ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 353 รวมพลังโจมตีห้าคน แล้วอย่างไรเล่า?
บทที่ 353 รวมพลังโจมตีห้าคน แล้วอย่างไรเล่า?
ลู่เฉินเพียงยิ้มให้กับราชันย์แมลงลมที่ยืนอยู่ตรงนั้น “อยากลองหรือไม่เล่า?”
“เจ้ามีพลังใหม่อันใด?” ราชันย์แมลงลมดูแคลน ส่วนชายหนุ่มก็นำธนูเงามารออกมา
“ธนูอีกแล้วหรือ?” ราชันย์แมลงลมไม่ได้จริงจังกับมันนัก
“ที่พระราชวังก่อนหน้านี้ เจ้าก็เคยลิ้มรสมันมาแล้วมิใช่หรือ” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ราชันย์แมลงลมตะคอกกลับมา “ข้าเคยลองแล้วอย่างไรเล่า!”
“เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็น่าจะรู้ว่ามันทรงพลังเพียงใด”
“นั่นเพราะข้าสะเพร่าเอง! ที่ปล่อยให้เจ้าโจมตีได้! แต่ตอนนี้ข้าจะไม่ให้โอกาสเจ้า!” หลังจากที่ราชันย์แมลงลมพูดจบ กระแสลมรอบ ๆ ตัวเขาก็ก่อตัวเป็นชั้นเกราะกำบัง
ลู่เฉินยิ้ม “เจ้าคงจะไม่ได้คิดว่าข้าจะทำลายเกราะของเจ้าไม่ได้ใช่หรือไม่”
“ไร้สาระ แน่นอนว่าเจ้าไม่สามารถทำลายมันได้!”
แล้วชายหนุ่มก็หัวเราะอย่างชั่วร้าย “เช่นนั้นก็จงดูให้ดี!”
หลังจากพูดจบ เขาก็ถือคันธนูและโคจรพลัง จากนั้นคันธนูก็ก่อลูกธนูจำนวนมากในคราวเดียว ไม่จำเป็นต้องรวมพลังเป็นเวลานานเหมือนก่อนหน้านี้เพื่อปล่อยลูกธนูที่ทรงพลัง
“ขั้นหลอมแก่นแท้ มันแตกต่างจริง ๆ!” ลู่เฉินลอบหัวเราะอย่างลับ ๆ
แต่ราชันย์แมลงลมยังคงเต็มไปด้วยความมั่นใจและพูดว่า “เจ้าหนุ่ม ข้าจะบอกเจ้าให้ว่าข้าอยู่ในขั้นแปลงเซียน และเกราะลมของข้าต้านทานการโจมตีของปรมาจารย์ขั้นแปลงเซียนได้ไม่มีปัญหา!”
“เช่นนั้นเจ้ากล้ารับธนูจากข้าหรือไม่”
“เหตุใดจะไม่กล้า!” ราชันย์แมลงลมเห็นว่าไม่มีใครมาช่วยลู่เฉิน ดังนั้นเขาย่อมยินดีที่จะรอรับการโจมตี
ชายหนุ่มมองเขาด้วยรอยยิ้ม “เยี่ยม ประเสริฐมาก!”
ราชันย์แมลงลมหัวเราะ “รอจนกว่าพวกเขาทั้งสี่จะมา มาดูกันว่าพวกข้าจะฆ่าเจ้าอย่างไร!”
ลู่เฉินนำเม็ดยาออกมารวมกับไข่มุกรวบรวมวิญญาณเพื่อดูดซับพลังปราณอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้เพิ่มพลังของลูกธนูเป็นสองเท่า
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ราชันย์แมลงลมก็พึมพำกับตัวเอง “ชายผู้นี้ เขาใช้ลูกธนูที่ทรงพลังขนาดนั้นได้หรือ”
เมื่อเห็นว่าลูกธนูกำลังส่งเสียงหวีดหวิวราวกับว่ามันกำลังจะบินออกไป เขาก็หัวเราะ “พร้อมหรือไม่?”
“ไร้สาระ! เอาเลย!” ราชันย์แมลงลมยังคงดูหมิ่นอีกฝ่าย และคิดว่าเกราะลมของตนในยามนี้จะไม่ถูกคนผู้นี้โจมตีอีกเหมือนคราที่อยู่ในพระราชวัง
เพียงแต่ราชันย์แมลงลมคาดไม่ถึงว่าลู่เฉินที่ฝึกถึงขั้นหลอมแก่นแท้ ควบคู่ไปกับการดูดซับพลังปราณอันทรงพลัง จะทำให้ลูกธนูนี้ไม่ธรรมดา
ดังนั้นเมื่อศรพุ่งออกไป มันก็มีความรวดเร็วอย่างยิ่ง
เพียงกระแทกม่านลมครั้งเดียว ม่านลมก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ ราวกับกระจก และพลังที่เหลือของมันได้พุ่งเข้าใส่ตันเถียนของคู่ต่อสู้อย่างแรง ทำให้เกิดคราบเลือดปรากฏบนตันเถียน!
ไม่เพียงแค่นั้น ราชันย์แมลงลมยังถูกกระแทกขึ้นไปในอากาศด้วยแรงกระแทกอันทรงพลัง แต่ท้ายที่สุดแล้วฝ่ายตรงข้ามก็เป็นยอดฝีมือผู้ใช้พลังธาตุลมที่ทรงพลัง ดังนั้นหลังจากม้วนตัวกลางอากาศไม่กี่ครั้ง เขาก็ทรงตัวแล้วลอยไปในระยะไกล
หลังจากมองไปที่เลือดบนตันเถียน เขาก็เบิกตากว้างพร้อมตวาดลั่น “เจ้า!”
“ไม่เลว ศรเดียวยิงเจ้าไม่ทะลุ!” ลู่เฉินชื่นชมความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้อย่างอดไม่ได้
ราชันย์แมลงลมรู้สึกหงุดหงิด “ข้าก็นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะทำร้ายร่างกายข้าได้!”
ชายหนุ่มถามอย่างอารมณดี “เจ้าอยากลองอีกครั้งหรือไม่เล่า?”
“เจ้าไม่มีโอกาสนั้นแล้ว!” หลังจากที่ราชันย์แมลงลมพึมพำ แมลงที่อยู่รอบข้างก็รุมเข้ามา ราวกับว่าพวกมันกำลังจะโจมตีลู่เฉิน ขณะที่คนถูกโจมตีกลับเอ่ยพลางยิ้มออกมา “ดูเหมือนเจ้าจะลืมไปสิ่งหนึ่งกระมัง”
“อันใด?”
“ข้าไม่กลัวแมลง แต่แมลงกลัวข้า!” ลู่เฉินกล่าว จากนั้นแมลงก็กระจัดกระจายไปราวกับว่าพวกมันเจอสิ่งที่น่าหวาดกลัว
สิ่งนี้ทำให้ราชันย์แมลงลมหดหู่ใจอย่างมาก “นี่มันเกิดอันใดขึ้น?”
“เจ้าควรรู้” ชายหนุ่มมองไปที่ราชันย์แมลงลม แต่ราชันย์แมลงลมจะรู้ได้อย่างไร เขาจึงเอาแต่กระวนกระวายไม่หยุด “บอกข้ามาว่าเกิดอันใดขึ้น!”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะโง่เกินไป”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ราชันย์แมลงลมก็กัดฟันด้วยความโกรธ “เลิกพล่าม อีกประเดี๋ยวก็ถึงเวลาตายของเจ้า!”
“เจ้ากำลังรอคนอยู่กระมัง” ลู่เฉินยิ้ม
ราชันย์แมลงลมตกใจ “เจ้ารู้ได้อย่างไร?!”
“เห็นได้ชัดว่าเจ้ากำลังถ่วงเวลา และมีเพียงจุดประสงค์เดียวสำหรับสิ่งนี้ นั่นคือการรอผู้อื่น” ชายหนุ่มกล่าวด้วยท่าทีสบาย ๆ
ราชันย์แมลงลมเอ่ยอย่างเย็นชา “ใช่แล้ว พวกเขาจะมาในไม่ช้า และเมื่อพวกเขามาถึง นั่นก็จะเป็นคราตายของเจ้า!”
ลู่เฉินเก็บคันธนู จากนั้นก็หยิบกระบี่สยบเก้าทิศออกมาแล้วพูดขึ้นว่า “เช่นนั้นข้าก็จะรอพวกเขา!”
ราชันย์แมลงลมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายถือกระบี่เพื่อทำสิ่งใด แต่ในเวลานี้เอง ตู๋มู่ซา ถูอิ่นซา หลิงหั่วซา และหลิงสุ่ยซาก็ปรากฏตัวขึ้นทีละคน
“พวกเจ้านี่เอง…” เมื่อเห็นคนเหล่านี้ ลู่เฉินก็ยิ้มรับ
หลังจากเห็นทุกคนมาที่นี่แล้ว ราชันย์แมลงลมก็พูดอย่างมั่นใจทันทีว่า “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้าอยู่เพียงลำพัง ส่วนพวกเรามีห้าคน!”
“ก็แค่พวกขี้แพ้ มีคนเยอะแล้วมีประโยชน์อันใด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งห้าคนก็โกรธจัดพร้อมกับก่นด่าสาปแช่ง จากนั้นคนทั้งห้าก็แบ่งหน้าที่และร่วมมือกัน
ราชันย์แมลงลมก่อตัวเป็นลมและล้อมรอบไว้ทุกหนทุกแห่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ลู่เฉินหลบหนี ส่วนถูอิ่นซาก็สร้างกำแพงขึ้นเพื่อให้มีห้องลับใหม่เกิดขึ้นรอบ ๆ เห็นได้ชัดว่าเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายใช้เคล็ดวิชาการเคลื่อนย้าย
ส่วนมู่ตู๋ซา หลิงหั่วซา และหลิงสุ่ยซามีหน้าที่รับผิดชอบในการล้อมโจมตีลู่เฉิน
“อันใดเล่า จากห้าคนเปลี่ยนเป็นสามคนเองหรือ?” ชายหนุ่มหัวเราะหลังจากเห็นราชันย์แมลงลมและถูอิ่นซากำลังยุ่งกับสิ่งอื่นอยู่
มู่ตู๋ซาตะคอก “เราสามคนก็เพียงพอที่จะทำลายเจ้าแล้ว!”
“นอกจากนี้ ข้ายังลอบโจมตีตอนว่าง ๆ ได้อีกด้วย” หลังจากถูอิ่นซาพูดจบ ก้อนหินจำนวนนับไม่ถ้วนก็พลันมารวมตัวกันรอบตัวเขา เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะโจมตีลู่เฉิน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีที่ให้หลบหนีแล้ว ทุกคนก็รู้สึกดีขึ้นมา
ราชันย์แมลงลมอยู่ข้างนอกและตะโกนบอกคนที่อยู่ข้างในว่า “ฝากพวกเจ้าจัดการเขาด้วย ข้าจะคุ้มกันข้างนอกเพื่อไม่ให้เขาหนีไปได้!”
ทั้งสี่คนขานรับ จากนั้นมู่ตู๋ซาก็เริ่มปล่อยเข็มบินออกมาเป็นชุด หลิงหั่วซาเองก็เรียก ‘วิหคเพลิง’ จำนวนมาก ส่วนหลิงสุ่ยซาก็ร่ายฟองอากาศที่ระเบิดได้ออกมา
หลังจากเห็นทั้งสี่คนนี้พร้อมที่จะโจมตี ลู่เฉินก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเจ้ากำลังรออันใดอยู่”
“เจ้าหนุ่ม เรารู้ว่าเจ้ามีกระจกนภาวิญญาณ!” มู่ตู๋ซาเย้ยหยัน
“แล้วอย่างไร? เจ้ามัวแต่เสียเวลาอยู่แบบนี้ จะไม่โจมตีหรือ?” ชายหนุ่มถาม
มู่ตู๋ซายิ้มเย้ยหยัน “ไม่ต้องกังวล เรากำลังรออยู่!”
“รอหรือ?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเจ็ดมือสังหารของเราถึงได้ทรงพลังมาก” มู่ตู๋ซาถามกลับ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตอบว่า “มีคนกล่าวว่าพวกเจ้าสามารถรวมเป็นหนึ่งและใช้พลังอันยิ่งใหญ่ได้ แต่ข้าก็เพียงเคยได้ยินมาเท่านั้น”
มู่ตู๋ซายิ้มอย่างมีชัยและพูดว่า “ถูกต้อง แต่เจ้าไม่รู้ว่าพลังของพวกเราหลอมรวมกันได้!”
หลังจากพูดจบ การโจมตีของทั้งสี่คนก็รวมเข้าด้วยกัน
ในเวลานี้ ฟองสบู่ขนาดใหญ่ห่อหุ้มลู่เฉิน และภายในฟองก็ยังมีเปลวไฟ เข็มพิษ และก้อนหินลอยอยู่ ซึ่งดูแปลกพิสดารยิ่งนัก
“คาถาของทั้งสี่หลอมรวมเข้าด้วยกัน?” เมื่อเห็นเช่นนั้น ลู่เฉินก็หัวเราะ
มู่ตู๋ซาหัวเราะเย้ยหยัน “ถูกต้อง หลังจากการหลอมรวมของเราสี่คน กระจกนภาวิญญาณของเจ้าอาจไม่สามารถสะท้อนกลับได้!”
“สี่คนรวมคาถาเข้าด้วยกัน หากต้องการสะท้อนกลับก็คงจะยาก แต่ข้าไม่คิดจะใช้กระจกนภาวิญญาณ!” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ
“ไม่ใช้กระจกนภาวิญญาณเชียวหรือ เจ้าคิดว่าเราโง่หรือ?” มู่ตู๋ซากล่าว แต่ถูอิ่นซากล่าวว่า “อย่าไปสนใจเขา โจมตีเลย!”
หลังจากที่มู่ตู๋ซาขานรับ เขาก็พูดว่า “เริ่มพร้อมกัน!”
ทั้งสี่เคลื่อนไหวไปพร้อมกัน และคาถาต่าง ๆ ในฟองสบู่ต่างก็โจมตีลู่เฉินโดยพร้อมเพรียงกัน