ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 344 : ปีศาจยักษ์พันวิญญาณ
พวกเขาเดินเข้ามาด้านในวังที่อยู่กลางปราสาทแห่งนี้
โดยมีผู้เดินนำเข้ามา ต้องยอมรับจริงๆ ว่าที่นี่เป็นวังที่ดู
โกโรโกโสมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา สถานที่แห่งนี้สร้าง
ขึ้นด้วยหินวางเรียงต่อๆ กัน ด้านบนกำแพงเต็มไปด้วย
หยากไย่จำนวนมาก นอกจากนี้บนกำแพงยังมีเทียนอีก
สองสามเล่มที่จุดไว้เพื่อให้แสงสว่างที่แสนจะริบรี่ภายใน
วังแห่งนี้
ตรงกลางมีความกว้างขวางอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าครึ่ง
ปีศาจตนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่ ตอนที่อีกฝ่ายเดินนำพวกเขามา
ได้หยุดอยู่ที่หน้าบันได พร้อมกับเดินลงไปที่ด้านล่างชั้นใต้
ดินของพระราชวังทันที
ตอนที่เดินลงมาก็พบว่าพื้นดินเต็มไปด้วยโคลนที่ทั้ง
เหนียวและเปียกชื้นอีกทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไป
ทั่ว ตอนที่เปิดประตูใหญ่บานใหญ่ออกมันก็หันมาพูดว่า
“ราชาผู้ยิ่งใหญ่รอพวกเจ้าอยู่ด้านในแล้ว GO! GO! GO!”
เย่ฮวาพยักหน้าตอบกลับไปแล้วเดินเข้าไปด้าน
ในทันที ทันทีที่เห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังของประตู เขาก็อ้า
ปากค้างขึ้นมา
ใต้ดินแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ทว่าแทบจะมองไม่
เห็นอะไรเลย กำแพงถูกสร้างด้วยอิฐหลายชั้น ตรงกลางมี
ก้อนเนื้อขนาดใหญ่วางอยู่ตรงนั้น ขาวๆ นุ่มๆ ราวกับเป็น
สิ่งมีชีวิตที่มีลำตัวนุ่มนิ่ม ทว่าไม่สามารถระบุรูปร่างของ
มันได้ ก้อนเนื้อนั้นนอนอยู่บนพื้น อีกทั้งยังส่งเสียงแปลก
ประหลาดขณะดิ้นไปมาด้วยความกระสับกระส่าย
เย่ฮวารีบดูค่าสเตตัสของก้อนเนื้อชิ้นนี้ทันที–––––
[ปีศาจยักษ์พันวิญญาณ] (???)
เลเวล :???
การโจมตี :???
การป้องกัน :???
ค่าชีวิต :???
สกิล :???
แนะนำ : ปีศาจยักษ์พันวิญญาณเป็นครึ่งปีศาจที่เคย
ถูกทอดทิ้งภายในแดนปีศาจ เพื่อแก้แค้นมันจึงได้พยายาม
ฝึกฝนอย่างหนักและออกไปต่อสู้กับเผ่าอื่นๆ ภายในแดน
ปีศาจ ด้วยพละกำลังของมันทำให้มันสามารถเอาชนะ
ศัตรูนับแสนได้ เป็นเพราะมันได้รับการยอมรับและ
กลายเป็นที่หวาดกลัวของเผ่าต่างๆ ภายในแดนปีศาจจึง
ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความสำคัญของแดนปีศาจ
แห่งนี้ ปีศาจยักษ์พันวิญญาณไม่ได้ต่อสู้มากว่าหมื่นปีแล้ว
ด้วยร่างกายของมันจึงไม่สามารถรองรับพลังที่แข็งแกร่ง
เกินไปได้ ทำให้ร่างกายของมันกลายพันธุ์ตลอดเวลาอย่าง
ไม่หยุด ท้ายที่สุดร่างกายของมันก็เปลี่ยนเป็นก้อนเนื้อกอง
ใหญ่
……
เยว่เอ๋อร์เห็นปีศาจยักษ์พันวิญญาณตรงหน้าก็รีบยก
มือขึ้นมากอดตัวเองก่อนจะกระซิบข้างหูเขาเบาๆ ว่า “นี่
มันตัวอะไรเนี่ย~”
เย่ฮวายักไหล่แล้วหันไปยกมือคารวะปีศาจยักษ์พัน
วิญญาณตัวนั้น “สวัสดีครับท่านผู้อาวุโส ผู้น้อยมาในครั้ง
นี้ก็เพราะมีสิ่งที่อยากจะร้องขอครับ”
ปีศาจยักษ์พันวิญญาณกระตุกอยู่ครู่หนึ่งจนทำให้เขา
เองก็เริ่มเกิดอาการคลื่นไส้ขึ้นมา ช่างน่าสะอิดสะเอียนสิ้น
ดี ไม่เข้าใจเลยจริงๆ มอนสเตอร์แบบนี้สามารถทำให้แฟ
รนทีน่าหวาดกลัวได้ด้วยเหรอเนี่ย?
“ข้ารู้สึกอิ่มเอมใจและเลื่อมใสจริงๆ ที่ได้เห็นเจ้า ที่นี่มี
แขกมาเยี่ยมเยียนน้อยนิดแค่หยิบมือ ถ้าหากมีอะไรที่
ต้องการก็บอกข้ามาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ ข้ายินดีที่จะตั้งใจ
ฟังด้วยความเคารพนับถือ” เสียงของปีศาจยักษ์ตอบ
กลับมา
เย่ฮวายิ้มแห้ง ช่างเป็นสำนวนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ~
“ภายใต้ความยินยอมของท่านหานหลินเทพพยากรณ์
แดนสวรรค์เมื่อไม่กี่วันก่อนทำให้อสูรเทพโบราณนาม
ว่าโห่วถูกเรียกกลับมาอีกครั้งจากดินแดนแห่งความว่าง
เปล่า ทว่าเนื่องจากร่างกายของเขาไม่สามารถออกมาจาก
ดินแดนแห่งนั้นได้ผมจึงนำวิญญาณของเขาออกมาจากที่
นั่น ตอนนี้เราจำเป็นต้องฟื้นคืนชีพให้กับเขาอีกครั้ง ซึ่งสิ่ง
ที่ผมต้องการเพื่อฟื้นคืนชีพให้กับเขาคือเนื้อบางส่วนของ
ท่านครับ” เขาตอบด้วยความเคารพและนอบน้อม
“ต้องการเนื้อของข้า?”
เสียงของอีกฝ่ายเคร่งขรึมขึ้น “ไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่
ข้าอยู่ที่นี่มากว่าหมื่นปีแล้ว ข้าเองก็อยากจะหาอะไร
สนุกๆ ทำเช่นกัน~”
เขาไอกระแอมสองครั้ง ดูเหมือนว่าภารกิจจัดการกับ
ปีศาจยักษ์ตนนี้จะไม่ได้ยากเย็นอะไร เขาจึงพูดไปว่า
“ท่านอาวุโสบอกมาได้เลยครับ”
ในเวลานี้เองก้อนเนื้อตรงหน้าก็เริ่มขยับไปมาก่อนจะ
แบ่งออกเป็นก้อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่เท่ากับรถยนต์หนึ่งคัน
ก้อนเนื้อชิ้นนั้นค่อยๆ เปลี่ยนรูปและขยับขยายจนสูงมาก
ขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาเดียวกันขาและแขนก็โผล่ออกมาจาก
ก้อนเนื้อนุ่มนิ่มก้อนนั้นและเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อที่
แข็งแรง พร้อมกับดาบคู่ในมือ ท่าทางของมันทำให้เขานึก
ถึงหนัง sci-fi ของอเมริกาขึ้นมาในทันที
ปีศาจยักษ์พันวิญญาณยิ้ม “นี่คือก้อนเนื้อปีศาจอีก
หนึ่งชิ้นที่แยกออกมาจากร่างกายของข้า ถ้าหากพวกเจ้า
สามารถเอาชนะมันได้พวกเจ้าก็นำมันออกไปตามที่
ต้องการได้เลย”
เย่ฮวาพยักหน้าตอบ “ขอบคุณครับท่านผู้อาวุโส!”
พูดจบเย่ฮวาก็เปิดดูค่าสเตตัสของก้อนเนื้อชิ้นนี้ทันที–
––––
[ก้อนเนื้อของปีศาจยักษ์] (ซัมมอน)
เลเวล :ไม่มี
พลังการโจมตี :100,000-200,000
การป้องกัน :50,000
ค่าชีวิต :10,000,000
……
พี่หน่ายบุ้ยปาก “จริงป่ะเนี่ย การโจมตี 200,000
พอยท์ สูงกว่าเจ้าฟีนิกซ์ก่อนหน้านี้อีก!”
เย่ฮวายิ้ม “ถึงแม้ว่าการโจมตีและการป้องกันจะ
แข็งแกร่งแต่มันไม่มีสกิลอะไรเลย ค่าชีวิตก็มีแค่ 10 ล้าน
เท่านั้น พวกเราห้าคนสามารถจัดการกับมันได้อยู่แล้ว
ค่อยๆ ฆ่ามันไปเรื่อยๆ แค่มั่นใจว่าตัวเองจะไม่ถูกมันฆ่า
ตายก็เพียงพอแล้วล่ะ”
มู่จื่อหานพยักหน้า “ครั้งนี้ฉันจะเป็นฝ่ายแท้งค์หลักให้
เอง การป้องกันของฉันตอนนี้ 47,000 พอยท์แล้ว ถ้าหาก
รวมกับเอฟเฟคลดค่าความเสียหาย 50% ของโล่รบก็จะ
สามารถต้านการโจมตีของมันได้มากถึง 80,000 พอยท์”
เย่ฮวาหยุดคิดตามที่เธอพูด ตอนนี้การป้องกันของเขา
หากรวมกับเอฟเฟคพระเจ้าอวยพรมีอยู่แค่ 30,000
พอยท์เท่านั้น การโจมตีของก้อนเนื้อปีศาจชิ้นนี้มีความ
รุนแรงสูงถึง 160,000 พอยท์ ดังนั้นมู่จื่อหานจะสามารถ
รับแรงโจมตีได้ดีกว่าเขา
เย่ฮวาดึงอาวุธออกมา หลังจากได้รับคำสั่งทุกคนก็พุ่ง
ตัวเข้าใส่ก้อนเนื้อปีศาจยักษ์ทันที!
มู่จื่อหานยกดาบจูเซียนขึ้น วินาทีต่อมาพระจันทร์ครึ่ง
เสี้ยวก็ส่งตรงไปถึงด้านบนหัวของก้อนเนื้อปีศาจยักษ์ อีก
ทั้งยังทำให้ร่างของมันนิ่งชะงักอยู่กับที่ราวกับถูกแช่แข็ง!
ทุกคนพร้อมใจกันปล่อยสกิลของตัวเองออกมา ส่วน
เย่ฮวาก็ลดการโจมตีของตัวเองลง เพราะถ้าหากเขา
ปล่อยสกิลออกมาทั้งหมด ค่าดาเมจที่เกิดขึ้นจะดึงค่า
ความเกลียดชังจากมันมาที่เขาแทนที่จะเป็นมู่จื่อหาน
การป้องกันและการโจมตีของมันถือว่าสูงสุดกู่ การ
โจมตีที่มีสูงสุดถึง 200,000 พอยท์ ถ้าหากสามารถเปลี่ยน
ค่าความเกลียดชังไปทิศทางอื่นได้ก็จะสามารถหลบค่าดา
เมจที่เกิดขึ้นได้ อีกอย่างก็ไม่ต้องคอยระแวดระวังเรื่องส
กิลของมันด้วย ถ้าหากสามารถสู้กับมันได้อย่างมั่นคง การ
สละเวลาเพียงเล็กน้อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
มู่จื่อหานพุ่งตัวไปด้านหน้าพร้อมกับใช้ดาบแทง
ออกไป ทันใดนั้นบนตัวของก้อนเนื้อปีศาจยักษ์ก็เกิดเป็น
แสงสว่างจากดาบ–––––
“24851”
“30729”
มู่จื่อหานเป็นผู้เล่นที่เดินสายป้องกันเป็นหลักอย่างที่
คิดไว้จริงๆ แม้ว่าการป้องกันของเธอในเวลานี้จะ
แข็งแกร่ง แต่การโจมตีของเธอกลับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
โชคดีที่ค่าชีวิตของมอนสเตอร์ตัวนี้มีแค่ 10 ล้านพอยท์
เท่านั้น ถ้าหากมีค่าชีวิตที่สูงกว่านี้และต้องสู้ต่อไปเรื่อยๆ
ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องสู้กับมันอีกนานเท่าไหร่การต่อสู้ครั้งนี้
จึงจะสิ้นสุดลง
เยว่เอ๋อร์และมู่จื่อหานเริ่มโจมตีเป็นกลุ่มแรก ส่วนเย่ฮ
วาและชิงฮว่าซางควบคุมมอนสเตอร์ด้วยการใช้สกิล
ควบคุมและการโจมตีแบบธรรมดาเท่านั้น ภายในปาร์ตี้
เขาและชิงฮว่าซางคือผู้เล่นที่เน้นการโจมตีเป็นหลัก เพื่อ
เพิ่มการโจมตีให้กับมู่จื่อหานให้สูงขึ้นเขาจึงมอบคำสั่ง
ราชาศักดิ์สิทธิ์ให้กับเธอ พละกำลังที่เพิ่มขึ้น 3,000 พอยท์
ทำให้การโจมตีของเธอเพิ่มขึ้นจากเดิม ทว่าการ
เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ตัวนี้ดูเหมือนว่าเธอยังอ่อนแออยู่
ไม่น้อยเลย
หลังจากมันถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ โซ่ผูกวิญญาณของ
เย่ฮวาก็ถูกเปิดใช้งานตามไปติดๆ โซ่นี้จะช่วยให้ผู้เล่นมี
โอกาสในการหลบหลีกได้มากขึ้น ทว่าการผูกมัดเหล่านี้ไม่
สามารถที่จะควบคุมให้มอนสเตอร์หยุดนิ่งแบบชะงักได้
อย่างสมบูรณ์ ต้องมีการอัพระดับเลเวลของโซ่ผูกวิญญาณ
ให้ถึงระดับสูงสุดเท่านั้นจึงจะสามารถเปิดใช้โซ่ผูก
วิญญาณได้อย่างสมบูรณ์ 100%
สกิลน้าแข็งแช่แข็งของมู่จื่อหาน สกิลโซ่ผูกวิญญาณ
ของเย่ฮวาและสกิลทำให้มึนงงของเยว่เอ๋อร์ทำให้การต่อสู้
ของพวกเขาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทว่าหลังจากที่มันกลับมา
รู้สึกตัวอีกครั้งมันก็ใช้มือที่ถือดาบคู่พุ่งเข้าใส่มู่จื่อหาน
ทันที ปลายดาบที่แหลมคมปักเข้ากับโล่ของเธอ ร่าง
ของมู่จื่อหานสั่นสะท้านไปเล็กน้อย เธอถอยผงะออกไป
เกือบสองหลาก่อนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่
“82248”
ฉับพลันปทุมกลีบเหมันต์ได้ลอยอยู่บนฝ่ามือของมู่จื่อ
หาน ยังไม่ทันที่มอนสเตอร์จะโจมตีเข้าใส่เธอต่อ มู่จื่อหาน
ก็ชิงตัดหน้าไปก่อนแล้ว!
“53741”
แม้ว่าการโจมตีของมอนสเตอร์จะมีสูงสุดถึง 200,000
พอยท์ แต่การโจมตีที่ต่าที่สุดของมันก็ยังมีมากถึง
100,000 พอยท์ ดังนั้นการโจมตีที่ส่งออกมาจึงสูงมาก
ทว่าการโจมตีที่เดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่าก็ยังพอให้มู่จื่อหานได้มี
เวลาหายใจอยู่บ้าง
พวกเขาทั้งห้าต่างไม่ใช่คนดีเด่อะไรนัก ในเมื่อก้อน
เนื้อปีศาจยักษ์ตกมาอยู่ในมือของพวกเขา ต่อให้
ความสามารถของมันจะโหดขนาดไหน ถ้าหากเขา
สามารถจับจังหวะการโจมตีได้ อีกฝ่ายจะไม่มีทางพ้นจาก
ความตายอย่างแน่นอน
การโจมตียังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง มู่จื่อหาน
พยายามใช้สกิลเพื่อจัดการกับมัน เธอมีสร้อยที่เพิ่มเอฟเฟ
คดูดเลือดให้ตัวเองถึง 30% ดังนั้นจึงทำให้ค่าชีวิตของเธอ
เด้งขึ้นอยู่ตลอด รวมถึงทำให้ระดับความยากในการต่อสู้
ลดลงอย่างมากด้วย ค่าดาเมจที่เกิดขึ้นกับเนื้อปีศาจยักษ์
สูงขนาดนั้น ถ้าหากค่าชีวิตของมู่จื่อหานลดลงฮีลของพี่
หน่ายก็จะแสดงผลทันที
เมื่อถึงเวลา หากเปลี่ยนมือให้เย่ฮวาเป็นฝ่ายแทงค์จะ
ไม่มีใครโจมตีได้สูงเท่ากับเขา และจะไม่มีใครต้องกังวลใจ
ว่าจะดึงค่าความเกลียดชังไปจากมอนสเตอร์ได้
เป็นเรื่องยากที่มู่จื่อหานจะเข้ามารับหน้าที่เป็นฝ่าย
แทงค์ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็นับว่าการแสดงความสามารถ
ของเธอเป็นสิ่งที่น่าประทับใจอย่างมาก การต่อสู้ดำเนิน
ต่อไปสิบกว่านาที ในที่สุดพลังชีวิตของเนื้อปีศาจยักษ์ก็
ลดลงจนเกือบหมด ส่วนปีศาจยักษ์พันวิญญาณก็ยังยืนดู
การต่อสู้อยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางที่เคร่งขรึม
ก่อนหน้านี้เขาเองก็สงสัยเช่นกันว่าก้อนเนื้อชิ้นนี้จะ
เผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์ต่างๆ ภายในแดนปีศาจนับแสนได้
อย่างไร ตอนนี้เขารู้แล้วว่าพลังของปีศาจยักษ์พัน
วิญญาณแข็งแกร่งขนาดไหน อีกทั้งยังมีความสามารถ
เทียบเท่ากับบอสระดับโบราณกาลได้เลยด้วยซ้า ถึงมันจะ
มีร่างเป็นชิ้นเนื้ออ่อนนุ่ม แต่มันก็สามารถเรียกก้อนเนื้อ
ปีศาจยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าออกมาได้มากกว่าหลักพัน อีก
อย่างเขาเองก็ไม่รู้ด้วยว่าปีศาจยักษ์พันวิญญาณจะทำ
อะไรกับพวกเขาหลังจากนี้หรือเปล่า
การต่อสู้เข้าสู่ช่วงสุดท้าย ตอนนี้ค่าชีวิตของมันเหลือ
อีกไม่มากแล้ว เย่ฮวาจึงทำหน้าที่เป็นฝ่ายแทงค์แทนมู่จื่อ
หาน หลังจากได้รับคำสั่งราชาศักดิ์สิทธิ์มาจากเธอแล้ว
เขาก็เริ่มกระหน่าฟาดแบบไม่ยั้ง ค่าชีวิตของเขาลดลงหนึ่ง
ในสี่เมื่อถูกการโจมตีของก้อนเนื้อปีศาจยักษ์ถาโถมเข้าใส่
ทว่าเป็นเพราะมีพี่หน่ายและความสามารถในการฟื้นฟู
เลือดจึงทำให้เขาไม่ได้ตกอยู่ในขั้นวิกฤตที่รุนแรงถึงชีวิต
ดาบแทงเข้ากลางอกของก้อนเนื้อปีศาจยักษ์จนทำให้
เลือดหยดสุดท้ายของมันหมดลง ร่างของมันค่อยๆ ทรุดลง
กับพื้นและเปลี่ยนเป็นเนื้ออ่อนนุ่มที่แสนจะปวกเปียก
ค่าประสบการณ์ของพวกเขาทั้งห้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เลเวลของพี่หน่ายและเยว่เอ๋อร์เพิ่มขึ้นอีกเลเวลหนึ่งแล้ว
ทว่าน่าเสียดายที่ก้อนเนื้อเมื่อครู่ไม่ใช่บอส ดังนั้นจึงมีแค่
ประสบการณ์แต่ไม่ได้ทิ้งไอเท็มหรืออุปกรณ์ใดๆ ให้ดูต่าง
หน้าแม้แต่ชิ้นเดียว
ปีศาจยักษ์พันวิญญาณยิ้ม “เจ้าสามารถนำโห่วกลับ
ออกมาจากดินแดนแห่งความว่างเปล่าได้ ดูเหมือนว่าเจ้า
เองก็คงจะมีความสามารถจริงๆ สินะ ถ้าเช่นนั้นข้ายกเนื้อ
ชิ้นนี้ให้กับเจ้าก็แล้วกัน”
เย่ฮวายกมือขึ้นคารวะเพื่อกล่าวขอบคุณ ส่วนก้อนเนื้อ
เมื่อครู่ก็ถูกเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์เสริมชิ้นหนึ่ง เย่ฮวาเก็บมัน
กลับเข้ากระเป๋าจนทำให้ช่องว่างภายในกระเป๋าหายไปถึง
15 ช่อง ภารกิจของท่านโห่วโหดจริงๆ ถ้าหากไม่ใช่เพราะ
เขามีกระเป๋าที่เสริมเข้ามา ป่านนี้กระเป๋าของเขาคงเต็ม
ไปนานแล้ว
หลังจากเก็บชิ้นเนื้อแล้ว พวกเขาก็บอกลาปีศาจยักษ์
พันวิญญาณเพื่อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายสุดท้ายของภารกิจ
นี้
สถานที่สุดท้ายคือสถานที่ต้องห้ามของแดนปีศาจ ที่นี่
เป็นสถานที่กักขังผู้แข็งแกร่งที่เคยบุกเข้ามาในแดนปีศาจ
หลังจากเกิดสงครามระหว่างเทพและปีศาจ เป็นเพราะ
ต้องการพลังที่มากขึ้นจึงต้องออกตามหาสมบัติที่
แข็งแกร่งของแต่ละเผ่าพันธุ์ ตอนนั้นเกิดผลกระทบอย่าง
หนักต่อแดนปีศาจและไม่มีใครสามารถสังหารผู้แข็งแกร่ง
ผู้นี้ได้ ท้ายที่สุดเนื่องจากการร่วมมือของเผ่ามังกรและเผ่า
ฟีนิกซ์ทั้งสองจึงทำให้มันถูกปิดผนึกอยู่ภายในแดนปีศาจ
ได้สำเร็จ ผู้แข็งแกร่งผู้นี้มีความสามารถสูงสุดของระดับ
เทพศักดิ์สิทธิ์ ทว่าเป็นเพราะได้รับบาดเจ็บและถูกกักขัง
อยู่ภายในดินแดนต้องห้าม จึงทำให้วิญญาณของมันถูกลบ
ล้างออกไป ทำให้ตอนนี้มันไม่หลงเหลือพลังที่เคยมีอีก
ต่อไปแล้ว ทว่าร่างกายของอีกฝ่ายยังคงอยู่ และทำให้
ผู้คนเกิดความโลภและอยากจะครอบครองร่างนี้
ท่านโห่วเคยเล่าให้เขาฟังมาหมดแล้ว ผู้แข็งแกร่งที่น่า
กลัวภายในแดนปีศาจต่างก็มีความความสามารถเหนือ
ความคาดหมาย บนโลกที่พวกเขาอยู่มีเพียงแค่หานหลิน
และอาวดิเลียแค่สองคนเท่านั้นที่มีอำนาจในการต้านการ
โจมตีของจักรวรรดิอันเดธได้ ทว่าเมื่อมาถึงแดนปีศาจแห่ง
นี้ทำให้เขาค้นพบว่า ผู้แข็งแกร่งภายในแดนปีศาจมี
มากมายราวกับกลุ่มเมฆขาวบนท้องนภา ถ้าหาก
แผ่นดินใหญ่หลิงเกิงได้รับการช่วยเหลือจากเผ่าปีศาจ
เหล่านี้ เผ่าอันเดธเหล่านั้นคงได้สะบักสะบอมกันอย่าง
ถ้วนหน้าแน่นอน