ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 443 ถูกคนเฒ่ากลุ่มหนึ่งดูถูก!
บทที่ 443 ถูกคนเฒ่ากลุ่มหนึ่งดูถูก!
ลู่เฉินตอบเพียงว่า “บนร่างของเขามีความลับมากมาย”
“ความลับ?” มู่หรงหยิงงุนงง
ชายหนุ่มไม่พูดอันใดมาก แต่ขอให้นางเปิดศาสตราอาคมในพื้นที่นี้
มู่หรงหยิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปิดมัน จากนั้นลู่เฉินก็เปิดไข่มุกอาทิตย์อัสดง เพื่อตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงว่ามีห้องโถงโบราณที่มู่หรงหยิงกล่าวถึงหรือไม่
ลู่เฉินถามขึ้นว่า “มีทางเดินตรงนี้ มันจะพาไปที่ใด?”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” มู่หรงหยิงไม่เข้าใจว่าลู่เฉินรู้ได้อย่างไร เพราะนางยังไม่ได้บอกอีกฝ่าย
ลู่เฉินเพียงเดินไปที่ทางเดินบนชั้นสอง ขณะที่มู่หรงหยิงรีบเดินตาม ส่วนหลันหยาและคนอื่น ๆ ก็เดินตามมา
“ท่านเจ้าสำนัก นี่เขา…” หลันหยาถามมู่หลงหยิงอย่างสงสัย
มู่หรงหยิงอธิบายว่า “เขาจะไปที่ห้องโถงนั้น”
“แต่มีเพียงเจ้าสำนักเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในห้องโถงนั้นได้ ถ้าเขาเข้าไป ไม่กลัวพวกคนเฒ่าข้างในหรือ?” หลันหยาเริ่มกังวล
“เมื่อเราไปถึงที่นั่น ข้าจะพาเขาเข้าไป พวกเจ้ารออยู่ข้างนอก” มู่หรงหยิงรู้ว่านางไม่สามารถหยุดได้ ดังนั้นนางจึงได้แต่พูดกับหลันหยา
หลันหยาเป็นห่วงมาก “ข้ากลัวคนเฒ่าพวกนั้นทำให้ท่านลำบากใจ”
“อย่างไรก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ข้าจะพาเขาเข้าไปเอง จะได้ถือโอกาสบอกคนเฒ่าพวกนั้นเกี่ยวกับเรื่องแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้องห้ามเมื่อเร็ว ๆ นี้” มู่หรงหยิงพูดอย่างช่วยไม่ได้
หลันหยารู้ว่านี่เป็นทางเดียวที่เป็นไปได้ในตอนนี้ ดังนั้นจึงไม่คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เดินตามไปอย่างเงียบ ๆ
…
ภายในถ้ำบนภูเขา ผู้อาวุโสม่อรู้สึกทรมานมาก ราวกับว่าวิญญาณของเขาถูกบางสิ่งบางอย่างกัดกิน
“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย!” ผู้อาวุโสม่อทนไม่ได้อีกต่อไปและกลิ้งไปกับพื้น
เงามารเพลิงอยู่บนกำแพง จ้องมองที่ผู้อาวุโสม่อชั่วขณะหนึ่งแล้วพูดว่า “วิญญาณของเจ้าถูกเขาทำลาย และมันยากนักที่จะกู้คืน”
“นายท่าน ท่านต้องมีทางแก้ไข” เสียงของผู้อาวุโสม่อแหบแห้งเพราะความเจ็บปวด
เงามารเพลิงเอ่ยอย่างเย็นชา “เหตุใดเขาจึงสามารถทำร้ายวิญญาณของเจ้าจากระยะไกลได้?”
“เกราะคลื่นเสียงพิฆาตมาร อันใดก็ไม่รู้…” ผู้อาวุโสม่อพูดไม่ค่อยชัดเจน
“บอกละเอียดกว่านี้หน่อย” เงามารเพลิงกล่าว
ผู้อาวุโสม่อไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอธิบายสถานการณ์ทีละเรื่อง
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ เงามารเพลิงก็พึมพำว่า “ชายผู้นี้ เป็นผู้ใดกัน? ไยจึงมีทักษะเสียงที่แปลกประหลาดเช่นนี้ได้”
“นายท่าน ท่านรีบหาทางช่วยข้าเถิด” ผู้อาวุโสม่อต้องการหยุดความเจ็บปวด
“มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น”
“วิธีใด?”
“ทำให้เจ้าเป็นหุ่นเชิดของข้า เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ” เงามารเพลิงกล่าวอย่างราบเรียบ
“อันใดนะ?” ผู้อาวุโสม่อรู้ดีว่าหุ่นเชิดคือสิ่งใด
“ไม่ต้องกังวล ข้าจะเก็บความทรงจำของเจ้าไว้ แต่จะลบความเจ็บปวดของเจ้า” เงามารเพลิงอธิบาย
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสม่อก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแข็งใจพูดว่า “ได้”
“ประเสริฐ!”
เงามารเพลิงกลายเป็นเปลวเพลิงสีม่วงจำนวนมากและพุ่งเข้าใส่ร่างของผู้อาวุโสม่อ เขาคำรามอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดทันที
เงามารเพลิงพูดอย่างเย็นชา “อดทนไว้”
“ข้า ข้าทนไม่ได้แล้ว!” ผู้อาวุโสม่อรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังจะหมดสติ
“ถ้าไม่อยากตายก็อดทนไว้!” เงามารเพลิงตะโกน
ผู้อาวุโสม่อไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอดทนไว้
…
ลู่เฉินซึ่งอยู่ในทางเดินได้มาถึงขอบประตูหินขนาดใหญ่พร้อมกับทุกคนแล้ว แต่ใต้ประตูหินขนาดใหญ่นั้นมีรอยร้าวปรากฏขึ้นแล้ว
เมื่อมองไปที่รอยแตก มู่หรงหยิงก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “ดูเหมือนว่าเมล็ดพืชเหล่านั้นอาจจะลอยออกมาจากรอยแตกนี้ จากนั้นก็แกร่งกล้าขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดก็ถูกควบคุมโดยผู้อาวุโสม่อ”
“เปิดสิ” ลู่เฉินไม่มีความคิดอื่น เขาแค่อยากจะเข้าไป
มู่หรงหยิงสูดลมหายใจเข้าลึกและพูดว่า “ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องเตรียมตัวเตรียมใจ”
“เข้าใจแล้ว” ลู่เฉินไม่ต้องการพูดไร้สาระมากเกินไป
มู่หรงหยิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหยิบป้ายทรงกลมสีทองแดงออกมา จากนั้นใส่เข้าไปในร่องบนประตูหิน จากนั้นประตูหินขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ราง ๆ ก็หายไปในที่สุด
มู่หรงหยิงมองไปที่ลู่เฉิน “ประตูหินนี้จะปิดในอีกไม่นาน เราต้องเข้าไปโดยเร็ว”
ลู่เฉินเดินเข้ามาแล้ว มู่หรงหยิงหันไปมองหลันหยาและคนอื่น ๆ “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่”
ทุกคนไม่ได้เข้าไป แต่เฝ้าดูอยู่อย่างเงียบ ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ประตูหินก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทำให้ด้านในและด้านนอกแยกออกจากกัน
ฟาเทียนถามอาไท่ด้วยความสงสัย “มีสิ่งใดอยู่ด้านในหรือ?”
“มีเพียงเจ้าสำนักเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้” อาไท่ส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ
ฟาเทียนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรออยู่ที่นั่น
ส่วนลู่เฉิน เขาได้เดินเข้าไปในเส้นทางที่มืดมิดทางนั่นแล้ว แต่หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่ง เขาก็มาถึง ‘จัตุรัส’ แห่งหนึ่ง
ที่กล่าวว่าเป็น ‘จัตุรัส’ เพราะมันเป็นลานกว้างขนาดใหญ่มาก ราวกับจัตุรัสขนาดใหญ่ และนอกจากประตูหินบางบานที่อยู่ตรงกำแพงโดยรอบแล้วยังมีไฟส่องประกาย
ตะเกียงเหล่านี้ทำด้วยหินมีค่า เพื่อให้สามารถจุดได้ตลอดเวลาในความมืด
“ออกมา!” ลู่เฉินไม่สนใจแสงเหล่านี้ แต่พูดกับสิ่งรอบข้าง
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกเปล่งออกมา ไฟรอบ ๆ ก็สว่างขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้ทั้ง ‘จัตุรัส’ ราวกับว่าเป็นเวลากลางวัน
ลมหายใจถัดมา คนทั้งสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้น
คนเหล่านี้ทั้งร่างคลุมด้วยหนังสัตว์ และศีรษะของพวกเขายังสวมหมวก ‘หนังวัว’ ในขณะเดียวกันก็เปิดเผยเฉพาะดวงตาของพวกเขาเท่านั้น
มู่หรงหยิงกล่าวกับหญิงชราคนหนึ่งที่ถือไม้ค้ำผลึกสีน้ำเงินด้วยความเคารพว่า “ท่านอาจารย์!”
“เสี่ยวหรง เจ้าลืมกฎไปแล้วหรือ?” หญิงชรากล่าววาจาเย็นชา
“ข้ารู้ มีเพียงผู้นำเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้ามา”มู่หรงหยิงพูดอย่างขลาดกลัว
หญิงชราพูดอย่างเย็นชา “เช่นนั้น เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงพาคนนอกมาที่นี่ทั้ง ๆ ที่เจ้าก็รู้ดี”
“ท่านอาจารย์ ช่วงนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในพื้นที่ต้องห้าม”
“มีอันใดสำคัญไปกว่าการที่เจ้าพาคนนอกมาที่นี่” หญิงชราไม่พอใจเล็กน้อย
มู่หรงหยิงจึงค่อย ๆ อธิบาย
คนชราเหล่านั้นมองหน้ากัน ในขณะที่ที่หญิงชราพูดเสียงเคร่งขรึมว่า “เจ้าบอกว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บ และต้นไม้ที่นี่ก็ออกไปยังพื้นที่ต้องห้าม?”
“ใช่”
“หากเจ้าต้องการโกหก ก็จงคิดหาเหตุผลดี ๆ” หญิงชราพูดอย่างไม่พอใจ
“ท่านอาจารย์ ข้าพูดความจริง”
“ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูด หากต้นไม้เหล่านี้ออกไปจริง ๆ เจ้าคิดว่าเขาซึ่งเป็นผู้ฝึกขั้นหลอมแก่นแท้สามารถทำลายพืชเหล่านั้นได้หรือไม่!” หญิงชราโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้เฒ่าคนอื่นก็คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลเช่นกัน
มีคนพูดกับมู่หรงหยิงว่า “เสี่ยวหรง ปกติแล้วพวกเราปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดี เจ้าหลอกคนแก่อย่างพวกเราเช่นนี้ได้อย่างไร?”
“นั่นสิ เราไม่ได้ขอให้เจ้าอุทิศตนเพื่อสำนัก แต่เจ้าก็มิควรทำร้ายเรา”
…
มู่หรงหยิงกระวนกระวายมาก นางกล่าวกับทุกคนว่า “สิ่งที่ข้าพูดนั้นล้วนเป็นความจริง”
คนเหล่านั้นยังไม่เชื่อ และหญิงชรายังคงพูดว่า “เสี่ยวหรง ถ้าเจ้ายังรู้จักสำนึกผิด จงลบความทรงจำของเขาตอนนี้และโยนเขาออกไปจากที่นี่เสีย จากนั้นเราจะแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้น มิฉะนั้นเราคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลงมือเอง ถ้าเขาตาย ก็อย่าโทษพวกเราที่ไม่เตือนเจ้า”
มู่หรงหยิงไม่คาดคิดว่าอาจารย์จะสงสัยในตัวนางมากเช่นนี้ นางจึงเอ่ยอย่างกังวลว่า “อาจารย์ สิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง ข้าไม่ได้โกหกท่านจริง ๆ!”
หญิงชราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมองไปที่ลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าล่อลวงลูกศิษย์ของข้าอย่างไร แต่ข้าแนะนำให้เจ้าลบความทรงจำของตัวเองเสีย!”