ
เนื่องจากข่าวฉาวของซูโล่วกำลังเป็นประเด็นร้อน ทำให้กองทัพสื่อมวลชนหลายสำนักมาปักหลักรอทำข่าวกันอย่างหนาแน่น รวมถึงแฟนคลับบางส่วนที่มาดักรอเพื่อดูให้เห็นกับตา
ท่ามกลางฝูงชน ครอบครัวของเจี่ยวเจียว เด็กสาวที่กระโดดตึก ได้จัดการกางป้ายผ้าสีขาวดำสี่ห้าผืนเด่นหรา บนนั้นเขียนข้อความโจมตีอย่างรุนแรง
‘ซุปตาร์ซูโล่วอำมหิต ปล่อยคนตายอย่างไร้ค่า ทำลายชีวิตเด็กสาว!’
‘คืนชีวิตลูกสาวฉันมา! เราต้องการความยุติธรรม!’
‘กล้าทำไม่กล้ารับ ซูโล่วคนเลวไร้ยางอาย!’
เหล่าสื่อมวลชนที่ซุ่มอยู่ ช่างภาพปาปารัสซี่ และบรรดาอินฟลูเอนเซอร์สายหิวแสง ต่างพากันกรูกันเข้าไปราวกับแมลงวันที่เห็นไข่เน่า ทุกคนเร่งรัวชัตเตอร์และเริ่มเปิดกล้องไลฟ์สดรายงานสถานการณ์ทันที
ถังเถียนเถียนเพิ่งเดินลงมาเห็นเหตุการณ์ถึงกับหน้ามืดมัว อ่านข้อความบนป้ายผ้าด้วยความโกรธจัด
“พวก รปภ. หายไปไหนกันหมด! ไล่คนพวกนี้ออกไปให้พ้นหน้าตึกเดี๋ยวนี้!” เขาสั่งการด้วยเสียงอันดัง
ทันทีที่ได้ยินคำสั่งนี้ แม่ของเจี่ยวเจียวก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที เธอทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณ
“สวรรค์เอ๋ย… พวกคนรวยมันไม่เห็นหัวคนจนเลย! ลูกสาวน่าสงสารของแม่ หนูตายอย่างทรมานเหลือเกินลูก…”
“พวกคุณมีซูโล่วเป็นตัวเชิดหน้าชูตา เขาหลอกล่อเล่นกับความรู้สึกของลูกสาวเราจนเธอต้องกระโดดตึกตาย! แต่พวกคุณกลับไม่ยอมให้คำอธิบาย แถมยังมาขับไล่พวกเราเหมือนหมูเหมือนหมา…”
“คิดจะปิดปากพวกเรางั้นเหรอ… ฝันไปเถอะ! วันนี้ถ้าไม่ให้ความยุติธรรมกับเรา เราไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น!”
ฝูงชนที่มุงอยู่เริ่มส่งเสียงอื้ออึงด้วยความโกรธแค้นตามแรงยุ สื่อมวลชนรอบ ๆ เริ่มตระหนกกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับ
อะไรนะ? ซูโล่วหลอกลวงความรู้สึกแฟนคลับจนเป็นเหตุให้มีการฆ่าตัวตายงั้นเหรอ?!
พวกอินฟลูเอนเซอร์ต่างตาเป็นประกาย รีบปั่นกระแสและกระจายข่าวที่ยังไม่กรองลงในห้องไลฟ์สตรีมของตน
ถังเถียนเถียนปวดหัวจนแทบระเบิด เดิมทีเรื่องซูโล่วหนีกองถ่ายยังมีเหตุผลเรื่องแม่ป่วยที่พอจะกู้ภาพลักษณ์คืนได้ แต่ตอนนี้กลับมีข้อหาหลอกลวงผู้หญิงเพิ่มเข้ามาอีก
โบราณว่าไว้ คนสามคนพูดเหมือนกันก็กลายเป็นเสือได้ ใครจะไปรู้ว่าคนกลุ่มนี้กล้ามาก่อเรื่องใหญ่โตท่ามกลางสาธารณชนขนาดนี้…
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังคุกรุ่นถึงขีดสุด ซู่เป่าก็วิ่งปรู๊ดไปยังแผนกต้อนรับของบริษัท ก่อนรีบวิ่งกลับออกมาอย่างรวดเร็ว เธอตรงดิ่งเข้าไปหาแม่ของเจี่ยวเจียวซึ่งกำลังโวยวายอยู่บนพื้น
มือน้อย ๆ ยัดของบางอย่างใส่ในมือสั่นเทาของหญิงคนนั้น พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นี่ค่ะ หนูให้คุณ!”
แม่ของเจี่ยวเจียวชะงักกึก มองดูม้วนเทปใสในมือด้วยความมึน จึงถามออกไปโดยไม่รู้ตัว “เธอ… เธอทำอะไรของเธอ…”
“เมื่อกี้คุณบอกว่าจะปิดปากไม่ใช่เหรอคะ? หนูเลยไปเอาเทปกาวมาให้ไงคะ!” ซู่เป่าเอียงคอตอบอย่างซื่อใส
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที เงียบสนิทจนแทบได้ยินเสียงนกกาบินผ่านไปบนฟ้า…