ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 219 : นายเป็นของฉันแค่คนเดียว
เย่ฮวาที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาวคนหนึ่ง ทว่า
กลับไม่ได้รู้สึกดีอกดีใจเท่าไหร่นัก ตอนนี้เขากำลังถูกอุ้ม
ด้วยท่าเจ้าหญิงและกำลังเข้าไปด้านในห้องนอนที่อยู่มุม
ทางเดิน
ลินดาวางเย่ฮวาลงบนเตียงก่อนจะพูดกับเขาด้วย
ภาษาจีนที่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นัก “คุณเย่ฮวาคะ นับแต่
วันนี้ฉันจะเป็นพยาบาลส่วนตัวให้กับคุณและจะเป็น
แม่บ้านภายในวิลล่าหลังนี้ด้วย ถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วยก็
เรียกหาฉันได้เลยนะคะ”
เย่ฮวาพยักหน้าก่อนจะยิ้มเจื่อนตอบกลับไป “มะ…ไม่
เป็นไรครับ~”
กวาจื่อกลับไปอยู่ที่หอพักภายในมหาวิทยาลัยแล้ว
ตอนนี้ภายในวิลล่าเหลือเพียงแค่เย่ฮวา สาวงามระดับ
นางฟ้าสองคนและป้ามหาภัยอีกหนึ่ง!!!
หลังจากลินดามั่นใจว่าไม่มีธุระอะไรที่เธอต้องทำต่อ
แล้ว เธอก็ยอมเดินออกจากห้องไป มู่จื่อหานเดินตรงมาที่
ห้องเขาพร้อมกับเคาะประตูห้อง เย่ฮวายิ้มแล้วพูดกับเธอ
ว่า “คุณหนู…นี่บ้านของเธอนะ จะเคาะประตูทำไมเนี่ย
เธอจะเข้ามาตอนไหนสภาพของฉันก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ดี”
มู่จื่อหานยิ้ม “นายมาที่นี่เพื่อมาพักฟื้นร่างกายนะ ไม่
มีคำว่าบ้านเธอบ้านฉัน อีกอย่างการเคาะประตูห้องก่อน
เข้ามาในห้องคนอื่นก็ถือว่าเป็นมารยาทขั้นพื้นฐานด้วย”
มู่จื่อหานเดินเข้ามาและนั่งลงข้างเตียงเย่ฮวา เธอวาง
หมวกเกมไว้บนหัวเตียงแล้วยิ้ม “ฉันกับเยว่เอ๋อร์พักอยู่ชั้น
บน ถ้านายมีอะไรก็กดกริ่งบนหัวเตียงเรียกลินดาได้เลย”
เย่ฮวาสูดหายใจเข้าจนลึกก่อนจะตอบกลับไป “เข้าใจ
แล้ว~”
มู่จื่อหานยิ้มตอบกลับมาเล็กน้อยพลันพูดขึ้นว่า
“ถึงแม้ว่าลินดาจะดูแข็งทื่อไปหน่อยแต่ก่อนหน้านี้เธอ
เป็นถึงหมอศัลยแพทย์ฝีมือยอดเยี่ยมของประเทศอังกฤษ
เลยนะ ที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อดูแลนายโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเรื่อง
การเคลื่อนย้ายหรือแม้แต่การรักษาเฉพาะทางเธอก็
สามารถทำได้ทั้งหมด ถ้าไม่มีลินดาอยู่ด้วยฉันกับเยว่เอ๋อร์
คงจะไม่สามารถย้ายร่างสูง 180 กว่าเซ็นของนายได้แน่”
เย่ฮวาหันมามองพร้อมกับพูดเสียงต่า “เธอช่วยดูหน้า
ฉันตอนนี้ด้วย…”
มู่จื่อหานยิ้มและพูดด้วยน้าเสียงนุ่มนวล “นายรีบเข้า
ระบบเถอะ ถ้ามีอะไรก็กดปุ่มเรียกที่บนหัวเตียงได้เลยนะ
ถ้าไม่ไหวจริงๆ นายก็ส่งข้อความมาหาฉันในเกมแล้วกัน”
เย่ฮวาพยักหน้าตอบกลับไป เธอยิ้มให้เย่ฮวาก่อนจะ
เดินออกจากห้องไป ตอนที่เธอเดินไปถึงประตูห้อง จู่ๆ เธอ
ก็หยุดเดินพลันหันกลับมามองเย่ฮวาพร้อมกับพูดด้วย
น้าเสียงที่แผ่วเบาว่า “เย่ฮวาขอบใจนายมากนะ…ฉัน…”
มู่จื่อหานเงียบไปขณะที่ใช้สายตาที่ดูแปลกไปจากเดิม
จ้องมองมาที่เย่ฮวา หลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ ปิดประตูห้อง
ลงอย่างแผ่วเบา เสียงฝีเท้าของเธอเดินจากไปแล้ว เย่ฮวา
ถอนหายใจออกมาก่อนจะยื่นมือไปหยิบหมวกเกม แม้ว่า
กล้ามเนื้อและร่างกายของเขาจะยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง
แต่มันก็ยังสามารถขยับเขยื้อนได้อยู่บ้าง หากเป็นเมื่อคืน
เขาคงไม่มีทางที่จะเอี้ยวตัวไปหยิบของได้เหมือนกับวันนี้
เย่ฮวารู้จักร่างกายของตนเองดีกว่าใครๆ และเขาก็เคย
บาดเจ็บมาก่อน ทว่าอาการบาดเจ็บที่รุนแรงเช่นนี้กลับ
ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงแค่สองวัน
เท่านั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับยาจีน
ของพ่อมู่จื่อหานที่กินไปก่อนหน้านี้
เย่ฮวาหยิบหมวกขึ้นมาใส่และเข้าสู่เกมทันที!
“สวบ!”
ร่างของเย่ฮวากลับเข้ามาอยู่ในเกมอีกครั้ง ในเวลา
เดียวกันเขาก็ได้กลิ่นของดอกไม้หอมๆ ที่โชยมาพร้อมกับ
สายลม ความเจ็บปวดบนร่างกายลดน้อยลงจากเดิมเยอะ
มาก บริษัทหยินเฉินถือว่าสุดยอดมากจริงๆ ระบบเกม 3D
พัฒนามาหลายสิบปีแล้ว ทั้งเทคนิค AR และ VR ต่างก็
สมบูรณ์อีกทั้งยังพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เกม
เสมือนจริงที่เล่นผ่านคลื่นสมองเช่นนี้มีการเสริมประสาท
สัมผัสทุกชนิดเข้ามา จึงทำให้ผู้เล่นสามารถรับรู้ได้ราวกับ
อยู่ในเกมจริงๆ
เมื่อสามปีก่อนทางบริษัทหยินเฉินได้ประกาศว่าค้นพบ
เทคโนโลยีเกมขั้นสูงชนิดหนึ่ง และคาดว่าจะสามารถ
เปิดตัวภายในท้องตลาดได้ภายในระยะเวลาห้าปีซึ่งทุกคน
ล้วนแล้วแต่พากันหัวเราะเยาะ แม้แต่ผู้เล่น
ภายในประเทศก็ยังไม่มีใครเชื่อ แต่ผลที่ได้คือระยะเวลา
สามปีต่อจากนั้นทางหยินเฉินก็นำหมวกเกมออกมาขาย
หลังจากเปิดตัวไปในเดือนที่เก้า ทางระบบก็ค้นพบ
ข้อผิดพลาดและ BUG ทั้งหมดที่มีและทำการปิดปรับปรุง
อีกครั้ง โดยทำการอุดช่องโหว่ภายในเกมทั้งหมดและ
ดำเนินการซ่อมแซมอีกครั้งจนทำให้ GM ไร้บทบาทอย่าง
สมบูรณ์
ตอนนี้เกมหลิงเกิงได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลก
ส่วนหมวกเกมก็ยังคงเป็นสินค้าขาดตลาด หมวกล็อตที่
สองถูกวางขายไม่ถึงสองวันก็ถูกกวาดซื้อจนหมดเกลี้ยงอีก
ครั้ง อัตราการลงทะเบียนในพื้นที่ให้บริการทั้งห้าจุดมี
ค่าเฉลี่ยสูงถึง 99.4% และช่วงเวลาออนไลน์สูงสุดของผู้
เล่นมีจำนวนถึง 79.5 ล้านคน บนโลกใบนี้จะมีเกมไหนที่
ฮอตถึงระดับนี้อีกไหมนะ?
……
“ฟิ้ว…”
ลมเย็นปะทะเข้าใส่ร่างขณะที่ดอกไม้บนพื้นดินเริ่ม
ปลิดปลิวไปตามสายลม ทุ่งหญ้าหมื่นบุษบาถือเป็นแผนที่
ที่มีความสวยงามอย่างมาก ทว่าเมื่อวานนี้มันได้กลายเป็น
ทะเลสาบสีเลือดและมีศพนอนเรียงรายจนเกลื่อนกราดไป
ทุกจุด และเป็นเพราะการต่อสู้ก่อนหน้านี้จึงทำให้ทุ่งหญ้า
แห่งนี้เริ่มกลายเป็นที่สนใจของผู้เล่นมากขึ้น
หลังจากเย่ฮวาเข้ามาในเกมผู้เล่นที่อยู่รอบๆ ต่างก็พา
กันจับจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาเป็นประกาย ชื่อไอดี
และชื่อกิลด์ยังคงตระหง่านอยู่กลางศีรษะ และแน่นอนว่า
สัญลักษณ์แชมป์ศึกตัดสินใต้หล้าก็ยังคงปรากฎอยู่ด้วย
เช่นกัน
เย่ฮวากวาดตามองผู้เล่นที่อยู่รอบๆ พี่หน่ายเองก็ส่ง
ข้อความมาหาเขาว่าอีกครึ่งชั่วโมงเธอจะมาเจอที่ประตู
เมืองทางทิศเหนือ ตอนนี้เขาไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว จึงยืน
หลับตาลงพร้อมกับร่างที่หายไปจากจุดเดิม เหลือทิ้งไว้
เพียงแค่สีหน้าตื่นตระหนกตกใจของเหล่าผู้เล่นที่อยู่รอบๆ
“กึก…”
รองเท้าบูทของเย่ฮวาสัมผัสลงกับพื้นแข็ง ครั้งนี้เขา
ไม่ได้อยู่บนหินลอยบนแดนสวรรค์ แต่กลับเดินทางมาถึง
วิหารเทพศักดิ์สิทธิ์โดยตรง
หานหลินนั่งอยู่บนบัลลังก์และใช้ผ้าเช็ดปลายดาบของ
เธออย่างเบามือ หลังจากเย่ฮวามาถึงที่นี่เธอก็หยุดเช็ด
อาวุธในมือขณะที่ดาบของเธอก็หายไปภายในชั่วพริบตา
เธอหันมามองเย่ฮวา หลังจากกวาดตามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
เธอก็เผยอริมฝีปาก และพูดขึ้นว่า “ไม่เจอกับเจ้ามาห้าปี
แล้ว ความแข็งแกร่งของเจ้าเพิ่มขึ้นเยอะเลยนะ”
เย่ฮวายิ้ม “ที่จริงห้าปีนี้เป็นแค่ตัวเลขเท่านั้น และผมก็
ไม่ได้ทำอะไรเลย พลังที่มีอยู่ก็แทบจะไม่ได้เพิ่มขึ้นจาก
เดิมด้วย”
หานหลินลุกขึ้นยืนก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งกระทืบลงกับ
พื้น ร่างของเธอลอยขึ้นสูงเหนือบัลลังก์ก่อนจะลอยมา
หยุดลงตรงหน้าเย่ฮวา ซึ่งระยะห่างของเธอและเขาอยู่ที่
ราวๆ ครึ่งเมตร เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมที่พัดโชยมาแตะ
จมูก เธอยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณสมบัติของเจ้า…การที่
พัฒนามาได้ถึงจุดนี้ได้ถือว่ามีไม่เยอะเท่าไหร่นัก แต่หาก
เจ้าไม่พยายามมากกว่านี้เจ้าคงจะเพิ่มระดับมากกว่านี้
ไม่ได้แล้ว…”
เย่ฮวาได้ยินเช่นนี้ก็เลิกคิ้วขึ้น “หมายความว่ายังไง
ครับ?”
หานหลินยิ้ม “เมื่อห้าปีก่อนหลังจากเจ้านำหัวของ
หัวหน้าเผ่ามาที่นี่ วันรุ่งขึ้นม่านแสงเทพธิดาก็มลายลง
ตอนนี้เหล่าอันเดดบุกรุกเข้ามาแล้ว และเมืองหลักก็ส่ง
กองกำลังเข้ามาต้านการโจมตีจากพวกมันแล้วด้วย
ช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมานี้เหล่าอันเดดยังไม่ได้ทำอะไรที่
รุนแรงมากนัก อย่างไรก็ตามจักรพรรดิผู้แข็งแกร่งทั้งสาม
จากแดนนรกอเวจียังฝึกฝนอยู่ภายในอเวจีชั้นที่สิบแปด
ตอนนี้ปัญหาเดียวที่เหลืออยู่คือเวลาที่เขาจะปรากฎตัว
ที่นี่”
เย่ฮวามองหน้าหานหลิน หลังจากเกมปิดปรับปรุงพลัง
ของเธอก็แตกต่างจากเดิม ตอนนี้เธอคือบอสระดับโบราณ
เลเวล 120 แล้ว ซึ่งมีระดับสูงกว่าระดับสวรรค์และระดับ
เซียน หากสูงกว่านี้เธอก็จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุด
ระดับเทพแล้ว
เย่ฮวาพูดเสียงขรึม “บนโลกแห่งหลิงเกิงท่านคือที่หนึ่ง
อย่าบอกนะครับว่าแม้แต่ท่านก็ไม่สามารถเอาชนะ
จักรพรรดิแห่งอันเดดได้”
เธอส่ายหน้าพร้อมกับพูดด้วยน้าเสียงสะเทือนใจ “ข้า
รึ? ข้าก็แค่เผ่าเทพคนหนึ่งที่ถูกรับมาเลี้ยง เป็นเพราะ
ก่อนที่เทพทั้งหกสิ้นชีพ พลังแห่งเทพจึงเข้ามาอยู่ใน
ร่างกายของข้า เพราะเหตุนี้ข้าจึงมีพละกำลังและเข้าสู่
พลังแห่งเทพอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้อย่าว่าแต่สู้กับ
จักรพรรดิอันเดดทั้งสามเลย แค่จักรพรรดิองค์เดียวข้าก็
อาจจะพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดายเช่นกัน เผ่าเทพถูกสร้าง
ขึ้นใหม่เมื่อหมื่นปีก่อน พลังแห่งเผ่าเทพที่มีอยู่ก็แทบจะ
มลายหายไปแล้ว ตอนนี้แดนสวรรค์ไม่ได้ยิ่งใหญ่และ
แข็งแกร่งเท่ากับเมื่อก่อนอีกแล้วล่ะ”
เย่ฮวาส่ายหน้า “อย่าพูดเรื่องที่โศกเศร้าขนาดนี้เลย
ครับ จักรพรรดิเหล่านั้นมาแล้วยังไงครับ? ยังไงก็ไม่มีทาง
ที่จะเข้ามาได้อยู่แล้ว ตราบใดที่ยังมีพี่น้องของผมช่วยต้าน
อยู่ทางด้านหน้าประตูแดนสวรรค์ หากจะเข้ามาที่นี่ก็คง
ต้องข้ามศพพวกผมไปก่อน!”
หลินหานมองมาที่เย่ฮวา สายตาของเธอเต็มไปด้วย
ความชื่นชมและความจริงจัง มือขาวผ่องของเธอสัมผัสลง
บนกลางอกของเย่ฮวา หลังจากนั้นเธอก็ยิ้มออกมาแล้วพูด
ขึ้นว่า “ในชีวิตของข้าได้เจอคนที่คุ้มค่าต่อชีวิตถึงสองคน
คนแรกคือท่านพี่เฟิงหลาน นางได้มอบโอกาสและความ
เชื่อมั่นให้ข้าได้มีชีวิตต่อ ส่วนคนที่สองก็คือเจ้า เจ้าได้มอบ
เหตุผลที่ทำให้ข้าอยากจะคุ้มครองทุกสรรพสิ่งบนโลก…”
เย่ฮวาพูดตอบกลับไปด้วยความเกรงใจ “ท่านอย่าพูด
แบบนี้เลยครับ ผมก็แค่พูดในสิ่งที่อยู่ภายในใจก็เท่านั้น…”
หลินหานมองเย่ฮวาแล้วพูดต่อไปว่า “เจ้าไปเพิ่ม
ระดับความสามารถของเจ้าเถอะ หลังจากพละกำลังของ
เจ้าเพิ่มขึ้นข้าจะสอนทักษะใหม่ให้กับเจ้า และมันก็เพียง
พอที่จะทำให้เจ้าเป็นพลังสำคัญในการต่อสู้กับเหล่าอัน
เดดที่แข็งแกร่งเหล่านั้น ”
เย่ฮวาพยักหน้าตอบกลับไป “ครับ! ถ้างั้นผมไปฝึกต่อ
แล้วนะครับ”
“อืม!”
……
หลังจากกลับมาถึงเมืองชิงสุ่ยอีกครั้ง เดิมทีเย่ฮวา
อยากจะซื้อวัตถุดิบเพื่อหลอมโอสถหน้าฝนเพิ่ม แต่ตอนที่
มาถึงที่ร้านค้าเขาก็พบของล้าค้าชิ้นหนึ่งเข้า!
เตาหลอมโอสถสามขา!
ไอเท็มเสริมชิ้นนี้ราคา 500 เหรียญทองต่อชิ้นและ
สามารถนำมาหลอมโอสถได้ ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าเตา
หลอมที่ใช้แล้วทิ้งเสียอีก หากนำวัตถุดิบใส่เข้าไปในเตา
หลอมก็สามารถหลอมโอสถได้ถึง 10 เม็ดต่อครั้ง ซึ่งทำให้
ประหยัดเวลาได้มากเลยทีเดียว!
หลังจากซื้อเตามาหนึ่งใบ ก็พบว่ามันกินพื้นที่ไปถึง 5
ช่องแต่ก็ยังไม่ถือว่าเลวร้ายเท่าไหร่นัก หลังจากนำ
สมุนไพรออกมาจากโกดังแล้ว เขาก็หามุมสงบเพื่อทำการ
หลอมโอสถทันที ระยะเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงผ่านไปใน
กระเป๋าของเขาก็มีโอสถหน้าฝนเพิ่มขึ้นมาถึง 400 ชุด
ตอนนี้โอสถถือเป็นของล้าค่าที่พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด
แต่หลังจากวันนี้ไปโอสถหน้าฝนคงจะมีราคาที่ต่าลง
อย่างแน่นอน เพราะหลังจากระบบปิดปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์
ก็ทำให้เลเวลของผู้เล่นอัพเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก ส่วนไอเท็ม
หลักบนตัวของผู้เล่นล้วนแล้วแต่สูงกว่าระดับเงินแทบ
ทั้งหมด และไม่มีใครใช้ไอเท็มระดับบรอนซ์อีกแล้ว หากมี
เงินมากขึ้นก็จะสามารถซื้อไอเท็มระดับทองมาประดับบน
ตัวได้ และมันก็ช่วยให้ค่าสเตตัสของผู้เล่นสูงขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้อัศวินแนวหน้าล้วนแล้วแต่มีพลังชีวิตอยู่ที่ราวๆ 2
หมื่นพอยท์ โดยผู้เล่นเกราะหนักแนวหน้าแต่ละคนมีพลัง
ชีวิตสูงกว่า 3 หมื่นพอยท์ ส่วนนักบวชมีพลังชีวิตอยู่ที่
8000 กว่าพอยท์ ตอนนี้โอสถระดับเก้าไม่สามารถที่จะ
ช่วยเหลือผู้เล่นได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเกมหลิงเกิงจึงเกิด
การปักหมุดกระทู้ขึ้นและแจ้งว่าหลังเที่ยงคืนของวันนี้
เมืองหลักจะเกิดโอสถระดับสิบและระดับสิบเอ็ดขึ้น ซึ่งมี
พลังการฟื้นฟูอยู่ที่ 8000 และ 12000 พอยท์
ทว่าก่อนคืนนี้ถ้าหากเขาสามารถครอบครองพลังงาน
สติจากหุบเขาชิงเฟิงได้ เขาก็จะสามารถหลอมโอสถสติ
ระดับหกได้
“หืม?”
คิ้วเลิกขึ้นสูงหลังจากรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างนุ่มๆ
สัมผัสเข้ากับแขนของตน พี่หน่ายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
แถมเธอยังกอดแขนซ้ายของเขาไว้จนทำให้หน้าอกหน้าใจ
ของเธอกดเข้าที่แขนอย่างแรง เย่ฮวารีบสะบัดแขนออก
แต่ก็พบว่าพี่หน่ายยังคงกอดไว้แน่นราวกับเป็นปลิง เธอ
ยิ้มด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายพลันพูดขึ้นว่า “เมื่อวานนายเป็นคน
พูดเองนะว่าวันนี้นายจะเป็นของฉันแค่คนเดียว ฉันพูด
อะไรนายก็จะยอมทำตามทุกอย่าง……”