ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 302 เหล่าคุณลุงกับภารกิจเรียนรู้วิธีมัดผม
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 302 เหล่าคุณลุงกับภารกิจเรียนรู้วิธีมัดผม
คุณนายซูผู้เฒ่าแหงนหน้ามองฟ้า 45 องศาพร้อมน้ำตาคลอเบ้า
‘เธอกำลังนับนิ้วอย่างไม่แน่ใจ… หานหานก็อายุห้าขวบกว่าแล้วนี่นา!’
ปกติแล้วเด็ก ๆ มักไม่ประสีประสา ชอบเอาความคึกคะนองมาลงกับเส้นผมตัวเอง ยามจิ่นอวี้อายุเพียงสองสามขวบก็เคยทำเรื่องทำนองนี้
‘แต่หานหานห้าขวบแล้วนะ!’
‘นี่มันช่าง… เหมือนสมองขาดหายไปหนึ่งเส้นไม่มีผิด’
ส่วนซู่เป่า… หลานสาวคนนี้ยังพอมีทางเยียวยา หากพาไปร้านตัดผม ช่างทำผมมืออาชีพก็น่าจะยังกู้สถานการณ์กลับมาได้
“เด็กผู้หญิงตัดผมแหว่งขนาดนี้ จะดูได้ที่ไหนกัน? พวกเธอ… ออกมานี่ให้หมดเลย” คุณนายซูเอ่ยเสียงแผ่วพลางสูดลมหายใจเข้าลึก หางตากระตุกกึก ๆ ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งโกรธแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความระอาปนเอ็นดูในความแสบซนของหลานสาว
ซู่เป่ากับหานหานต่างเดินห่อไหล่ตามออกมาอย่างว่าง่าย ก่อนไปยืนเรียงแถวที่ระเบียงด้วยความคุ้นชิน
“ใครเป็นคนเริ่มก่อน?” คุณนายซูเอ่ยถาม
“หนู! หนูเองค่ะ!” หานหานชูมือขึ้นทันควัน
“ไม่ใช่นะคะ… ซู่เป่าเป็นคนเริ่มพูดก่อนเองค่ะว่าอยากตัดผม!” ซู่เป่ารีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
คุณนายซูถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเพราะความโกรธระคนเอ็นดู เธอรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป… แชะ แชะ!
คติประจำใจคือเจอเรื่องอะไรอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ให้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงก่อนเป็นอันดับแรก
แชะ…
ภาพสองพี่น้องตัวน้อยที่มีทรงผมเว้าแหว่งเหมือนโดนหมากัด ยืนทำหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ระเบียง ถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ตลอดกาล
คุณนายซูส่งรูปเข้าไปในกลุ่มครอบครัว ทันใดนั้นหน้าต่างสนทนาก็แทบระเบิด
ซูอีเฉิน: [?]
ซูจื่อหลิน: [?]
ซูเยว่เฟย: [ส่งสติ๊กเกอร์ กาแฟหนึ่งอึกพ่นใส่มือถือ]
ซูโล่ว: […]
ซูอิงเอ๋อร์: [นี่ทรงผมแฟชั่นใหม่เหรอ?]
ซูอี้เชิน: [คืนเด็กน้อยน่ารักของฉันมาเดี๋ยวนี้! ]
มู่กุยฝาน: [ไม่เลว… มีความเป็นตัวของตัวเองดี ]
……
คุณนายซูเก็บโทรศัพท์พลางรู้สึกปวดขมับจนอยากจะบีบนวด ทว่าก็นึกขึ้นได้ว่าเพิ่งแต่งหน้ามาอย่างประณีตจึงทำได้เพียงโบกมือไร้เรี่ยวแรงแล้วถอนลมหายใจยาว “เอาเถอะ… ไปร้านตัดผมกันได้แล้ว”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หน้าร้านทำผม ปรากฏเด็กชายตัวน้อยหนึ่งคน กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กอีกคนเดินเคียงข้างกันออกมา
เด็กชายที่ว่าก็คือหานหาน ยามนี้เธอกลายเป็นเด็กหนุ่มหัวเกรียนตามสมใจอยาก เส้นผมสั้นกุดคล้ายกับตอเคราจาง ๆ
ส่วนเด็กหญิงคือซู่เป่า แม้หางม้าจิ๋วจะหายไป ทว่าช่างตัดผมก็สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส จัดการตัดทรงผมสั้นสุดคาวาอี้ให้แก่ซู่เป่าได้สำเร็จ
หลังจากกลับบ้านไปสระผมจนสะอาดเอี่ยม คุณนายซูก็พาซู่เป่ามุ่งหน้าไปยังกองถ่าย
ซูโล่วมองเห็นหลานสาวจากระยะไกล สิ่งแรกที่เขาทำคือเพ่งมองไปยังศีรษะของเธอ เมื่อพบว่าหลานสาวผู้น่ารักยังดูดีอยู่จึงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ซู่เป่าปรากฏตัวพร้อมผมสั้นระดับติ่งหู รับกับหน้าม้าที่สั้นเต่อกว่าปกติ แต่กลับดูน่ารักน่าเอ็นดู
เมื่อเทียบกับหางม้าจิ๋วก่อนหน้านี้ ยามนี้เธอดูอ่อนโยนและนุ่มนวลมากขึ้นมหาศาล
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หืม?” ซูโล่วลูบทรงผมใหม่ของหลานสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เหตุใดถึงนึกอยากตัดผมกะทันหันล่ะ”
“ซู่เป่าไม่อยากมัดผมแล้วค่ะ มัดผมนี่มันยากจริง ๆ ค่ะ” ซู่เป่าเกาศีรษะพร้อมกับเอ่ยอุบอิบ
ที่แท้ก็เพราะเหตุผลนี้นี่เอง…
“งั้นต่อไปลุงสี่จะหัดมัดผมให้หนูเอง ตกลงไหม?” ซูโล่วหลุดหัวเราะ นึกเอ็นดูหลานสาว
ซู่เป่าพยักหน้าตอบรับ
ซูโล่วถ่ายรูปซู่เป่าส่งกลับเข้าไปในกลุ่มครอบครัวอีกครั้ง
[ซู่เป่าบอกว่ามัดผมยากเกินไป เลยจัดการลงมือตัดเองเสียเลย]
เหล่าคุณลุงต่างบรรลุในสัจธรรมทันที… ถึงเวลาที่พวกเขาต้องเริ่มเรียนรู้วิธีมัดผมเสียแล้ว!
ซูอีเฉินกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานเอ่ยเรียกเลขาทันที “ชวี่เซี่ยง ช่วยหาวิธีสอนมัดผมให้ฉันหน่อย”
“…”
“เอาแบบสำหรับเด็กผู้หญิงนะ” ซูอีเฉินเสริมต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
‘อ้อ! เข้าใจแล้ว เรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับคุณหนูซู่เป่าแน่นอน’
ด้านซูอิงเอ๋อร์ในไซต์ก่อสร้าง คว้าตัวหนุ่มน้อยผมยาวที่กำลังอู้งานขึ้นมา “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะขอจัดการกับผมบนหัวนายเอง!”
“???”
ผ่านไปเพียงห้านาที เขาก็มองเห็นเงาสะท้อนของตนเองที่มีผมถูกรวบเป็นจุกสองข้างแบบเบี้ยว ๆ ก่อนร้องไห้โฮออกมา “พี่ครับ… ผมขอไปแบกอิฐเหมือนเดิมได้ไหมครับ?”
ส่วนซูอี้เชินที่กำลังตรวจเยี่ยมไข้ หลังจากวุ่นวายกับภารกิจหลักเสร็จสิ้น ก่อนลงเวรเขาก็สละเวลาไปมัดผมทรงจุกเล็ก ๆ สองข้างให้แก่คนไข้หญิงทุกคนในแผนก ฝีมือของเขาดูคล่องแคล่วและแม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ จนเจ้าตัวพยักหน้าพึงพอใจ
บรรดาคุณป้าในแผนกต่างพากันยิ้มร่า “บริการของโรงพยาบาลสมัยนี้ช่างดีจริง ๆ นอนรักษาตัวยังมีคนช่วยมัดผมให้ด้วย”
แถมคนลงมือผูกให้ยังเป็นถึง ‘คุณหมอซู’ สุดหล่ออีกต่างหาก!
ถือว่าคุ้มค่าจริง ๆ!
*
ยามนี้มีเพียงคุณนายซูผู้เฒ่าที่จมอยู่กับความรู้สึกผิด ปกติเธอมักจะเป็นคนลงมือรวบผมให้ซู่เป่าอยู่เป็นตลอดจริง ๆ นะ!
สิ่งที่เธอเสียใจที่สุดคือ เมื่อซู่เป่าเอ่ยปากว่าอยากจะเริ่มจัดการธุระส่วนตัวและมัดผมด้วยตัวเอง เธอกลับมอบความไว้วางใจให้หลานสาวตัวน้อยมากเกินไปหน่อย…
*
ณ คฤหาสน์ตระกูลกู้
กู้ชีชีนั่งอยู่บนโซฟาท่ามกลางวงล้อมของคุณหญิงคุณนายหลายท่านซึ่งกำลังสนทนาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวต่าง ๆ
คุณแม่ของกู้ชีชีเพิ่งเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวรอบโลกก็นั่งอยู่กึ่งกลางวงล้อมนั้น พลางหัวเราะต่อกระซิกพูดคุยด้วยความรื่นเริง
ทว่ากู้ชีชีกลับมีท่าทีเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด เธอคอยชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับปรายตาไปยังบานประตูบ้านอยู่บ่อยครั้ง
ทำไมถึงยังไม่มาอีกนะ…
เธออุตส่าห์เตรียมเค้กสูตรหวานน้อยไว้รอต้อนรับซู่เป่า ทั้งยังมีน้ำมะม่วงคั้นสดฝีมือตัวเองที่แช่เย็นเจี๊ยบอยู่ในตู้เย็น
นอกจากนี้เธอยังเข้าครัวทำบัวลอยมันม่วงและขนมกุ้ยฮวาไว้พร้อมสรรพ…
ไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยซู่เป่าจะถูกใจเมนูไหนเป็นพิเศษบ้าง
แววตาของผู้เป็นแม่พลันฉายแววเลศนัยลึกลับ
ลูกสาวคนโตของบ้านเป็นอะไรไป? นั่งไม่ติดที่ แถมดวงตายังเต็มไปด้วยความคาดหวังเปี่ยมล้นขนาดนั้น…
หรือว่า… แอบไปซุกซ่อนหนุ่มไว้ข้างนอกงั้นเหรอ?
ฉันเพิ่งห่างบ้านไปไม่กี่เดือน ลูกสาวคนสวยก็หาแฟนเป็นตัวเป็นตนได้เรียบร้อยแล้วเชียวหรือ?
คุณแม่กู้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที เธอเอ่ยทัก “ชีชีจ๊ะ หนูกำลังใจจดใจจ่อดูอะไรอยู่เหรอ?”
“หืม? อ๋อ… เปล่าค่ะแม่ ไม่มีอะไร!” กู้ชีชีสะดุ้งเล็กน้อย
บรรดาคุณนายต่างพากันหัวเราะร่วนพร้อมกับเอ่ยเย้าหยอก “ชีชีปีนี้ก็อายุ 24 แล้ว คงมีคนรู้ใจแล้วสินะ? ที่ชะเง้อคอมองประตูนี่กำลังรอแฟนอยู่ใช่ไหมจ๊ะ?”
“เปล่าเลยค่ะ ห่างไกลจากคำนั้นมาก!” กู้ชีชีแอบถ่มน้ำลายในใจพลางแย้ง
‘จะมัวไปรอแฟนทำไมกัน แฟนที่ไหนจะหอมละมุนเท่าเด็กน้อยน่ารัก ๆ เล่า’
เธอไม่เคยมีความคิดเรื่องการมีคนรักอยู่ในหัวเลย ยิ่งเรื่องแต่งงานยิ่งไม่ต้องพูดถึง สิ่งที่เธอปรารถนาคือการข้ามขั้นตอนการวิวาห์ไปเสีย แล้วข้ามไปสู่การมีลูกสาวตัวจ้อยแสนน่าเอ็นดูเหมือนซู่เป่าเลยจะดีกว่า
พอนึกถึงซู่เป่าในสภาพผมจุกสองข้างสุดคิ้วท์ กู้ชีชีก็แทบจะอดใจรอพบหน้าเด็กน้อยไม่ไหวแล้ว
น้องสาวบ้านอื่นนี่ช่างน่ารักน่าใคร่เสียจริง
แต่พอมองน้องสาวร่วมท้องของตนเอง… ‘เห้อ เป็นไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ’
กู้ชีชีเบนสายตาไปหาน้องสาวที่นั่งปลีกวิเวกอยู่มุมห้องก่อนเอ่ยทัก “กู้เสี่ยวปา ยิ้มให้พี่สักนิดได้ไหมจ๊ะ?”
กู้เสี่ยวปานั้นมีเค้าโครงหน้าสละสลวยงดงาม แต่น่าเสียดายที่นิสัยกลับเย็นชาเกินไปหน่อย
“เด็กน้อย” กู้เซิ่งเสวี่ยยังคงวางหน้าเรียบเฉยพลางแค่นเสียงเย็นชาตอบกลับ เธอนิ่งไปอึดใจ ก่อนโพล่งออกมาด้วยท่าทีดื้อรั้น “ฉันไม่ได้ชื่อกู้เสี่ยวปา!”
กู้ชีชีเบ้ปาก ช่างเถอะ ๆ น้องสาวคนนี้หาความน่ารักไม่เจอเลยจริง ๆ!
คุณแม่กู้ยังคงสังเกตอาการลูกสาวอยู่ห่าง ๆ ยิ่งมั่นใจในความคิดตนเอง
‘ลูกสาวคนโตต้องมีแฟนแน่ ๆ! หรือต่อให้ยังไม่มี ก็ต้องมีคนที่หมายตาไว้…’
ขณะเดียวกัน กู้เซิ่งเสวี่ยยังคงนั่งจมอยู่กับความคิดตัวเองตรงมุมห้องเพียงลำพัง ใบหน้าแสนเย็นชานั้นหาได้มีความไร้เดียงสาเหมือนเด็กทั่วไปเลยสักนิด
เด็กหญิงมีมาดเท่ขรึมและฉายแววเบื่อหน่ายโลกอยู่ลึก ๆ ในมือยังคงหมุนเข็มทิศอาคมไปมา
ทันใดนั้น เธอกลับหยุดชะงักการเคลื่อนไหว นัยน์ตาคมปลาบหรี่ลงเล็กน้อย
‘เหอะ? มีใครบางคนกล้าแอบมาโจมตีฐานของเธองั้นเหรอ?’