ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 339 : แฟรนทีน่าฟีนิกซ์หกปีกลึกลับ
หลังจากเดินทางผ่านสันเขามาก็พบกับดินแดนของ
เผ่าฟีนิกซ์ ทะเลสาบที่เห็นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ปาก
ทางเข้าเท่านั้น ถ้าหากเดินตามทะเลสาบสายนี้ไปเรื่อยๆ ก็
จะพบกับทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยภูเขา
จำนวนนับไม่ถ้วน ตรงกลางภูเขาเหล่านั้นมีเกาะลอย
ปรากฎอยู่ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับราชวังแดนสวรรค์ที่ถูก
คลุมด้วยหมอกสีขาวบริสุทธิ์อีกชั้น ช่างงดงามราวกับ
ภาพวาดเสียจริง
ฟีนิกซ์นำพวกเขามาถึงด้านหน้าราชวังได้อย่าง
ปลอดภัย พวกเขารีบลงจากหลังของมันพร้อมกับถอน
หายใจออกมาเฮือกใหญ่ แม้ว่าจะนั่งอยู่บนหลังของมัน
ทว่าความร้อนที่ส่งออกมาจากตัวมันทำให้พวกเขารู้สึก
ทุกข์ทรมานมากจริงๆ ถ้าหากนั่งยองๆ อยู่บนหลังของ
ฟีนิกซ์ตัวนี้จนถึงจุดมุ่งหมาย เกรงว่าชุดอาหารเช้าคง
พร้อมเสิร์ฟพอดี…
ประตูใหญ่ของราชวังค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ ภายใน
นั้นไม่ได้งดงามเหมือนกับที่เห็นจากด้านนอกเพราะถูกจัด
แต่งไว้อย่างเรียบง่าย โดยมีดอกไม้และต้นหญ้าประดับ
ประดาเป็นจุดๆ นอกจากนี้ตรงข้ามกับประตูใหญ่ก็เป็น
พื้นที่ถูกปูด้วยหินและราดยาวไปจนถึงจุดที่เป็นพื้นยกสูง
ด้านบนแท่นมีร่างของฟีนิกซ์ยักษ์บางส่วนยืนตระหง่านอยู่
บนนั้น ร่างกายของพวกมันถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง
จนทำให้ผู้เล่นรู้สึกได้ถึงความทรงพลังของมัน
พวกเขาเดินตามฟีนิกซ์ตัวแรกมาจนถึงด้านล่างของ
แท่นหิน หลังจากนั้นมันก็บอกให้พวกเขารออยู่ครู่หนึ่ง
ผ่านไปได้ไม่กี่วินาทีฟีนิกซ์ตัวนั้นก็พาพวกเขาไปเจอกับ
หัวหน้าเผ่าฟีนิกซ์ ส่วนมันก็ถอยกลับออกไปจากทาง
ด้านหลังของวังเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังทะเลสาบก่อนหน้านี้
พี่หน่ายกำหมัดเล็กๆ ของเธอ “ตื่นเต้นๆ เย่เย่น้อย…
อีกเดี๋ยวนายต้องสู้กับพวกมันแบบหนึ่งต่อสิบแล้วสินะ?”
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเย่ฮวากระตุก “พอเถอะ เผ่า
ฟีนิกซ์ต่างก็เป็นบอสระดับเซียนปฐพีทั้งหมด ด้านบนนั้น
คงมีเทพอสูรในสมัยโบราณอยู่ด้วย เธออยากให้ฉันตกใจ
จนหัวใจวายตายเลยหรือไง?”
เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “เอาล่ะๆ พี่เย่ฮวาของเราทรงพลังขนาด
นี้ ครั้งนี้ได้เข้ามาเดินเล่นในแดนปีศาจก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
เผ่ามังกรและเผ่าพยัคฆ์พวกเรายังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย
ต้องดูการเจรจาของพี่เย่ฮวาแล้วล่ะว่าจะเป็นอย่างไร”
ทุกคนเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้น ตอนที่ระดับสายตาอยู่
ในระดับเดียวกันกับแท่นหิน พวกเขาก็ได้เห็นบรรยากาศ
โดยรอบทั้งหมด ด้านบนพื้นหินของแผ่นหินมีรูปแกะสลัก
ทรงกลมขนาดใหญ่ปรากฎอยู่ การแกะสลักนั้นมีลักษณะ
คล้ายกับฟีนิกซ์ที่กำลังต่อสู้กันบนฟ้า นอกจากนี้รั้วที่อยู่
รอบๆ แท่นหินแห่งนี้ก็ดูโบราณเป็นอย่างมาก แน่นอนว่า
สิ่งที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นฟีนิกซ์
ยักษ์เจ็ดตัวที่ยืนอยู่บนนั้น ร่างกายของมันเต็มไปด้วยเปลว
เพลิงที่ร้อนระอุ ทว่าแท่นหินกลับไม่ได้ถูกแผดเผาจน
เหลือเป็นเถ้าถ่านอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งนี้ทำให้ผู้ที่พบเห็น
รู้สึกเสียวสันหลังวาบอยู่ไม่น้อยเลย
ที่มาของความหนาวเหน็บคือหญิงสาวที่กำลังยืนหัน
หลังให้กับพวกเขา หญิงสาวผู้นี้สวมใส่ด้วยเสื้อคลุมยาวสี
เขียวคล้ายๆ กับเสื้อในยุคฮั่น ผ้าบางๆ คลุมอยู่บนไหล่ขาว
นวลของเธออีกทั้งยังมีผมสีฟ้าพลิ้วสไวไปมาจนส่องแสง
ระยิบระยับตระการตา เย่ฮวาแอบเลียริมฝีปากตัวเอง…
เจอหญิงสาวที่งดงามแบบนี้ วีรบุรุษก็ต้องเข้าไปช่วยสัก
หน่อยแล้ว~
หญิงสาวผู้นั้นหันกลับมามองอย่างช้าๆ ดวงตาสุก
สกาวและคางเล็กเรียวยาวของเธอทำให้เขาเผลอตกอยู่ใน
มนต์สะกดภายในชั่วพริบตา ความสวยงามของเธอน่า
ตกใจจนทำให้หัวใจแทบจะหยุดเต้น มีผู้ชายแค่ไม่กี่คน
หรอกนะที่จะทนรับกับความงามเช่นนี้ได้
คิ้วและขนตาของเธอเป็นสีฟ้าอ่อน ใบหน้าของเธอดู
ระยิบระยับราวกับแต่งแต้มด้วยคริสตัลน้าแข็ง
เย่ฮวารีบเปิดดูค่าสเตตัสของเธอ ทันใดนั้นเขาก็ต้อง
ตกใจอีกครั้ง ฟีนิกซ์ทั้งเจ็ดตัวเป็นบอสระดับเทพเซียน
เลเวล 125 ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย
สำหรับเขา แต่เป็นเพราะค่าสเตตัสของผู้หญิงคนนี้
ต่างหากล่ะที่ทำให้เขาตกใจจนหน้าเหวอ–––––
[ฟินิกซ์หกปีกลึกลับ––––แฟรนทิน่า] (บอสระดับ
เซียนในตำนาน)
เลเวล :150
พลังการโจมตี :???
การป้องกัน :???
พลังชีวิต :???
สกิล :???
แนะนำ : ฟีนิกซ์หกปีกลึกลับคือหัวหน้าเผ่าฟินิกซ์ อีก
ทั้งยังเป็นผู้คงรูปลักษณ์มนุษย์เพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ภายใน
แดนปีศาจแห่งนี้ แฟรนทีน่าคือผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มี
พละกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดภายในแดนปีศาจ ไม่มีใคร
สามารถเอาชนะความสามารถของเธอได้ ฟีนิกซ์หกปีก
ลึกลับเป็นอสูรระดับเทพที่อยู่ในยุคโบราณกาลของ
ดินแดนหลิงเกิง ภายในแผ่นดินใหญ่ผู้ที่จะสามารถ
เอาชนะแฟรนทีได้สมควรมีเพียงจักรพรรดิผู้สร้างแดน
สวรรค์เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
……
มู่จื่อหานเองก็มองบอสระดับเซียนในตำนานด้วย
ความตกตะลึงไม่แพ้กัน จากนั้นเธอก็พูดกระซิบขึ้นมาว่า
“ระดับเซียนในตำนานเป็นระดับที่สูงสุดภายในเกมหลิง
เกิงเลยนะ อีกอย่างยังเป็นบอสเลเวล 150 ด้วย สูงกว่า
เลเวลของบอสตัวอื่นๆ ตั้ง 25 เลเวล”
เย่ฮวายิ้ม “ในเมื่อเป็นผู้ที่อยู่มาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ
ถ้างั้นผู้หญิงคนนี้ก็คงจะอยู่มามากกว่าแสนปีแล้วล่ะ ดู
เหมือนว่าเกมนี้จะใส่สเตตัสให้กับหัวหน้าเผ่าฟีนิกซ์สูงกว่า
พลังที่ถูกจำกัดไว้ภายในเกมเสียอีก ไม่งั้นเลเวลคงไม่เกิน
125 แบบนี้หรอก”
แฟรนทีน่ามองเย่ฮวาจากนั้นมุมปากบางๆ ของเธอก็
กระตุกขึ้น “เทพพยากรณ์แห่งเผ่าเทพ…จอมยุทธ์พเนจร
น้าแข็งศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าเอลฟ์….นักบวชแห่งกวีและ
นักบวช…แล้วก็อันเดดครึ่งปีศาจ น่าสนใจ..พวกเจ้า
ต้องการชุบชีวิตให้กับโห่วอย่างนั้นหรือ?”
เธอสามารถมองเห็นอาชีพและเผ่าของพวกเขาได้
อย่างแม่นยำ ดูเหมือนว่าเธอกำลังประกาศความแข็งแกร่ง
ของตัวเองออกมาสินะ เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากฟีนิกซ์
ทั้งเจ็ดที่อยู่รอบๆ ซึ่งมีความแข็งแกร่งจนทำให้แม้แต่เขา
ยังรู้สึกแทบจะหายใจไม่ออก ทว่าสำหรับแฟรนทีน่าผู้นี้
กลับไม่มีแรงกดดันแม้แต่น้อย หรือว่านี่จะเป็นระดับที่
หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลกไปแล้ว?
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้เรื่องฟีนิกซ์ลึกลับหกปีก แต่ที่
พวกเขารู้คือความแข็งแกร่งของเธอผู้นี้เหนือกว่าที่พวก
เขาคิดไว้อย่างแน่นอน
เย่ฮวายกมือขึ้นคารวะ การเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่ง
เช่นนี้ต่อให้อัดเขาให้ตายก็จะไม่ยอมใช้วิธีต่อสู้กับเธอแน่ๆ
“ใช่ครับ ผมอยากให้ท่านอาวุโสช่วยเหลือหน่อยครับ”
“โห่วคืออสูรปีศาจในยุคโบราณเช่นกัน หากคิดจะฟื้น
คืนชีพคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำของเหล่านั้นออกไปจาก
แดนปีศาจ เผ่าฟีนิกซ์ของข้าเป็นเผ่าที่มีโลหิตและเผ่าที่มี
ปีกแข็งแกร่งที่สุด ปีกฟินิกซ์ของเราไม่สามารถใช้งานได้
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องการก็คงจะเป็นเลือดจากเผ่าฟีนิกซ์
ของข้าใช่หรือไม่” แฟรนทีน่าเอ่ยถาม
เย่ฮวาพยักหน้า “ท่านผู้อาวุโสปราดเปรื่องมากครับ
ไม่ทราบว่าท่านจะยินดีที่จะมอบมันให้กับเราหรือเปล่า?”
เยว่เอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังกระซิบ “อี๋~ พี่เย่ฮวาประจบ
สอพลอเก่งได้โล่เลยนะ”
แฟรนทีน่ายกฝ่ามือขึ้น หลังจากนั้นแผ่นแกะสลักทรง
กลมที่อยู่ด้านบนก็หายไปก่อนจะแทนที่ด้วยบ่อขนาดใหญ่
อีกทั้งยังมีลาวาเดือดปุดๆ ด้วย!
แฟรนทีน่ายกนิ้วเรียวยาวขึ้นมา “พวกเจ้ากระโดดลง
ไปสิ ถ้าหากมีใครคนใดคนหนึ่งสามารถมีชีวิตรอดกลับ
ขึ้นมาได้ ข้าจะมอบโลหิตของข้าให้กับพวกเจ้า”
พี่หน่ายยื่นหน้าออกไปมองก่อนจะรีบดีดตัวเอง
กลับมา “ไม่เอาอ่ะ บ่อน้าลาวาแบบนี้ผู้เล่นกระโดดลงไปก็
มีแต่จะเกิดค่าดาเมจสูงลิ่ว ไม่เกินสิบวินาทีคงได้กลายเป็น
กากคาร์บอนแน่”
เย่ฮวาถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปมองแฟรนทีน่า
สายตาของเธอกำลังจ้องมองมาที่เขาราวกับกำลังถามว่า
จะกระโดดหรือไม่ เขาจึงตอบกลับไปด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า
“ฉันจะกระโดดลงไปก่อน ฉันยังมีสกิลฟื้นคืนชีพอยู่ ต่อให้
ตายก็สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อยู่ดี ถ้าหากวิธีนี้ใช้ไม่
ได้ผลเราค่อยหาวิธีอื่นก็แล้วกัน”
พูดจบเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ คิ้วขมวดเข้าหากันขณะ
เดินเข้าไปใกล้บ่อน้าแห่งนั้น เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้อง
รับแรงเผาไหม้ของลาวาเหล่านี้ ทว่าหลังจากที่เขากระโดด
จมลงไปเขากลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังตกลงมาสู่ห้อง
ที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง!
ที่แท้ลาวาที่เห็นก็เป็นแค่ภาพบังตา อันที่จริงแฟรนทีนี่
ไม่ได้ต้องการทรมานพวกเขาเลยสักนิด เพราะบางทีลาวา
เหล่านี้อาจจะมีไว้เพื่อทดสอบพวกเขาก็เท่านั้น
ตอนที่เย่ฮวากำลังจะส่งข้อความไปหาคนอื่นๆ ชิงฮว่า
ซางและมู่จื่อหานก็กระโดดลงมาเสียแล้ว เขาแอบ
ประหลาดใจกับการตัดสินใจของพวกเธอ “ทำไมพวกเธอ
ถึงไม่รอให้ฉันส่งข้อความไปหาก่อนล่ะ?”
มู่จื่อหานยิ้ม “ชิงฮว่าซางบอกว่าแถบเลือดของนาย
ไม่ได้ลดลง ก็เลยคิดว่าที่นี่ไม่ได้มีอันตรายอะไร”
หลังจากนั้นพี่หน่ายและเยว่เอ๋อร์ก็กระโดดตามลงมา
เขาชี้ไปทางปากถ้าที่มืดสนิทซึ่งตั้งอยู่ตรงกลาง “ด้านหลัง
ตรงนั้นน่าจะเป็นทางเดิน พวกเราเข้าไปดูด้านในกัน
เถอะ”