ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 598 เรียนรู้ความลับแปลก ๆ ของหุบเขาลึก จากปากของปีศาจเฒ่า!
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 598 เรียนรู้ความลับแปลก ๆ ของหุบเขาลึก จากปากของปีศาจเฒ่า!
บทที่ 598 เรียนรู้ความลับแปลก ๆ ของหุบเขาลึก จากปากของปีศาจเฒ่า!
เมื่อเผชิญหน้ากับการเย้ยหยันของปีศาจเฒ่า ชายหนุ่มก็เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็พบเป้าหมายที่พรางตัวและเปิดใช้งาน ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อกลืนกินพลังของต้นไม้สงบเหล่านั้น
ต้นไม้สงบค่อย ๆ ปรากฏขึ้นราง ๆ รอบด้าน
เห็นเพียงว่าต้นไม้เหล่านี้ล้วนเป็นสีม่วง บางต้นก็เล็กมาก บางต้นก็ใหญ่มาก
ไม่เพียงเท่านั้น ต้นไม้บางต้นสามารถหยั่งรากบนหิน และแม้แต่แผ่เปลวไฟออกมาก็ทำได้ ซึ่งดูแปลกประหลาดยิ่ง
เมื่อเห็นต้นไม้ประหลาดเป็นครั้งแรก หั่วลั่งก็อุทานว่า “น่าทึ่งมาก!”
แต่ไม่นาน ต้นไม้เหล่านี้ก็เริ่มเหี่ยวเฉาทีละต้นแล้วไฟก็มอดดับ เหลือแต่กิ่งก้านแห้ง ๆ อยู่บนพื้น
“เจ้า…” ปีศาจเฒ่าที่อยู่ในความมืดเริ่มโกรธ
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ แล้วยกยิ้ม “เจ้าจะออกมาเองหรือว่าจะให้ข้าไล่เจ้าออกมา?”
“พ่อหนุ่ม เจ้าคิดว่าข้าทำอันใดเจ้าไม่ได้หรือ?”
“แล้วเจ้าทำอันใดข้าได้หรือ?” คำพูดของลู่เฉินทำให้ปีศาจเฒ่าโกรธยิ่งขึ้น
เห็นเพียงว่าทันใดนั้นพื้นดินโดยรอบก็เริ่มเกิดฟอง มันปรากฏหนองน้ำที่เกิดจากโคลนสีขาวอยู่ทุกหนทุกแห่ง
เมื่อเห็นสิ่งนี้ หั่วลั่งก็ตกใจและอยากจะบินหนี แต่เขากลับพบว่าบินไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างกระวนกระวายใจว่า “ท่านพี่ ข้าบินไม่ได้!”
“ตามข้ามา”
ชายหนุ่มคว้าหั่วลั่งไว้ แต่หั่วลั่งยังไม่ได้ตอบสนอง ลู่เฉินจึงใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นลี้’ เข้าไปในใต้ดินของบึงน้ำ และมาถึงพระราชวังใต้ดิน
ในพระราชวังแห่งนี้มีรากไม้สีขาวอยู่ทุกหนทุกแห่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังชื้นอยู่มาก ในบางแห่งยังมีกลิ่นเหม็นเน่าและยังสามารถมองเห็นกระดูกสีขาวบางชิ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น
ไม่เพียงเท่านั้น กระดูกสีขาวยังเปล่งแสงสีเขียวจาง ๆ ออกมา
เมื่อเห็นฉากนี้ หั่วลั่งก็ยิ่งทุกข์ทรมาน เขารีบกลั้นหายใจแล้วถามว่า “พี่ลู่ นี่มันสถานที่บ้าอันใดกัน?”
“นี่คือที่มั่นของนาง”
“ที่มั่น?” ดวงตาของหั่วลั่งเบิกกว้าง
ในยามนี้เสียงของปีศาจเฒ่าพลันดังขึ้น “เจ้าหนุ่ม เจ้าช่างกล้าหาญนัก คิดไม่ถึงว่าจะกล้ามาที่ถ้ำของข้า!”
“ถ้าข้าไม่มาที่ถ้ำของเจ้า ข้าจะจัดการกับเจ้าได้อย่างไร?” ลู่เฉินหัวเราะ
“จัดการข้า? เจ้าคิดเพ้อฟันไปแล้ว!”
หลังจากพูดจบ ต้นไม้และเถาวัลย์สีขาวก็แตกหน่อจากเถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วนรอบ ๆ พวกเขา และเข้าไปพัวพันกับลู่เฉินและหั่วลั่งอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นดังนั้น หั่วลั่งจึงหยิบกระบี่ออกมาโจมตีทันที แต่เถาวัลย์เหล่านั้นไม่ได้เกรงกลัว และพวกมันก็พันรัดลู่เฉินและหั่วลั่งได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
หั่วลั่งดิ้นรนและสาปแช่งออกมา “แม่เฒ่า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“อย่ามายุ่งกับข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าก่อน!” ปีศาจเฒ่าพูดอย่างโกรธเกรี้ยวในความมืด
แต่ในยามนี้เถาวัลย์ที่อยู่รอบ ๆ ชายหนุ่มก็เหี่ยวเฉาทันที และเมื่อลู่เฉินมองดูหั่วลั่ง เถาวัลย์ที่อยู่รอบ ๆ หั่วลั่งก็เหี่ยวเฉาเช่นกัน
หั่วลั่งมองไปรอบ ๆ ด้วยความโล่งใจและพูดอย่างพึงพอใจว่า “เอาเลย แม่เฒ่า!”
“รนหาที่ตาย!” ยามนี้หมอกสีขาวจำนวนมากแผ่กระจายไปทั่ว
หมอกนี้หนากว่าบึงข้างนอกเสียอีก
หั่วลั่งตื่นตระหนกเมื่อเห็นสิ่งนี้ แต่ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคว้าหั่วลั่งไว้ “ไปที่ห้วงเวลาก่อนเถิด!”
หั่วลั่งจึงถูกโยนกลับไปที่ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ อย่างรวดเร็ว
ส่วนหมอกที่อยู่รอบ ๆ พวกมันก็กัดเซาะเข้าไปในร่างของลู่เฉิน แต่ชายหนุ่งกลับไม่เป็นอะไร และเดินไปที่แห่งหนึ่งแทน
“เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงไม่เป็นอันใดเลย?” ปีศาจเฒ่างุนงง
ลู่เฉินไม่ได้ตอบ แต่พบส่วนที่ลึกที่สุดของรากอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นยังเห็นแสงสีขาวห่อหุ้มที่นั่นด้วยกำแพงสีขาว
แสงสีขาวนี้เป็นที่ที่วิญญาณของปีศาจเฒ่าอยู่พอดี
มีแค่อักขระยันต์บนเขตแดนสีขาวที่ดูเหมือนจะผนึกและป้องกันไม่ให้นางหลบหนี
สิ่งนี้ทำให้ลู่เฉินสงสัยเล็กน้อย “ข้าว่าแล้วว่าเหตุใดเจ้าถึงไม่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ที่แท้วิญญาณของเจ้าก็ถูกผนึกไว้”
“หึ ถ้าข้าไม่โดนไอ้สารเลวในหุบเขาลึกผนึกไว้ ข้าคงออกจากที่นี่ไปนานแล้ว!” ปีศาจชราบ่น
เมื่อได้ยินว่ามีหุบเขาลึก ลู่เฉินก็สงสัย “หุบเขาลึก”
“เจ้ามีปัญหาอันใดงั้นหรือ?” ปีศาจเฒ่าถามอย่างเหยียดหยาม
ชายหนุ่มยิ้มอย่างชั่วร้าย “ถ้าอย่างนั้น เจ้าคุยกับข้าว่าเกิดอันใดขึ้นดี ๆ ได้หรือยัง?”
“เรื่องเล็กน้อย เจ้าคงถูกส่งมาจากหุบเขาลึกเพื่อทรมานข้าสินะ?” ปีศาจชรานึกบางอย่างได้ก็ดูถูกเขาอยู่ตรงนั้น
“ส่งมาจากหุบเขาลึก?”
“ไร้สาระ หุบเขาลึกมักจะส่งอัจฉริยะมาให้ข้าฝึกฝน ถ้าไม่ใช่เพราะทักษะอันยอดเยี่ยมของข้า ข้าคงถูกพวกมันทรมานจนตายไปแล้ว” ปีศาจเฒ่าพูดอย่างโกรธเคือง
ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าเจ้าจะเกลียดคนในหุบเขาลึกมาก”
“ข้าอยากฆ่าพวกมันแม้ยามฝัน แต่ข้าถูกผนึกไว้ที่นี่” ปีศาจเฒ่าโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ
ลู่เฉินยิ้มแปลก ๆ “ข้าสามารถปล่อยเจ้าออกไปได้”
เมื่อปีศาจเฒ่าได้ยิน เขาก็คิดว่าลู่เฉินพูดเล่นจึงทำหน้ามุ่ย “เจ้าคิดว่าข้าหลอกง่ายหรือ?”
“อันใดนะ? ไม่เชื่อข้าหรือ?”
“ก่อนหน้านี้มีเด็กน้อยหลายคนจากหุบเขาสงบมา และบอกว่าสามารถปล่อยข้าออกไปได้ ผลก็คือไอ้สารเลวเหล่านั้นโจมตีข้าด้วยสมบัติวิญญาณทีละคน ถ้าไม่ใช่เพราะข้าดวงดี ข้าคงถูกพวกเขาฆ่าตายไปแล้ว!” ปีศาจเฒ่ายิ่งพูดยิ่งโมโหขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากได้ยินเช่นนี้ ชายหนุ่มก็ถามด้วยความสงสัยว่า “เหตุใดพวกเขาถึงต้องใช้เจ้าฝึกฝนพวกเขา?”
“เจ้าไม่รู้หรือ?”
“เหตุใดข้าถึงต้องรู้ล่ะ?”
“เจ้าอยู่กับพวกเขา เจ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร” เมื่อเห็นลู่เฉินแสร้งโง่ ปีศาจเฒ่าก็ยิ่งโกรธมากขึ้น
ชายหนุ่มหัวเราะและพูดว่า “ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ใช่พวกเดียวกับพวกเขา”
“ข้าไม่เชื่อ!”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าไปในห้วงจิตสำนึกของเจ้า และลองสนทนากับเจ้าดู” ลู่เฉินยิ้ม
“เจ้าไม่มีความสามารถถึงขนาดหรอก!” อีกฝ่ายดูถูก
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร แต่ใช้เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณเข้าไปในเขตแดนทันที แล้วพุ่งเข้าไปในห้วงจิตสำนึกของปีศาจเฒ่า
เห็นเพียงหมอกสีขาวทั่วทุกแห่งในห้วงแห่งจิตสัมผัสนี้
หลังจากที่ลู่เฉินเข้ามาข้างใน เขาก็ตรงไปที่ใต้ต้นไม้สีขาว
ต้นไม้สีขาวค่อย ๆ กลายเป็นหญิงชรา ร่างกายของนางเป็นสีขาวราวกับหิมะ ผมของนางก็ขาวเช่นกัน แต่เนื่องจากแก่ชราเกินไป ผิวของนางจึงเหี่ยวย่น
“เจ้า เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?” อีกฝ่ายจ้องมองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ
ลู่เฉินมองนางด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าข้าเข้ามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ”
“เจ้า!” ปีศาจชราได้ยินคำตอบของลู่เฉินก็มีสีหน้าดูไม่ได้
ชายหนุ่มจ้องที่นางเขม็งและยกยิ้ม “บอกข้าที เหตุใดพวกเขาถึงใช้เจ้าฝึกฝนคนพวกนั้น?”
“เจ้าไม่ใช่หนึ่งในนั้นจริง ๆ หรือ?”
“แน่นอน!”
“ข้าไม่เชื่อ!” ปีศาจเฒ่ายังคงไม่เชื่ออีกฝ่าย
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าคงต้องจับเจ้าเพื่อให้เจ้าพูดกับข้าดี ๆ เสียแล้ว”
“นี่คือห้วงจิตสำนึกของข้า เจ้าเป็นแค่เด็กเล็กคนหนึ่ง ยังคิดจะจับข้า? เจ้าจะไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเกินไปหน่อยแล้วกระมัง?” ปีศาจเฒ่าเอ่ยด้วยความโกรธ
ลู่เฉินยิ้ม จากนั้นร่ายคำสาปภูตผี แล้วเข้าไปพัวพันกับปีศาจเฒ่าทันที ทำให้ปีศาจเฒ่าถูกพันรัดไปทั้งตัว
ปีศาจเฒ่าเบิกตากว้าง “เจ้าเป็นเพียงจิตวิญญาณของผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น เจ้ามีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร?”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องนี้ แต่เจ้าต้องรู้ว่าข้าให้เจ้าตอบอันใด เจ้าก็ตอบเช่นนั้น! ไม่เช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าทุกข์ทรมาน!”
“ฝันไปเถอะ!” ปีศาจเฒ่าแค่นเสียงหึ และร่างของมันก็กลายเป็นต้นไม้สีขาวอีกครั้ง
จากนั้นต้นไม้สีขาวก็เริ่มเปลี่ยนไป และในขณะเดียวกันปีศาจเฒ่าก็หัวเราะแปลก ๆ ออกมา “ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความน่ากลัวของข้า!”