ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 168 : ดูจากความอัปลักษณ์ของนาย
“เคล้ง!”
เสียงโลหะดังขึ้นพร้อมกับพลังงานแข็งแกร่งที่พุ่งไป
ตรงหน้า จนทำให้กลุ่มของเหล่าวิญญาณทหารผู้หลงทาง
กระจัดกระจายกันออกไปคนละทิศคนละทาง กลุ่มทหาร
บางส่วนที่เหลือเลือดอีกไม่มากก็ถูกบดขยี้จนกลายเป็น
ผุยผงไปต่อหน้าต่อตา
โล่ขนาดใหญ่ในมือของเมิ่งเสี่ยวฉินอินถูกยกขึ้น
ตรงหน้าพร้อมกับป้องกันการโจมตีที่ถูกส่งมาจากอีกฝ่าย
ในเวลาเดียวกันหอกในมือก็แทงออกไปจนสร้างค่าดาเมจ
ได้ถึง 2000 กว่าพอยท์ภายในครั้งเดียว ส่วนมู่จื่อหานและ
เยว่เอ๋อร์พวกเธอใช้ความว่องไวที่มีอยู่โจมตีร่วมกันอย่าง
เข้าขา จนทำให้สามารถสังหารมอนสเตอร์ได้ภายในชั่ว
พริบตา
เหล่าทหารวิ่งกรูออกมาราวกับน้าที่ไหลทะลักออกจาก
เขื่อน เหล่าสัตว์เลี้ยงที่อยู่ด้านหลังทำหน้าที่รับผิดชอบ
หมาป่าที่พุ่งเข้ามายังกลุ่มพวกเขา ในขณะที่พวกเขาใช้
การโจมตีหลักเพื่อสังหารเหล่าวิญญาณทหารผู้หลงทาง
เหล่านี้อย่างไม่หยุด
ค่าสเตตัสของสัตว์เลี้ยงโดยทั่วไปแล้วจะได้รับค่า
ประสบการณ์เท่าเทียมกับผู้เล่น ซึ่งค่าประสบการณ์จาก
เหล่าวิญญาณทหารตรงหน้านี้ถือว่าสูงมาก และมันก็ช่วย
ให้ค่าประสบการณ์ของเย่ฮวาเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้รวดเร็วเท่าที่ควร แต่มันก็ยังดีกว่าก่อน
หน้านี้ที่แทบจะไม่ขยับเลย
หลังจากใช้เวลาไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง นอกจากเย่ฮวา
และมู่จื่อหานคนอื่นๆ ก็เลเวลอัพขึ้นมาอีกเลเวลหนึ่งให้
พอได้ชื่นใจ ค่าประสบการณ์ที่สูงแบบนี้ถ้าหากมีเวลามาก
พอ พวกเขาก็อยากจะฆ่าพวกมันต่อไป ทว่าสิ่งเหล่านี้ก็
ต้องแลกด้วยค่าความทนทานของไอเท็มด้วย หากเป็นนัก
ธนูก็ต้องมีจุดที่ลูกธนูหมด ฝ่ายเกราะผ้าก็ต้องสูญเสียยา
มานาเพิ่มขึ้น ส่วนผู้เล่นระยะปราชิดก็ต้องสูญเสียทั้งยา
เพิ่มเลือดและค่าความทนทานของอาวุธในมือ ไม่ว่าจะ
เป็นอาชีพอะไรล้วนแล้วแต่มีขอบเขตแทบทั้งสิ้น
ตอนนี้ค่าความทนทานของดาบเหลืออยู่ราวๆ 40%
ส่วนไอเท็มอื่นๆ ยังอยู่ในระดับที่พอรับได้ สิ่งที่ดูเหมือนจะ
สูญเสียค่าความทนทานเร็วและเยอะที่สุด ก็คงจะเป็นชุด
เกราะที่ถูกอาวุธจากเหล่ามอนสเตอร์โจมตีเข้าใส่ หาก
ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ และมันถึงเวลาที่
จะต้องคิดหาวิธีการอื่นแล้ว
มู่จื่อหานที่อยู่ข้างๆ ดูเหมือนว่าจะเข้าใจความคิดของ
เย่ฮวา เธอจึงพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “มอนสเตอร์พวกนี้มีเวลา
ในการรีเฟรชที่แน่นอน แต่ทุกครั้งที่เราฆ่ามันตาย พื้นที่ที่
อยู่ด้านหลังจะถูกเจาะเป็นรูและผุดขึ้นมาแทนที่ตัวที่ถูก
ฆ่าไปก่อนหน้านี้ และดูเหมือนว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไป
เรื่อยๆ การที่พวกมันมุ่งโจมตีมาที่พวกเราถือว่าเป็นเรื่องที่
ผิดปกติมาก ดังนั้นเรามีสองทางเลือก ทางแรกคือฝ่าวง
ล้อมพวกมันแล้วเข้าไปในป้อมปราการ ทางที่สองคือถอย
ออกจากที่นี่ชั่วคราว”
เย่ฮวามองไปยังมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งจำนวน
ของมันเยอะมากจนไม่สามารถคำนวณได้ว่ามีจำนวน
เท่าไหร่ หากจะให้ฝ่าวงล้อมของพวกมันเข้าไปก็ดูเหมือน
จะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นหนทางเดียวที่ทำได้
ตอนนี้ก็คือการถอยออกไปตั้งหลักชั่วคราว
เย่ฮวาวาดดาบไปด้านหน้าเพื่อต้านการโจมตีของ
วิญญาณทหารก่อนจะตะโกนขึ้นมาว่า “ถ้าเป็นแบบนี้
ต่อไปไม่ดีแน่ ทุกคนถอยไปก่อน! ถอยออกจากป้อม
ปราการนี่ตอนนี้เลย!”
เมิ่งเสี่ยวฉินอินพยักหน้า “โอเค!”
หลังจากนั้นพวกเขาก็สู้กับมอนสเตอร์ไปพลางและ
ถอยออกจากป้อมปราการแห่งนี้ไปพลาง ตอนที่ถอยออก
มาถึงด้านนอกแล้วก็พบว่าวิญญาณทหารที่ไล่ตามพวก
เขาเหล่านั้นได้กลับลงไปอยู่ในดินอีกครั้งราวกับถูกทราย
ดูดกลืนลงไป
เย่ฮวาขมวดคิ้วเข้าหากัน “วิญญาณทหารเหล่านี้ไม่
สามารถออกมาจากป้อมปราการนี้ได้ แต่ถ้าพวกเรา
เหยียบเข้าไปด้านในพวกมันก็จะปรากฎตัวออกมา เห็นได้
ชัดว่ามอนสเตอร์เหล่านี้ออกมาเพื่อขวางทางพวกเรา
ราวๆ สิบกว่าวินาที ถ้าพวกเราวิ่งเข้าไปด้านในก็น่าจะพอ
ไหวอยู่ แต่การเคลื่อนไหวของผู้เล่นเกราะผ้าค่อนข้างช้า
ซึ่งคาดว่าอาจจะต้องใช้ระยะเวลายี่สิบวินาที ฉันคิดว่ามัน
ยังช้าเกินกว่าที่จะเข้าไปได้”
พี่หน่ายหรี่ตาลงเล็กน้อย “คิดอะไรให้มากความ! คนที่
เร็วที่สุดในนี้คือฝูเซิงรั่วเมิ่งไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันจะเพิ่ม
ความเร็วให้ น่าจะสามารถวิ่งเข้าไปได้ภายในระยะเวลา
สิบกว่าวินาที หลังจากนั้นเย่ฮว่า หานหานน้อยแล้วก็พี่เมิ่ง
ก็ค่อยใช้สกิลชาร์จตามเข้าไป โดยแต่ละคนก็พาผู้เล่น
เกราะผ้าเข้าไปด้านในด้วยหนึ่งคน เยว่เอ๋อร์มีความเร็วอยู่
ในตัวเองอยู่แล้ว สามารถที่จะพุ่งเข้าไปด้านในด้วยตัวเอง
ได้ ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็ให้สัตว์เลี้ยงคอยคุ้มกันไว้แล้ว
ค่อยฆ่ามอนสเตอร์ตรงหน้าเพื่อฝ่าวงล้อมเข้าไป”
เยว่เอ๋อร์พยักหน้า “แบบที่พี่หน่ายพูดก็ดีเหมือนกันนะ
พวกเราจะลองสักหน่อยไหม?”
เย่ฮวาหันไปมองป้อมปราการแล้วเอ่ย “เดี๋ยวฉันขอ
ลองเข้าไปก่อนแล้วกัน เมื่อกี้วิญญาณนักรบพวกนั้นเพิ่ง
จะมุดกลับลงดินไป ไม่รู้ว่าระหว่างกำแพงชั้นหนึ่งและชั้น
สองจะมีอะไรโผล่ขึ้นมาอีกรึเปล่า ถ้าไม่มีอะไรโผล่ขึ้นมาก็
ใช้วิธีการของพี่หน่ายได้ เพราะตอนนี้พวกเราไม่มี
ทางเลือกอื่นแล้ว”
“อืม”
เย่ฮวาหันไปมองทุกคนปราดหนึ่งและสูดหายใจเข้าจน
ลึก หลังจากนั้นก็ก้าวเท้าผ่านประตูใหญ่บานแรกเข้าไป
เหล่ามอนสเตอร์หมาป่าที่เคยโจมตีพวกเขาก่อนหน้านี้ได้
กลายเป็นศพไปหมดแล้ว และวิญญาณทหารผู้หลงทางก็
ยังไม่ถูกรีเฟรชกลับขึ้นมา
หลังจากที่เย่ฮวาก้าวเท้าเข้าสู่ประตูเหล็กบานที่สองก็
พบว่ามีวิญญาณทหารที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินจำนวนนับไม่
ถ้วน และพุ่งเข้าใส่ตำแหน่งที่เย่ฮวายืนอยู่ เขาจึงพูดขึ้นมา
ว่า “ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมว่าพวกมันจะปรากฏตัวขึ้นตอน
ที่พวกเราเข้ามาสู่ประตูเหล็กที่สอง ถ้าจะเข้าไปด้านในก็
คงจะต้องอยู่ที่ฝูเซิงรั่วเมิ่งและพี่หน่ายแล้วล่ะ”
ฝูเซิงรั่วเมิ่งกราชับกริชแล้วพูดเสียงเรียบ “เข้าใจ
แล้ว”
พี่หน่ายยิ้ม หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับเข้ามาอยู่ใน
ป้อมปราการอีกครั้ง เป็นเพราะไม่มีหมาป่าผุดขึ้นมาแล้ว
จึงทำให้ลดความยุ่งยากไปได้ไม่น้อย และพวกเขาก็
สามารถเดินมาถึงประตูเหล็กบานที่สองได้อย่างรวดเร็ว
ทุกคนเงียบเสียงขณะที่หันไปมองฝูเซิงรั่วเมิ่งและพี่
หน่าย พี่หน่ายพยักหน้าพลันร่ายคาถาของเธอออกมา
ทันใดนั้นแสงสีแดงก็ล้อมรอบขาทั้งสองข้างของฝูเซิงรั่ว
เมิ่ง หลังจากนั้นร่างของเขาก็พุ่งตัวออกไปด้านหน้าทันที
และจากการตัดสินใจของพวกเขา พี่หน่ายและลั่วอิง
จะเข้าไปด้านในโดยมีสัตว์เลี้ยงคอยคุ้มกันไว้ โดยพวกเธอ
เป็นผู้เล่นเกราะผ้าที่มีค่าสเตตัสแข็งแกร่งที่สุด ซึ่งโล่คุ้ม
กันก็มีความทนทานเป็นอย่างมาก จึงทำให้มั่นใจได้ว่าใน
บรรดาผู้เล่นเกราะผ้า พวกเธอน่าจะอยู่รอดปลอดภัยที่สุด
หน้าที่ของเย่ฮวาคือนำอิ่นหานเข้าไปด้านใน มู่จื่อหาน
รับผิดชอบโม่เซ่อเหนียนหัว ส่วนพี่เมิ่งดูแลป้านเฉิงเยียน
ซา ทันทีที่ตกลงกันแล้วพวกเขาก็วิ่งตามฝูเซิงรั่วเมิ่งไปยัง
ประตูใหญ่บานสุดท้ายทันที
ความเร็วของเย่ฮวาถือว่าค่อนข้างเป็นเด่น เพราะเขา
สามารถนำหน้าคนอื่นๆ และเป็นเพราะความเร็วของ
เกราะผ้าที่ค่อนข้างเร็ว จึงทำให้ระยะห่างระหว่างพวกเขา
และฝูเซิงว่านเริ่นเริ่มห่างไกลกันมากขึ้น ตอนนี้เหล่า
วิญญาณทหารได้ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแล้ว และพวกมัน
ก็กำลังจะล้อมรอบพวกเขาไว้
ฝูเซิงรั่วเมิ่งมาถึงบันไดหินของป้อมปราการเป็นคน
แรก ในขณะที่พวกเขายังห่างจากตำแหน่งของฝูเซิงรั่วเมิ่ง
อีกราวๆ 15 หลา ตอนนี้ทุกคนปล่อยสัตว์เลี้ยงของตัวเอง
ออกมาหมดแล้ว ทันทีที่เย่ฮวาพยักหน้า เขาก็จับบ่าของอิ่
นหานไว้แล้วพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วด้วยสกิลชาร์จ
เพียงชั่วพริบตาเดียวร่างของเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าฝูเซิง
รั่วเมิ่ง
มู่จื่อหานเองก็ตามมาติดๆ พร้อมกับโม่เซ่อเหนียนหัว
ทว่าสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเพราะตอนที่พี่เมิ่งกำลังจะพุ่ง
ตัวไปยังตำแหน่งของฝูเซิงรั่วเมิ่ง จู่ๆ ระหว่างเธอและร่าง
ของฝูเซิงรั่วเมิงก็ปรากฏร่างของวิญญาณนักรบตัวหนึ่งขึ้น
อย่างฉับพลัน จึงทำให้ร่างของเธอและป้านเฉิงเยียนซาชน
เข้ากับวิญญาณนักรบตัวนั้นเข้าอย่างจัง แต่โชคดีที่มู่จื่อ
หานปล่อยสกิลจันทรามายาแช่แข็งไว้ได้ทัน จึงทำให้พวก
เขาทั้งสองคนยังมีเวลาและสามารถรอดพ้นจากอันตราย
มาได้อย่างหวุดหวิด
ห่างออกไปอีก 10 หลา พี่หน่ายและลั่วอิงก็กำลัง
เรียกใช้สกิลของตัวเองอย่างต่อเนื่อง พี่หน่ายคอย BUFF
และฮีลเลือดให้สัตว์เลี้ยงที่อยู่ข้างๆ เพื่อไม่ให้พวกมันถูก
ฆ่าตาย ขณะที่รับการโจมตีจากเหล่ามอนสเตอร์ ส่วนลั่ว
อิงก็ใช้สกิลเพื่อโจมตีเข้าใส่มอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า
พวกเขาเห็นเช่นนั้นก็ส่งสกิลการโจมตีจากระยะไกล
ออกไปเพื่อแหวกทางให้พี่หน่ายและลั่วอิงเข้ามาถึงประตู
บานสุดท้ายให้เร็วขึ้น แม้ว่าจะมีวิญญาณทหารบางส่วน
พุ่งตัวมาทางพวกเขา แต่ผู้เล่นเกราะหนักทั้งสามก็ยัง
สามารถต้านการโจมตีได้ราวกับเป็นผู้ที่ขวางอยู่ตรงหน้า
บันได หลังจากนั้นพี่หน่ายก็ส่งสกิลการฮีลมาที่พวกเขา
รวมถึงสัตว์เลี้ยงอีกครั้ง โชคดีที่มีโล่คุ้มกันวิญญาณคอย
ช่วยชีวิตไว้จึงทำให้ไม่มีใครเป็นอะไร
พวกเขาใช้วิธีการโจมตีไปด้วยและถอยไปด้วย
หลังจากที่มาถึงประตูของป้อมปราการร่างของวิญญาณ
นักรบก็หายไปอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ฮวาได้เห็นการรี
เฟรชของเหล่ามอนสเตอร์ที่มีลักษณะแปลกประหลาด
แบบนี้
ทุกอย่างเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดแต่ก็ไม่ถึง
ขั้นอันตรายถึงแก่ชีวิต เมื่อมองไปยังประตูใหญ่ตรงหน้า
ทุกคนก็หันมาสบตากัน ในขณะเดียวกันเย่ฮวาก็ก้าวเท้าไป
ด้านหน้าแล้วใช้ฝ่ามือทาบลงบนประตูก่อนจะใช้แรงผลัก
เข้าไปด้านใน
“กึก…กึกกึก…”
เสียงประตูใหญ่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียง
เอี๊ยดอ๊าด ราวกับเป็นของที่เก่าแก่และมีช่วงอายุที่
ยาวนาน ตอนที่ประตูค่อยๆ เปิดออก ทุกสายตาก็จับจ้อง
มองเข้าไปด้านในด้วยความสงสัยว่าภายในนั้นมีอะไรที่
ซ่อนอยู่รึเปล่านะ?
และเมื่อประตูใหญ่ถูกเปิดออก คบเพลิงที่ติดอยู่บนฝา
ผนังยังคงแผดเผาอยู่อย่างต่อเนื่อง จนทำให้พวกเขา
สามารถมองเห็นด้านในได้อย่างชัดเจน
ภายในนี้เป็นห้องโถงที่มีความกว้างใหญ่ไพศาล
โดยตรงกลางมีบันไดที่สามารถเชื่อมต่อไปยังชั้นบนได้ ซึ่ง
ดูเหมือนว่าภายในปราสาทแห่งนี้เต็มไปด้วยฝุ่นและใย
แมงมุม ทว่าบนกำแพงทั้งสี่ด้านกลับมีเกราะสีเงินที่ดูมัน
วาวราวกับเป็นของใหม่
ป้านเฉิงเยียนซายิ้มหึหึ “เกราะรบเจ๋งดีนะเนี่ย ไม่รู้ว่า
ใส่ได้รึเปล่า แต่ขอพี่สักชุดแล้วกันนะ”
พี่หน่ายใช้มือก่ายหน้าผาก “นี่นายแกล้งโง่หรือโง่
จริงๆ เนี่ย? แค่มองก็รู้แล้วป่ะว่ามันดูผิดปกติ แค่นี้ก็ไม่รู้
ประหลาดคนชะมัด”
ป้านเฉิงเยียนซาไม่ยอมแพ้ “เธอคิดว่าฉันจะไม่รู้จริงๆ
เหรอ? ฉันก็แค่ทดสอบพวกเธอเท่านั้นแหละ และพวกเธอ
ก็ไม่ได้ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ ”
พี่หน่ายยักไหล่ “ดูจากความซื่อบื่อและความ
อัปลักษณ์ของนาย ฉันว่านายคงจะโง่จริงนั่นแหละ…”
“……”
……
“ฉึบ…”
ทันใดนั้นเสียงเบาๆ ก็ดังขึ้นพร้อมกับเกราะที่อยู่รอบๆ
เกิดการสั่นไหวขึ้น ทันใดนั้นแสงสีขาวก็ปรากฏออกมาจาก
เกราะเหล่านั้น เห็นเช่นนั้นพวกเขาก็รีบเข้าสู่โหมดการ
ต่อสู้ทันที ส่วนลั่วอิงก็รีบเปิดดูค่าสเตตัสของมันและแชร์
ให้กับทุกคน——
[เกราะรบวิญญาณจองจำ] (เสริมสร้างความแข็งแกร่ง
ระดับสาม)
เลเวล :75
พลังการโจมตี :3175-3638
การป้องกัน :700
พลังชีวิต :65,000
สกิล :[วิญญาณแกร่ง] [โจมตีดูดวิญญาณ]
แนะนำ : เกราะรบวิญญาณจองจำเป็นหนึ่งในชุด
เกราะที่ชั่วร้าย พวกมันสามารถดูดกินวิญญาณจากเหล่า
มนุษย์ให้เข้าไปอยู่ภายในเกราะรบได้ และด้วยพละกำลัง
แห่งวิญญาณทำให้พวกมันสามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว
ได้อย่างอิสระ เมื่อมีเวลาที่มากพอพวกมันก็จะเรียก
วิญญาณภายในเกราะรบออกมาและใช้พละกำลังแห่ง
วิญญาณเพื่อสร้างความเสียหายให้กับเหล่าศัตรู
……
เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ ก็พบว่าเกราะรบวิญญาณ
เหล่านี้มีทั้งหมด 17 ตัว และดูเหมือนว่าคงจะไม่ใช่เรื่อง
ยากที่จะสังหารมัน เพราะค่าสเตตัสของพวกมันไม่ได้สูง
เท่าไหร่นัก ขอเพียงแค่มันไม่กินแรงเหมือนกับเหล่า
วิญญาณทหารก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ยังรู้สึกชอบมอน
สเตอร์เหล่านี้อยู่ดี
“เคล้ง!”
ดาบงูหลามในมือของเย่ฮวาเกิดการสั่นสะเทือน
เล็กน้อย ร่างของเขาปะทะเข้ากับเกราะรบวิญญาณจอง
จำด้วยความเร็ว แสงบนดาบสว่างวาบขึ้นขณะที่ใบมีด
เฉือนเข้าที่ร่างของมันอย่างแรง!
“เคล้งเคล้งเคล้ง…”
“2184”
“2233”
“2265”
“2147”
“2258”
“2309”
“2273”
พลังชีวิตของเกราะรบวิญญาณจองจำลดลงมากกว่า
ครึ่ง ทันใดนั้นดาบยาวของมันที่มีปลายแหลมราวกับเข็มก็
แทงเข้าที่กลางอกของเย่ฮวาจนเกิดเป็นตัวเลขดาเมจล
อยขึ้น——
“1398”
หลังจากถูกโจมตีเข้าใส่หลายครั้ง ร่างของเกราะรบ
วิญญาณก็พุ่งตรงเข้ามาที่เย่ฮวาอย่างรวดเร็ว มู่จื่อหาน
และพี่เมิ่งจึงรีบเข้ามาตรงหน้าก่อนจะโจมตีเข้าใส่มอน
สเตอร์เหล่านี้ในเวลาที่ไล่เรี่ยกัน
หลังจากผ่านการโจมตีไปได้ระลอกหนึ่ง สกิลสะบั้นสิบ
อักขระก็ถูกส่งเข้าไปที่กลางร่างของเกราะรบวิญญาณจอง
จำจนกลายเป็นเศษเหล็กที่ลงไปกองอยู่ที่พื้น หลังจากนั้น
เย่ฮวาก็รีบกลืนโอสถหน้าฝนและเริ่มเข้าสู่โหมดการต่อสู้
ต่ออีกครั้งอย่างไม่รีรอ
การโจมตีของพวกมันค่อนข้างสูง หากถูกพวกมันล้อม
ตัวไว้และโจมตีเข้าใส่ การโจมตีเหล่านั้นก็สามารถที่จะ
สร้างค่าดาเมจได้หลายพันภายในครั้งเดียว หากไม่ใช่
เพราะมีพี่หน่ายคอยช่วยไว้ การพึ่งพาโอสถหน้าฝนเพียง
อย่างเดียวคงจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดจากมอนสเตอร์
เหล่านี้ได้แน่
เม่ยเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มทำการโจมตีเช่นกัน แม้ว่า
สัตว์เลี้ยงจะไม่สามารถสร้างค่าดาเมจภายในการแข่งขัน
ได้สูงเท่าที่ควร ทว่าเมื่อนำมันมาเก็บเลเวลหรือฆ่ามอน
สเตอร์ก็สามารถที่จะสร้างค่าดาเมจได้อย่างง่ายดาย
หลังจากสังหารมอนสเตอร์เหล่านี้จนหมด ค่า
ประสบการณ์ของเย่ฮวาก็พุ่งสูงขึ้นจากก่อนหน้านี้ภายใน
ระยะเวลาอันสั้น หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มเดินสำรวจชั้น
บนของปราสาทแห่งนี้ เพียงไม่นานก็พบกับประตูบาน
หนึ่งบนกำแพงหินที่อยู่ข้างๆ บันไดทรงเกลียวตรงหน้า!