ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 117 : เซอร์เบอรัส
[เซอร์เบอรัส] (บอสระดับทอง)
เลเวล :69
แนะนำ : เซอร์เบอรัสคืออสูรที่มีพละกำลังที่แข็งแกร่ง
อาศัยอยู่ภายในนรกโลกันต์ พวกมันมีสามหัวและถูกแบ่ง
พละกำลังออกเป็นสามส่วน ภายในนรกโลกันต์พวกมันถือ
เป็นอสูรที่หายาก นอกจากนี้มันยังซื่อสัตย์ต่อเจ้านายของ
มันเป็นอย่างมาก ดังนั้นพวกมันจึงกลายเป็นผู้เฝ้าประตูที่
สำคัญ จงระมัดระวังกรงเล็บและเขี้ยวของมันให้ดีและที่
ต้องระมัดระวังมากกว่านั้นคือพละกำลังของมัน
……
“บอสระดับทอง! จะฆ่ายังไงล่ะทีนี้!” พี่หน่ายที่อยู่
ด้านหลังเย่ฮวาถามขึ้น
เป็นเพราะไม่สามารถมองเห็นค่าสเตตัสของบอสได้
จึงทำให้การวางแผนเพื่อรับมือเป็นไปได้ยากมาก แต่ยังไง
ก็ยังต้องระมัดระวังตัวอยู่ดี
เย่ฮวาถอยไปพลางก็พูดไปพลางว่า “บอสระดับทอง
เลเวล 69 ค่าสเตตัสของมันไม่ธรรมดาอยู่แล้ว เดี๋ยวฉันจะ
เป็นฝ่ายแท้งค์ให้เอง ส่วนเสี่ยวจิ๋วจื่อนายอ้อมไปทางด้าน
หลังของบอส แต่อย่ายืนอยู่ในทิศทางเดียวกันกับฉันนะ
จากร่างกายของมันเห็นได้ชัดว่าเคลื่อนไหวได้ไม่เร็ว
เท่าไหร่นัก ถ้าฉันสามารถดึงค่าความเกลียดชังทั้งหมดมา
ที่ตัวเองได้พวกนายก็จะสามารถจัดการกับมันได้อย่าง
สบายใจ สัตว์เลี้ยงของอู๋ตี๋ลั่วให้มาช่วยต้านการโจมตีของ
บอสกับฉัน ส่วนชางห่ายเกอคอยหาโอกาสแล้วโจมตีมันได้
เลย!”
ชางห่ายเกอดึงกริชขึ้นมาแล้วควงในมือพร้อมกับพูด
ขึ้น “ไม่ต้องห่วง ลุยกันเลย!”
“โอเค!”
“โฮก!!!”
เสียงของเซอร์เบอรัสดังขึ้นพร้อมกับดวงตาของมันที่
เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการสังหาร หลังจากนั้นมันก็พุ่งตัว
มาที่เย่ฮวาทันที! มันพุ่งตัวออกมาจากกระท่อมไม้ภายใน
พริบตาเดียว ฉับพลันเย่ฮวารีบยกมือขึ้น ทันใดนั้นพื้น
โคลนก็แตกออกจากกันพร้อมกับโซ่เส้นหนึ่งที่ผุดขึ้นมา
ก่อนที่จะล็อคขาทั้งสี่ของเซอร์เบอรัสไว้!
“ผั่วะ!”
อู๋ตี๋ลั่วยกมือขึ้นมาพร้อมกับส่งสกิลศรอุปราคาออกไป
จนปักเข้าใส่ตาสีแดงก่าข้างหนึ่งของมันเข้าเต็มๆ ในเวลา
เดียวกันการป้องกันของบอสก็ลดลงไป 6% !
เย่ฮวาเปล่งเสียงคำรามออกมาและทำการบัพจิต
วิญญาณของตนเอง หลังจากนั้นก็ยกดาบงูหลามขึ้นสูง
เสียง “ตูม!” ดังขึ้นพร้อมกับฟาดเข้ากลางหัวของมันทันที
!
“1465”
ด้วยสกิลชาร์จนั้น บอสก็ได้ติดค่าสตั๊นไปในทันที
สำหรับบอสระดับทองเลเวล 69 ไม่ได้มีความน่ากลัว
สำหรับเย่ฮวาเลย ทว่าเป็นเพราะขาดไอเท็มไปหลายชิ้น
จึงทำให้ค่าสเตตัสของเขาลดลงไปมาก การฆ่าบอสตัวนี้จึง
ไม่ได้ง่ายเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
การโจมตีถูกส่งออกไปขณะที่บอสยังคงติดอยู่กับโซ่ผูก
วิญญาณ มือของเย่ฮวาฟาดดาบติดต่อกันสองครั้งจนทำ
ให้หัวของมันเกิดเลือดสาดออกมาสองเส้น ในเวลา
เดียวกันโซ่ผูกวิญญาณก็ทลายลงพร้อมกับโซ่ที่ตกลงสู่พื้น
ทันใดนั้นหัวทั้งสามหัวของบอสก็กวัดแกว่งไปมาพร้อมกับ
เปล่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโมโห ส่วนหัวที่อยู่ตรง
กลางพุ่งเข้ามาพร้อมกับใช้ฟันกัดไปที่บ่าของเย่ฮวา!
“1794”
เขี้ยวที่แหลมคมของมันกัดเข้าที่บ่าของเย่ฮวาอย่าง
แรง ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทำให้เขาถึงกับขมวดคิ้วเข้าหา
กัน มืออีกข้างกำหมัดแน่นแล้วซัดเข้าใส่หัวของมันอย่าง
แรงจนปากของมันอ้าออก หลังจากนั้นดาบในมือของเย่ฮ
วาก็ถูกส่งออกไปด้วยสกิฟาดฟันต่อเนื่องติดต่อกันถึง 7
ครั้งจนเกิดเป็นค่าดาเมจเด้งขึ้นมา!
“957”
“1041”
“1038”
“1009”
“994”
“1025”
“1073”
เซอร์เบอรัสถูกโจมตีเข้าใส่จนเลือดลดลงไปเล็กน้อย
ทว่ากลับยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับมันเป็นอย่างมาก
เย่ฮวาจึงรีบถอยออกไปและพยายามลากมันให้ถอย
ออกมาจากกระท่อมไม้ ศรน้าแข็งของอู๋ตี๋ลั่วเองก็ถูก
ส่งออกไปเช่นเดียวกัน จนทำให้รอบตัวของเซอร์เบอรัสถูก
ปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้าแข็งพร้อมกับความเร็วที่ลดลงจาก
เดิม ในเวลานี้เองเสี่ยวจิ๋วจื่อได้ยกขวานรบในมือขึ้นมา
พร้อมกับฟาดออกไปด้านหน้า เขาเปล่งเสียงร้องออกมา
จากด้านหลังของบอสขณะที่สกิลพุ่งชนได้ถูกส่งออกไป
จนทำให้บอสถูกผลักจนเข้ามาใกล้เย่ฮวามากขึ้น
อาชีพเกราะหนักทั้งสามอาชีพมีเพียงนักรบคลั่ง
เท่านั้นที่แทบจะไม่มีสกิลโจมตี สกิลพุ่งชนของนักรบคลั่ง
ทำได้เพียงแค่เพิ่มความเร็วในการวิ่งและทำให้ล่าถอย
ออกไป ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่บ้างเมื่ออยู่ในช่วงเวลาของการ
ต่อสู้ ตอนที่มีการต่อสู้เป็นกลุ่มก็ยังถือว่ามีประโยชน์อยู่
แต่ถ้าหากเป็นการโจมตีหรือสังหารมอนสเตอร์ก็แทบไม่
ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่นัก
แม้ว่านักรบคลั่งจะแทบไม่มีสกิลจู่โจม แต่พวกเขา
กลับมีพลังทางกายภาพสูง นอกจากนี้ยังมีการบัพด้วย
เกราะบ้าบิ่นและเกราะคลั่งไคล้ที่ช่วยทำให้การโจมตีของ
พวกเขามีโอกาสที่จะติดคริติคอลมากขึ้น แม้แต่นักดาบที่
มีค่าสเตตัสห่างเพียงเล็กน้อยก็ยากเกินกว่าที่จะรับการ
โจมตีที่รุนแรงอย่างสกิลระเบิดกัมปนาท สะบั้นตัดนภา
และขวานตัดผ่าได้ ถ้าหากเย่ฮวาสามารถครอบครองสกิล
โจมตีที่รุนแรงหวังผลปิดฉากสักหนึ่งถึงสองสกิลได้ เขาก็
สามารถที่จะสู้กับผู้เล่นระยะปราชิดแบบ 1 ต่อ 1 ได้อย่าง
ปลอดภัย
“ฟึบ…..”
โซ่เส้นหนึ่งปรากฏขึ้นก่อนที่จะล็อคไปที่คอของบอสอ
ย่างแรง ตอนนี้บอสตรงหน้าได้ถูกสกิลพุ่งชนของเสี่ยว
จิ๋วจื่อจนร่างของมันถูกผลักให้ถอยออกมา จึงทำให้ร่าง
ของมันที่ถูกโซ่คล้องไว้กับตัวบ้านถูกกราชากจนลงไปกอง
อยู่ที่พื้นในทันที
พี่หน่ายเหล่ตามอง “เซอร์เบอรัสตัวนี้ถูกล็อคไว้ด้วยโซ่
แล้ว อีกทั้งการเคลื่อนไหวของมันก็จะถูกจำกัดไว้ด้วย ดู
เหมือนว่าเราคงจะจัดการกับมันได้ง่ายขึ้นนะ”
เย่ฮวาขมวดคิ้วเข้าหากัน “ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่มันก็
ยังเป็นเควสระดับ SS อยู่ดี จากความยากของมันต่อให้ฉัน
ไม่พูดทุกคนก็น่าจะรู้ดี ถ้าไม่ใช่ว่ายังมีมอนสเตอร์ที่น่ากลัว
กว่านี้รอเราอยู่ การสังหารบอสตัวนี้ก็อาจจะไม่ได้ง่าย
อย่างที่เราคิด”
ชางห่ายเกอพยักหน้า “ใช่ โซ่ล็อคการเคลื่อนไหวของ
บอสจนทำให้การโจมตีของมันลดลงไปอย่างมากก็จริง แต่
มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เควสระดับ SS ควรจะเป็น และที่อีเย่กูโจว
พูดก็ถูกต้องที่สุด พวกเราต้องระวังตัวหน่อยแล้ว นี่เป็น
วิธีการเดียวที่เราจะทำได้”
“ฟึบ!”
เซอร์เบอรัสลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมกับโซ่ที่ถูกดึงจน
เกิดการสั่นสะเทือนราวกับจะขาดออกจากกันได้ทุกเมื่อ
ทว่าโซ่เส้นนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่โซ่ธรรมดาๆ เพราะมันมี
ความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก! ปลายของโซ่ถูกล็อคไว้ด้าน
ในกระท่อมไม้และด้านล่างก็ดูเหมือนว่าจะมีอะไร
บางอย่างด้วย
เซอร์เบอรัสยกกรงเล็บของมันขึ้นมาพร้อมกับตะปบ
มาที่กลางอกของเย่ฮวา เขารีบยกดาบขึ้นจนเกินเสียง
“เคล้ง” ขึ้นตรงหน้าพร้อมกับแรงผลักที่ทำให้เขาถอย
ออกไปด้านหลังติดต่อกันหลายก้าว
หลังจากที่ถอดไอเท็มออกไปหลายชิ้นก็ทำให้ค่า
พละกำลังของเขาลดลงไปไม่น้อย ด้วยค่าสเตตัสของเขา
ในเวลานี้ทำให้แทบจะไม่สามารถต้านการโจมตีของบอ
สระดับทองได้เลย
พี่หน่ายทำการบัพเพื่อเพิ่มพละกำลังให้กับเย่ฮวา
ด้วยสกิลบทสวดเพิ่มพละกำลัง ซึ่งถือว่าเป็นสกิลที่ดีระดับ
หนึ่ง แต่น่าเสียดายที่มันมีช่วงระยะเวลาสั้นไปหน่อยจึง
เรียกใช้งานได้เพียงแค่ 3.7 วินาทีเท่านั้น และสกิลนี้เป็นส
กิลลับที่แตกต่างจากสกิลพื้นฐานของนักบวชอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งพี่หน่ายน่าจะเรียกมันมาจากที่อื่น
สกิลบทสวดเพิ่มพละกำลังช่วยเพิ่มพละกำลัง
ให้กับเย่ฮวาขึ้นจากเดิม ตอนนี้เวลาเป็นเงินเป็นทองจะเสีย
โอกาสไปแม้แต่วินาทีเดียวไม่ได้เป็นอันขาด!
เย่ฮวาก้าวเท้าไปด้านหน้าและยกดาบงูหลามขึ้น
หลังจากนั้นก็ทำการโจมตีด้วยสกิลกระแทก! ดาบฟาดเข้า
กลางหัวซึ่งอยู่ตรงกลางอย่างแรง ในเวลาเดียวกันเขาก็
พลิกข้อมือแล้วโจมตีด้วยการโจมตีแบบธรรมดาซ้าไปอีก
ครั้ง!
“2387”
“1766”
ส่วนชางห่ายเกอเองก็ปรากฏตัวขึ้นจากทางด้านข้าง
ของบอสพร้อมกับใช้กริชในมือแทงเข้าไปยังผิวหนังของ
มันที่ถูกปกคลุมไปด้วยขนสีดำสนิท ทันใดนั้นบอสก็ติด
ค่าสตั๊นท์ไปในทันที! ฉับพลันเสี่ยวจิ๋วจื่อเองก็ได้ปรากฏขึ้น
จากทางด้านหลังของบอสและโจมตีเข้าใส่มันด้วย
เช่นเดียวกัน!
เสี่ยวจิ๋วจื่อตอนนี้คงจะต้องคิดในใจว่า : พวกนายสี่คน
โจมตีไปที่หัวของหมา แต่ฉันกลับต้องมายืนอยู่ที่ก้นของ
มันเพื่อเผชิญหน้ากับก้อนกลมๆ สีดำของเจ้าหมานี่ คอยดู
เถอะฉันจะแก้แค้นพวกนายให้ได้!
เย่ฮวามองไปที่เสี่ยวจิ๋วจื่อด้วยใบหน้าซึ่งกำลังแข็งทื่อ
เขารู้ได้ในทันทีว่าหมอนั่นคงกำลังคิดแบบนั้นอยู่แน่ๆ
เย่ฮวาให้เจ้าเอลฟ์หินไปอยู่ด้านข้างพี่หน่ายเพราะ
เลือดของมันค่อนข้างต่า หากมาอยู่ข้างเขาอาจจะทำให้
มันตกอยู่ในอันตรายได้ ความสูงของบอสเมื่อยืนขึ้นทั้งสี่
ขาถือว่ามีความสูงกว่าพวกเขามาก และการโจมตีของมัน
จะอยู่ในช่วงหน้าอก ดังนั้นถ้าหากให้เจ้าเอลฟ์หินไปยืนอยู่
ในจุดที่ไกลออกไปก็จะทำให้มันปลอดภัยมากขึ้น
ต้องใช้ผู้เล่น 5 คนเพื่อสังหารบอสระดับทองหนึ่งตัว
ถึงแม้ว่าเลเวลของมันจะสูงแต่มันก็ไม่ได้อันตรายสำหรับ
พวกเขาเท่าไหร่นัก อีกอย่างภายในปาร์ตี้ก็เป็นผู้เล่นคลาส
สามทั้งหมด แถมแต่ละคนก็มีสัตว์เลี้ยงและสกิลที่
แข็งแกร่งของแต่ละอาชีพด้วย แทบไม่มีอะไรที่ต้องน่า
กังวลใจเลย
“สวบ!”
ลูกธนูปักเข้ากลางร่างของเซอร์เบอรัสอย่างแรงจนทำ
ให้ตอนนี้เลือดของมันอยู่ที่ 80% ภายในระยะเวลาไม่กี่
นาที ในเวลานี้เองเสียงของมันก็ดังขึ้นพร้อมกับหัวทั้งสอง
ข้างของมันที่นิ่งมาโดยตลอดก็เริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็น
ความดุร้าย ทันใดนั้นหัวทางด้านขวามือของมันก็ถูกราย
ล้อมไปด้วยเปลวเพลิง ส่วนด้านซ้ายมือถูกปกคลุมไปด้วย
เกล็ดน้าแข็งที่หนาวเย็น ส่วนหัวที่อยู่ตรงกลางก็เกิดการ
ขยายใหญ่ขึ้นจากเดิมพร้อมกับพลังงานสีดำที่ปรากฎ
สกิลแรกของเซอร์เบอรัสถูกเรียกใช้งานแล้ว และเป็น
การบัพที่สามารถใช้งานได้ตลอดไป ซึ่งเป็นหนึ่งในสกิลที่
ถูกแนะนำ สกิลน้าแข็งเพลิงและพละกำลังแห่งอันเดธ!!
“ตูม!”
หัวขนาดใหญ่ที่อยู่ทางด้านขวามืออ้าปากกว้างพร้อม
กับเปลวเพลิงที่พุ่งออกมาจากปากกว้างของมัน เย่ฮวารีบ
ยกแขนขึ้นเพื่อต้านการโจมตีของมันไว้ ถ้าตัวถูกเผายังพอ
ทน แต่ถ้าหน้าถูกเผาเรื่องใหญ่แน่ และถ้าเกิดเสียโฉม
ขึ้นมาจนทำให้คนและเด็กน้อยตกใจจะทำยังไงกันล่ะ?
“2024”
การโจมตีด้วยเปลวเพลิงนี้ไม่สามารถที่จะเทียบกับ
ก่อนหน้านี้ได้เลย เพราะการโจมตีเพียงครั้งเดียวสามารถ
สร้างค่าดาเมจได้ถึง 2000 กว่าพอยท์ ซึ่งดูเหมือนว่า
ค่าสเตตัสของมันจะสูงขึ้นมาก แถมการโจมตีของมันก็คง
จะหลากหลายขึ้นด้วย!
“สวบ!”
“2794”
พี่หน่ายฮีลเลือดให้เย่ฮวาจนเลือดกลับคืนมาอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกันเธอก็ใช้สกิลโจมตีเข้าใส่ปากของบอส
ตรงหน้า ทำให้เลขดาเมจเพิ่มขึ้นมาอีก 200 กว่าพอยท์
เอาเถอะนี่เป็นสกิลจู่โจมของนักบวชคงจะหวังการโจมตี
สูงๆ ไม่ได้อยู่แล้ว
“ปั่ก!”
เสียงดังขึ้นพร้อมกับหัวทางด้านซ้ายของเซอร์เบอรัสที่
อ้าปากกว้างพร้อมกับลมพายุ ซึ่งเต็มไปด้วยความหนาว
เหน็บถูกส่งออกมา ลมหนาวที่หนาวจนเข้ากระดูกมีหยาด
น้าแข็งแหลมคมปะปนมาด้วย ทันทีที่ชนเข้ากับเกราะ
เหล็กบนตัวของเย่ฮวาก็เกิดเสียงดังขึ้น ส่วนตำแหน่งที่ไม่มี
เกราะป้องกันไว้ก็เกิดเป็นบาดแผลแดงยาว และมีเลือด
สดๆ ซึมออกมา
ค่าการโจมตีของหัวสุนัขน้าแข็งเย็นต่ากว่าหัวสุนัข
เปลวเพลิงไม่น้อย ทว่าสกิลของมันเป็นการโจมตี
แบบต่อเนื่อง ทำให้ดาเมจโดยรวมแทบไม่ต่าง
พี่หน่ายมองไปยังเซอร์เบอรัสตรงหน้า “บอสตัวนี้เริ่ม
ใช้สกิลทั้งสามหัวแล้ว มีโอกาสที่พวกมันจะโจมตีพร้อมกัน
ถ้าเป็นแบบนั้นการโจมตีก็จะถี่กว่าเดิมมาก เย่เย่น้อยระวัง
ตัวด้วยนะ”
“อืม”
เย่ฮวาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วใช้ดาบในมือฟาดเข้าใส่
หัวของเซอร์เบอรัสที่อยู่ตรงกลาง!
จากองศาการโจมตีของบอสแล้ว ตำแหน่งที่เย่ฮวายืน
อยู่คือตำแหน่งกึ่งกลางของมัน ซึ่งทำให้ร่างกายของมันจะ
ไม่ขยับเขยื้อนไปทางอื่น เมื่อเป็นเช่นนี้ชางห่ายเกอที่อยู่
ข้างๆ และเสี่ยวจิ๋วจื่อที่อยู่ด้านหลังก็จะถูกผลกระทบน้อย
ที่สุด อีกทั้งยังสะดวกในการโจมตีใส่มันมากที่สุดด้วย จาก
พลังการโจมตีของพวกเขาแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน
20 นาที ก็สามารถที่จะสังหารบอสตัวนี้ได้!
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ พร้อมกับเลือดของเซอร์เบอรัส
ที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ ตอนที่เลือดของมันลดลงมาถึง 50%
สกิลที่สองของมันก็ถูกเรียกใช้งาน!
ร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีดำทมิฬ มันยกกรง
เล็บขึ้นพร้อมกับรวมพลังอย่างช้าๆ “ตูม!” เสียงดังขึ้น
ขณะที่อุ้งเท้าของมันกระทบกับพื้นดิน ทันใดนั้นด้านหลัง
พี่หน่ายและอู๋ตี๋ลั่วก็เกิดเป็นม่านแสงขึ้น ก่อนจะตามมา
ติดๆ ด้วยการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นรูปทรงโดม และล้อม
พวกเขาทุกคนรวมถึงเซอร์เบอรัสไว้ด้านใน!
ชางห่ายเกอมองม่านแสงพร้อมกับพูด “เหล่าลั่วลองดู
ม่านแสงหน่อย!”
อู๋ตี๋ลั่วพยักหน้าแล้วใช้ลูกธนูของเขายิงเข้าใส่ม่านแสง
ที่อยู่ด้านหลัง ทันใดนั้นลูกธนูของเขาที่พุ่งชนเข้ากับม่าน
แสงก็แหลกจนกลายเป็นผุยผงไปต่อหน้าต่อตา “ม่านแสง
นี้จะสร้างค่าดาเมจที่สูงมาก อีกอย่างมันก็จะค่อยๆ หด
ขนาดให้เล็กลงจนทำให้พื้นที่การโจมตีของพวกเราเล็กลง
เรื่อยๆ!”
ชางห่ายเกอขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วถาม “ม่านแสงนี้ใช้
เวลากี่นาที ถึงจะหดขนาดลงจนทำให้พวกเราอยู่ในขั้น
อันตราย?”
อู๋ตี๋ลั่วพูดด้วยใบหน้าเย็นชา “ราวๆ 3 นาที…..”