ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 141 : เหลิ่งอี้
“ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันคู่ที่เจ็ดด้านขึ้นมาบนเวทีได้เลย
ค่ะ!”
หยินเมิ่งยิ้มออกมา “เมืองหลักอื่นอาจจะยังไม่รู้นะคะ
ทว่าสำหรับเมืองชิงสุ่ยแล้วไม่มีใครไม่รู้จักอีเย่กูโจวแห่ง
กิลด์หานเยว่เหมิง เขาคือผู้เล่นเผ่าเทพเพียงคนเดียวของ
เซิร์ฟเวอร์ในเวลานี้ และเขาก็สามารถปีนป่ายจากผู้เล่น
ตัวเล็กๆ จนกลายมาเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งในเวลานี้
ตอนนี้เขาจะได้เจอกับนักฆ่าที่แข่งแกร่งที่สุดของสตูดิโอ
ชางหลงแห่งเมืองว่านต่าว การต่อสู้ระหว่างทั้งสองคนจะ
เป็นอย่างไรเชิญติดตามและรับชมไปพร้อมๆ กันได้เลย
ค่ะ”
เย่ฮวาสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วพูดอย่างช้าๆ “ถึง
ตาฉันแล้ว~”
พี่หน่ายหันมายกนิ้วโป้งให้เย่ฮวา “เย่เย่น้อยไร้พ่าย!”
มู่จื่อหานยิ้มแล้วพูดกับเย่ฮวา “เหลิ่งอี้ไม่มีสกิลเสริม
อย่างอื่น และเท่าที่ฉันรู้เขาก็มีสกิลเหมือนนักฆ่าทั่วไป
พยายามเข้า~”
เย่ฮวากล่าวตอบ “เข้าใจแล้วล่ะ~”
เย่ฮวาเดินถือหมวกและก้าวขึ้นบนเวที ในเวลา
เดียวกันสายตาของโม่อี้หลงส่าวและโม่อี้หลงหลินก็จ้อง
มองมาที่เย่ฮวาราวกับรู้สึกสนใจในตัวเขาขึ้นมา ทว่าเขาก็
แสร้งทำเป็นไม่เห็นและเดินขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านบน
แล้วสวมใส่หมวกทันที
ลมพายุต้อนรับทันทีที่เข้ามาสู่สนามต่อสู้แห่งนี้ ซึ่งให้
บรรยากาศถึงการต่อสู้ของผู้เล่นระดับสูง และมันก็ทำให้
เขารู้สึกว่าตัวเองเท่สุดๆ ไปเลย
ร่างของเหลิ่งอี้ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างช้าๆ เขา
กราชับกริชในมือแล้วยิ้มให้กับเย่ฮวา “อีเย่กูโจวฉันไม่
อยากจะเป็นศัตรูกับนายเลย การแข่งขันครั้งนี้หวังว่าจะไม่
ทำให้เราต้องโกรธเคืองกันนอกสนามนะ”
เย่ฮวากราชับดาบงูหลามแล้วยิ้มตอบกลับไปเล็กน้อย
“ตั้งแต่เข้าเกมมาจนถึงวันนี้ฉันไม่เคยคิดที่จะเป็นศัตรูกับ
ใคร มีแต่คนอื่นที่พยายามจะเป็นศัตรูกับฉัน ในเมื่อโดน
โจมตีมาก็แค่โต้ตอบกลับไป นายก็คือนาย สตูดิโอชางหลง
ก็คือสตูดิโอชางหลงและจนถึงตอนนี้ฉันก็ไม่คิดที่จะเอา
นายไปรวมกับแค้นเก่าพวกนั้นด้วย”
เหลิ่งอี้แกว่งกริชในมือสองครั้งแล้วพูดต่อ “ดีเลย ถ้า
งั้นพวกเราก็มาเริ่มกันเถอะ!”
“อืม!”
“3!”
“2!”
“1!”
วินาทีที่การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นร่างของเหลิ่งอี้ก็หายไป
จากจุดเดิมอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สัตว์เลี้ยงของเขาพุ่ง
ตรงมาทางเย่ฮวา ซึ่งไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะพุ่งโจมตีออกมา
จากทางไหน แต่สำหรับผู้เล่นอย่างเขาแล้วคงจะสามารถ
ซ่อนตัวเองได้เป็นอย่างดี และคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะ
สามารถมองหาพิกัดของเขาได้
เย่ฮวายกมือขึ้นแล้วเรียกเจ้าตั๊กแตนตำข้าวออกมา
การเผชิญหน้ากับนักฆ่าแบบนี้ไม่ควรใช้เอลฟ์หิน เพราะ
เลือดของมันค่อนข้างต่า และอาจจะถูกนักฆ่าสังหารได้
ภายในพริบตา ส่วนเจ้าตั๊กแตนแค่รับผิดชอบในการยื้อ
เวลาของเหลิงอี้ได้ก็เพียงพอแล้ว
“ฟึบฟึบฟึบ…”
เท้าของเย่ฮวาก้าวไปด้านหน้าพร้อมกับเจ้าตั๊กแตนตำ
ข้าวที่พุ่งเข้าใส่สัตว์เลี้ยงของอีกฝ่ายซึ่งเป็นจระเข้โคลน ผู้
เล่นที่สามารถเข้ามาสู่รอบ 32 คนสุดท้ายได้ สัตว์เลี้ยงที่
ระดับต่าสุดของพวกเขาต่างก็เป็นสัตว์เลี้ยงระดับทอง
“เคล้ง!”
เจ้าตั๊กแตนตำข้าวใช้แขนหน้าของมันฟาดไปที่
ด้านหลังแข็งๆ ของจระเข้โคลนตรงหน้าจนเกิดเสียงดังขึ้น
ส่วนเย่ฮวารีบพุ่งตัวออกไปพร้อมกับใช้สกิลดาบสิบอักขระ
โดยการแทงแนวขวางและแนวตั้งติดต่อกันถึงสองครั้ง!
“-2163”
“-5487”
จระเข้โคลนถูกโจมตีจนเกิดความเจ็บปวดขึ้น มันจึงอ้า
ปากกว้างออกมาแล้วกัดเข้าไปที่ขาหลังของเจ้าตั๊กแตนตำ
ข้าวตัวน้อยจนเกิดเสียง “แกร่ก” และขาน้อยๆ ของเจ้า
ตั๊กแตนตำข้าวก็ขาดออกจากร่างของมันทันที พร้อมกับ
เลือดที่ลดลงไปถึง 1000+ มันรีบกระโดดเหยงๆ ขาเดียว
แล้วถอยออกไป ปีกคู่บางๆ ของมันกางออกแล้วบินถอย
ออกไปด้านหลังทันที
เย่ฮวากราชับดาบในมือแล้วโบกไปมากลางอากาศ
เพื่อพุ่งไปด้านหน้า เหลิ่งอี้คือนักฆ่าและความเร็วของเขาก็
ต้องเร็วกว่าอยู่แล้ว ทว่าการต่อสู้ระหว่างพวกเขาและ
จระเข้โคลนตัวนี้ดำเนินมาครึ่งทางจนเลือดลดลงไปถึงครึ่ง
แล้ว แต่ร่างของเหลิ่งอี้ก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมา ซึ่งมีความ
เป็นไปได้ว่าเขาจะโผล่มาจากทางด้านหลังหรือด้านข้าง
ของเย่ฮวา เช่นนั้นด้านหน้าน่าจะปลอดภัยที่สุด เย่ฮวา
แกว่งดาบในมือไปมาเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการพรางตัว
อยู่ด้านหน้า ก่อนที่จะพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไม่ตก
เป็นเป้านิ่งให้กับอีกฝ่าย และทำให้อีกฝ่ายต้องเปลี่ยน
แผนการโจมตีเดิมของเขา
ตอนที่วิ่งออกมาได้ราวๆ 5 หลาเสียงดาบก็ดังขึ้น
พร้อมกับสกิลลมพายุที่ถูกส่งออกมา!
“-4865”
พลังชีวิตของจระเข้โคลนลดลงจนจะหมดแล้ว ทว่า
ร่างของเหลิ่งอี้ยังคงไม่โผล่ออกมาอีกเช่นเคย ถ้าเขาไม่ได้
อยู่ด้านหลังของเย่ฮวางั้นบางทีก็อาจจะ……
“พรวด!”
ร่างของตั๊กแตนตำข้าวสะท้านอย่างแรงพร้อมกับติด
ค่าสตั๊นภายในชั่วพริบตา กริชของเหลิ่งอี้ถูกส่งออกมา
อย่างต่อเนื่องและฟาดเข้าใส่ร่างของเจ้าตั๊กแตนตำข้าว
อย่างไม่หยุด จนเกิดเป็นตัวเลขดาเมจลอยขึ้นมา พร้อม
กับร่างของมันที่ถูกสังหารจนตาย!
หลังจากที่สังหารเจ้าตั๊กแตนตำข้าวจนตายแล้วเหลิ่งอี้
ก็หยุดการพรางตัวทันที สิ่งที่น่ากลัวสำหรับเหล่านักฆ่าคือ
การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับเป็นวิญญาณ
นอกจากนี้พวกเขาก็ยังมีความสามารถในการโจมตีจน
ติดคริติคอลสูงมาก ภายใต้การต่อสู้เดี่ยวแบบนี้ ถ้าไม่ถูก
อีกฝ่ายทำให้สตั๊นไปก็อาจจะถูกโจมตีโดยทำให้ไม่สามารถ
มองเห็นเป้าหมายได้ รู้ตัวอีกทีอีกฝ่ายก็กลายเป็นผู้คุมเกม
ไปเสียแล้ว
เย่ฮวาสาวเท้าไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วและสไลด์ตัวไป
ด้านข้างเพื่อหาองศาการโจมตี หลังจากนั้นก็ใช้สกิลแสง
แห่งดาบโจมตีเข้าใส่ทั้งเหลิ่งอี้และสัตว์เลี้ยงของเขา เหลิ่ง
อี้ถอยออกไปด้านหลังอย่างรวดเร็วจนทำให้พวกเขา
สามารถที่จะหลบหลีกจากการโจมตีด้วยแสงแห่งดาบไป
ได้อย่างหวุดหวิด
ในเวลานี้เองขาของเย่ฮวาก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา
พร้อมกับทรุดตัวลง!
ทันทีที่ก้มหน้าลงก็พบว่าระยะรัศมีที่อยู่ใต้เท้าของเย่ฮ
วาราวๆ 5 หลาได้ถูกเปลี่ยนจากพื้นแข็งๆ กลายเป็นโคลน
ไปเรียบร้อยแล้ว และขาของเขาก็กำลังจมอยู่ด้านใต้โคลน
ที่เหนียวหนึบนี้จนไม่สามารถที่จะพาตัวเองขึ้นไปได้!
มุมปากของเหลิ้งอี้กระตุกขึ้นขณะที่เขาพุ่งตัวมาทาง
เย่ฮวาอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันก็เข้าสู่โหมดพรางตัว
อีกครั้ง!
“บ้าฉิบ!”
เย่ฮวาสบถออกมาในทันที ในเวลานี้เองร่างของจระเข้
โคลนก็คลานตรงมาที่โคลนอย่างรวดเร็วพร้อมกับอ้า
ปากกว้าง ทันใดนั้นมันก็ใช้แรงของมันที่มีทั้งหมดกัดมาที่
หน้าขาของเย่ฮวาจนเลือดลดลง!
“428”
เย่ฮวาใช้มือทั้งสองข้างจับดาบในมือแน่นแล้วแทงเข้า
ไปที่หลังของจระเข้โคลนตรงหน้าจนเกิดเป็นรูพรุนขึ้น
พร้อมกับร่างของมันที่จมลงไปด้านล่าง ในเวลาเดียวกัน
ภาพตรงหน้าของเย่ฮวาก็กลายเป็นความมืดมิดอย่าง
ฉับพลัน ติดค่าสตั๊นเข้าจนได้!
การโจมตีดังขึ้นติดต่อกันสี่ครั้งจนเกิดเสียง “ผั่วะผั่วะ
ผั่วะ” พร้อมกับเลือดของเย่ฮวาที่ลดลงไปอย่างรวดเร็ว—
—
“841”
“1764!”
“905”
“1838!”
เป็นเพราะร่างของจระเข้โคลนได้ถูกเย่ฮวาฆ่าตายไป
แล้ว ร่างของมันจึงหายไปซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ค่าสตั๊นก็
ได้หายไปด้วย ขณะที่กำลังยื่นขาขวาออกไปนั้น อยู่ๆ เย่ฮ
วาก็รู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่ปรากฏขึ้นที่ต้นคอ!
แม่งเอ้ย! สิ้นสุดค่าสตั๊นก็ดันมาโดนสกิลที่ทำให้มองไม่
เห็นอีก!
ตอนนี้เย่ฮวาสูญเสียการมองเห็นไปชั่วขณะ และมันก็
ส่งผลให้ไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่
ต้องการได้ ทันทีที่อีกฝ่ายโจมตีมานั้น เหลิ่งอี้จะต้อง
ปรากฎตัวอยู่ด้านหลังแน่ เย่ฮวารีบวาดดาบออกไปเป็น
แนวขวางทันที การโจมตีแบบนี้จะทำให้สร้างค่าดาเมจ
เป็นวงกว้างมากขึ้นและยากต่อการหลบหลีกจากการ
โจมตีได้ ถ้าหากเคลื่อนไหวเร็วๆ ก็คงจะต้องกระโดดขึ้นไป
ด้านบนเพื่อที่จะหลบหลีกการโจมตีนี้ ถ้าหากกระโดดขึ้น
ด้านบนเสียงที่ตกลงมาก็สามารถที่จะบอกตำแหน่งของอีก
ฝ่ายได้ว่าเขาอยู่ทางฝั่งไหนซึ่งถือว่าเป็นการได้รับ
ประโยชน์สองต่อ
ทว่าดาบของเย่ฮวากลับไม่ชนเข้ากับสิ่งใดเลย เย่ฮวา
รีบดึงขาขวากลับมาแล้วยืดตัวขึ้นหลังจากนั้นก็ยกดาบงู
หลามแล้วฟาดไปที่ด้านหน้าอีกครั้งเพื่อที่จะฟังเสียงของคู่
ต่อสู้
เสียงเบาๆ ดังขึ้นข้างหูของเย่ฮวา ขณะที่ดาบยาวใน
มือตวัดเข้าใส่จนเกิดเป็นเสียงดังพร้อมกับความรู้สึก
บางอย่างที่บอกเขาว่ากำลังสัมผัสเข้ากับวัตถุบางอย่างเข้า
แล้ว เย่ฮวารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากในที่สุดก็สามารถโจมตี
เข้าใส่อีกฝ่ายได้!
ความมืดมิดตรงหน้าเริ่มเกิดเป็นแสงเบาบางที่ปรากฏ
ขึ้นมาอย่างช้าๆ การมองเห็นค่อยๆ กลับมาอีกครั้งแล้ว
ทันใดนั้นเย่ฮวาก็มองเห็นเงาหนึ่งที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล
และอีกฝ่ายกำลังพุ่งตัวเข้ามา เขาจึงรีบปล่อยสกิลฟาดฟัน
ต่อเนื่องทันที!
“1932”
“1855”
“2008”
“MISS”
“MISS”
“MISS”
“MISS”
ฟาดฟันต่อเนื่อง 7 ครั้งกลับโดนเพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้น
เป็นเพราะตอนนี้การมองเห็นของเย่ฮวายังไม่สมบูรณ์ จึง
ทำให้ไม่สามารถที่จะโจมตีเหลิ่งอี้ได้อย่างแม่นยำได้
เท่าที่ควร
ทว่าสำหรับผู้เล่นเกราะหนัง การโจมตีเกือบ 6000
พอยท์นี้ก็เกือบที่จะคร่าชีวิตของพวกเขาได้แล้ว!
ทันทีที่การมองเห็นกลับมาอย่างสมบูรณ์ เย่ฮวาก็เห็น
ว่าเหลิ่งอี้กำลังดื่มยาเพิ่มเลือด ซึ่งเลือดของเขาก็กลับ
มาถึงครึ่งหลอดอีกครั้ง
เย่ฮวารีบวิ่งตามไปด้านหน้าพร้อมกับแกว่งดาบในมือ
ในเวลาเดียวกันเหลิ่งอี้เองก็ใช้กริชของเขาออกมาต้านการ
โจมตีของเที่กำลังฟาดเข้าใส่บ่าขวาของเขา
“ชิ้ง!”
สะเก็ดไฟลอยขึ้นมาระหว่างกลางของพวกเขาทั้งสอง
คน มือขวาของเหลิ่งอี้ผ่อนแรงลงขณะที่กริชในมือซ้าย
ยังคงถูกจับไว้แน่น ทันใดนั้น กริชในมือของเขาก็แทงเข้า
มาที่หน้าท้องของเย่ฮวาอย่างรวดเร็ว!
“1025”
ร่างของเย่ฮวาติดพิษในทันที ขณะที่เหลิ่งอี้รีบถอย
หลังออกไป แต่เย่ฮวาไม่อยากที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายหลบ
หลีกออกไปได้ เขาจึงยกดาบขึ้น ทันใดนั้นพลังงานสีดำก็
หมุนรอบตัวดาบ พร้อมกับปล่อยพลังเข้าใส่กลางหลังของ
เป้าหมายจนทำให้เกิดเป็นบาดแผลที่น่าสะพรึงกลัว เศษ
หินที่อยู่รอบๆ แตกจนกลายเป็นผุยผง ขณะที่ฝุ่นบน
พื้นดินฟุ้งกระจายลอยขึ้นมาด้านบน
“7254”
การต่อสู้รอบแรกสิ้นสุดลง!
……
การต่อสู้รอบที่สองเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เย่ฮวาพุ่งตัวไป
ด้านหน้าทันที ขณะที่จระเข้โคลนก็ถูกเรียกออกมา โดยที่
ร่างของเขากลับเข้ามาอยู่ในโคลนอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขาได้
พุ่งเข้าใส่จระเข้โคลนอย่างไม่ลังเล และเรียกเอลฟ์หิน
ออกมาเพื่อให้มันโจมตีด้วยสกิลหินทลายทรายโบยบิน
และเอลฟ์หินก็สามารถที่จะสังหารมันได้ภายในชั่ว
พริบตาเดียว
ทันใดนั้นร่างของเหลิ่งอี้ก็ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลัง
และทำให้เขาติดค่าสตั๊นอีกครั้ง เย่ฮวารีบควบคุมเอลฟ์หิน
เพื่อหันไปโจมตีเข้าใส่เหลิ่งอี้ทันที ในเวลาเดียวกันเขาก็
เตรียมที่จะกระโดดหลบหนีทันทีที่ค่าสตั๊นหายไป
การต่อสู้ดำเนินต่อไปขณะที่เจ้าเอลฟ์หินที่น่าสงสาร
ของเย่ฮวาได้เข้ามาช่วยรับการโจมตีด้วยสกิลมายาลวงตา
หลังจากนั้นเขาก็รีบหลบออกจากสกิลควบคุมของเหลิ่งอี้
แล้วจัดการกับอีกฝ่ายในทันที
ในที่สุดคะแนนก็ออกมาโดยเย่ฮวาได้เข้าสู่รอบ 16 คน
สุดท้ายในวันพรุ่งนี้ด้วยคะแนน 2 : 0
……
เย่ฮวาถอดหมวกออกก็พบว่าเหลิ่งอี้กำลังมองมาที่เขา
แล้วพูดขึ้น “นายแข็งแกร่งมาก ฉันยอมรับใน
ความสามารถของนายเลย”
เย่ฮวาพูด “นายเองก็ไม่ได้อ่อนแออะไรเลย”
“ขอบใจ”
หลังจากพูดจบเหลิ่งอี้ก็เดินลงเวทีไป โดยคู่สุดท้ายของ
รอบเช้าจบลงด้วยการแข่งขันของมีอี้หลงหลินและป้าน
เฉิงเยียนซา ทั้งสองคนถือเป็นนักเวทย์ระดับสูงที่แข็งแกร่ง
ทั้งคู่ ทว่าท้ายที่สุดถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีความสามารถที่
เท่าเทียมกัน แต่ผลการตัดสินก็สามารถบ่งบอกได้ว่าใครที่
แข็งแกร่งกว่ากัน
ป้านเฉิงเยียนซาดูเหมือนจะไม่มีโอกาสที่จะได้รับชัย
ชนะจากการต่อสู้กับโม่อี้หลงหลินเลย การต่อสู้ด้วยเวทย์
แบบระยะไกลของพวกเขาเป็นไปอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่สัตว์
เลี้ยงของพวกเขาก็แทบจะถูกฝังทันทีที่ถูกเรียกออกมา
ค่าสเตตัสสัตว์เลี้ยงของโม่อี้หลงหลิน รวมถึงค่าสเตตัสของ
เธอสูงกว่าป้านเฉิงเยียนซาเป็นอย่างมาก จึงทำให้
ท้ายที่สุดเธอก็ชนะป้านเฉิงเยียนซาไปด้วยคะแนน 2 : 0
การแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว เย่ฮวายกแขนขึ้นแล้วบิดขี้
เกียจก่อนที่จะเดินออกจากห้องพร้อมกับมู่จื่อหานและพี่
หน่าย ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเรียกดังขึ้น ทันทีที่หันกลับไป
มองก็พบว่าเป็นพี่เมิ่ง ข้างกายของเธอนอกจากจะมีป้าน
เฉิงเยียนซาแล้วก็ยังมีลั่วอิงและอิ่นหานจากกิลด์อี้เมิ่งเก๋อ
ด้วย
พี่เมิ่งรีบก้าวเท้ามาด้านหน้าอย่างรวดเร็วแล้วมองมาที่
พวกเขา “พวกเราไปกินมื้อเที่ยงด้วยกันเถอะ เดี๋ยวฉัน
เลี้ยงเอง!”
เยว่เอ๋อร์จับมือนิ่งเชอู๋ล่านและวิ่งตรงเข้ามาพร้อมกับ
หัวเราะคิกคิก “ดีเลยดีเลย พูดถึงเรื่องของกินนี่แหละ
เพราะมันเป็นสิ่งที่ฉันรักมากที่สุดเลย!”
พี่เมิ่งยิ้มแล้วพูด “กินข้าวด้วยกันมื้อนี้จะได้คุย
เกี่ยวกับเรื่องพันธมิตรระหว่างกิลด์ของพวกเราไปด้วย
เลย~”
เย่ฮวามองไปยังลั่วอิงที่อยู่ข้างๆ พี่เมิ่งแต่ก็ไม่ได้พูด
อะไร สำหรับเรื่องนี้ที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ควรจะเป็นสิทธิ์
ของมู่จื่อหานเพียงคนเดียวที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ
มู่จื่อหานยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบกลับไป “เอาสิ ว่าแต่จะ
ไปกินที่ไหน?”
ป้านเฉิงเยียนซาชี้ไปนอกหน้าต่าง “ตรงนั้นมีอยู่ร้าน
หนึ่งได้ยินมาว่ารสชาติอร่อยใช้ได้เลย พวกเราไปลองกิน
ร้านนั้นกันเถอะ”
พี่หน่ายบุ้ยปาก “ร้านนั้นถ้าเข้าไปคงจะเหยียบหลัก
หมื่นเลยนะ ร่ารวยจริงๆ!”
พี่เมิ่งยิ้มแล้วพูด “ไม่เป็นไรหรอก มากสุดก็แค่ใช้เงิน
รางวัลจากการขึ้นสังเวียนสัก 3-4 รอบนั่นแหละ ไปกัน
เถอะ!”
“อื้อ!”
……
ตอนที่พี่เมิ่ง ลั่วอิ่งและคนอื่นๆ ขับรถออกมาจากลาน
จอดรถชั้นล่าง มุมปากของเย่ฮวาก็กระตุกขึ้นมาทันที ทั้ง
เฟอรารี่ทั้งปอร์เช่ นี่มันสังคมคนรวยชัดๆ!!! รถจักรยานที่
จอดอยู่ใต้ห้องพักของเขาคงจะกลายเป็นวัตถุโบราณ
สำหรับพวกเธอแน่ๆ ~
พี่หน่ายและนิ่งเชอู๋ล่านขึ้นรถของป้านเฉิงเยียนซา
หลังจากนั้นรถทั้งสามคันก็แล่นออกจากสำนักงานใหญ่ห
ลิงเกิงเพื่อเดินทางไปยังภัตราคารกุ้ยเซียงหยวนทันที……