ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 196 สุภาพกับลูกสาวของฉันหน่อย!
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 196 สุภาพกับลูกสาวของฉันหน่อย!
บทที่ 196 สุภาพกับลูกสาวของฉันหน่อย!
ซูเหอเวิ่นเพ่งมองจอโทรศัพท์ด้วยความสงสัย ทว่าวินาทีที่ภาพหญิงสาวในสภาพสิ้นใจอย่างอนาถปรากฏแก่สายตา ทำเอาเขาสะดุ้งสุดตัว ราวกับแมวที่ขนตั้งชี้ทั้งแผ่นหลัง
“แม่งเอ๊ย!” เขาเผลอหลุดอุทานคำหยาบออกมาด้วยความลืมตัว
ท่านผู้เฒ่าซูที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์เงียบ ๆ เพื่อรอชิมบะจ่างถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยตำหนิด้วยเสียงเฉียบขาด “พูดจาอะไรเหลวไหล มารยาทหายไปไหนหมด?”
“คุณปู่ครับ… ผม ผมแค่ตกใจน่ะครับ ฮือ…” ซูเหอเวิ่นหน้าถอดสี รีบเลื่อนโทรศัพท์ออกห่างตัว
“เป็นผู้ชายทั้งคน แค่คลิปวิดีโอแค่นี้ถึงกับตกใจขนาดนั้นเชียว?” ท่านผู้เฒ่าซูยังคงรักษาท่าทีเคร่งขรึม
แม้ชายชราไม่ได้เห็นคลิปด้วยตาตัวเอง แต่จากเสียงแปลกๆ ที่ลอดออกมา ก็พอมองออกว่าเป็นคลิปวิดีโอทั่วไป ซูเหอเวิ่นถึงกับน้ำตาคลอ “คุณปู่ครับ คลิปนี้มัน… มันไม่เหมือนคลิปอื่นจริง ๆ นะครับ!”
“เอามานี่ ฉันจะดูเองว่ามันไม่เหมือนตรงไหน” ท่านผู้เฒ่ายื่นมือออกไป ท่าทางหนักแน่นสมกับเป็นทหารเก่า
“!”
เด็กสมัยนี้… ทำไมมันน่ากลัวขนาดนี้!
นิ้วของท่านผู้เฒ่าซูสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว ท่านรีบวางโทรศัพท์คืนให้ซูจื่อซีทันที
ว้าว! นี่เป็นครั้งแรกที่คุณปู่คืนโทรศัพท์ให้เขาเร็วขนาดนี้เลยแฮะ!
เด็กชายคิดในใจเมื่อเห็นการตอบสนองของชายผู้เป็นใหญ่ในบ้าน
ซูเหอเวิ่นถามด้วยน้ำเสียงลุ้น ๆ “เป็นยังไงบ้างครับคุณปู่?”
ท่านผู้เฒ่าซูแสร้งทำเป็นกระแอมไอ แล้วพูดด้วยเสียงเย็นชา “ก็แค่คลิปวิดีโอ… พวกแกนี่มันตื่นตกใจเกินเหตุจริง ๆ!”
ซูเหอเวิ่นถึงกับน้ำท่วมปาก คุณปู่ครับ เมื่อกี้มือปู่สั่นพั่บ ๆ ผมเห็นชัดเต็มสองตาเลยนะ!
แต่สุดท้ายความกตัญญูก็ทำให้เขาเลือกที่จะไม่เปิดโปงความลับของคุณปู่
ซูจื่อซีได้รับโทรศัพท์คืนมา แต่ซูจื่อหลินยังคงไม่อนุญาตให้เขาขึ้นห้อง เพราะรู้ดีว่าถ้าลูกชายเข้าห้องไปได้เมื่อไหร่ ก็คงฝังตัวอยู่บนโซฟาเพื่อเล่นเกมทันที
ซูจื่อซียิ้มมุมปากกวนประสาท ลิ้นแตะเขี้ยวอย่างกวนอารมณ์สไตล์เด็กเกเร “ได้ครับ คุณพ่อคนเก่ง ผมไม่ขึ้นห้องก็ได้!” พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกไปเล่นเกมที่ม้านั่งในสวนแทน
“แม่ครับ ช่วยจัดการเขาหน่อยเถอะ” ซูจื่อหลินถอนหายใจยาว
คุณยายซูกลอกตามองบนอย่างรำคาญ “ลูกใครคนนั้นก็ต้องสอนเองสิ”
พูดตามตรง เธอก็หมดปัญญาเหมือนกัน หานหานยังมีความเกรงกลัวอยู่บ้าง แต่จื่อซีคนนี้ไม่กลัวใครเลย เขาชอบหยอดมุกตลกประชดประชันไปทั่ว ใครจะพูดยังไงเขาก็ยังคงทำตามใจตัวเองอยู่ดี…
ดื้อรั้นจนไม่มีใครเอาอยู่
“คุณยายคะ… มอบหมายงานนี้ให้ซู่เป่าเองค่ะ!”
เด็กน้อยวางบะจ่างในมือลง ล้างไม้ล้างมือจนสะอาด แล้วจูงมือซูเหอเวิ่นเดินออกไปข้างนอกด้วยกัน ซูเหอเวิ่นถามด้วยความสงสัย “จะไปไหนน่ะ? พี่ไม่อยากไปเห็นหน้ากวน ๆ ของหมอนั่นสักนิดเลยนะ”
“ไปดูกันหน่อยค่ะ” ซู่เป่าตอบสั้น ๆ ความจริงเธออยากเห็นวิดีโอนั้น อะไรที่ทำให้พี่ชายเหอเวิ่นถึงกับสบถคำหยาบออกมา มันต้องไม่ใช่คลิปธรรมดาแน่นอน!
พี่น้องสองคนจูงมือกันแล้วย่องเข้าไปหาซูจื่อซีในสวน ตอนนี้เขาไม่ได้เล่นเกม แต่กำลังไถหน้าจออ่านกลุ่มแชทที่เต็มไปด้วยข่าวการกระโดดตึกของโรงเรียนมัธยมหนานเฉิงเขตสาม
“น่ากลัวมาก ได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นจุดเทียนแดงในห้องพัก แล้วยังเผากระดาษเงินกระดาษทองด้วย”
“ใช่คนชื่อ ‘ซ่งเยว่ชิง’ จากปี 3 ห้อง 4 หรือเปล่า?”
“ฮือออ ฉันอยู่หอพักนั้นแหละ ฉันว่า…เขามีอาการแปลก ๆ มานานแล้ว สุดท้ายก็เป็นจริง ใครจะกล้ากลับไปนอนหออีกล่ะ!”
เพื่อนนักเรียนหญิงบางคนถึงกับขวัญเสียจนไม่กล้าพิมพ์ชื่อเต็มของซ่งเยว่ชิง ข่าวนี้ดังระเบิดไปทั่วทั้งในกลุ่มเกมและในโต่วอิน จื่อซีเปิดกลุ่มไหนก็เจอแต่เรื่องนี้
เขาพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ลงไปถาม … ‘ทำไมเธอถึงกระโดดตึก?’
คนในกลุ่มต่างคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา บางคนว่าถูกกลั่นแกล้ง บางคนว่าถูกแย่งแฟนจนคิดสั้น จื่อซีได้แต่อ่านแล้วส่ายหน้า
เขาคิดในใจว่า เรื่องแค่นี้จะคิดมากไปทำไม เล่นเกมไม่ดีกว่าเหรอ?
ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะกดออกจากกลุ่ม รูปภาพสมาชิกคนหนึ่งส่งเข้ามาก็ปรากฏขึ้น มันคือภาพศพของซ่งเยว่ชิงตอนเสียชีวิต ดวงตาเบิกกว้างคู่นั้น ทำให้จื่อซีรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา
ทันใดนั้นเอง มีมือข้างหนึ่งแตะลงบนไหล่ของเขาเบา ๆ!
“เฮ้ย!!!” จื่อซีสะดุ้งตัวลอยจนกระโดดกอดเสาศาลาไว้แน่น พอเห็นว่าเป็นซู่เป่า เขาก็แผดเสียงด้วยความโมโห “ยัยเด็กนี่! ทำอะไรของเธอเนี่ย!”
ซู่เป่าชะงักค้างแล้วรีบหดมือกลับ เอ่ยขอโทษเสียงอ่อย “พี่ชาย… หนูขอโทษค่ะ”
“ไม่เกี่ยวกับเธอนะ ฉันเป็นคนบอกให้ซู่เป่าย่องเข้ามาเงียบ ๆ เองแหละ!” ซูเหอเวิ่นรีบออกหน้าแทนทันที
จื่อซีสบถคำว่า “บ้า” ออกมาเบา ๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งตามเดิม ซู่เป่าขยับไปนั่งข้างพี่ชายแล้วถามอย่างว่าง่าย “พี่ชายคะ… หนูขอดูวิดีโอเมื่อกี้ได้ไหม?”
ในโทรศัพท์ของพี่ชายเหอเวิ่นมีแต่กลุ่มบทกวีกับคณิตศาสตร์ สมการเต็มไปหมด ไม่มีทางมีข่าวลือหรือวิดีโอแบบนี้แน่ เธอถึงต้องมาพึ่งพาจื่อซีไงล่ะ!
จื่อซีไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง พูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ “อย่ามาเกะกะ! ไปให้พ้นเลยไป!”
ทำไมเขาต้องให้ยัยเปี๊ยกนี่ดูโทรศัพท์ส่วนตัวด้วยล่ะ เธอเป็นใครกัน!
ซู่เป่าเม้มริมฝีปากแน่น จึงถามด้วยความมุ่งมั่น “หนูต้องทำยังไง… พี่ถึงจะยอมให้หนูดูล่ะคะ?”
“ไม่ให้! ยังไงก็ไม่ให้!” จื่อซีแผดเสียงด้วยความเหลืออด “บอกให้ไปพ้น ๆ หน้ายังไม่ได้ยินอีกเหรอ? หรืออยากให้พี่ชายคนนี้ช่วยสงเคราะห์ส่งเธอไปอีกทางฮะ?”
ซูจื่อซีถลึงตาใส่น้องสาวพลางเปิดเกมขึ้นมาเตรียมเข้าสู่โลกส่วนตัว
ซู่เป่าไม่ได้โกรธ แต่กลับพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่จื่อซีคะ… ถ้าพี่เห็นอะไรแปลก ๆ อย่าลืมมาหาหนูนะคะ!”
“บอกให้ไปพ้น ๆ ยังฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องอีกหรือไง?” จื่อซีจ้องเขม็ง อะไรแปลก? ขู่กันเหรอ?
โอ้โฮ… กลัวตายเลยล่ะ! เขาเกลือกตามองบนอีกครั้ง
ซูเหอเวิ่นชักเริ่มหัวเสียแทนซู่เป่า “น้องสาวอย่าไปสนใจเลย! เดี๋ยวพี่ช่วยดาวน์โหลดแอปโต่วอินให้ แล้วเราค่อยตามหาวิดีโอนั่นกันเองก็ได้!”
มู่กุยฝานเดินเข้ามากุมมือน้อย ๆ ของซู่เป่าพาเดินเลี่ยงออกไป ยัยหนูเดินไปพลางเหลียวหลังกลับมามองพี่ชายด้วยความเป็นห่วงตลอดทาง… ไม่นานนัก หลังจากส่งซู่เป่าเรียบร้อย มู่กุยฝานก็เดินกลับมายังสวน
เขาบิดข้อมือไปมาเล็กน้อย พร้อมกับก้มมองซูจื่อซีซึ่งกำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับเกมอยู่
หึ… กล้าทำหน้าบึ้งใส่ลูกสาวฉันเหรอ? ในบ้านตระกูลซูไม่มีใครจัดการได้ใช่ไหม?
ได้… เดี๋ยวฉันจัดให้
“มาเล่นกันสักสองสามเกมไหม?” มู่กุยฝานเอ่ยชวน
จื่อซีไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เขาไม่สนใจอาเขยหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในตระกูลซูคนนี้สักเท่าไหร่
มู่กุยฝานแค่นยิ้มเย็น “ไม่ใช่ว่าเธอเล่นเกมเก่งนักเหรอ? ถ้าเธอชนะฉันได้แม้แต่เกมเดียว… ฉันจะเป็นคนออกหน้าส่งเธอเข้าทีมอีสปอร์ตระดับอาชีพเอง”
นิ้วมือของจื่อซีชะงักกึกทันที! มู่กุยฝานหัวเราะเยาะในลำคอ “ทำไม? ไม่กล้าเหรอ?”
จื่อซีเลือดย่อมฉีดพล่าน เขาอยู่แรงค์ Star Glory I เชียวนะ! ในกลุ่มแชททุกคนต่างยกย่องว่าเขาคือเทพเจ้าแห่งเกม เป็นตำนานผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ แล้วตาลุงนี่เป็นใครถึงกล้ามาบอกว่าเขาจะชนะไม่ได้แม้แต่เกมเดียว!
“เล่นก็เล่นดิ!” จื่อซีรับคำท้า
ทว่าพอเริ่มเกม เขากลับพบว่ามู่กุยฝานดูเหมือนเป็นแค่ ‘มือใหม่’ เท่านั้น เหอะ!
แค่นี้ยังกล้ามาคุยโว! จื่อซีหยามในใจ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา…
ซูจื่อซีถูกฆ่าจนอยากจะร้องไห้ออกมา! มู่กุยฝานสังหารเขาไปร่วมร้อยรอบ!
จื่อซีเริ่มสงสัยในคุณค่าของชีวิตเป็นครั้งแรก เขาถูกฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความรู้สึกชาไปหมด เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้งแล้วเลิกเล่นเกม King of Glory ไปตลอดกาล!
มู่กุยฝานเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ก้มมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาเย็นเยียบ “จำไว้… ครั้งหน้าถ้าเจอซู่เป่า ให้สุภาพกับเธอหน่อย ไม่อย่างนั้นถ้าฉันเจอเธอเมื่อไหร่ ฉันจะฆ่าเธอในเกมเมื่อนั้น!”
ซูจื่อซีเจ็บปวดจนพูดไม่ออก
มู่กุยฝานทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินจากไป จื่อซีหงุดหงิดจนแทบกระอักเลือด เขาต้องรีบเปิดเกมใหม่แล้วไล่ฆ่าศัตรูในโหมดทั่วไปอย่างบ้าคลั่งเพื่อระบายอารมณ์ จนกระทั่งเห็นข้อความ “เทพเจ้า 666” ในแชทนั่นแหละ เขาถึงเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
เมื่อปิดหน้าจอลง จื่อซีก็พบว่าท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลงแล้ว เขาเริ่มลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเตรียมกลับเข้าบ้าน
ในจังหวะนั้นเอง… หางตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคนคนหนึ่งยืนอยู่ริมสวนดอกไม้
เขารีบหันไปมองทันที… คนผู้นั้นสวมชุดสีแดงสดทั้งร่าง ผมยาวสลวยปรกหน้า และดวงตาคู่นั้นกำลังจ้องประสานกับเขาพอดีเป๊ะ!
จื่อซีที่เพิ่งออกมาจากโลกแห่งเกมยังคงมีอาการงุนงงสับสน เขาจ้องมองผีผู้หญิงตนนั้นนิ่งค้างอยู่นานเต็มครึ่งนาที…