ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 537 ผู้นำจวนที่โกรธเกรี้ยวเกือบจัดการภูเขาซากศพได้!
บทที่ 537 ผู้นำจวนที่โกรธเกรี้ยวเกือบจัดการภูเขาซากศพได้!
หลังจากได้ยินเสียงคำรามจากนอกกำแพงน้ำแข็ง อวิ๋นซวนซวนก็ถามว่า “ยามนี้เราจะทำอย่างไรกันดี?”
“เจ้ามีจี้หยกเป่ยเสวี่ย เจ้าสามารถสร้างกำแพงน้ำแข็งอันทรงพลังต่อไปได้” ลู่เฉินพูดกับนาง
อวิ๋นซวนซวนเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ข้ามี แต่ข้าเกรงว่าถึงยามนั้นผู้นำจวนจะโยกย้ายคนจากจวนเหมันต์อุดรออกไป”
“อ๋อ? โยกย้าย?”
ทันทีที่คำพูดของชายหนุ่มจบลง ผู้นำจวนก็ดูเหมือนจะรู้แจ้งอย่างไรอย่างนั้น และพูดอย่างมีความสุขว่า “ข้าจะให้คนในจวนเหมันต์อุดรอพยพออกจากจวนไปให้หมด แล้วข้าจะดูว่าจี้หยกจะมีประโยชน์อันใดบ้าง!”
พวกเขาเห็นเพียงผู้นำจวนหันกายและหายไป
ใบหน้าของอวิ่นซวนซวนพลันเปลี่ยนสี “ข้ากลัวสิ่งใด มันก็จะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ!”
ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ตราบใดที่ยังมีเวลาอีกเพียงเล็กน้อย ทุกอย่างก็จะง่ายดาย”
“ง่ายดาย?” อวิ๋นซวนซวนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร
ชายหนุ่มขอให้อวิ๋นซวนซวนเปิดใช้กำแพงน้ำแข็ง จากนั้นก็โยนภูเขาซากศพออกไป ภูเขาค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น และตั้งอยู่บนขอบสระเหมันต์ในทันที เมื่อฉีเหยียนและเจี้ยนซิงเฟิงเห็นฉากนี้ พวกเขาก็ตะลึงค้าง
อวิ๋นซวนซวนรู้สึกงงงวย “เหตุใดยามนี้เจ้าไม่หนีไป?”
ในสายตาของอวิ๋นซวนซวน การหนีเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ส่วนลู่เฉินนั้นมาที่นี่เพื่อตามหาคนในสระเหมันต์ และตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังคงอยู่ลึกลงไปในสระแห่งนี้ ชายหนุ่มย่อมไม่หลบหนี ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะจัดการแถวนี้เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหนีไป
ทว่าเพื่อเป็นการเพิ่มความเร็ว ลู่เฉินจึงปล่อยจักจั่นอัสนีรวมทั้งตั๊กแตนตำข้าวแขนทองออกไป และให้พวกมันบินไปรอบ ๆ ม่านหมอกในเขตอาคมตามจิตสำนึกของมันเอง
“เจ้าต้องการดัดแปลงค่ายกลขนาดใหญ่หรือ?” อวิ๋นซวนซวนเห็นทั้งหมดในคราวเดียว
“อืม”
“แต่เวลาแค่นี้ จะทันหรือไม่?” อวิ๋นซวนซวนถามอย่างเป็นห่วง
ชายหนุ่มยกยิ้ม “เป้าหมายของผู้นำจวนคือข้า ดังนั้นอีกเดี๋ยวเขาจะไล่ตามข้าแน่นอน ดังนั้นยังไม่ต้องสนใจพวกแมลงที่อยู่รอบ ๆ”
อวิ๋นซวนซวนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
แน่นอนว่าในครู่ต่อมาจี้หยกเป่ยเสวี่ยของอวิ๋นซวนซวนนั้นก็อ่อนแอลงมาก ซึ่งนั่นทำให้พลังของนางลดลงเช่นกัน ส่วนผู้นำจวนก็หัวเราะออกมาจากที่ไกล ๆ “ยังไม่หนีอีกหรือ?”
ลู่เฉินได้เดินไปที่ภูเขาซากศพแล้ว และยังจ้องมองไปยังผู้นำจวนและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เหตุใดจะต้องหนี?”
“เจ้าไม่กลัวหรือ? ถ้าอย่างนั้น ข้าจะส่งเจ้าไปตายเอง!” ผู้นำจวนกระโจนเข้ามาหาลู่เฉินอีกครั้ง ตั้งใจจะฟาดใส่อีกฝ่ายด้วยพลังอัสนี
ลู่เฉินยิ้มแปลก ๆ จากนั้นภูเขาก็พลันแยกออก มือใหญ่คู่หนึ่งคว้าร่างผู้นำจวนไว้และดึงเข้าไปในภูเขา
ผู้นำจวนดิ้นรนไปมาชั่วขณะหนึ่งและสาปแช่งออกมา “ไอ้สารเลว!”
ตูม!
ภูเขาที่แตกร้าวถูกปิดลง อวิ๋นซวนซวนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “จัดการได้แล้วหรือ?”
“ยังจัดการไม่ได้ แค่กักเขาไว้ได้เท่านั้น แต่สมบัติวิญญาณนี้ไม่อาจกักไว้ได้นาน ดังนั้นข้ายังคงต้องสร้างค่ายกลโดยรอบให้สมบูรณ์แบบ แล้วจึงค่อยปล่อยเขาออกมา” ชายหนุ่มอธิบาย
อวิ๋นซวนซวนอดไม่ได้ที่จะชื่นชม “เจ้านี่น่าทึ่งจริง ๆ”
อีกฝ่ายยิ้มและไม่พูดอะไรอีก จากนั้นเขาก็เข้าไปหาฉีเหยียนและเจี้ยนซิงเฟิง
ทั้งสองถอยหนีทีละก้าวด้วยความตกใจ
ส่วนลู่เฉินมองไปที่ทั้งสอง “สระนี้น่าทึ่งมาก มันสามารถควบแน่นได้แม้ว่าร่างกายของพวกเจ้าจะหายไปแล้ว!”
ฉีเหยียนพูดติด ๆ ขัด ๆ “มันก่อตัวแล้วก็จริง แต่พลังปราณในกายเนื้อยังอ่อนแอเกินไป”
เจี้ยนซิงเฟิงขี้ขลาดมากยิ่งขึ้น “พวกเราจะไม่ต่อสู้กับเจ้า โปรดปล่อยพวกเราไป!”
“ปล่อยพวกเจ้าไปหรือ?” ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม
“เจ้า เจ้าจะทำอันใด?” ฉีเหยียนรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาในยามนี้ก็มีกำลังแค่เพียงขั้นสร้างรากฐานเท่านั้น และความแข็งแกร่งนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าลู่เฉินก็เหมือนกับมดตัวหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงไม่มีพลังต่อต้านอีกฝ่ายเลยสักนิด
ลู่เฉินมองไปที่พวกเขาสองคน “ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็มานี่ ให้ข้าทิ้งอักขระยันต์หุ่นเชิดไว้บนร่างกายของพวกเจ้า”
“หุ่นเชิด อักขระยันต์หุ่นเชิด!” ทั้งสองเบิกตากว้าง
ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย “เจ้าสามารถเลือกที่จะตายได้เช่นกัน”
ทั้งสองตกใจกลัวทันที และรีบขอให้อีกฝ่ายเพิ่มพลังอักขระยันต์หุ่นเชิดทันที
ลู่เฉินจัดการอย่างรวดเร็ว อวิ๋นซวนซวนอดสงสัยไม่ได้ว่า เพราะเหตุใดชายหนุ่มจึงใช้ผู้ที่เพิ่งอยู่ขั้นสร้างรากฐานทั้งสองคน
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็บอกทั้งสองคนว่า “ไป เรียกศิษย์ทุกคนที่ออกจากจวนเหมันต์อุดรกลับมา และให้พวกเขาทั้งหมดยืนอยู่นอกเขตต้องห้ามนี้ซะ!”
ทันทีที่เปล่งคำพูดเหล่านี้ออกมา ทั้งสองก็เข้าใจทันทีว่าลู่เฉินกำลังจะทำอะไร ดังนั้นพวกเขาจึงพยักหน้าคำนับแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นซวนซวนเดินไปที่ด้านข้างของลู่เฉิน และพูดจาแปลก ๆ ว่า “เจ้ายังต้องการใช้จี้เป่ยเสวี่ยอีกหรือไม่?”
“จี้หยกนี้ เมื่อรวมกับพลังของเจ้า มันได้ผลดีมาก ดังนั้นหากมีคนมาจากจวนเหมันต์อุดรมากขึ้น พลังของจี้หยกนี้ก็จะแข็งแกร่งขึ้น” ชายหนุ่มอธิบาย
หลังจากได้ยินประโยคนนี้ อวิ๋นซวนซวนก็หยิบจี้หยกออกมาและพูดว่า “จี้หยกนี้เกี่ยวข้องอันใดกับผู้คนในจวนเหมันต์อุดรกันแน่!”
“เดาว่าเพื่อควบคุมลูกศิษย์ของจวนเหมันต์อุดร จึงทำให้วิญญาณของพวกเขาเชื่อมโยงกับสมบัติวิญญาณนี้” ลู่เฉินก็สงสัยเช่นกัน
“เชื่อมโยง?”
“เมื่อมีสมบัติวิญญาณ ขอแค่สร้างความเชื่อมโยงต่อกัน ก็สามารถยืมพลังของบุคคลนั้นได้ ทว่ามีระยะเวลาจำกัด” ลู่เฉินอธิบาย
อวิ๋นซวนซวนตระหนักได้ทันที
และในยามนี้เอง ภูเขาซากศพเริ่มสั่นสะเทือน และในเวลาเดียวกันเสียงของสมบัติวิญญาณน้อยก็ยิ่งแสดงความโกรธมากขึ้น “พี่ใหญ่ ผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งเกินไป ข้าเกรงว่าอีกเดี๋ยวภูเขาจะถูกเขาโจมตี”
“เข้าใจแล้ว” หลังจากลู่เฉินพูดจบ เขาก็ขอให้อวิ๋นซวนซวนรออยู่ที่นี่ จากนั้นเขาก็เข้าไปในภูเขา
ภายในภูเขา ผู้นำจวนยืนอยู่กลางอากาศและกำลังโจมตีอย่างดุเดือด การโจมตีของเขานั้นทรงพลังมากจนภูเขาสั่นสะเทือน
ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มเข้ามา เขาก็หัวเราะลั่น “หลังจากพลังนี้ถูกปลดปล่อยออกมา มันก็แข็งแกร่งมาก”
“ไสหัวออกมา!” ผู้นำจวนที่ได้ยินเสียงของลู่เฉินก็มองไปรอบ ๆ
ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าออกไปแล้ว แต่จะมีประโยชน์อันใดถ้าเจ้าทำร้ายข้าไม่ได้?”
ผู้นำจวนมองดูสถานที่ที่ลู่เฉินอยู่ทันที เขาเห็นเพียงอีกฝ่ายยืนยิ้มอยู่ที่นั่นและกำลังมองดูตนเอง
แน่นอนว่าเจ้าสำนักก็ทนไม่ได้แล้วและปล่อยหมัดออกมากลางอากาศ ส่วนลู่เฉินก็เตรียมพร้อมนานแล้ว และหายไปจากที่เดิม เพื่อมาอยู่อีกที่และยังพูดขึ้นว่า “การโจมตีของเจ้านั้นทรงพลังมาก แต่ในภูเขาลูกนี้ความเร็วของพวกเรานั้นไม่อ่อนแอเลย!”
“ภูเขาลูกนี้…” เมื่อนึกถึงภูเขาลูกนี้ที่ถูกลู่เฉินจัดการและใช้ตามประสงค์ หัวใจของผู้นำจวนก็แทบจะมีโลหิตไหลออกมา เขาอยากจะฉีกลู่เฉินออกเป็นชิ้น ๆ
ชายหนุ่มยิ้มหลังจากเห็นท่าทางรุนแรงของอีกฝ่าย “เจ้าโกรธแล้วหรือ?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ภูเขาของข้า ซากศพขนาดยักษ์ของข้า และพลังปราณของข้าก็คงไม่ได้รับผลกระทบเช่นนี้!” ผู้นำจวนคำรามอย่างบ้าคลั่ง และในที่สุดก็โจมตีไปรอบด้านอย่างดุร้าย
การโจมตีนี้รุนแรงมากจนภูเขาดูเหมือนกำลังจะแตกออกอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ลู่เฉินก็ถอนหายใจ “เจ้าทำให้สมบัติวิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์สั่นคลอนได้!”
“ถ้าไม่อยากตายก็ปล่อยข้าออกไป!” ผู้นำจวนขู่
ชายหนุ่มเย้ยหยัน “ถ้าเจ้าอยากออกไป เจ้าก็ต้องรอ!”
ผู้นำจวนจะรอได้อย่างไร แต่กลับเพิ่มความแข็งแกร่งและโจมตีรอบข้างต่อไป
ชายหนุ่มเย้าแหย่อีกฝ่ายในความมืด “ภูเขาลูกนี้สามารถจัดการเจ้าได้สองสามชั่วยามโดยไม่มีปัญหา ดังนั้นอย่าเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์เลย!”
“ความจริงแล้วภูเขาลูกนี้ไม่ดีเท่าที่เจ้าคิดไว้!” ผู้นำจวนพูดอย่างโกรธเกรี้ยวราวกับว่าเขารู้บางอย่าง
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ปัญหาของภูเขาลูกนี้แล้ว!”
“ไร้สาระ! มิฉะนั้นเจ้าคิดว่าข้ากำลังเล่นสนุกโดยการโจมตีที่นี่หรือ?” ผู้นำจวนยังคงโจมตีต่อไปอย่างเหยียดหยาม
“เช่นนั้นข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าโจมตีอีกต่อไป”
“เจ้าหยุดข้าไม่ได้หรอก!” ผู้นำจวนแค่นเสียงหึออกมา ไม่สนใจคำเตือนของลู่เฉินและโจมตีต่อไป
สมบัติวิญญาณน้อยที่อยู่ในความมืดทนไม่ได้อีกต่อไปและพูดว่า “พี่ใหญ่ ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าจะจัดการเอง!”