ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 230 : ตาบอดคลำช้าง
ภายในลานกวางใจกลางเมืองชิงสุ่ยที่แสนเงียบสงบ
ที่นี่เป็นลานกว้างที่มู่จื่อหานใช้เงินกว่าสองร้อยล้าน
เหรียญทองเพื่อเช่ามัน หากเป็นผู้เล่นที่มีรายชื่อก็จะมี
สิทธิ์เข้ามาที่นี่ได้ โดยปกติแล้วสถานที่แห่งนี้จะถูกจัดขึ้น
เพื่อใช้สำหรับเป็นที่ปราชุมของคนในกิลด์ เป็นเพราะไม่มี
ใครสามารถเข้ามาในนี้ได้จึงทำให้การปราชุมถูกเก็บเป็น
ความลับได้อย่างดี ทว่านอกเหนือจากใช้สถานที่แห่งนี้เป็น
ห้องปราชุมแล้วที่แห่งนี้ก็ไม่มีประโยชน์อื่นเลย
ตอนนี้เย่ฮวากำลังนั่งอยู่บริเวณลานกว้างพร้อมกับเตา
หลอมโอสถขนาดใหญ่ ด้านข้างมีพลังงานสติจำนวนนับไม่
ถ้วนกองอยู่ หลังจากกินมื้อค่าแล้วเขาก็ใช้เวลาทั้งหมดอยู่
กับการนั่งหลอมโอสถที่นี่ ตอนนี้เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง
แล้ว ขณะที่บริเวณลานกว้างก็มีผู้เล่นจำนวน 1-2 คนที่
เดินเข้ามารับโอสถสติที่เพิ่งหลอมออกมาจากเตา ท่าทาง
ของเย่ฮวาในเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรที่ผลิตโอสถ
ยาเลยสักนิด
หากผู้เล่นในกิลด์ต้องการโอสถสติจะต้องแลกด้วยค่า
คุณูปการ หลังจากนั้นพวกเขาจะจัดการอย่างไรต่อไปก็
เป็นสิทธิ์ของพวกเขา ก่อนเที่ยงคืนของวันนี้โอสถสติจะ
กลายเป็นโอสถที่สามารถฟื้นฟูได้แข็งแกร่งมากที่สุด และ
สามารถขายได้ในราคาที่สูงมาก เพราะครั้งหนึ่งมัน
สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ถึง 12000 พอยท์และค่ามานา
อีก 6000 พอยท์ ถ้านำมารวมกันก็เท่ากับว่ามีการฟื้นฟู
พลังได้สูงถึง 18000 พอยท์ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีโอสถชนิดใด
ที่สามารถแซงหน้าโอสถสติได้
หลังจากทำการหลอมโอสถสติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็
พบว่าการหลอมด้วยเตาโอสถสามขาเพิ่มความเร็วได้ถึง
สิบเท่า จึงทำให้พลังงานสติที่กองจนสูงเท่าภูเขาถูก
แปรเปลี่ยนเป็นโอสถสติได้อย่างรวดเร็ว และเย่ฮวาก็ส่งให้
ชางห่ายเกอครึ่งหนึ่งตามที่ตกลงไว้ ทว่าครึ่งหนึ่งของชาง
ห่ายเกอกลับเอาไปเพียงแค่ 30% เท่านั้น
กิลด์หานเยว่เหมิง ว่านเซียนหุ้ย ห้วนเฉิงและอี้เมิ่งเก๋อ
เป็นกิลด์พันธมิตรกัน และโอสถเหล่านี้ก็ควรจะแบ่งให้
พวกเขาด้วย ดังนั้น 20% ที่เหลือซึ่งได้จากส่วนที่ชางห่าย
เกอมอบให้เย่ฮวา เขาก็นำมันไปแบ่งให้กับพี่เมิ่งและลั่วอิง
คนละ 10% ส่วนเขาก็แบ่งมาใช้ 20% และแบ่งเข้ากิลด์
20% โดยในส่วนสุดท้ายคือค่าเสียเวลาของเย่ฮวาอีก
10% ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาควรจะได้รับ จึงทำให้ตอนนี้เขามี
โอสถสติทั้งหมด 260 ชุด…
เย่ฮวาหยิบถุงโอสถออกมาสิบกว่าถุง ซึ่งถุงนี้สามารถ
ซื้อได้จากร้านโอสถภายในเมืองชิงสุ่ย และสามารถใส่ไอ
เท็มที่เป็นโอสถได้มากสุดสิบชุดต่อหนึ่งถุง โอสถจำนวน
260 ชุดจำเป็นต้องมีกระเป๋าใส่ 26 ถุง เนื่องจากผู้เล่นแต่
ละคนมีพื้นที่ว่างในกระเป๋าเพียงแค่ 100 ช่องเท่านั้น
หลังจากนี้หากต้องหลอมโอสถจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการ
เก็บของมากขึ้น ดังนั้นหลิงเกิงจึงมีการเปิดให้ใช้งานถุง
โอสถนี้ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่น
ถุง 26 ใบทำให้เย่ฮวาประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าไปได้
เยอะ มู่จื่อหานและพี่หน่ายยังเก็บเลเวลอยู่ที่ภูเขากระดูก
มังกร ตอนนี้ไอ้เด็กเวรของพี่หน่ายที่เพิ่งได้รับมาเป็นสัตว์
เลี้ยง เลเวล 50 แล้ว ภายในระยะเวลาสามวันหลังจากนี้
ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำให้มันมีเลเวลเท่ากับพี่หน่ายได้
ถึงเวลานั้นค่าสเตตัสของเด็กคนนั้นก็คงจะ…หึหึหึ…
ก่อนหน้านี้เย่ฮวานัดกับยาวเนี่ยนไว้แล้ว โดยตอนที่
เพิ่งหลอมโอสถตัวใหม่ออกมา เขาก็ได้ทำการแบ่งโอสถให้
กิลด์อายฮว่าไปบางส่วนแล้ว ภายในหมู่บ้านหมอกราตรีมี
เผ่าออร์คอาศัยอยู่ และออร์คเหล่านั้นก็มีระดับสติปัญญา
ที่ไม่สูงเท่าไหร่นัก ซึ่งเทียบเท่าได้กับเหล่าบาร์บาเรียนที่
เข้าใจเพียงแค่การไล่ล่าสัตว์ป่าและสร้างอาวุธสำหรับไว้
ใช้เองเท่านั้น แตกต่างจากมนุษย์ที่มีทั้งอาชีพนักเวทย์และ
นักธนู รูปแบบการต่อสู้ของพวกเขามักจะใช้การตะโกน
คำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด หลังจากนั้นก็ใช้
ขวานขว้างไปด้านหน้าอย่าบ้าคลั่ง
เป็นเพราะรูปแบบการต่อสู้ของมนุษย์ป่าที่มีอยู่อย่าง
จำกัด จึงทำให้ไม่ได้มีไอเท็มหรือวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์
เหมือนกับเมืองหลักเท่าไหร่นัก ดังนั้นทรัพยากรของกิลด์
อายฮว่าค่อนข้างน้อยและเสียเปรียบผู้ที่อยู่ในเมืองหลัก
สำหรับโอสถเหล่านี้ถือเป็นของดีสำหรับกิลด์อายฮว่าชิ้น
หนึ่งเลยก็ว่าได้
แม้ว่ากิลด์อายฮว่าและพวกเขาจะไม่ได้สนิทสนมกัน
แต่ก็ยังถือว่าเป็นเพื่อนที่ไร้ซึ่งพิษภัยต่อกัน
ตอนที่เย่ฮวาแชทไปหายาวเนี่ยน เธอก็กดรับทันที ยัง
ไม่ทันที่เย่ฮวาจะได้พูดอะไรเธอก็พูดขึ้นมาว่า “เกิดอะไร
ขึ้นอีกเหรอ?”
เย่ฮวาได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะหมดคำพูด “เปล่า ฉันเพิ่ง
หลอมโอสถมาใหม่ ช่วยเพิ่มพลังชีวิต 12000 พอยท์ เพิ่ม
ค่ามานา 6000 พอยท์ เธอสนใจรึเปล่า? ถ้าสนใจฉันจะให้
เธอส่วนนึง…”
ยาวเนี่ยนชะงักไปหลายวินาที “เอ่อ…นายจะให้ฉัน
เท่าไหร่เหรอ?”
“30 ชุด พอไหม?”
“มีแค่นี้เองเหรอ?” ยาวเนี่ยนพูดด้วยน้าเสียงราวกับ
ยังไม่พอใจ
เย่ฮวาคิดครู่หนึ่ง “แล้วเธออยากได้เท่าไหร่ล่ะ?”
“ยิ่งเยอะยิ่งดี!”
“ถ้างั้นก็ 200 ชุดแล้วกัน! นี่เป็นจำนวนมากสุดเท่าที่
ฉันจะให้เธอได้แล้วนะ แต่หลังจากอาทิตย์นี้น่าจะหลอม
เพิ่มอีก ถึงเวลานั้นถ้าเธออยากได้เพิ่มเติมเดี๋ยวฉันจะ
เหลือไว้ให้”
ยาวเนี่ยนยิ้ม “ตกลง! เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปหานายนะ”
“เดี๋ยวฉันไปหาเธอที่หมู่บ้านหมอกราตรีแล้วกัน”
“ไม่ต้องหรอก พวกเราย้ายออกจากหมู่บ้านแล้ว
ตอนนี้พวกเราค่อนข้างยุ่งด้วย นายรอที่หน้าประตูวิหาร
ใหญ่ของเมืองชิงสุ่ยนั่นแหละ เดี๋ยวจะมีผู้เล่นที่ใช้ชื่อไอดี
ว่า ‘ชีมู่หนานเฉิง’ ไปหานาย” ยาวเนี่ยนพูดเสียงเบา
อันที่จริงเย่ฮวาก็พอจะเดาความหมายจากคำพูดเธอ
ได้อยู่บ้าง แต่ละครั้งเธอจะให้เย่ฮวารอคนของเธอเสมอ
ทว่าประโยคสุดท้ายของเธอทำให้เขาชะงักไป…ชีมู่หนาน
เฉิง! เป็นคนของกิลด์อายฮว่าด้วยเหรอเนี่ย!
ชีมู่หนานเฉิงเป็นผู้เล่นที่มีไอเท็มระดับทองและระดับ
ทองเข้มอยู่บนตัวจำนวนมาก นอกจากนี้เขายังมีไอเท็มหา
ยากอีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เล่นคนอื่นไม่เคยพบ
เจอมาก่อน การที่เขามีของดีแบบนี้จำนวนมาก หากไม่ใช่
เพราะได้มาด้วยตัวเขาเองก็น่าจะมาจากคนที่อยู่เบื้องหลัง
เขา––––คงเป็นหัวหน้าทีมแข็งแกร่งคนหนึ่งที่เป็นคนมอบ
มันให้กับเขา คนที่อยู่เบื้องหลังกิลด์ขนาดใหญ่ใน
เซิร์ฟเวอร์จีนมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น นอกจากนี้ชีมู่หนาน
เฉิงก็ยังไม่ได้เข้าร่วมกิลด์ใดๆ บางทีอาจจะไม่ใช่เพราะเขา
ไม่อยากเข้าร่วม แต่เป็นเพราะเข้าร่วมไม่ได้เสียมากกว่า
หากไม่ได้เข้าร่วมในเมืองหลักเมืองใดเมืองหนึ่งผู้เล่นจะไม่
สามารถสร้างกิลด์ขึ้นมาได้ กิลด์นี้จะผูกติดอยู่กับเมือง
หลัก กิลด์ใหญ่ที่มีความสามารถทว่ากลับไม่สร้างกิลด์
ขึ้นมา เท่าที่เย่ฮวารู้คงจะมีแค่กิลด์อายฮว่าแค่กิลด์เดียว
เท่านั้น!
คิดเช่นนี้เย่ฮวาก็พอจะประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมด
ขึ้นมาได้ กิลด์อายฮว่าสามารถเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านหมอก
ราตรีและพัฒนากิลด์ได้อย่างไม่หยุดแบบนั้น ที่แท้ก็เป็น
เพราะพึ่งพาชีมู่หนานเฉิงเป็นตัวกลางที่คอยเชื่อมพวกเขา
เข้ากับเมืองหลักนี่เอง
เย่ฮวาหรี่ตาลง “ชีมู่หนานเฉิงเป็นคนของกิลด์อายฮว่า
เหรอ?”
ยาวเนี่ยนยิ้ม “อื้อ เขาคือผู้เล่นที่คอยเป็นธุระซื้อไอ
เท็มและอุปกรณ์เสริมจากเมืองชิงสุ่ยให้กับพวกเราน่ะ
แล้วเขาก็เป็นผู้เล่นที่คอยติดต่อคนจากเมืองชิงสุ่ยให้กับ
พวกเราด้วย”
“เจ๋ง……ที่กิลด์อายฮว่าของพวกเธอสามารถพัฒนา
แบบปลีกตัวจากเมืองหลักได้ ที่แท้ก็เป็นเพราะมีผู้เล่น
ระดับสูงที่คอยเป็นหูเป็นตาอยู่ในเมืองชิงสุ่ยนี่เอง”
ยาวเนี่ยนหัวเราะออกมาผ่านระบบแชทเสียง “เอาล่ะ
…ตอนนี้ฉันยุ่งมาก แค่นี้ก่อนแล้วกันนะ ส่วนนายก็ไปรอที่
ประตูวิหารใหญ่ได้เลย อีกไม่กี่นาทีชีมู่หนานเฉิงคงไปถึง
แล้วล่ะ”
“อื้อ”
……
หลังจากปิดระบบแชทเสียงแล้วเย่ฮวาก็เดินออกมา
จากลานกว้างของกิลด์หานเยว่เหมิง ลานกว้างที่มีราคาสูง
ถึงสองร้อยล้านเหรียญทองต่อเดือนถือว่าเป็นการใช้เงินที่
ฟู่ฟ่าจริงๆ อันที่จริงถ้าหากไม่ใช่เพราะภายในเกมไม่
สามารถนอนหลับได้ เขาคงย้ายของมานอนอยู่ในนี้ไปนาน
แล้ว เพราะนอกจากจะประหยัดเงินแล้วยังไม่สูญเสียค่า
เช่าโดยเปล่าประโยชน์ด้วย
เย่ฮวาเดินออกมาได้ราวๆ สองร้อยเมตรก็เดินมาถึง
หน้าประตูวิหารใหญ่ของเมืองชิงสุ่ย ทหารที่อยู่ด้านนอก
วิหารมองมาที่เย่ฮวาด้วยสายตาระแวดระวัง ทหารที่มีชุด
เกราะเหล็กปกคลุมทั่วทั้งตัวยืนอยู่ด้านหน้าประตูราชวัง
เมืองชิงสุ่ยแบบนี้ดูผิดหูผิดตาอยู่ไม่น้อย พวกเขากราชับ
อาวุธในมือแน่นราวกับว่าถ้าหากเขากล้าทำอะไรแม้แต่นิด
เดียว หัวของคงหลุดออกจากบ่าแน่
เย่ฮวาแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นคนเหล่านั้นและยังคง
ยืนรออยู่ด้านหน้าประตูต่อไป จะไปกลัว NPC ทำร้าย
ร่างกายไปทำไมล่ะ? ก็แค่ NPC ทหารเสริมสร้างความ
แข็งแกร่งระดับสามเลเวล 80 ทำไมต้องกลัวด้วย?
“ท่านพ่อ! ลูกรู้ว่าท่านเป็นกังวลเกี่ยวกับความ
ปลอดภัยของข้า แต่หากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปพลัง
แห่งอันเดดคงจะแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นแน่!”
เสียงอ้อนวอนจากใครบางคนดังออกมาจากด้านในวิหาร
เกิดอะไรขึ้น? ข้อพิพาทระหว่าง NPC แบบนี้ไม่ใช่เรื่อง
ปกติ…ต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ !
เย่ฮวาหมุนตัวแล้วเดินเข้าไปด้านในวิหารของเมือง
ชิงสุ่ยทันที ตอนที่เข้าไปด้านในก็พบว่ามีร่างของชายสวม
ใส่เกราะทองกำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้าเก้าอี้
บัลลังก์ของกษัตร์พร้อมกับพูด “ท่านพ่อช่วยยินยอมตาม
คำขอของลูกด้วยเถอะ! ตอนนี้เมืองหลักแต่ละเมืองเริ่ม
เคลื่อนไหวแล้ว พวกเราจะเป็นกลุ่มคนที่ล้าหลังไม่ได้นะ
พะย่ะค่ะ!”
กษัตริย์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามอายุมากแล้ว เขายังคงนั่งอยู่
บนบัลลังก์พร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ข้ารู้ดี
ว่าเหล่าอันเดดได้ทลายม่านแสงเทพธิดามายัง
แผ่นดินใหญ่แล้ว และเมืองหลักแต่ละเมืองก็ส่งกองกำลัง
ทหารออกมาแล้วเช่นเดียวกัน เพื่อเสียสละให้กับ
แผ่นดินใหญ่ของเราจำเป็นต้องส่งกองกำลังส่วนหนึ่ง
ออกไป แต่ตอนนี้กองกำลังฝูเฟิงจำนวน 8000 นายของ
เราที่อยู่บริเวณชายแดนได้หายตัวไปอย่างไร้ข่าวคราว ข้า
ไม่อยากให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตราย เจ้าเข้าใจที่ข้าพูด
หรือไม่?”
ภายในห้องโถงใหญ่แห่งนี้นอกจากราชา เจ้าชายและ
NPC ส่วนหนึ่งแล้ว ยังมีกลุ่มผู้เล่นขนาดเล็กอีกสี่คนซึ่งมี
เลเวลเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ เลเวล 50 โดยหัวหน้ากลุ่มคือนัก
เวทย์เลเวล 55 เขาก้าวเท้าและหยุดอยู่ตรงหน้าราชา
พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาว่า “ทูลฝ่าบาท…พวกเรารับปากว่าจะ
ดูแลและคุ้มกันเจ้าชายเป็นอย่างดี ขอให้ฝ่าบาทสบายใจ
เถอะครับ!”
ผู้ชายคนนี้มีไหวพริบไม่น้อยเลย เขารู้ดีว่าบทสนทนา
ของ NPC แบบนี้จะต้องมีภารกิจอะไรบางอย่างให้กับเขา
อย่างแน่นอน ราชากวาดตามองนักเวทย์และคนอื่นๆ ที่อยู่
ด้านหลังเขา “นักผจญภัยทั้งหลายขอบใจสำหรับ
ความหวังดีของพวกเจ้า แต่พ่อครัวที่อยู่ในห้องอาหารของ
ราชวังเราแข็งแกร่งมากกว่าพวกเจ้าเสียอีก ข้าว่าพวกเจ้า
อย่าเอาตัวเองไปตายโดยเปล่าประโยชน์เลย”
พูดจบราชาก็หันไปคุยกับเจ้าชายที่อยู่ตรงหน้าต่อ
เจ้าชายยังคงคุกเข่าอยู่ที่พื้นพร้อมกับกำหมัดแน่น ท่าทาง
ของเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตอนที่เย่ฮวาอยู่มัธยมต้น
แล้วคิดต่อต้านคำพูดของพ่อตัวเองเลยสักนิด เขาคิดอยู่
ครู่หนึ่งก็ก้าวเท่าไปด้านหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นมาคารวะ
“ทูลฝ่าบาท…หากอีกฝ่ายเป็นดั่งตาบอดคลำช้าง ผมคิดว่า
ไม่สู้ให้เจ้าชายได้ออกไปสำรวจด้วยตัวเองน่าจะดีกว่านะ
ครับ”
ราชาหันมามองเย่ฮวาด้วยดวงตาเป็นประกาย
เล็กน้อยก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนแล้วพูด “ท่านเทพพยากรณ์
ว่ากล่าวเกินไปแล้ว…นี่เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรบกวนท่านให้เสียเวลาเลย”
คำตอบของราชาทำให้เย่ฮวาชะงักไปเล็กน้อย เพราะ
เดิมทีเขาคิดว่าราชาอาจจะตอบตกลง ปฏิเสธหรือไม่ก็
อาจจะเมินไปเลย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะพูดกับเย่ฮวา
ด้วยท่าทางที่อ่อนน้อมเช่นนี้!
เย่ฮวาไอกระแอมแล้วเอ่ยต่อไปว่า “อันที่จริงผมเป็น
แค่นักผจญภัยของเมืองชิงสุ่ยคนหนึ่งเท่านั้น ในเมื่อ
เจ้าชายอยากนำกองกำลังของเมืองชิงสุ่ยออกไปต่อกรกับ
เหล่าอันเดด และฝ่าบาทเองก็รักและหวงแหนพระราช
โอรสเกรงว่าจะต้องตกอยู่ในอันตราย ถ้าเช่นนั้นเรื่องนี้
ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ ผมจะทำในสิ่งที่
เจ้าชายปรารถนา และในเวลาเดียวกันเจ้าชายก็ไม่ต้องตก
อยู่ในอันตรายด้วย นี่ถือเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับพวก
ท่านทั้งสองได้เป็นอย่างดี จริงไหมครับ?”
ราชารีบพยักหน้าทว่าทันใดนั้นเขาก็รีบส่ายหน้าอย่าง
รวดเร็ว “แม้ว่ามันจะทำให้บุตรของข้าปลอดภัยแต่มันก็
ทำให้ท่านเทพพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่ตกอยู่ในอันตราย
เช่นเดียวกันไม่ใช่หรือ? เรื่องนี้ข้าคงเห็นดีเห็นชอบไม่ได้”
เย่ฮวายกมือขึ้นมา “ฝ่าบาทพูดอะไรอย่างนั้นครับ ใน
ฐานะของหนึ่งในสมาชิกเมืองชิงสุ่ยมันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำ
อยู่แล้ว จะให้ผมไปที่ไหนและทำอะไรฝ่าบาทบอกมาได้
เลยครับ”
ยังไม่ทันที่ราชาจะได้ตอบอะไรกลับมา เจ้าชายก็รีบ
หันมาพูดว่า “ภายในป่าทางเหนือของเมืองชิงสุ่ยถูกเหล่า
อันเดดยึดครองไปแล้ว นอกจากนี้ที่นั่นยังมีรังของอันเดด
ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นหนึ่งแห่งด้วย นั่นคือหนึ่งในค่ายของ
พวกมัน หากสามารถทำลายพลังแห่งอันเดดที่เกิดขึ้นใหม่
ได้ ก็จะช่วยลดจำนวนของพวกมันที่จะบุกรุกเข้ามาใน
แผ่นดินใหญ่ของพวกเรา”
เย่ฮวายิ้ม “นี่ถือเป็นเรื่องที่ดีเลย ว่าแต่จะให้ผมทำ
อย่างไรเพื่อกำจัดพวกมันล่ะครับ?”
เจ้าชายหยิบลูกคริสตัลออกมาซึ่งภายในนั้นมีเปลว
เพลิงที่กำลังลุกไหม้ เปลวเพลิงสีแดงที่ปรากฎอยู่นั้นทำให้
บรรยากาศภายในห้องโถงกลายเป็นสีแดง เจ้าชายมองลูก
คริสตัลที่อยู่ตรงหน้าขณะที่ดวงตายังคงมีแสงสะท้อนจาก
เปลวเพลิงฉายออกมา “นี่เป็นผลจากการรวมพลังเวทย์
เข้าคริสตัลเวทย์จากเหล่าปรมาจารย์นักเวทย์จำนวนมาก
ภายในเมืองชิงสุ่ย หากมันถูกใช้งาน พลังเวทย์ที่แข็งแกร่ง
ก็สามารถที่จะทำลายแผ่นดินให้สลายไปได้ไกลกว่าหมื่นลี้
นำมันไปวางไว้ตรงบริเวณชั้นล่างสุดในรังของเหล่าอันเดด
หลังจากเกิดการระเบิดออกมันจะสามารถทำลายรังของ
พวกมันได้!”