ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 307 : ลงมือช่วยเหลือ
[อสูรวิญญาณลม]
เลเวล:71
แนะนำ : สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในหุบเขาพายุเฮอริ
เคน มันมีชีวิตอยู่ภายในที่แห่งนี้มาเป็นเวลานับร้อยปีแล้ว
ไม่ว่าลมพายุจะรุนแรงถึงเพียงใดพวกมันก็สามารถยืน
หยัดอยู่ได้อย่างไม่มีปัญหา พวกมันกินหญ้าลมฝนเป็น
อาหาร ผู้ที่แย่งอาหารของพวกมันจะถูกสังหารจนตาย
……
เย่ฮวาหันไปมองอสูรวิญญาณลมเลเวล 71 ที่อยู่
ด้านหลังเพียงปราดหนึ่ง แม้แต่ค่าสเตตัสของมันเขาก็ไม่
อยากจะอ่านด้วยซ้า เขายกมือขึ้นแล้วล็อคมันไว้กับโซ่ผูก
วิญญาณ ก่อนจะปล่อยสกิลชาร์จและสะบั้นสิบอักขระ
ออกไปจนสามารถสังหารมันได้ภายในวินาทีเดียว
สมุนไพรลมฝนเป็นเป้าหมายในการเก็บเกี่ยวของเขาที่
ดูเหมือนว่าจะง่ายที่สุดแล้ว จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่อยาก
เชื่อตัวเองว่าสมุนไพรระดับเจ็ดจะรีเฟรชขึ้นภายในแผนที่
เลเวล 70 เช่นนี้
โอสถลมฝนสีฟ้าอ่อนที่อยู่ในมือทำให้เขาเกิดความ
มั่นใจมากขึ้น ตอนนี้ก็แค่รอผลผลิตโอสถลมฝนเท่านั้น…
ระหว่างที่เดินอยู่ภายในหุบเขาพายุเฮอริเคนเขาก็อด
รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย เป็นเพราะลมพายุที่พัดอย่าง
รุนแรงจึงทำให้ทรายที่อยู่บนพื้นลอยหมุนอยู่กลางอากาศ
และบดบังทัศนียภาพ แม้แต่สมุนไพรที่อยู่ห่างแค่ไม่กี่
เมตรก็แทบจะเห็นได้ยาก ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลต่อการเก็บ
เกี่ยวให้ลดลงอย่างมาก
ในเมื่อการเก็บเกี่ยวลดลงก็คงต้องเรียกชางห่ายเกอให้
เข้ามาช่วยหน่อยแล้ว หากเหล่าเภสัชกรภายในกิลด์เริ่มปู
พรมเสาะหาสมุนไพรอย่างไม่พูดพร่าทำเพลง ต่อให้
สมุนไพรลมฝนจะหายากกว่านี้ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวก
เขา
เย่ฮวาเก็บสมุนไพรลมฝนเกือบหนึ่งชุดไว้ใช้เอง ส่วนที่
เหลือเขามอบให้เป็นหน้าที่ของชางห่ายเกอ ตอนที่เย่ฮวา
ส่งพิกัดของหุบเขาพายุเฮอริเคนและเอฟเฟคของโอสถลม
ฝนให้ชางห่ายเกอ อีกฝ่ายก็ยิ้มร่าพร้อมกับเตรียมพร้อม
เลี้ยงข้าวเขาชุดใหญ่ทันที อีกทั้งยังบอกเขาด้วยว่าจะมอบ
ของมีค่ามากที่สุดให้กับเขาเพื่อเป็นการขอบคุณ
ได้ยินประโยคนี้จู่ๆ รูก้นของเขาก็ขมิบเข้าหากันโดยไม่
รู้ตัว หรือว่าเขาจะหมายถึงมอบความบริสุทธิ์เหมือนกับ
เจ้ากวาจื่อ? ถ้าเป็นแบบนั้นรองเท้าเบอร์ 42 ของเขาคงได้
ประทับลงบนหน้าเบอร์ 38 ของอีกฝ่ายแน่นอน!
ตอนที่เย่ฮวากำลังเตรียมหลอมโอสถอยู่นั้น บนแผนที่
ขนาดเล็กก็ปรากฏจุดเล็กๆ ขึ้นหนึ่งจุดก่อนจะหายวับไป
กับตา!
จุดสีเขียวจะต้องเป็นหนึ่งในผู้เล่นของทั้งสี่กิลด์หรือไม่
ก็เพื่อนของเขา แต่…ทำไมถึงได้หายไปล่ะ?
เย่ฮวาเดินไปยังตำแห่งที่จุดเล็กๆ จุดนั้นหายไป ทว่า
เดินไปได้ไม่กี่หลาก็พบว่ามีจุดเล็กๆ ปรากฏขึ้น มีจุดสีเขียว
หนึ่งจุดและจุดสีเทาสามจุด จุดสีเทานั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ
เขา แต่จุดสีเขียวจะต้องเป็นเพื่อนเขาแน่นอน คงไม่ได้เจอ
อันตรายอยู่ใช่ไหม?
เย่ฮวารีบวิ่งไปตามพิกัดที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางหินที่
วางสะเปะสะปะอยู่บนพื้นเย่ฮวาก็พบกับผู้เล่นทั้งสี่คน แต่
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือจุดสีเขียวที่เขาเห็นคือผู้
เล่น ID เว่ยซีซี นักธนูเผ่าเอลฟ์ ตอนนี้เธอเลเวล 73 แล้ว
นอกจากนี้ข้างๆ เธอยังมีผู้เล่นอัศวินอีก 2 คนและนักเวทย์
อีก 1 คนซึ่งมีเลเวลสูงกว่า 50 ทั้งหมด
ทั้งสี่คนกำลังจัดการกับบอสราชันอสูรวิญญาณลม
ระดับทองเข้มเลเวล 71 แต่ก็ดูเหมือนว่าจะกินพลังของ
พวกเขาอยู่ไม่น้อย เพราะบอสเลเวล 71 สามารถสังหารผู้
เล่นเลเวล 50 ทั้งสามคนได้อย่างง่ายดาย จึงทำให้การ
โจมตีหลักต้องพึ่งพานักธนูที่ชื่อเว่ยซีซีเพียงแค่คนเดียว
เขารู้สึกประทับใจกับผู้หญิงที่ชื่อซีซีคนนี้อยู่ไม่น้อย
หลังจากสิ้นสุดการแข่งขันศึกตัดสินใต้หล้า ตอนที่เขา
กำลังรอมู่จื่อหานที่ประตูทางฝั่งทิศเหนือของเมืองชิงสุ่
ยเพื่อออกไปทำภารกิจอยู่นั้น ผู้หญิงคนนี้เคยชวนเขาเข้า
กลุ่มเพื่อออกไปเก็บเลเวล ทว่าตอนนั้นเป็นเพราะเขาต้อง
ออกไปทำภารกิจต่อจึงปฏิเสธเธอกลับไป แต่เขารับปาก
กับเธอว่าถ้าหากมีโอกาสจะไปเก็บเลเวลกับเธอ เลย
ตัดสินใจเพิ่มเพื่อนกับเธอในตอนนั้น เป็นเพราะมัวแต่ยุ่ง
อยู่กับภารกิจและธุระของตัวเองจึงทำให้เขาแทบจะลืม
คนๆ นี้ไปแล้ว
จะเป็นการทำผิดสัญญาหรือเปล่าเนี่ย?
“สวบ! ”
ไฟบอลขนาดเท่าลูกบอลปรากฎขึ้นด้านบนศีรษะของ
เขาจนทำให้ต้องรีบเบี่ยงตัวไปด้านข้างเพื่อหลบการโจมตี
วินาทีต่อมาตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่ก็กลายเป็นสีดำเถ้า
ถ่านในทันที
เวร! ฉันแค่เข้ามาเป็นผู้เข้าชมเฉยๆ นะเว๊ย! มาลงไม้
ลงมือกันแบบนี้หมายความว่ายังไงวะเนี่ย!?
“น้องเล็ก…บอสตัวนี้คงฆ่าไม่ได้แน่ เธอกับทุกคนกลับ
เมืองไปก่อนเถอะ ที่นี่ฉันจะเป็นคนจัดการเอง!” อัศวินที่
อยู่ด้านหน้าสุดเดินมาอยู่ด้านหลัง แม้ว่าลมพายุจะพัด
อย่างโหมกระหน่าจนทำให้เห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัดเจน
เท่าไหร่นัก แต่สีหน้าของเขาดูเหมือนว่าพร้อมจะฆ่าเย่ฮวา
ได้ทุกเมื่อ
“กึกๆๆ…”
เสียงดังขั้นขณะรองเท้าของเขาเหยียบลงบนพื้นดิน
นักธนูคนนั้นรีบวิ่งเข้ามาขั้นกลางระหว่างเย่ฮวาและอัศวิน
คนนั้นไว้ ก่อนจะหันไปพูดกับอัศวินคนนั้น “อย่าทำอะไร
นะพี่ใหญ่! คนนี้เพื่อนของฉันเอง!”
พูดจบเธอก็หันกลับมาขอโทษขอโพยเขา “ขอโทษ
ด้วยนะอีเย่กูโจว เมื่อกี๊พวกเราเพิ่งจะถูกคนอื่นแย่งบอ
สมาน่ะ ตอนนี้ก็เลยระแวดระวังตลอดเวลา เป็นเพราะ
เข้าใจผิดก็เลยทำให้นายต้องบาดเจ็บไปด้วยเลย”
เย่ฮวาโบกมือ “เรื่องนี้ไม่เป็นไรหรอก แต่ปัญหาตอนนี้
คือเพื่อนในทีมของพวกเธอกำลังถูกบอสเขมือบแล้ว…”
อัศวินคนนั้นหันกลับไปแล้วพุ่งเข้าใส่บอสเพื่อสร้างค่า
สถานะมึนงงให้กับมันในทันที เขายกโล่ขนาดใหญ่ขึ้น
พร้อมกับตะโกนเสียงดัง “เหล่าเอ้อ! รีบถอยออกไปเพิ่ม
เลือดก่อน! อย่าเข้าใกล้มัน!”
นักธนูรีบปล่อยสกิลศรน้าแข็งออกไปแล้วหันมาพูด
กับเย่ฮวา “อีเย่กูโจว…พวกเราจัดการกับมันได้เมื่อไหร่จะ
มาชดเชยเรื่องเมื่อกี๊ให้นะ!”
เย่ฮวาไอกระแอม “เอ่อ…ต้องการความช่วยเหลือหรือ
เปล่า?”
นักธนูสาวพูดด้วยความปลื้มใจ “จริงเหรอ? ถ้างั้น…”
พูดจบเธอก็หันไปมองอัศวินที่อยู่ด้านหน้าสุด แม้ว่านัก
ธนูจะเป็นหัวหน้าทีมแต่ดูเหมือนว่าอัศวินคนนั้นคือพี่ใหญ่
ของพวกเขา
อัศวินหันมาแล้วพูดกับเย่ฮวาด้วยเสียงขรึม “เมื่อกี้
ต้องขอโทษด้วย ถ้าหากนายยินดีจะช่วยพวกเรา ไอเท็มที่
ดรอปลงมานายก็ร่วม ROLL แล้วกัน”
เย่ฮวามองอีกฝ่ายซึ่งกำลังสู้กับบอสอย่างคล่องแคล่ว
เลเวลของเขาอยู่ที่ 50 กว่าๆ ซึ่งมีความเป็นไปได้มากกว่า
80%-90% ที่เขาจะเข้ามาในเกมช่วงรอบสอง ถ้าหากดึง
เข้ามาอยู่ในกิลด์หานเยว่เหมิงได้ก็คงไม่เลวเลย…
เสียง ‘เคล้ง’ ดังขึ้นขณะดาบมังกรสงบถูกดึงออกมา
จากฝัก เย่ฮวายกมือขึ้นเพื่อบัพให้ตัวเองก่อนจะเอ่ยเสียง
ต่าขึ้นมาว่า “ฉันเคยบอกว่าถ้ามีโอกาสจะมาเก็บเลเวล
ด้วยกัน ตั้งแต่ตอนนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้ออกมาเก็บเลเวล
กับเธอเลย บอสตัวนี้ฉันแค่ช่วยนะ ไม่ต้อง ROLL หรอก”
“ตูม!”
โซ่ผูกวิญญาณล็อคไปที่ขาของบอส ดาบมังกรสงบถูก
แทงออกไปจนเกิดเสียงดังขึ้น ในเวลาเดียวกันนักธนูสาวก็
หันมาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มีนายคอยช่วยอยู่ เราต้องฆ่า
บอสตัวนี้ได้แน่นอน!”
พูดจบศรธนูของเธอก็ปักไปที่หัวของบอสพร้อมกับค่า
ดาเมจที่ลอยขึ้นมา––––––
“7041”
นักธนูที่อยู่กลุ่มสร้างค่าดาเมจได้ราวๆ 2,000 พอยท์
ส่วนอัศวินอีกสองคนยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ถ้าหากไม่ใช่
เพราะฝีมือของพี่ใหญ่ทั้งสองคนนั้นแข็งแกร่งมากพอ
พวกเขาไม่มีทางทำให้พลังชีวิตของบอสลดต่ามากกว่า
70% แน่นอน
เย่ฮวาปล่อยสกิลชาร์จออกไปจนทำให้ร่างของเขา
ปรากฏขึ้นตรงหน้าบอส ดาบในมือแทงเข้าใส่ผิวหนังที่ปก
คลุมด้วยขนหนาจนเลือดสาดกระจายออกมา อีกทั้งยัง
เห็นกระดูกที่อยู่ใต้ผิวหนังของมันด้วย–––––
“30928”
การป้องกันของบอสตัวนี้มีแค่ 1,800 พอยท์เท่านั้น ซึ่ง
เลเวลของเขาและบอสก็ห่างกันมากถึง 22 เลเวล ยิ่งไป
กว่านั้นพลังจากคำสั่งราชาศักดิ์สิทธิ์ก็กำลังเปิดใช้งาน จึง
ทำให้ค่าดาเมจที่เกิดขึ้นสูงจากเดิมเป็นอย่างมาก เพียงชั่ว
ครู่เลือดของบอสก็เหลืออยู่เพียงแค่ปลายหลอดเท่านั้น
นักเวทย์เผ่ามนุษย์ที่ยืนอยู่ในกลุ่มอ้าปากค้าง “นี่คือ
พลังของผู้เล่นอันดับหนึ่งของเกมหลิงเกิงเหรอ? ถ้ามีเขา
อยู่ที่นี่ พวกเราจะมีประโยชน์อะไรอีกเนี่ย!?”
แสงสว่างจางๆ ปกคลุมรอบดาบมังกรสงบ สกิลฟาด
ฟันต่อเนื่องระดับ 10 ถูกส่งออกไปติดต่อกันถึง 12 ครั้ง
โดยแต่ละครั้งสร้างค่าดาเมจด้วยการโจมตีแบบปกติ 95%
นอกจากนี้เป็นเพราะมีการเพิ่มค่าดาเมจ 30% จากสนับ
ข้อมือวิญญาณน้าเงินและพลังจากคำสั่งราชาศักดิ์สิทธิ์ จึง
ทำให้ค่าดาเมจแต่ละครั้งอยู่ที่ 40,000 กว่าพอยท์ ส่งผล
ให้เลือดของบอสลดลงไปเกือบ 500,000 พอยท์ภายในชั่ว
พริบตา
บอสแผดเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวด เท้าทั้งสอง
ข้างที่อยู่ด้านหลังปรากฏวงเวทย์ขึ้นสองวง ดูเหมือนว่า
เป็นเพราะถูกเย่ฮวาโจมตีอย่างรุนแรงจึงทำให้มันไม่มี
โอกาสได้ปล่อยสกิลแรกออกมา เมื่อเลือดลดลงมาจนถึง
ระดับหนึ่งมันจึงเปิดใช้สกิลที่สองออกมาด้วย ทำให้สกิล
ของมันถูกส่งออกมาสองสกิลภายในครั้งเดียว
เย่ฮวา “นักธนูกับนักเวทย์ถอยออกไปก่อน อัศวินยก
โล่ขึ้นมาป้องกัน! ต้านการโจมตีของมันไว้!!!”
เย่ฮวาพูดไปพลางก็โยนโอสถลมฝนให้อัศวินทั้งสองไป
พลาง วงเวทย์ทั้งสองเกิดพลังงานปะทุก่อนจะปล่อย
ออกมาจนทำให้อัศวินกระเด็นถอยออกไป ทว่าเย่ฮวากลับ
ยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เลือดของทั้งสองคน
ลดลงฮวบใหญ่จนเกือบหมดหลอด พวกเขารีบกลืนโอสถ
ลมฝนเข้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อฟื้นฟูเลือดให้ตัวเอง ส่วน
เย่ฮวาเลือดลดลงไปเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น–––––
“935”
“726”
นักธนู “พี่ใหญ่…เมื่อกี๊พี่บอกว่าจะเป็นคนต้านการ
โจมตีของมันไม่ใช่เหรอ…”
อัศวินคนนั้นหน้าแข็งทื่อไปในทันที “เงียบไปเลย! ฉัน
ไปพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เย่ฮวายิ้ม “ค่อยคุยเถอะ ทุกคนถอยออกไปก่อน รอให้
บอสปล่อยสกิลสุดท้ายออกมาเมื่อไหร่ พวกนายค่อยเข้า
มาจัดการกับมันอีกรอบ”
อัศวินคนนั้นถอยหลังออกไป ส่วนอีกคนยังลังเล “พี่
ใหญ่ ถ้าทำแบบนี้…”
พี่ใหญ่ของพวกเขายิ้มแล้วส่ายหน้า “ความสามารถ
ของอีเย่กูโจวที่สูงขนาดนี้คิดว่าเขาจะแย่งบอสของพวก
เราเหรอ? ถ้าหากเขาคิดจะแย่งจริงๆ ป่านนี้พวกเราคงไป
ยืนอยู่ที่ลานกว้างของเมืองชิงสุ่ยนานแล้ว”
ทั้งสี่คนถอยออกไปในทันที ส่วนเย่ฮวาก็ใช้โอกาสนี้
ปล่อยสกิลดาบยวี่เจี้ยนเจ็ดวิถีไปที่บอสจนทำให้เลือดของ
มันลดลงจนเหลืออยู่เพียงแค่ 10% เท่านั้น มันเปล่งเสียง
คำรามออกมาจนดังกึกก้องไปทั่วพร้อมกับปล่อยสกิลใหญ่
ออกมา วินาทีต่อมาแสงสว่างหลายสายก็ปรากฎขึ้นก่อน
จะปะทะเข้าใส่เกราะเหล็กของเย่ฮวาจนเกิดเป็นรอยเส้น
ตื้นๆ หลายเส้น
ตอนที่สกิลใหญ่ของบอสสิ้นสุดลง เย่ฮวาก็หันไปพูด
กับคนที่อยู่ด้านหลัง “ค่าความเกลียดชังของบอสย้ายมา
อยู่ที่ฉันแล้ว พวกนายโจมตีบอสจากทางด้านหลัง การ
โจมตีครั้งสุดท้ายพวกนายจัดการได้เลย บอสระดับทอง
เข้มแบบนี้คงให้ค่าประสบการณ์พวกนายได้ไม่น้อย”
พูดจบเย่ฮวาก็เก็บดาบกลับเข้าฝักแล้วใช้หมัดชกไปที่
หัวของราชันอสูรวิญญาณลม ซึ่งค่าดาเมจลดน้อยลงจาก
ตอนที่ใช้ดาบค่อนข้างมาก การโจมตีหนึ่งครั้งสร้างค่าดา
เมจได้ราวๆ 15,000 พอยท์เท่านั้น ภายใต้หมัดที่ถูก
ส่งออกไปสองสามครั้งทำให้พลังชีวิตของมันลดลงไปเพียง
เล็กน้อย ทว่าเขาก็ยังยืนนิ่งอยู่กับที่และปล่อยให้บอสโจม
ตีมาที่เขาต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สามารถช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตให้เขาได้
วินาทีละ 5% ต่อให้บอสจะโจมตีใส่เขาอีกสิบปี เลือดของ
เขาก็ยังกลับมาเต็มหลอดอยู่ดี หลังจากผ่านไปได้ครึ่งนาที
อัศวินที่เป็นพี่ใหญ่สุดในกลุ่มก็หันไปพูดกับนักเวทย์ว่า
“เหล่าซานนายเป็นคนจัดการกับบอสเป็นคนสุดท้ายนะ
ด้วยเลเวลของนายน่าจะปิดฉากได้ง่ายกว่าพวกเรา”
นักเวทย์พยักหน้าก่อนจะปล่อยสกิลระเบิดหินปฐพี
และสกิลภัยพิบัติอสนีบาตไปที่ร่างของบอสเพื่อสังหารมัน
ในทันที
บอสเปล่งเสียงร้องคำรามออกมาก่อนจะทรุดตัวลงกับ
พื้นโดยมีไอเท็มถูกดรอปลงมาอีกสองสามชิ้น อัศวินเดิน
เข้าไปเก็บแล้วเปิดค่าสเตตัสขึ้นตรงหน้าเย่ฮวา ไอเท็มสอง
ชิ้นแรกคือไอเท็มระดับทองเข้มและอีกสองชิ้นเป็นระดับ
ทอง “การจัดการบอสในครั้งนี้นายออกแรงเยอะที่สุด นาย
เลือกไอเท็มพวกนี้ก่อนเถอะ ถ้านายอยากได้ก็เอาไปได้
เลย”
เย่ฮวาโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก พวกนายต้องใช้
ไอเท็มพวกนี้มากกว่าฉัน”
อัศวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วเก็บไอเท็มกลับเข้า
กระเป๋า “ในเมื่อนายไม่สนใจไอเท็มพวกนี้ หนี้บุญคุณครั้ง
นี้คงต้องเก็บไว้ก่อน หลังจากนี้ถ้ามีโอกาสเราคงได้ตอบ
แทนบุญคุณนาย”
เย่ฮวายิ้ม “ถ้านายพูดแบบนี้…งั้นฉันขออะไรสักอย่าง
สิ…”
อัศวิน “บอกมาได้เลย ฉันยินดีจะทำให้ตามที่นาย
ต้องการ!”
เย่ฮวาเก็บดาบกลับเข้าฝักแล้วยื่นมือขวาออกมา “ถ้า
นายเต็มใจ…ฉันอยากชวนพวกนายเข้าร่วมกิลด์หานเยว่เห
มิง…”