ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 223 : โอสถสติ
“ปัง!”
เสียงดังขึ้นพร้อมกับร่างของปีศาจสติหน้าเขียวที่ทรุด
ตัวลงกับพื้นและเปล่งเสียงร้องโหยหวนออกมา หน้าอก
ของอีกฝ่ายเกิดเป็นรอยแยกจากบาดแผลขึ้น โดยมีแสง
สว่างสาดส่องออกมาซึ่งด้านในนั้นมีก้อนหินสีเขียวก้อน
หนึ่งปรากฎอยู่
เย่ฮวายื่นมือไปจับหินเขียวก้อนนั้นไว้ด้วยสีหน้าที่เต็ม
ไปด้วยความดีอกดีใจ มันคือพลังงานสติจริงๆ ด้วย!
[พลังงานสติ] (ไอเท็มเสริมวัตถุดิบสมุนไพร)
แนะนำ : ปีศาจสติหน้าเขียวมีความสามารถในการ
อ่านใจผู้อื่นได้ ทว่าพวกมันกลับไม่มีหัวใจเป็นของตนเอง
พวกมันใช้วิธีการกลืนกินหัวใจของสิ่งมีชีวิตเพื่อให้ตนเอง
ได้รับพละกำลัง เมื่อพลังของพวกมันถึงจุดที่แข็งแกร่งแล้ว
ภายในร่างกายของมันก็จะทำการหลอมรวมจนเกิดเป็น
พลังงานสติขึ้นหนึ่งชิ้น โดยมีการพูดถึงว่าภายในพลังงาน
สตินี้มีพลังเวทย์ลึกลับซ่อนอยู่
……
เย่ฮวาเก็บพลังงานสติเข้าไปในกระเป๋าแล้วพูดขึ้นว่า
“พี่หน่ายถอยห่างจากฉัน 50 หลา! อย่าให้ปีศาจพวกนี้
เปลี่ยนทิศทางการโจมตีของฉันไปหาเธอนะ!”
พี่หน่ายพยักหน้าแล้วรีบถอยหลังออกไปพร้อมกับ
กิ้งก่าของเธออย่างรวดเร็ว ส่วนเย่ฮวาก็รีบพุ่งตัวไป
ด้านหน้าเพื่อโจมตีปีศาจที่อยู่ด้านหน้าสุดอย่างไม่รีรอ
หลังจากรักษาระยะห่างจากพี่หน่ายได้แล้ว เขาก็ทำการ
โจมตีเข้าใส่มัน ทว่าวินาทีที่การโจมตีถูกส่งออกไปจู่ๆ
ความรู้สึกนึกคิดของเขาก็เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รู้ตัวอีกที
ก็พบว่าดาบของตัวเองฟาดเข้าใส่ร่างเล็กๆ ของเจ้าเอลฟ์
หินเสียแล้ว
เย่ฮวาได้ยินเสียงร้องเล็กๆ ของเจ้าเอลฟ์หินดังขึ้นข้าง
หู แม่งเอ้ย! ยังไม่ทันไรก็ถูกส่งกลับเข้าช่องมิติสัตว์เลี้ยง
เสียแล้ว!
ดาบงูหลามถูกยกขึ้นและวาดออกไปด้วยสกิลสะบั้น
ทลายวิญญาณ เงาดำปรากฏขึ้นตรงหน้าปีศาจเหล่านั้นจน
ร่างของพวกมันทรุดลงกับพื้น วินาทีต่อมากลางอกของมัน
ก็เผยให้เห็นถึงพลังงานสติที่ลอยออกมา เขารีบยกมือขึ้น
ก่อนจะเก็บมันกลับเข้าไปในกระเป๋าทันที
สิ้นสุดการต่อสู้พี่หน่ายก็ก้าวเท้ามาด้านหน้าพร้อมกับ
ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ว้าว~ ดูจากสีหน้าของเย่เย่น้อยแล้ว ดู
เหมือนว่าจะเจอสิ่งที่อยากได้แล้วสินะ?”
เย่ฮวาพยักหน้าตอบกลับไปพร้อมกับหยิบเตาออกมา
ก่อนจะใส่พลังงานสติลงไปในหม้อทันที หลังจากเปิดช่อง
เล็กๆ ที่อยู่ด้านล่างเตาหลอมออกมาก็พบว่าภายในนั้นมี
โอสถส่องแสงสีเขียวทั้งหมด 9 เม็ด เขาจึงรีบหยิบมัน
ขึ้นมาดูค่าเอฟเฟคของมันทันที––––
[โอสถสติ] (โอสถระดับ 6) : หลังจากใช้งานจะสามารถ
ฟื้นฟูพลังชีวิต 12000 พอยท์ ค่ามานา 6000 พอยท์ ใช้
ระยะเวลาในการคูลดาวน์ 18 วินาที
……
เย่ฮวาหันไปยิ้มให้พี่หน่ายพร้อมกับยกโอสถสติขึ้นมา
“เอฟเฟคของชิ้นนี้ถือว่าไม่เลวเลย เธออยากจะลองดู
หน่อยไหมล่ะ?”
พี่หน่ายรับโอสถสติไปดูแล้วยิ้มออกมา “ว้าว~ ในที่สุด
เย่เย่น้อยก็ได้ของดีมาครอบครองแล้ว ได้ยินเยว่เยว่น้อย
บอกว่าพวกนายสามคนย้ายไปอยู่ด้วยกันแล้ว ได้ของดี
แบบนี้ก็ต้องบำรุงเยอะๆ หน่อยแล้วล่ะ ร่างกายนายฟิตปึ๋ง
ปั๋ง สองสาวก็คงจะรู้สึกดีไม่น้อยเลยจริงไหม~”
มุมปากเย่ฮวากระตุกขึ้นอีกครั้ง เขายักไหล่ให้เธอโดย
ไม่พูดอะไรเพราะไม่ว่าจะพูดยังไงก็สู้พี่หน่ายคนนี้ไม่ได้อยู่
ดี!
ตอนที่ได้รับพลังงานสติเขาก็นำมันมาหลอมเป็นโอสถ
สติทันที ซึ่งพลังงานสติหนึ่งชิ้นสามารถหลอมโอสถ
ออกมาได้ราวๆ 8-12 เม็ดต่อครั้ง ถือว่าไม่เลวเลย ทว่าการ
เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์เช่นนี้ยังไงก็ดึงพี่หน่ายมาร่วม
ต่อสู้ไม่ได้ การสู้แบบเดี่ยวยังไงก็ถือว่าเป็นวิธีการที่
ปลอดภัยมากที่สุดอยู่ดี
กิ้งก่าที่พี่หน่ายเรียกออกมายังคงโจมตีจากรอบนอก
การโจมตีแบบนี้ทำให้มันสามารถหลบหลีกการโจมตีของคู่
ต่อสู้และสามารถเพิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น ทว่าสัตว์เลี้ยงของพี่
หน่ายตัวนี้มีพลังโจมตีที่ไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่นัก หากเขา
ถูกควบคุมก็คงจะสามารถย้ายตำแหน่งไปอยู่ตรงหน้าพี่
หน่ายได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นแบ่งการโจมตีออกเป็น
สองฝั่งจึงเป็นวิธีการที่ปลอดภัยมากกว่า
หลังจากคำนวณและพิจารณาประสิทธิภาพในการ
สังหารมอนสเตอร์แล้ว เขาก็ตัดสินใจเรียกมู่จื่อหานและ
เยว่เอ๋อร์มาที่นี่ พวกเธอทั้งสองคนกำลังช่วยผู้เล่นในกิลด์
ฆ่าแรดเกราะกว้างอยู่ที่ป่าแรดยักษ์ คราวก่อนตอนที่สู้กับ
กิลด์วิหารสังหารเทพ พวกเขาได้ส่งเหล่ากองกำลังอัศวิน
แรดยักษ์ออกไปสู้ และมันมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก
ด้วยตอนนี้มีโอกาสแล้ว พวกเขาจึงต้องเพิ่มจำนวนคนให้
มากขึ้น
การปรากฏตัวของอัศวินแรดยักษ์คราวก่อนได้ตกเป็น
เป้าสายตาของทุกคน และมีหลายกิลด์ที่คิดจะเดินทาง
มายังป่าแรดยักษ์เพื่อรวบรวมไอเท็มชุดเกราะแรดยักษ์
บ้าง ทว่าสมบัติของหานเยว่เหมิงจะยอมให้คนอื่นมาชุบ
มือเปิบเอาไปง่ายๆ ได้อย่างไรกัน
แต่ละกิลด์ล้วนแล้วแต่มีอาณาเขตเป็นของตนเอง ซึ่ง
อาณาเขตแต่ละจุดจะต้องเป็นกิลด์ระดับสูงเท่านั้นจึงจะ
สามารถครอบครองได้ แม้ว่าทางผู้ดูแลจะไม่ยินยอมให้ทำ
เรื่องเช่นนี้ แต่ภายในใจของผู้เล่นต่างก็รู้ดีว่าที่ใดสามารถ
เข้าไปได้หรือที่ใดไม่สามารถเข้าใกล้ได้ เป็นเพราะอาณา
เขตบางจุดเป็นสถานที่เก็บเวลและฐานของกิลด์ ซึ่งด้านใน
นั้นคงจะต้องมีสิ่งของบางอย่างที่พวกเขาไม่ยินดีที่จะ
แบ่งปันให้คนนอก และนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกฎภายในเกม
แม้ว่าจะมีกิลด์จำนวนมากที่เดินทางมาที่ป่าแรดยักษ์
เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากที่นี่เพื่อนำไปขาย แต่ก็ต้อง
สู้เพื่อแย่งชิงกับพวกเขาก่อนที่จะได้ของเหล่านี้ไป ป่าแรด
ยักษ์แห่งนี้ถือเป็นฐานของหานเยว่เหมิงแล้ว การที่คน
เหล่านั้นเดินทางเข้ามาในที่แห่งนี้ก็เท่ากับตบหน้ากันซึ่งๆ
หน้าไม่ใช่เหรอ? ยังไงพวกเขาก็ต้องสู้จนสุดกำลังอยู่แล้ว
ขอเพียงแค่ให้กิลด์เหล่านี้ถูกขับไล่ออกจากป่าแรดยักษ์ก็
เพียงพอ
ทว่าคนส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ไม่มีใครอยากจะเป็นศัตรู
กับกิลด์หานเยว่เหมิง ในเซิร์ฟเวอร์มีเพียงไม่กี่กิลด์เท่านั้น
ที่มีสมาชิกจำนวนถึงหลักหมื่นคน เมื่อวานนี้หลังจากที่สู้
กับกิลด์วิหารสังหารเทพแล้ว กิลด์ของพวกเขาก็มีชื่อเสียง
มากขึ้น ใครกันล่ะที่คิดอยากจะมาเป็นศัตรูกับกิลด์หาน
เยว่เหมิงของพวกเขาอีก?
ตอนที่มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์ได้ยินเรื่องโอสถสติ พวก
เธอก็รีบมาช่วยพวกเขาทันที ของดีแบบนี้มีใครบ้างที่ไม่
อยากได้
ผู้เล่นระดับผู้บริหารภายในกิลด์ถ้าหากไม่ได้อยู่ในป่า
แรดยักษ์เพื่อฆ่ามอนสเตอร์ก็แยกย้ายกันไปไล่ฆ่าผู้เล่น
ของวิหารสังหารเทพแล้ว โดยกิลด์วิหารสังหารเทพที่ใช้
เงินลงทุนจำนวนมากก็แตกสลายลงภายในชั่วข้ามคืน มีผู้
เล่นจำนวนไม่น้อยที่ถอนตัวออกจากกิลด์ ซึ่งทำให้เงิน
จำนวนหลายล้านของจื้อลี่ชาวฉุนที่ลงทุนไปไม่ต่างอะไร
กับการตำน้าพริกละลายแม่น้าเลยสักนิด นี่ถือว่าเป็นการ
แก้แค้นของเย่ฮวาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
……
เพียงไม่นานมู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์ก็มาถึงที่หุบเขาชิง
เฟิง หลังจากเย่ฮวาอธิบายเกี่ยวกับปีศาจตัวนี้พอสังเขป
ให้กับพวกเธอทั้งสองฟังแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายกันฆ่า
มอนสเตอร์อีกครั้ง
จำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นสองคนทำให้ประสิทธิภาพใน
การสังหารมอนสเตอร์รวดเร็วขึ้นมาก หลังจากมู่จื่อหาน
จัดการกับมอนสเตอร์กลุ่มตรงหน้า เพียงไม่กี่อึดใจใน
กระเป๋าของเธอก็เต็มไปด้วยพลังงานสติ
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เยว่เอ๋อร์ก็เดินมาข้างเย่ฮวา
ก่อนจะมอบพลังงานสติให้เขาหลายสิบพร้อมกับพูด “เย่ฮ
วา…โอสถสติพวกนี้จะแบ่งให้กลุ่มพันธมิตรของพวกเรา
ด้วยไหม?”
เย่ฮวาพยักหน้า “แน่นอนอยู่แล้ว โอสถระดับสูงแบบนี้
ก็ต้องแบ่งให้พวกเขาด้วยสิ ของดีแบบนี้เก็บไว้คนเดียว
ไม่ได้หรอกนะ…”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย~”
เยว่เอ๋อร์ยักไหล่ “ก็ที่นายเรียกแค่พวกฉันมาที่นี่
ประเด็นแรกก็เพราะคนอื่นกำลังยุ่งอยู่ ประเด็นที่สองก็
เพราะนายกลัวว่าจะมีคนรู้จักที่นี่มากไปกว่านี้ แต่แผนที่
หุบเขาชิงเฟิงกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ พวกเรามีแค่สี่คน
คงไม่พอหรอก แถมยังเสียดายมอนสเตอร์ตัวอื่นที่เหลืออยู่
ด้วย ฉันว่าเรียกชางห่ายเกอกับคนอื่นๆ มาด้วยก็น่าจะดี
นะ หลังจากนั้นก็ค่อยแบ่งโอสถให้เขา นายว่าแบบนี้ไม่
ดีกว่าเหรอ? ไม่เพียงแต่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกซึ้งใจแต่ยัง
ช่วยการเก็บพลังงานสติเร็วขึ้นด้วย อีกอย่าง…
ความสัมพันธ์ระหว่างกิลด์ของพวกเราก็ดีขึ้นด้วย นายว่า
จริงไหม?”
เย่ฮวาพยักหน้า “ที่เธอพูดก็มีเหตุผลนะ ถ้างั้นเดี๋ยวฉัน
ส่งข้อความไปหาพวกเขาก็แล้วกัน…”
“อื้อ!”
……
หลังจากนั้นเย่ฮวาก็ลากชางห่ายเกอ ลั่วอิงและพี่เมิ่ง
เข้ากลุ่มก่อนจะอธิบายรายละเอียดให้พวกเขาฟังแบบ
ง่ายๆ ทันทีที่ชางห่ายเกอได้ยินว่ามีโอสถตัวใหม่เขาก็รีบ
พาอู๋ตี๋ลั่ว เสี่ยวจิ๋วจื่อและเจียงหานมาที่นี่ทันที ส่วนคนของ
ห้วนเฉิงทั้ง 8 คนนอกจากฉิงเหยียนรู่ฮว่าและโม่เซ่อ
เหนียนหัวแล้ว คนอื่นๆ อีก 6 คนก็เดินทางมาที่นี่ทั้งหมด
บางครั้งการสังหารมอนสเตอร์แบบเดี่ยวก็ไม่จำเป็นต้องใช้
นักบวชเท่าไหร่นัก ทว่านักบวชแต่ละคนที่มาที่นี่ก็ล้วนมี
ระดับที่ไม่ต่างกับพี่หน่ายเท่าไหร่นัก ผู้เล่นของอี้เมิ่งเก๋อ
ถือเป็นกิลด์ที่มีความสามัคคีเป็นอย่างมาก ลั่วอิงนำผู้เล่น
กลุ่มย่อยซึ่งมีความแข็งแกร่งมาที่นี่ อีกทั้งยังยืดอกแล้วพูด
ด้วยความมั่นใจว่าผู้เล่นเหล่านี้สามารถเชื่อถือได้
เพียงไม่นานกลุ่มผู้เล่นจำนวน 30 คนก็เดินทางมาถึงที่
หุบเขาชิงเฟิง ซึ่งจำนวนผู้เล่นทั้ง 30 คนนี้หากแยกย้ายกัน
จัดการมอนสเตอร์ภายในที่แห่งนี้ก็เพียงพอแล้ว จึงไม่
จำเป็นต้องเรียกคนมาเพิ่มมากไปกว่านี้ และถ้าหากยังไม่
เพียงพอก็สามารถดึงคนของหานเยว่เหมิงเข้ามาเพิ่มได้
หลังจากมีจำนวนคนเพิ่มขึ้นเย่ฮวาก็หันมาตั้งหน้าตั้ง
ตาหลอมโอสถแทนโดยปล่อยให้คนอื่นๆ เป็นคนรวบรวม
พลังงานสติให้ พวกเขาสังหารมอนสเตอร์เพียงไม่นานก็
นำพลังงานสติจำนวนหลายสิบชิ้นมามอบให้เย่ฮวา การ
หลอมโอสถของเขาที่คิดว่าเร็วแล้วก็ยังเร็วไม่เท่ากับคน
เหล่านั้นที่หาพลังงานสติมาให้ ทว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น
แต่โอสถสติก็ถูกหลอมออกมาได้อย่างรวดเร็ว เตาหลอม
โอสถในเวลานี้สามารถหลอมโอสถได้จำนวนมาก จึงทำให้
ผลผลิตออกมาได้อย่างรวดเร็ว
ช่วงเช้าหมดไปกับการหลอมโอสถบนหุบเขาชิงเฟิง
ตอนนี้พวกเขาได้รับโอสถสติ 94 ชุดแล้ว ซึ่งเย่ฮวาดึงโอสถ
สติออกมา 20% เป็นค่าแรงในการหลอมโอสถครั้งนี้ ส่วน
แบ่งที่เหลือก็มอบให้กับคนที่นำพลังงานสติมาให้ ใครเอา
มาให้เขาเท่าไหร่ก็คืนกลับไปให้เท่านั้นตามที่บันทึกไว้
ในกระเป๋าเย่ฮวามีโอสถสติเกือบ 30 ชุดซึ่งเพียงพอใน
การใช้งาน และทุกคนต่างก็ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการต่อ
หลังจากได้รับโอสถแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปทำธุระ
ของตนเอง ส่วนชางห่ายเกอก็ยังคงเป็นชางห่ายเกอคน
เดิม เขาเรียกผู้เล่นกลุ่มใหญ่เดินทางมาที่นี่เพื่อรวบรวม
พลังงานสติให้เย่ฮวาช่วยหลอมเพิ่มให้ ในเมื่ออีกฝ่าย
ลงทุนมาถึงที่นี่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากสละเวลา
เล็กน้อยเพื่อหลอมโอสถสติเพิ่มให้พวกเขา
หลังจากออกจากระบบแล้วลินดาก็อุ้มเย่ฮวาขึ้นมานั่ง
บนรถวีลแชร์ หลังจากนั้นก็ช่วยเข็นไปที่ห้องอาหาร ซึ่งบน
โต๊ะมีอาหารวางเรียงรายอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว แม้ว่ามันจะ
เป็นอาหารที่ดูจืดชืดแต่แค่ได้เห็นก็รู้สึกได้ว่าคงอร่อยไม่
น้อยเลย
ลินดาเป็นคนทำอาหารเหล่านี้ทั้งหมด ซึ่งมันก็ทำให้เย่
ฮวาอดไม่ได้ที่จะแอบชื่นชมเธออยู่ภายในใจ เธออยู่ภายใน
วิลล่าแห่งนี้และรับผิดชอบดูแลเรื่องภายในบ้านเพียง
ลำพัง ไม่ว่าจะเรื่องเก็บกวาดเช็ดถู ดูแลเขาหรือแม้แต่
จัดเตรียมอาหาร เธอก็เป็นคนทำทั้งหมด จะเรียกว่าทำทุก
อย่างเลยก็ว่าได้!
มู่จื่อหานเรียกลินดาให้มานั่งกินข้าวร่วมโต๊ะด้วย ตอน
แรกลินดาก็ดูเหมือนจะเลิ่กลั่กและประหม่าอยู่ไม่น้อยที่
ต้องนั่งร่วมโต๊ะกับผู้ว่าจ้าง ทว่าหลังจากเห็นท่าทีของมู่จื่อ
หานที่เป็นกันเอง เธอจึงยอมนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย
ท่าทางของเย่ฮวาในตอนนี้ดูทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย เป็น
เพราะแขนซ้ายของเขาหักจนต้องใส่เฝือก ส่วนมือขวาก็มี
บาดแผลจำนวนไม่น้อยจึงทำให้ต้องใช้แขนที่อ่อนแรงจับ
ช้อนเล็กๆ ตักอาหารเข้าใส่ปากทีละนิด ส่วนมู่จื่อหานที่อยู่
ข้างๆ เขาช่วยคีบอาหารใส่จานให้ และแล้วมื้อเที่ยงของ
วันนี้ใช้เวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม
หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จแล้วเขาก็อยากจะไปเดินเล่น
รอบตัวบ้านขึ้นมา มู่จื่อหานจึงตอบตกลงและช่วยเข็นรถ
วีลแชร์ให้เพื่อเดินเล่นหลังบ้าน
เย่ฮวาพวกเดินไปตามทางหินอ่อนจนมาถึงด้านหลัง
ของวิลล่า วินาทีที่เห็นภาพตรงหน้าเขาก็ชะงักไปในทันที
คะคะคะ…โคตรใหญ่เลย!!!
ด้านหลังของวิลล่าแห่งนี้มีทั้งสวน สระว่ายน้าและ
ระเบียงชมวิว ที่นี่มีพื้นที่หลักพันเมตร อีกทั้งยังเป็นทำเล
ทองซึ่งมีราคาสูงมาก วิลล่าใหญ่โตขนาดนี้คงมีราคาหลาย
สิบล้านหรืออาจจะสูงกว่านั้น
หินอ่อนตรงบริเวณทางเดินถูกตกแต่งใหม่หรือไม่ก็
อาจจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเย่ฮวาโดยเฉพาะ เป็นเพราะวิล
ล่าหลังนี้มีทางเชื่อมขนาดเล็ก มู่จื่อหานจึงค่อยๆ เข็นเขา
ไปด้านหน้าอย่างระมัดระวัง เขามองไปยังพุ่มดอกไม้ที่อยู่
ห่างออกไปไม่ไกลพร้อมกับพูด “เสี่ยวหาน…ติงจื้อไม่ใช่
คนดี การที่เราเข้าไปบีบเขาถึงในเกมจนทำให้จนมุมแบบนี้
ไม่รู้ว่าหลังจากนี้เขาจะทำเรื่องอะไรอีกรึเปล่า เธอเองก็
ต้องระวังตัวด้วยนะ”
มู่จื่อหานยิ้มก่อนจะชี้ไปที่วิลล่าอีกหลังที่อยู่ถัดออกไป
“พ่อของฉันหาบอร์ดี้การ์ดมาคุ้มกันพวกเราไว้แล้วล่ะ ใน
วิลล่ามีปุ่มฉุกเฉินหลายจุด ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแค่กดปุ่ม
ฉุกเฉินบอร์ดี้การ์ดเหล่านั้นก็จะมาที่นี่ทันที อีกอย่างลินดา
เองก็จบคาราเต้สายดำมาด้วย”
เย่ฮวาอ้าปากกว้าง “โหดขนาดนี้เลยเหรอ! มีอะไรที่
ลินดาทำไม่เป็นบ้างเนี่ย!”
มู่จื่อหานยิ้ม “เป็นเพราะกลัวว่าจะไม่สะดวก พ่อฉันก็
เลยจ้างลินดามาจากต่างประเทศ เธอทำได้หลายอย่างเลย
นะ แถมยังดูแลพวกเราทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี นายอยู่
พักฟื้นที่นี่ให้สบายใจเถอะ คนเหล่านี้ไม่จับตามองพวกเรา
ตลอดเวลาหรอกนะ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ความปลอดภัย
ของพวกเราก็ยังอยู่ในระดับที่สูงมากอยู่ดี”
เย่ฮวาเลิกคิ้ว “เข้าใจแล้ว~”