ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 413 วิญญาณของเขา แปลกพิสดาร!
บทที่ 413 วิญญาณของเขา แปลกพิสดาร!
จิตวิญญาณของลู่เฉินพุ่งเข้าไปในร่างกายของซุนกู่ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายของซุนกู่แปรปรวนเกินไป เขาจึงทำบางอย่างในพื้นที่จิตวิญญาณของอีกฝ่าย
ลมหายใจต่อมา ซุนกู่ผู้นี้ก็หลับตาลงและเข้าสู่ ‘การนอนหลับ’
ทุกคนต่างก็สงสัยว่าลู่เฉินทำอันใดกับซุนกู่
โดยเฉพาะผู้เฒ่ามู่ที่พึมพำกับตัวเองว่า “เด็กคนนี้กำลังทำอันใดกันแน่?”
ในตอนที่ทุกคนอยากรู้อยากเห็น จิตวิญญาณของลู่เฉินก็เปลี่ยนเป็นร่างคนโปร่งแสง ยืนอยู่ต่อหน้าวิญญาณของซุนกู่แล้ว
วิญญาณของซุนกู่ผู้นี้มองเห็นได้เลือนราง ราวกับว่ากำลังจะสลายไป แต่ก็ไม่ได้สลายไป
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ลู่เฉินได้ตรวจสอบดูแล้ว แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจ ตอนนี้เขาจึงรู้แล้วว่าซุนกู่ถูกทำให้กลายเป็นคนโง่งมด้วยคำสั่งของคนจากพันธมิตรชิงรากวิญญาณ ลู่เฉินเดาว่าต้องมีสิ่งที่อีกฝ่ายสนใจในจิตวิญญาณของซุนกู่
เขาสำรวจวนดูรอบวิญญาณของซุนกู่
ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มยังร่ายคาถาปราบภูตผีเพื่อควบคุมวิญญาณของอีกฝ่ายไม่ให้เลือนรางอีกด้วย
แต่เมื่อวิญญาณของซุนกู่สงบลงแล้ว ลู่เฉินก็พบสิ่งที่น่าสนใจ นั่นคือมีร่องรอยของโซ่ตรวนจาง ๆ บนวิญญาณนี้ ราวกับว่ามีด้ายบางเบาที่พันรอบวิญญาณของเขาไว้
เขาเดินเข้าไปสำรวจเส้นด้ายบางนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น และพบว่ามีอักขระยันต์อยู่บนนั้น อีกทั้งอักขระยันต์นี้ยังใช้เพื่อยับยั้งพลังวิญญาณ ดังนั้นมันจึงเป็นหนึ่งในอักขระยันต์ผนึก
“หรือว่าอักขระยันต์นี้เป็นคนจากพันธมิตรชิงรากวิญญาณที่ทิ้งเอาไว้?” เขาสงสัย
แต่สุดท้ายก็คิดไม่ตก คนจากพันธมิตรชิงรากวิญญาณผู้นี้ เหตุใดจึงทิ้งอักขระยันต์ไว้บนร่างของซุนกู่กันแน่
ทว่าซุนกู่ที่เป็นเหมือนคน ‘โง่งม’ ในขณะนี้ คงเป็นเรื่องยากแล้วที่ลู่เฉินจะได้ข้อมูลจากอีกฝ่าย
ชายหนุ่มตั้งใจที่จะปลดผนึกเพื่อดูว่าเขาสามารถค้นหาอันใดได้บ้าง
ดังนั้นเขาจึงเริ่มลงมือ
หลังจากผ่านไปหนึ่งเค่อ อักขระยันต์ก็สลายไปอย่างสมบูรณ์ แต่ในขณะที่มันสลายไป ซุนกู่ผู้นี้พลันหัวเราะทันที จากนั้นพลังวิญญาณของเขาก็เพิ่มสูงขึ้น ในที่สุดวิญญาณของเขาก็เปล่งประกายด้วยไอปีศาจ
จากนั้นวิญญาณของซุนกู่ก็กลายเป็น ‘หมู’ ซึ่งเป็นหมูดำตัวใหญ่
“วิญญาณปีศาจ!” ลู่เฉินตระหนักได้ว่าซุนกู่เป็นวิญญาณปีศาจหมู
“เจ้าหนุ่ม ขอบใจเจ้าที่ปลดปล่อยข้า!” ดวงตาของซุนกู่เป็นสีแดง จากนั้นเขาก็ร่ายโซ่สีแดงเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนให้ลอยอยู่ในอากาศ เข้าไปเกี่ยวรัดบนร่างของลู่เฉินเพื่อฆ่าให้ตาย
ลู่เฉินเพียงมองโซ่สีแดงที่ลุกเป็นไฟแล้วคลี่ยิ้ม “เจ้าคิดว่าเจ้าฆ่าข้าได้หรือ”
“เจ้าเป็นแค่มนุษย์ต่ำต้อย ไยข้าจะฆ่าเจ้าไม่ได้!” ซุนกู่หันไปเย้ยหยัน
“จริงหรือ?”
พริบตานั้นเอง ลู่เฉินก็พุ่งออกมาจากโซ่เปลวไฟ
ซุนกู่ตะลึงงันไปครู่หนึ่ง “เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้!”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้!” สิ้นคำนั้น พลังของคาถาปราบภูตผีก็เพิ่มขึ้น วิญญาณของซุนกู่ถูกขังไว้ทันที หลังจากนั้นซุนกู่ก็ตระหนักได้ว่าวิญญาณของลู่เฉินนั้นไม่ธรรมดา เขาจึงลุกขึ้นยืนอย่างกระวนกระวาย
ลู่เฉินมองด้วยรอยยิ้ม “ก่อนที่เจ้าจะฆ่าใครสักคน เจ้าควรเข้าใจว่าคนที่เจ้าจะฆ่านั้นทรงพลังแค่ไหน!”
ซุนกู่รู้สึกไม่ยินยอม แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามดิ้นรนแค่ไหนก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่สาปแช่งอย่างช่วยไม่ได้ “หากข้าไม่ถูกผนึกนานเกินไป ข้าคงฆ่าเจ้าไปนานแล้ว!”
“ถูกผนึกอยู่นานเกินไปงั้นหรือ ผู้ใดทำเล่า?”
“ไอ้คนโกหกน่ารังเกียจนั่น!”
“คนโกหกหรือ? คนจากพันธมิตรชิงรากวิญญาณ?” ลู่เฉินนึกถึงหัวหน้าค่ายผู้นั้น
แต่ซุนกู่ตะคอกว่า “ข้าไม่รู้ว่าพันธมิตรชิงรากวิญญาณคือสิ่งใด ข้ารู้แค่ว่าชายผู้นั้นโกหกข้า!”
“ดูเหมือนว่าเราคงจะคุยกันได้ถูกคอ!” ลู่เฉินมองไปที่ซุนกู่ด้วยรอยยิ้ม
วิญญาณปีศาจของซุนกู่พูดอย่างโกรธเคือง “ข้าไม่ต้องการคุยกับเจ้า!”
หลังจากพูดจบ ซุนกู่ผู้นี้ก็เริ่มต่อสู้อย่างเมามัน ไม่นานนักเขาก็รู้ว่าลู่เฉินไม่ใช่วิญญาณธรรมดา ดังนั้นเขาจึงเริ่มเป็นฝ่ายเอ่ยประนีประนอมว่า “เจ้าต้องการอันใด?”
“ยอมจำนนต่อข้า! และตอบทุกสิ่งที่ข้าอยากรู้!”
ซุนกู่ตะคอกว่า “ไยข้าต้องฟังเจ้า!”
“เพราะตอนนี้วิญญาณของเจ้าอ่อนแอมาก และข้าสามารถเอาชนะเจ้าได้ และท้ายที่สุดก็ทำลายเจ้าเสีย ให้เจ้าหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล” ชายหนุ่มยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซุนกู่ก็สาปแช่ง “ไอ้สารเลว!”
“เจ้าคิดออกหรือยัง?”
ซุนกู่หดหู่ใจมาก “บอกข้ามา เจ้าต้องการรู้อันใด!”
“ไม่ต้องรีบร้อน!”
หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็สาวเท้าเดินเข้าไป และเมื่อซุนกู่เห็นลู่เฉินกำลังเดินเข้ามาใกล้ เขาก็สงสัยว่า “เจ้าต้องการทำอันใด?”
“ข้าต้องทำตราประทับวิญญาณให้เจ้า!” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็เริ่มทำตราประทับวิญญาณ
ตราประทับวิญญาณมีผลต่อทุกดวงวิญญาณ
ดังนั้นหลังจากที่วิญญาณปีศาจซุนกู่ถูกประทับตราประทับวิญญาณ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป “เจ้า เจ้าทำอันใดกับวิญญาณปีศาจของข้า?”
“ทำเพื่อที่เจ้าจะไม่ได้หักหลังข้า และไม่โกหกข้า” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็ปลดพันธนาการ
ซุนกู่ตรวจสอบอย่างรวดเร็วและพบว่าจิตวิญญาณของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก เขาพลันเอ่ยอย่างปีติ “อย่าหวังว่าจะกักขังข้า!”
หลังจากพูดจบ วิญญาณของซุนกู่ต้องการที่จะออกจากร่างนี้ แต่เพียงแค่ลู่เฉินคิด ตราประทับวิญญาณก็เกิดผล มันทำให้อีกฝ่ายเปล่งแสงสีแดง จากนั้นวิญญาณของเขาก็ถูกมัดไว้ที่นั่น และตะโกนด้วยความเจ็บปวด “หยุด หยุดเร็ว!”
“เจ้านะเจ้า ไยจึงไม่รักษาสัจจะเล่า”
ซุนกู่โกรธมาก แต่ทำอะไรไม่ถูก “บอกข้ามา เจ้าอยากถามสิ่งใด”
“เจ้าถูกผนึกอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อใด?”
“หลังจากที่ข้าถูกหลอกโดยชายผู้หนึ่ง เขาทำลายร่างกายของข้า ผนึกวิญญาณของข้าไว้ในร่างมนุษย์ร่างนี้ และเขียนอักขระยันต์ผนึก ทำให้ข้าหลับใหลไป ส่วนที่เหลือข้าไม่รู้แล้ว” ซุนกู่ผู้นี้รู้เพียงเหตุการณ์ก่อนถูกผนึกเท่านั้น
“เช่นนั้นแล้ว เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนผู้นี้ทำอันใด?” ลู่เฉินถาม
ซุนกู่ตอบว่า “ใช่ ข้าไม่รู้อะไรเลย”
“เช่นนั้นแล้ว คนที่โกหกเจ้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร?”
“ชายผู้นั้นปลอมตัวเป็นปีศาจ ซ่อนตัวอยู่ในภูเขาเยาเหล่า ปะปนอยู่ในปีศาจกลุ่มหนึ่ง ตอนนั้นข้าคิดว่าเขาเป็นปีศาจด้วย ต่อมาข้าพบว่าเขาไม่ใช่ปีศาจ แต่เขาหลอกใช้ข้า บอกว่าเขาจะให้ยาที่มีฤทธิ์รุนแรงแก่ข้าซึ่งสามารถช่วยให้ข้าหายได้ ทั้งยังช่วยข้าฝึกฝน ข้าเลยยอมฟังเขา”
“เจ้าถูกหลอกง่ายเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ในตอนแรก ยาที่เขาให้ข้าสามารถช่วยข้าได้จริง ๆ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ข้าพบว่าร่างกายของข้าเริ่มแข็งค้าง และในที่สุดข้าก็ขยับไม่ได้ จากนั้นเขาก็ผนึกวิญญาณของข้าและรวมมันไว้ที่นี่”
ลู่เฉินสงสัย “แล้วเขาหน้าตาเป็นอย่างไร?”
“เขาปลอมทำเป็นปีศาจแกะเฒ่า และเขารู้ทักษะทางการแพทย์ ในภูเขาเยาเหล่า เขาเป็นที่ชื่นชอบมาก ทุกคนจึงเรียกเขาว่าหมอปีศาจ” ซุนกู่กล่าว
ลู่เฉินเข้าใจและพูดว่า “เอาล่ะ เจ้าอยู่ในร่างของคนผู้นี้แล้วก็แกล้งบ้าต่อไป”
“อันใดนะ ยังต้องแกล้งเป็นตัวโง่งมอีกหรือ?”
“จนกว่าข้าจะพบเขา ข้าหวังว่าเจ้าจะทำเช่นนี้ต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่า เขาจะไม่รู้ว่าข้ารู้รายละเอียดของเขาแล้ว”
ซุนกู่รู้สึกหดหู่ใจมาก แต่ก็กล่าวอย่างหมดหนทางว่า “เจ้าวางแผนที่จะจับเขางั้นหรือ?”
“ใช่!”
“ดี ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องช่วยข้าจัดการเขาให้ดี!” ซุนกู่โกรธจัด
หลังจากที่ลู่เฉินตอบรับ ก็ถอยออกจากพื้นที่จิตวิญญาณของซุนกู่ แต่ซุนกู่ไม่กล้าที่จะปล่อยพลังของเขาออกมา มิฉะนั้นผู้คนที่นี่ก็จะรู้ว่าเขาเป็นปีศาจ ดังนั้นเขาจึงควบคุมพลังวิญญาณของเขาทั้งหมด และยังทำตัวเหมือนคนโง่งมต่อไป
“นายท่าน เกิดอันใดขึ้น?” สวีเตาอดไม่ได้ที่จะถาม
คนอื่น ๆ ก็อยากรู้เช่นกัน แต่ในตอนนี้เอง พลันมีเสียงกรีดร้องจากด้านนอกดังเข้ามา
ลู่เฉินสัมผัสได้ว่ากุ่ยเจี๋ยกำลังตกอยู่ในอันตราย จึงรีบพุ่งออกไปทันที