ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 281 เคล็ดวิชาฟื้นฟูกระดูก? ฆ่าไม่ตาย?
บทที่ 281 เคล็ดวิชาฟื้นฟูกระดูก? ฆ่าไม่ตาย?
อู่เหยียนโกรธจัดจนเคลื่อนไหวเปลวไฟบนร่างกาย ซึ่งเปลวไฟเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นเงากำปั้นพุ่งออกไปโจมตี
ลู่เฉินเห็นดังนั้นจึงเปิดใช้งาน ‘กำแพงพันชั้น’
กำแพงพันชั้นทั้งเก้าสิบเก้าชั้นนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ส่งผลให้เมื่อเงากำปั้นนั้นพุ่งมากระทบกับ ‘กำแพง’ ก็สามารถโจมตีจนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ได้ไม่ถึงแปดสิบชั้น
ลู่เฉินเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “อ่อนแอเกินไป!”
อู่เหยียนพลันตกใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ลู่เฉินจะเปลี่ยนจากผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณมาเป็นผู้ที่ยากจะกำจัดได้เช่นนี้
ไม่ใช่แค่อู่เหยียนเท่านั้น แม้แต่ชิงเฟิงหมิงและกุ๋ยเจี่ยจื่อก็ตกตะลึงเช่นกัน
เมื่อเห็นอู่เหยียนตกตะลึง ลู่เฉินก็คลี่ยิ้มและถามว่า “ไม่ต่อหรือ?”
อู่เหยียนได้แต่ถอยหลังไปสองสามก้าว จากนั้นพลันมองไปที่กระดูกศักดิ์สิทธิ์ และกระดูกศักดิ์สิทธิ์ก็เปล่งแสงสว่างวาบ จากนั้นก็รวมเข้ากับร่างของอู่เหยียนทันที
มีเสียงแตกหักดังออกจากร่างของอู่เหยียน
“เคล็ดวิชาหลอมกระดูก” แววตาของลู่เฉินฉายแววเย็นชา
อู่เหยียนได้ยินเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มชั่วร้าย “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้จักเคล็ดวิชาหลอมกระดูก ดังนั้นเจ้าควรจะรู้ว่าตอนนี้ข้าแข็งแกร่งแค่ไหนใช่หรือไม่?”
ลู่เฉินจ้องไปที่อู่เหยียนและพบว่าอีกฝ่ายเริ่มดูดซับไอภูตรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ร่างกายของอีกฝ่ายแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่ออู่เหยียนยื่นมือขวาออกมาแล้วก็ปรากฏให้เห็นกระบี่กระดูก ซึ่งบนกระบี่กระดูกนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟลุกโชน
เมื่อเห็นเช่นนี้ ชิงเฟิงหมิงก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “ความแข็งแกร่งนี้ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียนเลยสินะ!”
ส่วนกุ๋ยเจี่ยจื่อนั้นกำลังตัวสั่น “น่ากลัวมาก น่ากลัวเกินไปแล้ว!”
ทว่าลู่เฉินไม่ได้สนใจ เขากลับสำแดง ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ และเริ่มดูดซับ ‘ไอภูต’ ที่อยู่รอบตัว
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินดูดซับไอภูตได้เช่นเดียวกัน อู่เหยียนก็จ้องมองอีกฝ่ายและถามว่า “เจ้าเองก็เป็นผู้ฝึกตนสองวิถีหรือ?”
“ผู้ฝึกตนสองวิถี? เช่นนั้นเจ้าก็ประเมินข้าต่ำไปจริง ๆ” ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม
เมื่อเห็นว่าตอนนี้ลู่เฉินยังคงหยิ่งผยอง อู่เหยียนก็ตะคอกใส่อีกฝ่าย “อีกเดี๋ยวข้าจะให้เจ้ารู้จักความน่ากลัวของข้า!”
ทว่าลู่เฉินไม่สนใจ เขายังคงดูดซับ ‘ไอภูต’ ต่อไป จากนั้นก็เปลี่ยนมันให้เป็นพลังในร่างกาย ทำให้ ‘กำแพงพันชั้น’ ของเขาแข็งแกร่งขึ้น
กุ๋ยเจี่ยจื่อที่อยู่ในโลงศพพลันสงสัยใคร่รู้ “ผู้อาวุโสชิง นายท่านสามารถต้านทานชายผู้นั้นได้หรือ?”
ชิงเฟิงหมิงไม่แน่ใจ เขาจึงขมวดคิ้ว “ข้าก็ไม่แน่ใจ!”
“ไม่แน่ใจ?” กุ๋ยเจี่ยจื่อเริ่มสับสน แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ตกตะลึง เพราะเมื่ออู่เหยียนโจมตีอีกครั้ง เงากำปั้นเหล่านั้นก็กลายเป็นเงาลูกบอลเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วน หลังจากนั้นก็เกิดเสียง ‘ตู้ม ตู้ม ตู้ม’ อันเป็นผลมาจากการโจมตีใส่ร่างของลู่เฉิน
ทว่า ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉินพังไปแค่เจ็ดสิบกว่าชั้นเท่านั้น ซึ่งทำลายกำแพงไปได้น้อยกว่าการโจมตีก่อนหน้านี้ และอู่เหยียนก็คิดว่าเขาคงมองผิดไป เขาจึงกะพริบตาและโจมตีอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับทำได้เพียงหกสิบกว่าชั้นเท่านั้น
“หากเจ้าทำต่อไป เจ้าจะทำลายเกราะป้องกันของข้าได้ไม่ถึงห้าสิบชั้น” ลู่เฉินยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
แต่อู่เหยียนไม่เชื่อ และรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังขู่ ดังนั้นเขาจึงเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง แต่การป้องกันของลู่เฉินนั้นน่ากลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดอู่เหยียนผู้นี้ก็โจมตีกำแพงของลู่เฉินได้ไม่ถึงห้าสิบชั้น
สิ่งนี้ทำให้อู่เหยียนเริ่มกลัว ดังนั้นเขาจึงหันหลังกลับไปทันที เตรียมที่จะกระโดดขึ้นไปเพื่อหนีออกจากที่นี่
อย่างไรก็ตาม ลู่เฉินได้วางค่ายกลไว้ในบริเวณรอบ ๆ นี้แล้ว ดังนั้นเมื่ออู่เหยียนชนกับเขตแดนโปร่งใส เขาก็เด้งกลับมาทันที
อู่เหยียนตื่นตระหนกขึ้นมาทันที “เกิดอะไรขึ้น?”
“หลังจากที่ข้าเข้ามา ข้าก็วางค่ายกลไว้แล้ว เจ้าจำไม่ได้หรือ?” ลู่เฉินยิ้มให้อู่เหยียน ในขณะที่อู่เหยียนนั้นกระวนกระวายอย่างยิ่ง “เจ้าวางค่ายกลที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ในเวลาอันสั้นได้อย่างไร!?”
“หากข้าอธิบายให้เจ้าฟัง เจ้าก็คงไม่เข้าใจ” ลู่เฉินยิ้ม
เมื่ออู่เหยียนได้ยินเช่นนี้ เขาก็มีสีหน้าที่ดูไม่ได้ สุดท้ายจึงลอยขึ้นไปในอากาศและพูดว่า “แม้ว่าข้าจะทำอันใดเจ้าไม่ได้ แต่เจ้าก็ทำอันใดข้าไม่ได้เช่นกัน”
“ทำร้ายเจ้าไม่ได้?”
“ไร้สาระ! ข้าอยู่บนอากาศ แต่เจ้าอยู่บนพื้นดิน เจ้าจะทำร้ายข้าได้อย่างไร?” อู่เหยียนคิดว่าเขาอยู่ห่างจากลู่เฉิน ทำให้อีกฝ่ายโจมตีไม่ได้ และทั้งสองคนในโลงศพก็คาดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะบีบบังคับให้อู่เหยียนไปซ่อนตัวอยู่ด้านบน
ทว่าผู้ใดจะรู้ว่ายามนี้ลู่เฉินพลันหยิบศาสตราวุธวิถีมารออกมา
เมื่อเห็นไอมารบนคันธนูของลู่เฉิน อู่เหยียนก็จ้องมองมาและพูดว่า “อันใดนะ? เจ้าจะใช้ศาสตราวุธวิถีมารทำร้ายข้าหรือ?”
“ลองดูก็ได้!”
หลังจากที่ลู่เฉินเอ่ยจบ เงาลูกศรสิบดอกก็ปรากฏออกมาให้เห็น และอู่เหยียนก็จ้องกลับมาด้วยท่าทีตื่นตระหนก “เจ้า… ผู้ฝึกตนสามวิถี!?”
ครานี้กุ๋ยเจี่ยจื่อที่อยู่ในโลงศพพูดถึงกับชะงัก “ผู้ฝึกตนสามวิถี?”
ส่วนชิงเฟิงหมิงนั้นแทบคลั่ง “นี่มัน… เป็นไปได้อย่างไร!?”
ลู่เฉินมองอู่เหยียนด้วยรอยยิ้ม “แล้วเจ้าคิดอย่างไรเล่า?”
อู่เหยียนพลันสร้างโล่ป้องกันด้วยพลังปราณทันที จากนั้นก็ลอยขึ้นไปและแค่นเสียงเย้ยหยัน “เจ้าเลิกคิดที่จะทำลายเกราะป้องกันของข้าเสีย!”
“งั้นหรือ?” หลังจากที่ลู่เฉินเอ่ยจบ เขาก็พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง และพลังของปราณศรนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งนี้ทำให้อู่เหยียนสังหรณ์ใจไม่ดีนัก แต่เขาไม่มีที่ให้หลบหนี ดังนั้นเขาจึงได้แต่บินไปรอบ ๆ ตั้งใจที่จะป้องกันไม่ให้ลู่เฉินจับได้ เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่อาจทำอันใดเขาได้
ดังนั้นลู่เฉินและชิงเฟิงหมิงจึงเห็นเงาร่างที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้า ส่วนอู่เหยียนก็ยังคงพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “มาดูกันว่าเจ้าจะโจมตีข้าได้อย่างไร!”
ลู่เฉินพลันฉีกยิ้มและหัวเราะ
ส่วนคนอื่น ๆ ก็พากันสงสัยว่าเหตุใดลู่เฉินจึงมีสีหน้าเช่นนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอู่เหยียนที่ตะโกนถามอย่างขุ่นเคืองว่า “เจ้าหัวเราะอันใด?”
“ถ้าเจ้าบอกข้าตอนนี้ว่าผู้ใดต้องการรากวิญญาณของข้า ข้าอาจจะปล่อยเจ้าไป มิฉะนั้นเจ้าจะเจ็บปวดหากข้าจับเจ้าได้!” ลู่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แต่อู่เหยียนกลับยังคงดื้อรั้น “อยากให้ข้าบอกเจ้า? ฝันไปเถิด!”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะอยากลิ้มลองวิชาธนูนี้จริง ๆ”
“เดี๋ยว อย่าเพิ่งขู่ข้าสิ!” อู่เหยียนพูดด้วยความโกรธ ส่วนลู่เฉินก็ได้แต่พูดด้วยรอยยิ้มขบขันว่า “ดูเหมือนว่าข้าต้องให้เจ้าได้สัมผัสมันจริง ๆ”
อู่เหยียนไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น แต่เมื่อลู่เฉินปล่อยลูกศรทั้งสิบดอกออกมา มันก็รวมกันและพุ่งไปโจมตีเป้าหมายทันที
อู่เหยียนคิดว่าตนสามารถหลบหลีกได้ แต่ลูกศรเหล่านั้นพลันไล่ตามเขาและพุ่งชนเข้ากับเกราะป้องกันของเขาอย่างรุนแรง
มันทุบโล่จนแหลกแล้วจึงโจมตีเขา ทำให้เขากรีดร้องและร่วงลงมาที่พื้น
ชิงเฟิงหมิงถึงกับเอ่ยด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “คิดไม่ถึงว่าจะโจมตีได้!”
“ลูกศรนี้ไล่ตามได้หรือ?!” กุ๋ยเจี่ยจื่อรู้สึกอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ส่วนอู่เหยียนก็รีบลุกขึ้นยืน ทว่าต้นขาขวาของเขาที่ถูกเจาะเป็นรูพลันมีโลหิตไหลออกมา
ลู่เฉินจ้องมองอู่เหยียนด้วยรอยยิ้ม “สบายหรือไม่?”
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะฆ่าข้าได้หรือ!” หลังจากที่อู่เหยียนพูดจบ แสงสีดำก็กะพริบวาบที่บาดแผล จากนั้นเลือดก็กลายเป็นผุยผงร่วงลงพื้นทันที จากนั้นบาดแผลที่ขาของเขาก็หายไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ ชิงเฟิงหมิงและกุ๋ยเจี่ยจื่อก็พลันตกใจ
ลู่เฉินเผยแววตาเย็นชาทันที “เคล็ดวิชาฟื้นฟูกระดูก!”
อู่เหยียนได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “ถูกต้อง กระดูกศักดิ์สิทธิ์ได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของข้า ทำให้ข้ามีพลังฟื้นฟูที่แข็งแกร่ง ดังนั้นหากเจ้าอยากสังหารข้า ย่อมเป็นไปไม่ได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเก็บคันธนูของเขากลับไป
อู่เหยียนที่เห็นลู่เฉินเลิกโจมตีก็หัวเราะ “เป็นอย่างไรเล่า? ทำไม่ได้แล้วหรือ?”
ลู่เฉินส่ายหัวและยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “ข้าจะเปลี่ยนวิธี”
“เปลี่ยนวิธี?” อู่เหยียนจึงได้แต่สงสัยว่าลู่เฉินคิดจะทำสิ่งใด