ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 342 ชาติหน้า... แม่จะตามหาหนูให้เจอ
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 342 ชาติหน้า... แม่จะตามหาหนูให้เจอ
แม่ของผีเด็กน้อยทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นพลางวิงวอนด้วยความร้าวราน “ขอร้องล่ะ… พวกเราผิดเอง แต่เด็กคนนี้บริสุทธิ์เหลือเกิน เธออายุเพียงสามขวบเท่านั้น…”
“เธอควรจะได้เติบโตอย่างมีความสุข ได้สะพายกระเป๋าไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ… ตอนยังมีชีวิตอยู่ พอเห็นพี่ ๆ สะพายกระเป๋าไปโรงเรียนเธอก็เฝ้าใฝ่ฝันอยากจะไปบ้าง…”
“วันนั้นฉันเพิ่งซื้อกระเป๋านักเรียนให้ใบหนึ่ง เธอดีใจมาก สะพายติดตัวไว้ทั้งวันไม่ยอมวางลงเลย”
แม่ของผีเด็กน้อยร่ำไห้หนักขึ้นเรื่อย ๆ น้ำตาเลือดไหลรินเป็นสายอาบสองแก้ม ย้อมอาภรณ์สีแดงฉานให้ดูแดงสดน่าสลดใจยิ่งขึ้น
พ่อของผีเด็กก็ทรุดเข่าลงเช่นกัน มือกำผมตัวเองแน่น “ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง จะโทษก็โทษฉันเถอะ บาปกรรมอะไรฉันยอมรับเอง…”
วิญญาณผู้เฒ่าทั้งสองต่างคุกเข่าตามพลางโขกศีรษะไม่หยุด “พวกเราขอร้อง… ไม่ต้องปล่อยพวกเราก็ได้ แต่ช่วยเมตตาปล่อยหลานสาวตัวน้อยของฉันไปได้ไหม?”
“ยามมีชีวิต หลานคนนี้เป็นเด็กดีเหลือเกิน ตอนไปตลาดเธอก็กลัวว่าฉันจะล้ม จึงคอยจับมือฉันไว้ตลอด กลัวว่าฉันจะเหนื่อยที่ต้องถือของหนัก เธอก็ยังอาสาจะช่วยถือให้…”
“ไม่ว่าชาติก่อนจะทำผิดบาปสิ่งใด แต่ชาตินี้เธออายุเพียงสามขวบก็ต้องมาตายจากไปแล้ว พวกคุณช่วยถามท่านยมบาลให้ทีได้ไหม ว่าขอใช้ชีวิตพวกเราเข้าแลกแทนได้หรือเปล่า?” คนแก่ทั้งสองร่ำไห้น้ำตานองหน้า
อาจเพราะตระหนักว่าไม่อาจสู้รบตบมือได้ และรู้ดีว่าวันนี้ไม่มีทางหนีรอด
ทันใดนั้น ทั้งปู่ย่าและพ่อแม่ต่างเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกคนล้วนวิงวอนขอชีวิตให้ผีเด็กหญิง
“เป็นฉันเองที่บอกให้ลูกหาร่างทดแทน สิ่งที่แกทำลงไป ก็เพราะฉันบอกลูกว่านี่เป็นเพียงแค่เกม…”
“ลูกสาวฉันเป็นผีร้ายก็จริง นั่นเพราะแกแค่อยากมีชีวิตอยู่ต่อมากเกินไป ไม่อยากจากพวกเราไปเท่านั้นถึงได้กลายเป็นแบบนี้…”
“ฉันยอมสลายกลายเป็นไอมรณะ เพื่อแลกกับการให้ลูกสาวได้กลับไปเกิดใหม่ในชาติหน้า มีชีวิตสงบสุข…”
พ่อของผีน้อยโขกศีรษะลงกับพื้น ทั้งครอบครัวต่างคุกเข่าจมอยู่ในกองความเศร้าและความสิ้นหวังอยู่นาน นอกจากเสียงสะอื้นไห้แล้ว ดูเหมือนพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว
ผีเด็กหญิงเห็นบุพการีและปู่ย่าร้องไห้กันหมด ก็เริ่มร้องตามอย่างเศร้าสลด เธอโผเข้ากอดแม่แน่นไม่ยอมปล่อยมือ
ซู่เป่าเดินเข้าไปหาค่อย ๆ ยื่นมือไปลูบใบหน้าของผีเด็ก “ไม่ร้องนะคะ… ถ้าหนูอยากไป พี่สาวจะให้อาจารย์พาหนูไปเกิดใหม่”
“…?”
‘เดี๋ยวก่อนนะ… ยมทูตน้อยของอาจารย์ เปลี่ยนมาหลอกคนอื่นแทนได้ไหม!’
โชคดีที่ได้ยินซู่เป่าพูดต่อ “แต่คุณพ่อคุณแม่กับคุณปู่คุณย่าของหนู จะไม่มีโอกาสได้ไปพร้อมกันแล้วนะ”
เด็กผีตัวน้อยกอดแม่ไว้แน่นไม่ยอมคลาย แต่เหล่าผู้ใหญ่กลับมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ หากไอมรณะของพวกเขาสามารถแลกกับการให้ลูกน้อยได้ไปเกิดใหม่ พวกเขาก็เต็มใจยิ่ง…
ชาติหน้าขอเพียงเป็นคนธรรมดาก็พอ ขอแค่ให้มีชีวิตแข็งแรงและปลอดภัย…
ซู่เป่าหันไปมองจี้ฉาง ท่านอาจารย์จี้รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน “ฉันทำไม่ได้! ฉันไม่มีความสามารถ! และฉันก็ไม่กล้าด้วย!”
“อาจารย์ทำได้แน่นอนค่ะ! เพราะอาจารย์เก่งที่สุดในโลกเลยนะ!”
“ไม่ใช่ฉัน… ฉันไม่มีอำนาจนั้น… ฉันเป็นแค่ผี…” จี้ฉางยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง
ซู่เป่านิ่งคิดครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็เริ่มเข้าใจเหตุผล
เรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อท่านอาจารย์หรือเปล่านะ?
พอนึกถึงตรงนี้ ซู่เป่ารู้สึกว่าตนเองทำไม่ถูก จึงรีบเปลี่ยนคำพูด “อาจารย์คะ งั้นซู่เป่าจะพาน้องสาวไปเองค่ะ”
จี้ฉางกระตุกมุมปาก ‘เธอทำได้งั้นเหรอ?’
ตอนนี้เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ไม่อาจเข้าออกยมโลกได้ตามใจชอบ
อย่างน้อยก็ในตอนนี้
“ช่างเถอะ… อาจารย์ยอมแล้ว” จี้ฉาง ลอบทอดถอนใจอย่างจนปัญญา
ทว่าซู่เป่ากลับประกาศการตัดสินใจออกมาด้วยท่าทางร่าเริง “ตกลงตามนี้ค่ะ! ให้น้องสาวอยู่กับหนูไปก่อน ไว้หนูเก่งขึ้นเมื่อไหร่ จะรีบพาเธอไปลงนรก… เอ้อ ไม่ใช่ค่ะ! จะรีบพาไปเกิดใหม่!”
ครอบครัวผีร้ายฟังแล้วถึงกับใจหายวาบ แผ่นหลังชาวาบไปตาม ๆ กัน
‘แม่หนูน้อย… มั่นใจนะว่าเมื่อกี้แค่พูดผิด ไม่ได้หลุดปากบอกปลายทางจริง ๆ น่ะ?’
หลังจากลังเลเพียงชั่วครู่ ในที่สุดพวกเขาก็เลือกฝากฝังผีเด็กหญิงไว้กับซู่เป่า บาปกรรมทั้งหมดที่เคยก่อไว้ พวกเขาขอชดใช้เอง ขอเพียงให้ลูกรักมีความหวังในการเกิดใหม่แม้เพียงน้อยนิด ก็เพียงพอแล้ว
แม่ของผีเด็กโอบกอดลูกน้อย หลับตาลงเพื่อซ่อนความอาลัยอาวรณ์เปี่ยมล้นในดวงตา
“ติ๊งตัง เป็นเด็กดีนะลูก ไปกับพี่สาวคนนี้ก่อนนะ เมื่อถึงเวลาได้ไปเกิดใหม่ ชาติหน้าแม่จะเป็นแม่ของหนูอีก เราสัญญากันนะจ๊ะ”
ติ๊งตังน้อยมองแม่ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อแล้วส่ายหน้าสุดแรง
แม่ผียื่นนิ้วก้อยออกมา “งั้นเรามาเกี่ยวก้อยสัญญา ประทับตราไว้… ชาติหน้า หรือชาติต่อ ๆ ไป จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง…”
พ่อผีโอบกอดภรรยาและลูกไว้ขณะเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “เชื่อพ่อนะลูก พ่อไม่เคยโกหกหนูเลยใช่ไหม รอให้หนูไปเกิดใหม่ก่อนเถอะ พ่อกับแม่ต้องตามหาหนูให้เจอแน่นอน”
อย่างไรเสีย ผีน้อยก็ยังคงเป็นเด็ก
ไม่ว่าเฉลียวฉลาดเพียงใด ความคิดความอ่านก็ยังอยู่ในขอบเขตของเด็กน้อย เธอหันมองพ่อแม่ด้วยความลังเลก่อนหันมามองซู่เป่า
คุณปู่และคุณย่าช่วยกันโน้มน้าว “หลานรัก… มีเพียงหนูที่ไปก่อนเท่านั้น พวกเราถึงจะมีโอกาสได้ไถ่บาป ติ๊งตังรู้ไหมคะว่าไถ่บาปคืออะไร? มันก็คือ…”
คุณย่าเริ่มหมดคำพูด ไม่อาจแต่งเรื่องหลอกหลานต่อได้ในยามนี้
คุณปู่จึงรับช่วงต่อ “ก็เหมือนที่พี่สาวคนนั้นบอกเมื่อกี้เรื่องติดหนี้ไงลูก พวกเราต้องใช้หนี้ให้หมดก่อน ถึงจะไปหาหนูได้”
แม่ยังคงหลอกล่อต่อ “ถ้าติ๊งตังไม่ไปจองที่ไว้ให้พวกเราก่อน พวกเราก็ไม่มีโอกาสเจอกันเลยนะลูก”
สุดท้ายพ่อก็ลูบใบหน้าเธอเบา ๆ “อาจเหงานิดหน่อย แต่พ่อเชื่อว่าติ๊งตังทำได้ ใช่ไหม?”
ติ๊งตังก็พยักหน้ารับคำ ทั้งครอบครัวต่างช่วยกันผลักร่างเล็ก ๆ ให้เดินไปทางซู่เป่า ในดวงตาของพวกเขาเริ่มมีประกายแห่งความหวังจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง ทุกคนต่างส่งยิ้มและให้กำลังใจเด็กน้อย
นั่นทำให้ติ๊งตังเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าต้องได้พบกันอีกในไม่ช้าแน่นอน
ในชาติหน้า พ่อกับแม่ต้องหาเธอเจอ และเธอจะช่วยจองที่ไว้ให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และคุณปู่คุณย่า
“ต้องมาหาหนูนะ” ติ๊งตังกำชับพลางปาดน้ำตา
ครอบครัววิญญาณร้ายพยักหน้า มองส่งผีน้อยเข้าไปในน้ำเต้าอาคมจนร่างของเธอหายลับไปจากสายตา
แม่ของผีน้อยทรุดกายลงร่ำไห้โฮอยู่บนพื้นด้วยความโศกเศร้าและสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง ซู่เป่าทอดสายตามองภาพนั้นด้วยความเวทนา
ทว่า… กฎเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ ย่อมไม่อาจสั่นคลอนหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามใจชอบ ความเสียใจในยามนี้ ไม่อาจชดเชยชีวิตผู้บริสุทธิ์จำนวนมากที่ต้องดับสูญด้วยน้ำมือของพวกเขา
เปรียบดั่งการติดหนี้… สุดท้ายอย่างไรเสีย ก็ต้องชดใช้คืนอยู่วันยังค่ำ