ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 415 เป็นเขาและไม่ใช่เขา!
บทที่ 415 เป็นเขาและไม่ใช่เขา!
“ไม่ว่าจะร้ายแรงหรือไม่ ก็จำต้องไปลองดู” ลู่เฉินมองชายที่ถูกไฟไหม้เกรียม แต่ไม่ได้สรุปว่าเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
ชายหนุ่มเดินเข้าไปดู ในขณะที่สวีเตาและฟาเทียนเฝ้ามองอยู่อย่างเงียบ ๆ
เมื่อมาถึงด้านข้างของศพที่ไหม้เกรียม ขณะที่ลู่เฉินวางมือข้างหนึ่ง เขาก็รู้สึกได้ว่าผิวหนังได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นบาดแผลจากเพลิงปีศาจ ทั้งยังรู้สึกได้ถึงปราณปีศาจจาง ๆ
“แม้ว่าร่างกายของเจ้าจะบาดเจ็บสาหัส แต่จิตวิญญาณของเจ้าไม่เป็นอันใด?” ลู่เฉินถามหลังจากมองไปยังชายที่ไหม้เกรียม
อีกฝ่ายไม่พูดอันใดสักคำ
สวีเตาก้าวไปข้างหน้า “หลิวซานกล่าวว่าไม่เพียงแต่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสทางร่างกายเท่านั้น แต่จิตวิญญาณของเขายังอ่อนแอมาก ดังนั้นส่วนใหญ่เขาจึงหมดสติ”
“โอ้? งั้นหรือ?” ลู่เฉินรู้สึกประหลาดใจ จึงใช้นิ้วชี้ไปที่หน้าผากของอีกฝ่าย จากนั้นชายหนุ่มก็หลับตาลง
เวลาต่อมา จิตวิญญาณของลู่เฉินได้เข้าสู่พื้นที่จิตวิญญาณแห่งหนึ่ง
ในพื้นที่จิตวิญญาณนี้ ลู่เฉินเห็นดวงวิญญาณที่ปรากฏขึ้น
วิญญาณมนุษย์นี้มีเปลวไฟล้อมรอบ แต่เปลวไฟมีร่องรอยของปราณปีศาจ และในขณะเดียวกัน ใบหน้าของวิญญาณนี้ก็พร่ามัวมาก ทำให้ไม่สามารถเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจนนัก
แต่ลู่เฉินยังคงจ้องมองวิญญาณนั้นและพูดว่า “มาคุยกัน!”
“เจ้าเป็นใคร?” ดวงวิญญาณถามราวกับว่าเวลานี้มีสติเพียงเล็กน้อย
ลู่เฉินมองด้วยรอยยิ้ม “ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้คำถามนี้แน่ชัดกว่าข้า”
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอันใด!” วิญญาณนั้นเริ่มสับสน
ลู่เฉินเอ่ยถามว่า “เคยได้ยินเกี่ยวกับพันธมิตรชิงรากวิญญาณหรือไม่?”
“พันธมิตชิงรากวิญญาณ ข้าเคยได้ยิน แต่ทำไมเจ้าถึงถามข้าเรื่องนี้?”
แล้วเขาก็พูดบางอย่างเกี่ยวกับพันธมิตรชิงรากวิญญาณออกไป แต่คนผู้นี้กลับเยาะเย้ยขึ้นมา “เจ้าจะบอกว่าข้าเป็นสมาชิกของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ? ทั้งยังเป็นผู้ที่โจมตีหัวหน้าโรงหมอ?
“เจ้าคิดอย่างไร?” ลู่เฉินจ้องไปที่ชายคนนั้นแล้วถาม
ชายคนนั้นยิ้มแปลก ๆ “ข้าอยู่ที่นี่มานานแล้ว แล้วเจ้าเล่า? เจ้ามาที่นี่นานเท่าใดแล้ว?”
“แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่ แต่เรื่องในวันนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า!”
“เพียงเพราะตาข่ายสายฟ้า? และข้าก็เป็นคนที่มีรากวิญญาณสายฟ้า ดังนั้นเจ้าจึงสงสัยข้า?” ชายคนนั้นถามอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
ลู่เฉินกล่าวว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่”
“เช่นนั้นเพราะอันใด?”
“เมื่อครู่นี้ เมื่อข้าเข้าไปในร่างของเจ้า ข้าได้ตรวจร่างกายของเจ้าเป็นพิเศษ แล้วพบว่าร่างกายนี้กับจิตวิญญาณของเจ้าไม่ผสานกัน กล่าวคือร่างกายนี้เป็นของผู้อื่น และเจ้าได้ขโมยเอาร่างนี้ไป”
วิญญาณนี้เริ่มเปล่งแสง และในที่สุดแสงไฟนี้ก็แรงขึ้น
“ดูเหมือนว่าข้าจะพูดถูก” ลู่เฉินมองดูวิญญาณนี้ด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้เอง รอบพื้นที่จิตวิญญาณก็กลายเป็นทะเลเพลิงปีศาจ ขณะที่ลู่เฉินหันมองไปทั้งสี่ทิศทาง “เพลิงปีศาจ… ดูเหมือนว่าเจ้าจะฝึกฝนวิชาปีศาจสินะ”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าเก่งจริงนี่ หาข้าเจอจนได้” หน้าของอีกฝ่ายบึ้งตึงปนเย็นชา ก่อนจะหัวเราะเสียงประหลาดออกมา
“เช่นนั้น เจ้าคือหัวหน้าค่ายนั่นงั้นหรือ?” ลู่เฉินรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อในที่สุดก็หาคนพบ
อีกฝ่ายยิ้มแปลกพิกล “ใช่ แล้วก็ไม่ใช่!”
“โอ้? เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“นี่เป็นเพียงกลุ่มวิญญาณที่แยกออกจากตัวตนที่แท้จริงของข้า มิฉะนั้นด้วยความสามารถของตัวตนที่แท้จริงของข้า เจ้าคงตายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน!” วิญญาณนี้เย้ยหยัน
“ไม่สำคัญว่าจะเป็นร่างหลักหรือร่างแยกวิญญาณ แต่เจ้าก็ได้ออกมาแล้ว ดังนั้นเรามาคุยกันดีกว่า” ลู่เฉินมองไปที่วิญญาณดวงนี้ด้วยรอยยิ้ม
วิญญาณเอ่ยเย้ยหยัน “คุยอันใด?”
“เพราะอันใดถึงให้ช่างตีเหล็กชรามาขโมยรากวิญญาณของข้า?” ลู่เฉินถามคำถามแรกอย่างตรงไปตรงมา
แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะ
“หัวเราะอันใด?”
“เจ้าหนุ่ม ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นสมาชิกของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ ดังนั้นเจ้าควรรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะบอกเจ้า” วิญญาณตนนี้ยั่วยุ
“ถ้าเช่นนั้นข้าคงได้แต่ต้องลงมือแล้ว”
“ลงมือ? เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่เข้าใจสถานการณ์ของเจ้าหรือ?”
“คิดจะใช้เพลิงปีศาจจัดการข้าหรือ?” ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ และพูดอย่างดูแคลน
แต่วิญญาณนี้พูดอย่างได้ใจว่า “นอกกายเนื้อ ข้าอาจทำอะไรเจ้าไม่ได้ แต่เมื่อได้เข้ามาถึงพื้นที่จิตวิญญาณนี้ ข้าคือราชาของที่นี่ และข้าฆ่าเจ้าได้ตามใจปรารถนา!”
สิ้นคำนั้น ดวงวิญญาณนี้ก็ควบคุมเพลิงปีศาจ ทำให้เพลิงปีศาจแข็งแกร่งขึ้น!
ทว่าลู่เฉินกลับไม่เป็นอันใดเลยแม้แต่น้อย และยังพูดยิ้ม ๆ “เพลิงปีศาจของเจ้าอาจส่งผลต่อวิญญาณธรรมดา แต่มันเปล่าประโยชน์สำหรับข้า!”
ในคราแรกดวงวิญญาณนี้คิดว่าลู่เฉินแค่อวดเก่ง แต่หลังจากพยายามอยู่พักหนึ่งกลับไม่สามารถจัดการลู่เฉินได้ เขาจึงเริ่มกล่าวเสียงขรึม “เป็นไปไม่ได้! เพลิงปีศาจของข้าไม่เพียงทำร้ายกายเนื้อมนุษย์เท่านั้น แต่ยังกลืนกินจิตวิญญาณของมนุษย์อีกด้วย!”
“นั่นเป็นวิญญาณของคนอื่น ไม่ใช่ของข้า!” ลู่เฉินพูดอย่างเหยียดหยาม
อีกฝ่ายตะคอก “นั่นเพราะเจ้าไม่รู้ว่าข้าแข็งแกร่งเพียงใด!”
พูดจบ พลังของวิญญาณนี้ก็แข็งแกร่งขึ้น แต่ลู่เฉินยังคงจ้องมองการเปลี่ยนแปลง
กระทั่งจิตวิญญาณนี้หยุดเพิ่มความแข็งแกร่ง เพิ่มพลังของเพลิงปีศาจต่อไป ลู่เฉินจึงปล่อยให้เพลิงปีศาจเข้ามา
วิญญาณนี้คิดว่าลู่เฉินจะได้รับบาดเจ็บบางอย่าง แต่หลังจากถูกเพลิงปีศาจเหล่านี้สัมผัสแล้ว อีกฝ่ายกลับยังคงอยู่ดี
สิ่งนี้ทำให้ดวงวิญญาณตกใจ “เหตุใดเจ้าถึงไม่เป็นอันใดเลย?”
“ร่างแยกวิญญาณของเจ้าอ่อนแอเกินไป” คำพูดของชายหนุ่มทำให้วิญญาณนี้สาปแช่งในใจ
เมื่อเห็นว่าเขาทำอันใดไม่ได้ ลู่เฉินจึงพูดว่า “ถึงตาข้าแล้วหรือยัง?”
“นี่คือพื้นที่จิตวิญญาณของข้า หากเจ้าคิดจะโจมตีข้าย่อมเป็นไปไม่ได้!?”
“เจ้าพูดเรื่องไร้สาระหรือไร?” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็ร่ายคาถาภูตผีปีศาจ แล้วพันธนาการค่อย ๆ ก็พันรอบวิญญาณดวงนี้
หลังจากที่ร่างแยกวิญญาณถูกพันธนาการ ก็พบว่าวิญญาณของลู่เฉินทรงพลังมาก “เจ้าหนุ่ม แม้ว่าเจ้าจะจับร่างแยกวิญญาณของข้าได้ มันก็ไร้ประโยชน์!”
“ด้วยร่างแยกวิญญาณของเจ้า ข้าสามารถค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเจ้าได้!”
อีกฝ่ายคิดว่าลู่เฉินล้อเล่น จึงหัวเราะเยาะ “เจ้าล้อเล่นล่ะสิ?”
“ล้อเล่นหรือไม่ เรามาพูดเรื่องนี้กันหลังจากที่ข้าจัดการเจ้า!” สิ้นคำ เขาก็เพิ่มพลังของตัวเองเข้าไป
เห็นเพียงพลังของคำสาปภูตผีแข็งแกร่งขึ้น ร่างแยกวิญญาณนั้นค่อย ๆ ถูกบีบอัด แต่หลังจากที่ถูกบีบอัดในระดับหนึ่ง ร่างแยกวิญญาณก็พลันเปล่งแสงสีดำ
ลู่เฉินขมวดคิ้ว “แผดเผาวิญญาณ?”
“ถูกต้อง!”
แล้วร่างแยกวิญญาณก็ปล่อยพลังอันทรงพลังออกมาทันที จากนั้นพื้นที่จิตวิญญาณทั้งหมดก็สั่นสะเทือน ขณะเดียวกันร่างแยกวิญญาณก็ได้หลุดออกจากพันธนาการและหายไป แต่เสียงของเขายังคงแว่วดังออกมาจากความมืด “เจ้าหนุ่ม เจ้ารอก่อน ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
พูดจบ เสียงนี้ก็หายไปอย่างสมบูรณ์ และวิญญาณก็หายไปเช่นกัน
จิตวิญญาณของลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอนตัวออกจากร่างกายนี้พลางมองไปยังร่างกายที่ไหม้เกรียม
ตอนนี้เองร่างกายที่ไหม้เกรียมก็ดูราวกับสิ้นลมหายใจ
สวีเตาตกใจ “นายท่าน เขาตายแล้ว?”
“เขาตายไปนานแล้ว” ลู่เฉินพึมพำ
“ตายนานแล้ว?”
“ตอนที่เขามาหาพวกเจ้านั้นเป็นวิญญาณอีกดวงที่เข้าสิงร่างของเขาอยู่” ลู่เฉินอธิบาย
สวีเตาตกใจ
ลู่เฉินหยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา และปลดปล่อยวิญญาณของหลิวซาน หลิวซานยืนอยู่บนกู่ฉินและจ้องมองไปที่ศพอย่างแปลกประหลาด “นายท่าน ท่านสงสัยว่าเขาเป็นหัวหน้าค่าย?”
“ข้าได้ยืนยันแล้วว่าเป็นเขา แต่ตอนนี้ข้าอยากให้เจ้าสองคนบอกข้าว่าเขาทำอันใดเมื่อเขามาที่สำนักแมลงวิญญาณและโรงหมอของพวกเจ้า” ลู่เฉินจ้องมองหลิวซานและสวีเตาเพื่อดูว่าพวกเขารู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์บ้างหรือไม่