ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 290 : จิ้งหย่าฟื้นคืนชีพ
“เคล้ง…”
ปลายดาบถูกยกขึ้นสูงอีกครั้งพร้อมกับเสียงที่ถูกเปล่ง
ออกมาจากลำคอ ม้าจ้านหยินที่ทำหน้าที่เป็นสัตว์พาหนะ
เปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความฮึกเหิมก่อนจะสาวเท้าไป
ด้านหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อนำเย่ฮวาไปทางตอนใต้ของ
เมืองชิงสุ่ย
เมืองลั่วเซียวเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตำแหน่งกลางสุดของ
แผ่นดินหลิงเกิงเซิร์ฟเวอร์จีน ทิศเหนือคือเมืองชิงสุ่ย ทิศ
ใต้คือเมืองเลี่ยเยี่ยน ทิศตะวันตกคือเมืองหวนเซียง และ
ทิศตะวันออกคือเมืองว่านต่าว เมืองลั่วเซียวนับว่าเป็น
เมืองที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์และมีความเจริญรุ่งเรือง
มากกว่าเมืองอื่นๆ ด้วยความอุดมสมบูรณ์จึงทำให้ผู้เล่น
จากเซิร์ฟเวอร์นอกต่างพากันอิจฉา
ระหว่างที่นั่งอยู่บนหลังของม้าจ้านหลง เย่ฮวาก็เพิ่ม
ความเร็วให้สูงขึ้นจนทำให้บรรยากาศโดยรอบกลายเป็น
ภาพเลือนรางเนื่องจากการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วกว่าปกติ
ของเขา ผู้เล่นโดยทั่วไปหากเดินเท้าไปที่เมืองลั่วเซียว
อาจจะต้องใช้เวลาเจ็ดถึงแปดชั่วโมง ทว่าสำหรับความเร็ว
ของเขาในตอนนี้คาดว่าระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงกว่าก็น่าจะ
เพียงพอแล้ว
เสียงลมดังขึ้นข้างหูอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเสียงของเสื้อ
คลุมที่กระพือไปมาจนทำให้เย่ฮวารู้สึกราวกับว่าตัวเอง
กำลังบินอยู่ท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม อิสระในการเดินทาง
เช่นนี้คงทำให้ผู้คนต่างพากันอิจฉาอย่างไม่ต้องสงสัย
เดิมทีผู้เล่นสามารถนั่งบนสัตว์พาหนะได้ถึงสองคน แม้
ว่าเลเวลของมู่จื่อหานจะสูงมากพอที่จะเข้าสู่เมืองลั่วเซียว
ได้ แต่เธอกลับไม่อยากเดินทางมาพร้อมกับเขาและเลือก
ที่จะนำผู้เล่นกิลด์หานเยว่เหมิงจำนวน 5,000 กว่าคน
เดินทางไปที่ป่ารกร้างฝังกระดูกเพื่อรวบรวมไอเท็มชุด
แทน นอกจากนี้เธอยังโอนตำแหน่งหัวหน้ากิลด์ให้กับเขา
ด้วย
ขอเพียงแค่มีหัวหน้ากิลด์ทำเรื่องย้ายถิ่นฐานมาที่เมือง
ลั่วเซียว สมาชิกภายในกิลด์ก็จะถูกโยกย้ายมาที่นี่ทันที ซึ่ง
หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นกิลด์หลักหรือกิลด์ย่อยพวกเขาก็
จะสามารถใช้วาร์ปเพื่อเดินทางมาที่เมืองลั่วเซียวได้
หลังจากลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่แล้ว เขาก็แค่ซื้อวาร์ปกลับ
เมืองให้เต็มกระเป๋าและนำไปแจกจ่ายให้กับผู้เล่นภายใน
กิลด์ก็เพียงพอแล้ว
ตอนนี้วาร์ประหว่างเมืองของเมืองชิงสุ่ยและเมืองลั่ว
เซียวยังไม่ถูกสร้าง คงเป็นเพราะต้องเป็นผู้เล่นที่มี
เลเวลมากกว่าหรือเท่ากับ 80 เท่านั้นจึงจะสามารถ
เดินทางมาที่นี่ได้ ดังนั้นทางระบบคงคิดอยากให้ผู้เล่นเลเว
ลสูงเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองก่อน จะว่าไปคนออกแบบ
ระบบเกมเสมือนจริงแบบนี้ ช่างคิดเหมือนกันนะเนี่ย
“โฮก!”
ระหว่างที่กำลังเพิ่มความเร็วและมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าทึบ
จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงคำรามดังขึ้นพร้อมกับร่างของหมีดำ
ตัวใหญ่ที่พุ่งทะยานจากต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะตะครุบมาบน
ตัวเขาจนทำให้ร่างของเขาตกลงมาจากหลังม้า และกลิ้ง
ไปพร้อมกับหมีดำตัวนั้นหลายตลบกว่าจะหยุดลง
[หมีดำเขี้ยวยักษ์] (เสริมสร้างความแข็งแกร่งระดับ
สอง)
เลเวล :90
พลังการโจมตี :3750-490
การป้องกัน :1000
พลังชีวิต :60000
สกิล : [สัตว์ป่าเขี้ยวขยี้] [กรงเล็บเหี้ยมโหด]
……
มอนสเตอร์เสริมสร้างความแข็งแกร่งระดับสอง
ค่าสเตตัสของมันในเวลานี้เหมาะที่จะให้ผู้เล่นระดับสูง
เก็บเลเวลมากที่สุด ทว่าการเก็บเลเวลกับมอนสเตอร์
เหล่านี้กลับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสียเวลาสำหรับเย่ฮวา
ตอนที่หมีดำกำลังพุ่งเข้าใส่เขา สกิลสะบั้นสิบอักขระก็ถูก
ส่งไปที่กลางหน้าผากของมันอย่างรุนแรงจนเกิดค่าดาเมจ
ติดต่อกันสองครั้ง–––––––
“22409”
“98174!”
คิดไม่ถึงเลยว่าการโจมตีครั้งที่สองจะติดคริติคอลด้วย
ความว่องไวที่ได้รับจากคำสั่งราชาศักดิ์สิทธิ์มีประโยชน์
อย่างที่คิดไว้จริงๆ นอกจากนี้หลังจากที่เลเวลเพิ่มขึ้นหนึ่ง
เลเวล ผู้เล่นจะได้รับแต้มเพิ่มขึ้นอีก 5 แต้มด้วย ถ้าหาก
ต้องการเพิ่มความว่องไวจนครบ 3,000 แต้มเกรงว่า
อาจจะต้องเก็บเลเวลมากถึง 600 เลเวล ทว่าคำสั่งราชา
ศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้ทำให้ความว่องไวของเย่ฮวาเพิ่มขึ้นสูงอย่าง
ก้าวกระโดด คงมีผู้เล่นเกราะหนังหลายคนแอบไปนั่ง
ร้องไห้อยู่ที่มุมกำแพงเมืองด้วยความท้อใจแน่ๆ
หลังจากมังกรดำถูกสังหาร ม้าจ้านหยินก็เดินมาหยุด
อยู่ตรงหน้าเย่ฮวา ทันทีที่กลับขึ้นมานั่งอยู่บนหลังม้าอีก
ครั้งเขาก็ตบก้นของมันเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า “ไปกันเถอะ”
ม้าจ้านหยินพ่นลมหายใจออกมาราวกับต้องการจะ
ตอบรับคำสั่งจากเขา เท้าของมันรีบสาวไปด้านหน้าอย่าง
ไม่รีรอเพื่อมุ่งหน้าไปที่เมืองลั่วเซียวทันที ระหว่างที่นั่งอยู่
บนหลังของม้าจ้านหยิน เย่ฮวาก็ใช้สกิลย่านภาเป็นครั้ง
คราว ถึงแม้ว่าระดับความเร็วของมันอาจจะสู้การวิ่งบน
พื้นดินไม่ได้ แต่ปีกสีขาวบริสุทธิ์ของมันเมื่อกางอยู่กลาง
อากาศมันกลับทำให้เย่ฮวารู้สึกถึงความสวยงามของเกมนี้
จะว่าไปก็รู้สึกอิจฉาหลุนเค่อเหมือนกัน เพราะอินทรีย์
ยักษ์ตัวนั้นของเขาดูสง่างามและทรงพลังอย่างมาก อีกทั้ง
ยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใช้เหาะเหินเดินอากาศโดยเฉพาะ ซึ่ง
แตกต่างจากม้าจ้านหยินของเย่ฮวาที่บินได้เพียงแค่หนึ่ง
นาทีเท่านั้น แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับ
ความสามารถของม้าจ้านหยินตัวนี้ แต่เขาก็ไม่คิดที่จะโหย
หาหรือนำสัตว์พาหนะของตนเองไปเทียบกับตัวอื่นให้
ทุกข์ใจ
หลังจากใช้เวลาเดินทางราวๆ หนึ่งชั่วโมง ในที่สุดเย่ฮ
วาก็เดินทางมาถึงเมืองลั่วเซียว ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด
ของเซิร์ฟเวอร์จีน และเป็นเมืองหลักระดับหนึ่งเพียงหนึ่ง
เดียวของที่นี่!
กำแพงเมืองลั่วเซียวถูกสร้างขึ้นโดยหินอิฐสีเขียวซึ่งมี
ความสูงหลายสิบเมตร นอกจากนี้ยังมีความยาวที่ไกลสุด
ลูกหูลูกตาจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด หากมองด้วยตาเปล่า
เมืองลั่วเซียวน่าจะมีพื้นที่กว้างขวางเทียบเท่ากับเมือง
ชิงสุ่ยที่นำมาต่อกันยี่สิบกว่าเมือง
ภายในเมืองลั่วเซียวมีผู้เล่นเดินเข้าเดินออกกัน
ขวักไขว่ แม้ว่าเย่ฮวาจะไม่รู้จักคนเหล่านี้แต่เขาก็รับรู้ได้ว่า
คนเหล่านี้เป็นผู้เล่นภายในกิลด์ ‘อายฮว่า’ เพราะมีชื่อ
กิลด์ระบุอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา
ดูเหมือนว่าเย่ฮวาน่าจะเป็นผู้เล่นคนแรก ที่ไม่ใช่
สมาชิกภายในกิลด์อายฮว่าที่เหยียบเข้ามาในเมืองลั่วเซียว
แห่งนี้ เมืองหลักแห่งนี้ถ้าหากผู้เล่นมีเลเวลถึง 80 ก็
สามารถเข้ามาได้แล้ว แต่กว่าเย่ฮวาจะเดินทางมาที่นี่เขาก็
เลเวล 92 เข้าไปแล้ว ถ้าหากจะโทษก็คงต้องโทษที่เขาเอา
แต่คุ้มกันเมืองชิงสุ่ยจนไม่มีเวลาปลีกตัวมาที่นี่
หลังจากเดินเข้ามาด้านในประตูใหญ่ของเมือง เย่ฮวา
ก็เปิดแผนที่ย่อส่วนเพื่อหาตำแหน่งราชวังของเมืองแห่งนี้
สถานที่ใหญ่โตขนาดนี้คงเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้ผู้เล่นหลง
ทางหากไม่เปิดแผนที่เพื่อนำทางไปยังเป้าหมาย
NPC ของเมืองลั่วเซียวยังคงเดินสวนไปมา เหล่านักตี
เหล็ก ช่างตัดชุดและหมอยาต่างกำลังยุ่งอยู่กับร้านค้าของ
ตนเอง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็พบแต่ความเจริญรุ่งเรือง
ภายในสถานที่แห่งนี้
หลังจากเดินทางมาถึงหน้าทางเข้าราชวังก็พบว่า
ด้านหน้าประตูใหญ่มีพรมถูกปูอยู่ที่พื้นเป็นทางยาว ทันที
ที่เท้าของเขาแตะลงบนพรม สายตาของทหารที่ยืนอยู่
สองข้างทางก็จ้องมองมาที่เขาจนกระทั่งเขาเดินเข้ามาถึง
ด้านในราชวัง
หลังจากเข้ามาด้านในเย่ฮวาก็พบกับความระยิบระยับ
จากทองและหินคริสตัลที่ถูกตกแต่งอยู่ภายในห้องโถงแห่ง
นี้ ก่อนหน้านี้เย่ฮวาคิดว่าห้องโถงของเมืองชิงสุ่ยหรูหรา
และสวยงามเป็นอย่างมาก ทว่าหากนำราชวังของเมือง
ชิงสุ่ยมาเทียบกับที่นี่ เมืองชิงสุ่ยแทบจะเทียบไม่ติดแม้แต่
ปลายเล็บ
ภายในห้องโถงแห่งนี้มีความกว้างหลายร้อยหลา ใจ
กลางของห้องโถงมีทางเดินถูกปูด้วยพรมสีแดงหนึ่งผืน
ใหญ่สองข้างทาง มีทหารของเมืองลั่วเซียวยืนคุ้มกันอยู่
โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกลุ่มนักเวทย์ที่สวมใส่ด้วย
เสื้อคลุมยาว และเหล่าอัศวินที่สวมใส่ด้วยเกราะรบ จาก
จำนวนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคาดว่ามีจำนวนมากกว่าหลัก
ร้อยคน
บนบัลลังก์ตรงกลางของห้องโถงมีร่างของชายวัย
กลางคนสวมใส่ด้วยเกราะเหล็กสีแดงยืนอยู่ ดวงตาของ
เขาเต็มไปด้วยความเพียรพยายาม ขณะที่มือข้างหนึ่ง
กำลังวางดาบสีแดงเล่มใหญ่ไว้ตรงหน้า
[ราชาเมืองลั่วเซียว–––––จักรพรรดิลั่วเจีย] (บอสระ
ดับเซียน)
เลเวล :100
พลังการโจมตี :???
การป้องกัน :???
พลังชีวิต :???
สกิล :???
แนะนำ : ผู้ที่ทรงพลังที่สุดภายในดินแดนหลิงเกิง
ความสามารถของเขาเคยสร้างความตกตะลึงให้กับเผ่า
เทพแดนสวรรค์มาแล้ว เขาคือบุคคลผู้ไม่เคยยอมแพ้
ให้กับศัตรูหน้าไหนและเคยปฏิเสธโอกาสที่จะได้เป็นหนึ่ง
ในเผ่าเทพเพราะเลือกที่จะยืนหยัดในฐานะของจักรพรรดิ
บนแผ่นดินใหญ่ และกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่ยากต่อการ
โค่นล้มมากที่สุดภายในดินแดนหลิงเกิง ภายในดินแดนห
ลิงเกิงนอกเหนือจากปรมาจารย์นักบวชอาดิเลียคงไม่มี
ผู้ใดสามารถเทียบเทียมความสามารถกับเขาผู้นี้ได้
……
จุ๊จุ๊จุ๊ ราชาลั่วเจียคือสุดยอดแห่งเมืองลั่วเซียวเลยสินะ
ถ้าหากเทียบกับราชาเรโนลด์แห่งเมืองชิงสุ่ยแล้ว เขาคง
เป็นได้เพียงแค่บอสระดับสวรรค์คนหนึ่งเท่านั้น และคงจะ
เทียบกับราชาลั่วเจียไม่ได้แม้แต่น้อย
เย่ฮวาก้าวเท้าไปด้านหน้าแล้วทำความเคารพต่อหน้า
ราชาลั่วเจีย “ทูลฝ่าบาท ผมคือนักผจญภัยจากเมืองชิงสุ่ย
ผมมาครั้งนี้เพื่อลงหลักปักฐานภายในเมืองลั่วเซียวและ
ต่อสู้เพื่อคุ้มกันดินแดนหลิงเกิงครับ!”
ราชาลั่วเจียหรี่ตามองมาที่เขา “ไม่เลว ถือว่ามี
ศักยภาพอยู่ไม่น้อย หากเข้าร่วมเมืองลั่วเซียวของข้า
อนาคตเจ้าจะกลายเป็นอาวุธชั้นเยี่ยมให้กับเราอย่าง
แน่นอน!”
พูดจบราชาลั่วเจียก็ผายมือออก สัญลักษณ์หยดน้า
ของเมืองชิงสุ่ยที่อยู่บนแขนของเย่ฮวาได้ถูกเปลี่ยนเป็น
แสงสว่างสีฟ้าจางๆ ก่อนจะปรากฏวงเวทย์ลึกลับขึ้น
บริเวณด้านหลังของหยดน้า ทันใดนั้นเสียงจากระบบก็ดัง
ขึ้น––––––
“ติ๊ง!”
“ข้อความจากระบบ: ยินดีด้วยค่ะท่านได้ย้ายเข้ามาอยู่
ใน [เมืองลั่วเซียว] สำเร็จแล้ว ท่านมีสิทธิ์ใช้วาร์ปเมืองลั่ว
เซียว หลังจากถูกสังหารท่านสามารถเลือกสถานที่เกิดใหม่
ได้ทั้งเมืองลั่วเซียวและเมืองชิงสุ่ย เนื่องจากท่านคือ
หัวหน้ากิลด์ [หานเยว่เหมิง] กิลด์ของท่านจะถูกย้ายมาที่
[เมืองลั่วเซียว] โดยอัตโนมัติ ผู้เล่นทั้งหมดในกิลด์จะถูก
ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองลั่วเซียวหลังจากนี้”
……
เย่ฮวายิ้มแล้วหมุนตัวกลับออกมา ตอนนี้เข้ามาอยู่ใน
เมืองลั่วเซียวแล้ว สถานีต่อไปแดนสวรรค์!
หลังจากเปิดใช้คำสั่งเทพเจ้าร่างของเย่ฮวาก็ปรากฎ
ขึ้นภายในห้องโถงเผ่าเทพอีกครั้ง ตอนที่มาถึงก็พบว่าหาน
หลินกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์พร้อมกับดาบที่หักครึ่งเป็นสอง
ส่วนในมือของเธอ
ดาบเล่มนี้คือดาบคู่ใจของหานหลิน ทว่าเป็นเพราะ
ต่อสู้กับเกเซเรลที่เมืองชิงสุ่ยก่อนหน้านี้จึงทำให้ดาบของ
เธอเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
ตอนที่เธอเห็นเขาปรากฏตัวที่นี่ เธอก็รีบลอยลงมา
หยุดอยู่ตรงหน้าเขาทันที “ไม่เจอกันครึ่งปี เจ้าสบายดี
นะ?”
เย่ฮวาพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “สบายดีครับ ผมฝึกฝน
อย่างไม่หยุดเลยล่ะ”
เธอกวาดตามองเย่ฮวาครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อไปว่า
“ความสามารถของเจ้าพัฒนาจากเดิมมากจริงๆ ดู
เหมือนว่าถึงเวลาที่ข้าจะบอกเจ้าเรื่องฝ่าบาทจิ้งหย่าแล้ว
สินะ”
ทันทีที่ได้ยินชื่อของจิ้งหย่า เย่ฮวาก็รีบถามขึ้นมาด้วย
ความร้อนใจว่า “ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าจิ้งหย่ายังไม่ตาย
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ?”
“เรื่องนี้หากจะให้ข้าพูดคงต้องย้อนความไปถึงช่วง
หมื่นปีก่อน……”
หานหลินมองหน้าเขาราวกับกำลังหวนระลึกถึง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตหลังจากนั้นเธอก็พูดขึ้นมาว่า
“สงครามระหว่างเทพและปีศาจเมื่อหมื่นปีก่อนมีเผ่าเทพ
สูงสุดทั้งหมด 7 องค์ โดยแบ่งเป็นเทพ 5 องค์ องค์
จักรพรรดิเทพและฝ่าบาทจิ้งหย่า ส่วนทางฝั่งปีศาจ
เหล่านั้นมีจักรพรรดิทั้งหมด 27 ตน การต่อสู้ดำเนินอย่าง
ต่อเนื่องจนทำให้เทพทั้ง 5 และองค์จักรพรรดิเทพถูกปลิด
ชีพภายในสนามต่อสู้ครั้งนั้น ขณะที่จักรพรรดิปีศาจยัง
หลงเหลืออีก 11 ตน ตอนนั้นแดนสวรรค์จึงตกอยู่ใน
หายนะและความยากลำบาก…”
“หลังจากนั้นล่ะครับ?” เย่ฮวาถามด้วยความสงสัย
“หลังจากนั้น…”
เธอชะงักไปเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “หลังจากนั้นร่างของ
องค์จักรพรรดิเทพได้แปรเปลี่ยนเป็นดาบเล่มหนึ่งที่ฝ่า
บาทจิ้งหย่าใช้เพื่อกำจัดศัตรูเหล่านั้นให้ถอยทัพออกไป
ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่สามารถเอาชนะกองทัพอันเดดเหล่านั้น
ได้ ด้วยเหตุนี้นางจึงเผาชีพจรภายในร่างกายของตนเอง
เพื่อสังหารจักรพรรดิอันเดดและกองทัพอันเดดเหล่านั้น
จนเหลือจักรพรรดิอันเดดเพียง 3 ตนซึ่งอยู่ในสภาพไม่
ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก หลังจากนั้นพวกมันก็ยอมถอยกลับ
แดนอเวจีอย่างยอมจำนน ในเวลาต่อมาฝ่าบาทจิ้งหย่าก็
ใช้พลังเทพสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่สร้างม่านแสงเทพธิดา
เพื่อคุ้มกันแผ่นดินใหญ่ไว้ จึงทำให้บ้านเมืองสงบสุขเป็น
เวลามากกว่าหมื่นปี”
เย่ฮวาพยักหน้าแล้วถามต่อไปว่า “แล้วเรื่องพวกนี้
เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จิ้งหย่ายังไม่ตายยังไงเหรอครับ?”
หานหลินมองดาบที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวในมือของ
เธอแล้วตอบด้วยเสียงแผ่วเบา “ตอนนั้นพวกข้าต่างก็
เข้าใจว่าฝ่าบาทจิ้งหย่าสิ้นชีพแล้ว แต่เมื่อครึ่งปีก่อนตอน
ที่ข้าเห็นฝ่าบาทจิ้งหย่าข้าจึงรับรู้ว่าฝ่าบาทยังไม่ตาย บาง
ทีอาจจะเป็นเพราะวิญญาณเทพของฝ่าบาทที่หลงเหลือ
อยู่ และเป็นเพราะวิญญาณนั้นเชื่อมต่อกับร่างของเด็ก
สาวเผ่ามนุษย์คนนั้น หลังจากฟื้นฟูอยู่พักใหญ่วิญญาณ
เทพและวิญญาณของเด็กคนนั้นจึงหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ท้ายที่สุดหลังจากเกิดช่วงเวลาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายวิญญาณ
แห่งเทพในตัวเด็กสาวคนนั้นจึงถูกปลุกให้ตื่น นอกจากนี้
การที่ฝ่าบาทจิ้งหย่ามอบชีวิตให้กับปีศาจชั่วร้ายตนนั้นก็
แลกมากับของชิ้นหนึ่งด้วย”
“อะไรครับ?!”
หานหลินมองเขาก่อนจะผายมือออกมา ฝ่ามือของเธอ
เกิดแสงสว่างวาบขึ้น วินาทีต่อมาหินสีขาวก้อนหนึ่งก็
ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเธอ “นี่คืออัญมณีจิตวิญญาณซึ่ง
เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและวิญญาณของฝ่าบาท
จิ้งหย่า ถ้าหากเจอวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มีความแข็งแกร่งมาก
พอและยืมเวทย์ลับจากเผ่าเทพก็จะสามารถฟื้นฟูจิต
วิญญาณและสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ได้ ถึงเวลานั้นฝ่า
บาทจิ้งหย่าก็จะกลับคืนมาอีกครั้ง!”