ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 776 ค้นพบความลับสำคัญในตัวเป็ดมาร
บทที่ 776 ค้นพบความลับสำคัญในตัวเป็ดมาร
ในเวลานั้นเอง เสียงลมพัดใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
หลังผ่านไปครู่หนึ่ง เงาดำวูบหนึ่งพุ่งผ่านมา แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน
เป็นสัตว์ปีศาจที่มีรูปร่างคล้ายเป็ดปรากฏตัวขึ้น
เมื่อมันปรากฏตัว รอบตัวมันก็เปล่งแสงสีม่วง หางส่ายไปมา พร้อมกับปากที่มีจะงอยปากเป็ดสีแดง
ไม่เพียงเท่านั้น ดวงตาทั้งสองข้างของเป็ดตัวนี้ ยังเป็นวังวนสีดำ ดูไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
“เจ้าหนู หวาดกลัวแล้วใช่หรือไม่?” หลังจากถังอิงเห็นสัตว์ปีศาจปรากฏ นางก็หัวเราะพลางมองลู่เฉินอย่างตื่นเต้น
ลู่เฉินรอคอยมันอยู่แล้ว แต่เขาไม่ได้พูดถึงเจตนาของตนในทันที ทำเพียงหัวเราะและพูดว่า “เพียงแค่สัตว์ปีศาจตัวเดียว ข้าจะกลัวได้อย่างไร?”
“เจ้าตัวนี้ไม่ใช่สัตว์ปีศาจธรรมดาหรอกนะ” ถังอิงโอ้อวด
ลู่เฉินยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
เมื่อเห็นชายหนุ่มยังคงยิ้ม ถังอิงเองก็ยิ้มเช่นกัน “ดูเหมือนว่าต้องให้เจ้าได้รับรู้ ถึงความร้ายกาจของมันเสียหน่อย เจ้าถึงจะสงบปากสงบคำลงได้”
“งั้นก็ลองดูสิ ข้าเองก็อยากดูเหมือนกัน” ลู่เฉินยิ้มมองถังอิง
ถังอิงพูดกับเป็ดมารตัวนั้นว่า “เสี่ยวยายา สั่งสอนเขาให้ดี แต่อย่าทำให้เขาบาดเจ็บล่ะ”
เป็ดมารไม่ได้พูดอะไร แต่มันกลับขยับตัวด้วยความเร็วสูง และพุ่งเข้าหาลู่เฉินในพริบตา พร้อมมีสายลมอันทรงพลังหมุนวนรอบตัว จนทำให้ลู่เฉิน ‘กระเด็น’ ออกไป
แต่ชายหนุ่มก็ทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว พลางพึมพำ “เจ้าเป็ดนี่เร็วมากจริง ๆ”
“หนูน้อย อย่าทำร้ายเขานะ” ถังอิงยังคงพูดอย่างภาคภูมิใจ
เป็ดมารดูเหมือนจะเข้าใจ มันรีบรวบรวมพลังลมสีดำทันที และทำให้ลมนั้นหมุนวนรอบตัวลู่เฉิน แต่ไม่ได้ทำร้ายชายหนุ้ม ขณะที่ถังอิงเดินเข้ามาอย่างภาคภูมิใจ “เป็นอย่างไร มันเก่งใช่หรือไม่?”
ลู่เฉินมองถังอิงแล้วยกยิ้ม “ข้าเองก็มีสัตว์ปีศาจอยู่ตัวหนึ่ง ต้องดูก่อนว่าตัวไหนจะเก่งกว่ากัน”
“อ้อ? จริงหรือ? งั้นให้ข้าดูหน่อย” ถังอิงสงสัย
ลู่เฉินรีบปล่อยแมวมารมายาออกมาทันที
แมวมารมายาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว มันพุ่งทะลุผ่านไปในพริบตา ขณะนั้นเป็ดมารรีบระวังตัว ต่อมาสัตว์ปีศาจทั้งสองที่แผ่พลังมารออกมา ก็โจมตีกันอย่างบ้าคลั่ง
ถังอิงอุทานด้วยความประหลาดใจ “หลายปีมานี้ข้าเพิ่งเคยเห็นสัตว์ปีศาจ ที่ต่อสู้กับเจ้าหนูของข้าได้อย่าง สูสีเป็นครั้งแรก”
“เจ้าคิดว่าแค่สูสีเท่านั้นหรือ?” ลู่เฉินยิ้มเจ้าเล่ห์
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“รอดูอีกสักครู่ เจ้าก็จะรู้เอง” ลู่เฉินพูดจบ แมวมารมายาก็เคลื่อนที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เป็ดมารค่อย ๆ ตามความเร็วไม่ทัน แล้วส่งเสียงร้องก๊าบ ๆ ราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ
ถังอิงร้อนใจและรีบตะโกนบอกลู่เฉิน “หยุดเถอะ สั่งให้สัตว์ปีศาจของเจ้าหยุดซะ”
ลู่เฉินยิ้มบาง ๆ พลางใช้เคล็ดวิชาสายฟ้าวิญญาณ พุ่งเข้าไปในร่างเป็ดมารทันที
เป็ดมารร้องออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนจะหลับตาลง ส่วนแมวมารมายาคอยเฝ้าระวังอยู่ ไม่ยอมให้ถังอิงเข้ามาใกล้ ดังนั้นถังอิงจึงไม่มีทางรู้ว่าเป็ดมารเป็นอย่างไรบ้าง
ถังอิงพลันตะโกนออกมา “เจ้าหนู ออกมาเดี๋ยวนี้!”
แต่ลู่เฉินไม่สนใจ แม้ถังอิงจะตะโกนเรียกต่อ ทว่าเขาก็ยังคงเงียบ
กลับกัน ในจิตสำนึกของเป็ดมาร ลู่เฉินปล่อยกุ่ยเจี๋ยและเงาสายฟ้าออกมา คอยเฝ้าวิญญาณของเป็ดมาร ส่วนตัวเองเริ่มจัดการบางอย่างในจิตสำนึกของมัน
เป็ดมารที่ตกใจจ้องมองลู่เฉินด้วยดวงตาทั้งสองข้าง “เจ้า… เจ้าจะทำอะไร?”
“ข้านึกว่าเจ้าเป็นใบ้เสียอีก” ลู่เฉินมองมันพลางยิ้ม
เป็ดมารพยายามข่มขู่ “ข้าจะบอกให้รู้เอาไว้ ข้าแข็งแกร่งมากเลยนะ”
“อ้อ? จริงหรือ?” ลู่เฉินรีบใช้คาถาสยบภูตผี พันรัดวิญญาณของมันทันที
เนื่องจากลู่เฉินมีเม็ดยาสีดำสองเม็ดแล้ว คาถาสยบภูตผีที่ปล่อยออกมาจึงทรงพลังมาก ทำให้เป็ดมารถูกพันธนาการอย่างแน่นหนา
“เจ้า!” เป็ดมารพลันร้อนรน
ลู่เฉินมองมันพลางยิ้ม “อย่าเสียแรงเปล่าเลย เจ้าไม่มีทางหนีพ้นหรอก”
เป็ดมารตกใจ มันจ้องมองลู่เฉินไม่วางตา “เจ้าจะทำอะไร?”
ชายหนุ่มรีบสั่งให้พ่างจื่อปล่อยหมอกม่วงออกมา จากนั้นเป็ดมารก็ค่อย ๆ จมดิ่งสู่ห้วงฝัน
ภายในห้วงฝัน สีหน้าของเป็ดมารเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว “เจ้า!”
“บอกมา เหตุใดเจ้าถึงช่วยให้ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณหนีไป”
“อะไรนะ ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ?” เป็ดมารทำเหมือนไม่รู้เรื่องราวใด ๆ ทั้งสิ้น
ลู่เฉินเห็นว่ามันไม่ยอมรับ จึงแสดงภาพให้ดู เป็นภาพที่มันพาผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณหนีไป เป็ดมารเห็นแล้วอุทานด้วยความประหลาดใจ “เขาหรือ?”
“ใช่!”
“ข้าแค่ช่วยเหลือเท่านั้น”
“ช่วยใครกัน?”
เป็ดมารตอบอย่างกังวล “เป็นภารกิจจากทะเลภูเขามาร”
“ทะเลภูเขามาร?” ลู่เฉินสงสัยว่าเป็นที่ไหน
หลังจากเป็ดมารอธิบายทีละอย่าง ลู่เฉินถึงได้รู้ว่าในพระราชวังสินธุเหมันต์ ในพื้นที่ที่เจ็ดแห่งนี้ มีสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่าทะเลภูเขามาร ที่นั่นมีของวิเศษล้ำค่ามากมาย แต่มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะเข้าไปได้
เมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่มันกำลังเล่นอยู่ที่นั่นกับถังอิง ก็ได้รับภารกิจหนึ่ง นั่นก็คือให้ช่วยเหลือคนคนหนึ่ง และเมื่อช่วยคนผู้นั้นออกมาได้แล้วก็ให้ปล่อยเขาไป ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น
ลู่เฉินได้ยินแล้วกล่าวด้วยความแปลกใจ “ใครเป็นคนมอบภารกิจนี้ให้เจ้า?”
“ทะเลภูเขามาร วังทะเลภูเขา”
“เจ้าสนิทกับพวกเขาหรือ?”
“ไม่สนิท”
“แล้วเจ้ายังจะรับภารกิจอีกงั้นหรือ”
เป็ดมารพูดอย่างกระอักกระอ่วน “ตอนนั้นวังทะเลภูเขามีเม็ดยาหนึ่งเม็ด มันเหมาะสมกับสัตว์ปีศาจอย่างพวกข้ามาก แต่หากต้องการได้เม็ดยานี้ก็ต้องไปช่วยคน ตอนนั้นข้ามีความเร็วเพียงพอ จึงได้ชัยชนะและรับภารกิจนี้มา ทว่าหลังจากข้ากลับไปรับรางวัล พวกเขากลับไม่ยอมรับปากแล้ว และด้วยเรื่องนี้เจ้านายของข้าถึงกับ ทะเลาะกับคนของวังทะเลภูเขา แต่พวกเขาเก่งเกินไป ก็เลย…”
ลู่เฉินกล่าวอย่างสงสัย “พูดแบบนี้หมายความว่าเจ้านายของเจ้า ก็รู้เรื่องการรับภารกิจนี้ด้วยสินะ?”
“ข้าบอกนางหลังจากช่วยคนแล้ว นางดุข้าไปยกหนึ่ง แต่เพราะข้าเสียเปรียบ นางจึงไม่พอใจและไปเถียงกับพวกเขา” เป็ดมารพูดอย่างหงุดหงิด
ลู่เฉินพึมพำในใจ “ทะเลภูเขามาร วังทะเลภูเขา…”
เป็ดมารพูดอย่างตื่นตระหนก “ข้าบอกทุกอย่างที่ควรบอกแล้ว!”
ลู่เฉินได้สติและมองเป็ดมาร ก่อนจะเอ่ยว่า “วางใจเถอะ ข้าก็ไม่ได้บอกว่าเจ้าไม่ได้พูด”
เป็ดมารถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่ลู่เฉินจ้องมองเป็ดมารและเอ่ยว่า “แต่เจ้าต้องพาข้าไปยังทะเลภูเขามาร”
“เจ้าจะไปที่นั่นทำไม”
“ข้าอยากไปดูว่าใครเป็นคนออกภารกิจนี้”
“เจ้าสืบค้นเรื่องนี้ทำไม” เป็ดวิเศษถามอย่างสงสัย
ลู่เฉินยิ้มพลางมองมัน “เจ้าไม่ต้องถามมากหรอก”
เป็ดมารพยักหน้า จากนั้นลู่เฉินจึงถอนตัวออกจากจิตสำนึกของมัน ส่วนถังอิงที่อยู่ด้านนอกยังคงตะโกนเรียก เห็นได้ชัดว่านางเป็นห่วงเป็ดมารของตนเองมาก
กระทั่งลู่เฉินออกมา นางจึงหยุดตะโกน แต่กลับร้อนใจ “เจ้าทำอะไรกับเสี่ยวยายาของข้า”
“ไม่ได้ทำอะไร” ลู่เฉินเรียกแมวมารมายากลับ แล้วมองเป็ดมารที่ยังมีสติอยู่
ถังอิงรีบถามเป็ดมาร “เป็นอย่างไรบ้าง เขาทำอะไรเจ้าหรือไม่”
เป็ดมารส่ายหน้า แต่ถังอิงกลับรู้สึกแปลกใจ เพราะเป็ดมารดู ‘ว่านอนสอนง่าย’ มากขึ้น อีกทั้งสายตาที่มองลู่เฉินยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ดังนั้นถังอิงจึงซักถามลู่เฉิน “เจ้าทำอะไรกับมันกันแน่”
“ไม่มีอะไร เพียงแค่สั่งสอนมันเล็กน้อย ทำให้มันว่าง่ายขึ้น”
ถังอิงมองลู่เฉินอย่างประหลาดใจ แต่ชายหนุ่มกลับมองนาง “ตอนนี้ถึงตาเจ้าแล้ว!”
“ข้าหรือ? เจ้าจะสั่งสอนข้าด้วยหรือ” ถังอิงระแวดระวังขึ้นมาทันที