ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 813 หญิงชั่วชิงฟ้องก่อน
ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่ายที่ตกตะลึง “สิ่งที่ทำให้เจ้าหวาดกลัว”
แม่ใหญ่ไม่พอใจ และยังคงจ้องมองที่ลู่เฉินด้วยความโกรธ “เจ้าหนู เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฆ่าเจ้าได้?”
“ฆ่าข้า? แค่เจ้าคนเดียวน่ะหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
แม่ใหญ่พูดอย่างเย่อหยิ่ง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ามีฉายาอะไร ในโรงเหล้าฟ้าเหมันต์?”
“สำคัญด้วยหรือ?”
“ผู้คนเรียกข้าว่ามารดาสุราเหมันต์” แม่ใหญ่พูดจบก็ปลดปล่อยลมหายใจสุราอันเข้มข้น ออกมาจากร่างกาย ลมหายใจสุรานั้นพัดพาความเย็นยะเยือกมาด้วย แล้วพันรัดทั้งลู่เฉินและเงาสายฟ้าไว้อย่างรวดเร็ว
เงาสายฟ้าถูก ‘แช่แข็ง’ อยู่กับที่ทันที ราวกับว่ามีชั้นน้ำแข็งปกคลุมอยู่รอบ ๆ
ลู่เฉินจึงต้องเก็บมันเข้าไปก่อน หลังจากนั้นลมหายใจสุรา ก็พุ่งเข้าหาชายหนุ่มทันที และ ‘กักขัง’ เขาเอาไว้กับที่ ส่วนเทียนเซียวนั้นหน้าซีดด้วยความตกตะลึง
แม่ใหญ่เผยรอยยิ้มพึงพอใจ “เจ้าหนู เห็นหรือไม่ ช่องว่างระหว่างเจ้ากับข้านั้น ไม่ใช่แค่เล็กน้อย”
ลู่เฉินพยักหน้าเบา ๆ “เจ้าเก่งพอสมควร แต่หากจะเอาชนะข้า นับว่ายังห่างไกลนัก”
พูดจบ เปลวไฟทั้งสิบสามสายก็แผ่กระจายออกจากร่างกาย และสลายชั้นน้ำแข็งให้ละลายหายไปในพริบตา จากนั้นลู่เฉินก็ยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม่ใหญ่ตกใจอย่างยิ่ง เพราะนางไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะทำลาย คาถาของตนได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
เทียนเซียวเองก็ไม่ได้คาดคิดเช่นกัน จึงยืนตะลึงอยู่กับที่ ด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ลู่เฉินจ้องมองแม่ใหญ่ แล้วพูดว่า “จะมาอีกหรือไม่?”
แม่ใหญ่ส่งเสียงฮึดฮัด แล้วปล่อยพลังกระแทกไปยังจุดหนึ่งบนกำแพง ทันใดนั้นสภาพแวดล้อมโดยรอบก็เปลี่ยนแปลงไป เกิดเป็นกรงแสงสีทองครอบลู่เฉินไว้ภายใน
เทียนเซียวตกตะลึงจนหน้าซีด “ค่ายกลสังหารสุรา!”
“ถูกต้อง ค่ายกลสังหารสุราที่นี่ไม่ธรรมดาเลย” แม่ใหญ่พูดด้วยความภาคภูมิใจ
“แต่ค่ายกลสังหารสุรานี้ มีแต่ท่านพ่อของข้าเท่านั้น ที่สามารถเปิดใช้ได้ แล้วท่านรู้ได้อย่างไร?” เทียนเซียวไม่เข้าใจ
“บังคับให้ท่านพ่อของเจ้าบอกออกมาก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ” แม่ใหญ่พูดอย่างภาคภูมิ
สีหน้าของเทียนเซียวพลันหมองลง “บังคับท่านพ่อของข้า?”
“ถูกต้อง ข้าบังคับท่านพ่อของเจ้า แล้วให้เขาบอกออกมา” แม่ใหญ่หัวเราะด้วยเสียงประหลาด
เทียนเซียวตื่นตกใจ “เจ้า เจ้าทำอะไรกับท่านพ่อของข้า?”
“ทำอะไรงั้นหรือ? ฮ่า ๆ ๆ!” แม่ใหญ่พูดจบแล้วโบกมือไปทางกำแพงด้านหนึ่ง กำแพงนั้นก็กลายเป็น ‘ชั้นน้ำแข็ง’ โปร่งใส และภายในชั้นน้ำแข็งนั้นมีชายวัยกลางคนถูกปิดผนึกอยู่
ร่างกายของชายวัยกลางคนคนนั้นแดงก่ำ ดูราวกับว่าถูกพิษบางอย่างครอบงำ
เทียนเซียวมองเห็นเขาแล้วตกตะลึงจนหน้าซีด “ท่านพ่อ!”
“เซียวเอ๋อร์!” ชายผู้นั้นออกแรงเอ่ยอย่างยากลำบาก
เทียนเซียวมองท่านแม่ใหญ่ด้วยความโกรธ “เจ้าทำร้ายพ่อของข้าได้อย่างไร!?”
“พ่อของเจ้าเอาแต่วุ่นอยู่กับการศึกษาเรื่องสุราอยู่ทั้งวัน กิจการและธุรกิจของตระกูลนั้น ข้าเป็นคนจัดการทั้งหมดมาตลอด ฉะนั้นข้าจึงขอให้เขามอบอำนาจมาให้ข้า แต่เขากลับไม่ยินยอม ข้าจึงต้องขังเขาเอาไว้ที่นี่ ให้เขาใช้ชีวิตต่อไปในสถานที่แห่งนี้อย่างช้า ๆ” แม่ใหญ่อธิบาย
“เจ้า!” เทียนเซียวโกรธจนเดือดดาล
แม่ใหญ่หัวเราะด้วยเสียงประหลาด “อย่าเพิ่งร้อนใจ รอสักครู่ข้าจะจัดการเจ้าด้วย”
ประมุขตระกูลรีบพูดขึ้นด้วยความวิตก “ปิงเหนี่ยง เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างเจ้ากับข้า อย่าเอาเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง!”
“เดิมข้าก็ไม่ได้คิดจะเอาเขาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรอก แต่เขาพาคนบุกรุกเข้ามาที่นี่ และล่วงรู้ความลับของข้าแล้ว หากข้าไม่จัดการเขา แล้วเขาออกไปบอกตาแก่เหล่านั้น ในโรงเหล้าแห่งนี้จะยังมีพื้นที่ให้ข้าพูดได้อยู่หรือ?” แม่ใหญ่พูดด้วยความรู้สึกผิด
“หากเจ้ากล้าแตะต้องเขา ข้ารับประกันว่าเจ้าจะต้องเสียใจ!” ประมุขตระกูลจ้องมองแม่ใหญ่ด้วยความโกรธ แต่เมื่อคำพูดจบลง เลือดก็พุ่งออกมาจากปากเขาทันที
เทียนเซียวตกใจเป็นอย่างมาก “ท่านพ่อ ท่าน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!?”
“ข้า… ข้าไม่เป็นไร!” ประมุขตระกูลเทียนอดทนกลั้นความเจ็บปวดไว้
แม่ใหญ่หัวเราะเสียงประหลาด “เจ้าได้รับพิษเข้าไปแล้ว เพียงออกแรงเล็กน้อย ก็จะยิ่งทำให้พิษกำเริบหนักขึ้น ดังนั้นข้าแนะนำให้เจ้าพูดน้อย ๆ เอาไว้ ไม่เช่นนั้นจะตายอย่างไรก็ไม่รู้ด้วยแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เทียนเซียวยิ่งตื่นตระหนก เขารีบบอกประมุขตระกูลเทียนว่า “ท่านพ่อ ท่านอย่าพูดเลย!”
ประมุขตระกูลเทียนอยากจะพูด แต่พิษในร่างกายทำให้เขาไม่มีเรี่ยวแรง ทำได้เพียงจ้องมองแม่ใหญ่รังแกบุตรชายของตนอยู่เฉย ๆ
ทว่าในขณะนั้นเอง ลู่เฉินทุบทำลายค่ายกลรอบข้างจนแตกกระจาย และปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ เทียนเซียวในพริบตา เทียนเซียวตกตะลึง “ผู้อาวุโส ท่านออกมาได้แล้วหรือ?”
“เพียงแค่ค่ายกลเล็กน้อย ไม่มีอะไรมากมาย” ลู่เฉินพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
เทียนเซียวอดชื่นชมไม่ได้ ส่วนสีหน้าของแม่ใหญ่พลันเปลี่ยนไป “ไม่มีอะไรมากมาย?”
“ไม่งั้นจะเป็นอะไรได้?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองนาง
สีหน้าของแม่ใหญ่บิดเบี้ยวเป็นอย่างมาก ส่วนประมุขตระกูลเทียนที่ถูกกักขังอยู่ข้างใน หันมามองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ พร้อมพึมพำในใจว่า ‘หนุ่มน้อยคนนี้ไม่ธรรมดาเลย’
เทียนเซียวหันไปมองแม่ใหญ่และร้องบอกว่า “แม่ใหญ่ ท่านเห็นแล้วว่าผู้อาวุโส มีพลังอำนาจมากแค่ไหน!”
“ก็แค่ขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น ไม่มีอะไรมากมาย!” แม่ใหญ่ไม่เชื่อว่าลู่เฉินจะทำอะไรตนได้
เทียนเซียวรู้ว่าไม่ว่าพูดอะไรไป อีกฝ่ายก็คงไม่เชื่ออยู่ดี จึงหันไปมองลู่เฉิน ส่วนลู่เฉินหันมามองแม่ใหญ่ “ถึงเวลาจบได้แล้ว”
“เจ้าบอกว่าจบ มันก็จะจบได้งั้นหรือ?” แม่ใหญ่ส่งเสียงฮึดฮัด
ลู่เฉินหยิบธนูเงามารออกมา และสะสมพลัง
เมื่อเห็นชายหนุ่มหยิบธนูออกมา แม่ใหญ่ก็แสดงท่าทางประหลาด “หนุ่มน้อย เจ้าจะใช้ธนูยิงข้าหรือ”
“ไม่ชัดเจนอยู่แล้วหรือ?” ชายหนุ่มยิ้มมองนาง
“คิดว่าธนูเก่า ๆ นี้จะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ!” แม่ใหญ่โกรธและพูดขึ้น
ลู่เฉินยิ้มเยาะ “งั้นเจ้าก็รับไปเลย!”
“รับก็รับ ข้าจะกลัวเจ้าได้อย่างไร?” แม่ใหญ่เผยสีหน้าบึ้งตึง แล้วรวบรวมพลังสร้างม่านพลังสีฟ้าขึ้นมาปกป้องตัวเอง
ใครจะทราบว่าเมื่อลู่เฉินปล่อยลูกธนูออกไป และกระแทกอย่างแรงลงบนม่านพลังนั้น ม่านพลังก็แตกสลายทันที และยังส่งแรงกระแทกไปโดนแม่ใหญ่ด้วย
แม่ใหญ่ตกใจกลัว แล้วหลบหนีไปทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงเตือน “เด็กหนู เจ้าคอยดูไว้ ข้าจะไม่ยอมปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ!”
“โอ้? งั้นเหรอ?” ลู่เฉินยิ้ม แต่อีกฝ่ายก็หนีไปแล้ว
เทียนเซียวรีบเดินเข้ามาคารวะอย่างนอบน้อม “ขอบคุณผู้อาวุโส”
ลู่เฉินมองไปยังประมุขตระกูลเทียนที่ติดอยู่ในนั้น “เขาคือพ่อของเจ้าหรือ?”
“ใช่!” เทียนเซียวตอบรับแล้วเดินเข้าไป
ประมุขตระกูลเทียนพูดว่า “อย่าเข้ามา ข้างในเต็มไปด้วยพิษ”
เทียนเซียวตกใจ “ท่านพ่อ เป็นพิษชนิดไหนหรือ?”
“พิษจากไอสุรา” หัวหน้าตระกูลเทียนอธิบาย
แต่ลู่เฉินกลับไม่คิดอะไรมากเลย ทำเพียงวางมือลงบนกำแพงน้ำแข็งโดยตรง จากนั้นกำแพงน้ำแข็งนั้นก็ละลายไปทันที ส่วนไอพิษที่อยู่ภายใน ซึ่งกำลังจะฟุ้งออกมา ก็ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของลู่เฉินทั้งหมด
ประมุขตระกูลเทียนเบิกตากว้าง “เจ้า!…”
หลังจากลู่เฉินดูดซับเสร็จก็กล่าวว่า “แค่ไอพิษเล็กน้อย ไม่มีอะไรมากมาย”
“แต่… แต่ไอพิษนี้…” ประมุขตระกูลเทียนตกตะลึง เพราะไอพิษนี้ทำให้เขาดิ้นรนอยู่นาน และยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งเจ็บปวดทรมาน ทว่าขณะนี้กลับถูกลู่เฉินจัดการได้ในพริบตา
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไรมาก ทำเพียงมองไปยังเทียนเซียว “ไปเถอะ ไปคุยกับพ่อของเจ้า”
เทียนเซียวจึงได้สติคืนมา แล้วรีบพูดกับประมุขตระกูลเทียนว่า “ท่านพ่อ เขาเป็นหมอเทวดา”
“หมอเทวดา?” ประมุขตระกูลเทียนกล่าวด้วยความสงสัย
เทียนเซียวจึงอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดทีละขั้น ประมุขตระกูลเทียนจึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เนื่องจากเขายังอยู่ในสภาพที่ถูกพิษ จึงทำได้เพียงมองไปยังลู่เฉิน “น้องชาย รบกวนเจ้าช่วยถอดพิษให้ข้าด้วย”
“เรื่องเล็กน้อย” ลู่เฉินพูดจบก็ก้าวเข้าไปจัดการพิษในร่างของอีกฝ่าย
แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครม ดังมาจากนอกห้องโถง
แม้พิษของประมุขตระกูลเทียนจะหายแล้ว แต่ร่างกายยังเคลื่อนไหวมากไม่ได้ จึงตะโกนบอกเทียนเซียวว่า “ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น!”
“ขอรับ ท่านพ่อ!”
แต่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว ประตูก็ถูกเปิดออก แม่ใหญ่คนนั้นพาหัวหน้าผู้ดูแลที่หายดีแล้ว พร้อมด้วยคุณหนูรองและบรรดาผู้อาวุโสของตระกูลเข้ามา
จากนั้นแม่ใหญ่คนนั้นกลับกล่าวหาคนอื่นก่อน “ดูสิ หนุ่มน้อยคนนั้นวางยาพิษท่านประมุข และยังทำให้ท่านประมุขเคลื่อนไหวไม่ได้ แม้แต่เทียนเซียวก็ยังถูกหลอกลวง!”