ตำนานจักรพรรดิเทพยุทธ - ตอนที่ 32 ตงฟางชิง
“เจ้า…เจ้าทำให้อุปกรณ์สายเลือดของประธานเสียหาย แล้วยังคิดจะจากไปอีกหรือ? มันไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก!”
หลิวถงกระโดดพรวดขึ้นมาทันที ขวางทางฉินเฉินไว้ พลางชี้นิ้วใส่เขาด้วยสีหน้าดุร้าย น้ำลายกระเซ็นแทบจะสาดใส่ฉินเฉิน
ฝีเท้าของฉินเฉินหยุดลงเล็กน้อย แววตากลายเป็นเย็นชา เขากล่าวเสียงทุ้มว่า
“ประการแรก ข้าเพียงยืมใช้อุปกรณ์สายเลือด มิได้ทำให้มันเสียหาย ประการที่สอง ต่อให้มันเสียหายจริง นั่นก็เป็นปัญหาของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือดของพวกเจ้า พวกเจ้าคิดจะโยนความผิดให้คุณชายผู้นี้จริงหรือ?!”
ประกายแสงคมกริบพุ่งออกมาจากดวงตาของฉินเฉินทันที ความเย็นชาที่ปะปนด้วยความเมินเฉยต่อสรรพชีวิต ทำให้หลิวถงตัวสั่นสะท้าน ความหนาวเย็นพุ่งขึ้นสู่ศีรษะ และความหวาดกลัวลึกซึ้งก็ผุดขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจ
เขาถอยหลังไปสองก้าวอย่างตกใจ เสียงสั่นเครือ
“เจ้า…เจ้าคิดจะทำอะไร? ที่นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือด!”
สายตาของเขากวาดไปยังยามที่อยู่รอบ ๆ หลิวถงจึงได้สติกลับมาในทันที เข้าใจสถานการณ์ของตนเองในพริบตา ฝีเท้าที่กำลังถอยจึงหยุดลงทันที ใบหน้าชราของเขาแดงก่ำราวกับถูกไฟลน ร้อนผ่าวจนอยากแทรกแผ่นดินหนี
สวรรค์เอ๋ย นี่มันน่าอับอายเกินไปแล้ว ในฐานะผู้จัดการผู้ทรงเกียรติของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือด กลับถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งทำให้ตกใจจนเสียสติ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เขาคงไม่ต้องคิดจะอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือดอีกต่อไป
หลี่เหวินอวี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็เผยสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน เขาถูกกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากฉินเฉินทำให้ตกตะลึง อีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงวัยรุ่น แต่กลิ่นอายเมื่อครู่กลับทำให้เขาไม่กล้าดูแคลน จึงแอบจับตาดูอย่างเงียบ ๆ
“หลี่เหวินอวี่ เกิดอะไรขึ้นกับห้องปลุกพลังสายเลือดกันแน่?”
ในเวลานั้นเอง เสียงมั่นคงสายหนึ่งดังขึ้นจากด้านนอกเขตปลุกพลังสายเลือด
ชายชราสวมชุดคลุมสีขาว ผู้มีลายสายเลือดหนึ่งเส้นอยู่บนอก และขอบของลายสายเลือดนั้นปักด้วยเส้นเงิน เดินฝ่าฝูงชนเข้ามา
ฝีเท้าของเขาหนักแน่น กลิ่นอายไม่ได้ปลดปล่อยออกมาอย่างเปิดเผย แต่ทั้งร่างกลับแผ่บารมีที่ยากจะพรรณนาออกมา สายตาลึกล้ำดุจบ่อน้ำเย็นที่หยั่งไม่ถึง ทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตา
“โอ้สวรรค์ นั่นคือประธานตงฟางชิงแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือด!”
“เกิดเรื่องอะไรกันแน่ภายใน ถึงทำให้ประธานของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือดต้องมาด้วยตนเอง?”
“สวรรค์เอ๋ย หรือว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือดเกิดแผ่นดินไหว?”
เหล่าจอมยุทธ์จำนวนมากที่มารวมตัวกันอยู่ด้านนอกเขตปลุกพลังสายเลือดต่างตกตะลึง ส่งเสียงอุทานดังกึกก้อง เมื่อประธานตงฟางชิงเดินผ่าน สีหน้าของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความเคารพ ดวงตาเปี่ยมด้วยความเลื่อมใสราวกับกำลังมองเห็นเทพเจ้าของตน
ตงฟางชิง ประธานแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือดของอาณาจักรต้าฉี เป็นหนึ่งในผู้ทรงอำนาจที่สุดของอาณาจักรต้าฉี หากเขากระทืบเท้าหนึ่งครั้ง เมืองหลวงทั้งเมืองคงสั่นสะเทือนถึงสามครา
ตามปกติแล้ว ผู้คนแทบไม่มีทางได้พบเขา การจะพบเขานั้นยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก แต่วันนี้กลับปรากฏตัวในเขตปลุกพลังสายเลือด เห็นได้ชัดว่าภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือดต้องเกิดเรื่องไม่ธรรมดา
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนมากมายต่างเขย่งเท้า ยืดคอมองเข้าไปด้านใน แต่ก็ยังมองไม่เห็นสิ่งใดชัดเจน
“ปรมาจารย์สายเลือดลึกลับระดับสี่!”
สายตาของฉินเฉินจับจ้องไปยังตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของตงฟางชิง ก่อนจะหรี่ลงเล็กน้อย
โดยทั่วไปแล้ว ปรมาจารย์สายเลือดจะใช้ลายสายเลือดเป็นตัวแทนระดับ หนึ่งเส้นหมายถึงระดับหนึ่ง สองเส้นระดับสอง สามเส้นระดับสาม เมื่อถึงระดับสี่ ลายสายเลือดจะกลับมาเหลือหนึ่งเส้นอีกครั้ง แต่ขอบของมันจะถูกแต่งด้วยเส้นเงิน
หากก้าวหน้าต่อไป เมื่อถึงระดับเจ็ด ขอบของลายสายเลือดจะเปลี่ยนเป็นเส้นทอง
ลายสายเลือดบนอกของเขามีขอบเงิน นั่นหมายความว่าเขาเป็นปรมาจารย์สายเลือดลึกลับระดับสี่
“หลี่เหวินอวี่ เกิดอะไรขึ้นกับห้องปลุกพลังสายเลือดกันแน่ ถึงต้องให้ข้ามาด้วยตนเอง?!”
ก่อนหน้านี้ตงฟางชิงยังคงตกตะลึงกับปรากฏการณ์ตอนที่ฉินเฉินปลุกพลังสายเลือดอัสนี และกำลังครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ทว่ากลับได้รับข่าวว่าห้องปลุกพลังสายเลือดเกิดปัญหา จึงจำต้องรีบมาทันที ทำให้ในใจรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
แม้หลี่เหวินอวี่จะวางอำนาจต่อหน้าหลิวถง แต่เมื่อเห็นตงฟางชิง ท่าทีของเขากลับสุภาพนอบน้อมราวกับผู้ติดตาม และกล่าวอย่างระมัดระวัง
“ประธาน หลิวถงละเลยหน้าที่ ปล่อยให้แขกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในห้องสายเลือดที่ท่านเพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่…”
“อะไรนะ?!”
สีหน้าที่เดิมทีไม่พอใจของตงฟางชิงพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เขาตัดคำพูดของหลี่เหวินอวี่ทันที และตะโกนถาม
“เจ้าพูดถึงห้องสายเลือดห้องไหน?!”
หัวใจของหลี่เหวินอวี่กระตุกวูบ เขากล่าวอย่างประหม่า
“ก็ห้องสายเลือดที่ท่านวางอุปกรณ์สายเลือดรุ่นล่าสุด ซึ่งเพิ่งได้มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือดระดับสูงเมื่อไม่นานมานี้”
สีหน้าที่สงบของตงฟางชิงหายไปในทันที ความโกรธในดวงตาก่อตัวราวกับภูเขาไฟก่อนระเบิด ทุกคนรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่พัดผ่านทั่วเขตสายเลือดราวกับพายุ ต่างตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่น
“บัดซบ! ข้าไม่ได้เตือนพวกเจ้าแล้วหรือว่าอย่าให้ผู้ใดเข้าไปในห้องสายเลือดนั้น? เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้พวกเจ้าก็จัดการไม่ได้! พวกเจ้ามีประโยชน์อะไร? หากอุปกรณ์สายเลือดชุดนั้นมีปัญหาแม้แต่นิดเดียว พวกเจ้าทุกคนก็ไม่ต้องอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายเลือดอีกต่อไป เก็บข้าวของแล้วไสหัวไปเสีย!”
เสียงคำรามของตงฟางชิงดังก้องไปทั่วโถง เสียงดังกึกก้องทำให้จิตใจของผู้คนสั่นสะเทือน ศีรษะมึนงง
ทันใดนั้น ตงฟางชิงก็พุ่งราวกับลมกรด เข้าไปยังห้องสายเลือดที่อยู่ติดกัน
หลี่เหวินอวี่และคนอื่น ๆ รีบตามเข้าไปด้วยความตื่นตระหนก เตรียมเผชิญความโกรธเกรี้ยวของประธานตงฟางชิง ทว่าหลังจากประธานเข้าไป กลับไม่มีเสียงใด ๆ เลย
ทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะชะโงกมองเข้าไปในห้องสายเลือด
พวกเขาเห็นตงฟางชิงที่เพิ่งพุ่งเข้าไปอย่างร้อนรน บัดนี้กลับยืนงงงันราวกับคนโง่ อยู่หน้าหน้าอุปกรณ์สายเลือดที่กำลังทำงานอยู่ ภาพนั้นประหลาดอย่างยิ่ง
หัวใจของหลี่เหวินอวี่และคนอื่น ๆ ค่อย ๆ จมดิ่งลง ในพริบตา มือเท้าของพวกเขาเย็นเฉียบ เหงื่อเย็นไหลชุ่มทั่วร่างจนเสื้อคลุมเปียกชื้น
ระหว่างรอคอยตงฟางชิง สิ่งเดียวที่พวกเขาได้แต่ภาวนาคือให้อุปกรณ์ไม่มีปัญหา
ตราบใดที่อุปกรณ์สายเลือดยังสมบูรณ์ และเป็นเพียงการปล่อยให้แขกเข้าไปโดยบังเอิญ ก็ยังมีโอกาสรอด
แต่หากอุปกรณ์สายเลือดมีปัญหาแล้วล่ะก็… และตอนนี้…
เมื่อเห็นสีหน้าที่เหม่อลอยของประธาน หลี่เหวินอวี่และคนอื่น ๆ ก็มีเพียงความคิดเดียวในหัว
จบเห่!
อุปกรณ์สายเลือดต้องมีปัญหาแน่
“ตุบ!”
หลิวถงที่เพิ่งยืนขึ้นได้ไม่นาน พลันรู้สึกเหมือนโลกมืดลงตรงหน้า ทรุดลงกับพื้นทันที แทบจะเป็นลม
หลี่เหวินอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ กระตุกมุมปากด้วยความหวาดกลัว เขาถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก
ส่วนยามกลุ่มนั้น ถอยห่างจากประตูออกไปมากกว่าเดิม ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง เกรงว่าจะกลายเป็นเป้าระบายความโกรธของประธาน
ทุกคนสามารถจินตนาการได้ถึงการระเบิดอารมณ์ของประธานในอีกไม่ช้า การยืนอยู่ใกล้เขาในเวลานั้นย่อมอันตรายถึงชีวิต
แน่นอน
ภายใต้สายตาของทุกคน ประธานตงฟางชิงก็ขยับตัวในที่สุด
เขาเดินทีละก้าวไปยังอุปกรณ์สายเลือดที่กำลังทำงานอยู่ ฝีเท้าราวกับหนักพันชั่ง
ในเวลาเดียวกัน มือที่สั่นเทาของเขาลูบไล้ปุ่มต่าง ๆ บนอุปกรณ์สายเลือด ดวงตาเบิกกว้างแทบถลน จ้องมองลวดลายอาคมจำนวนมากที่สว่างไสวบนอุปกรณ์สายเลือด
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาค่อย ๆ บิดเบี้ยว สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ
มาแล้ว…มาแล้ว!
หลี่เหวินอววี่และคนอื่น ๆ กลั้นหายใจ เตรียมรับมือกับความโกรธเกรี้ยวราวฟ้าถล่มของประธานตงฟางชิง