ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 36 : พ้าหลิน (ตอนต้น)
งานเข้า!
ทั้งสามคนมองไปยังค่าคุณสมบัติของ BOSSระหว่างที่
อุทานด้วยความตะลึง … ไม่น่าเชื่อว่าจะได้มาจ๊ะเอ๋กับบอ
สระดับเงิน!
เมิ่งเสี่ยวฉินอิน มองไปที่บอสพร้อมกับกำชับหอกไว้
แน่น “วันนี้ฉันโชคดีจริงๆ ดูท่าจะได้เจอลาภก้อนใหญ่”
เย่ฮวา ยิ้ม: “พี่เมิ่ง อย่าลืมว่าเจ้านี่คือบอสระดับเงิน ค่า
คุณสมบัติเหล่านี้สามารถบดขยี้พวกเราทั้งสามได้อย่าง
สมบูรณ์ เธอยังจะกล้าพูดว่าเจอลาภก้อนใหญ่ราวกับ
มั่นใจว่าจะชนะมันได้”
เมิ่งเสี่ยวฉินอิน กล่าวว่า: “วางใจเถอะ คุณสมบัติ
ค่าสเตตัสของพวกนายก็ไม่ถือว่าอ่อนแอ ถ้าพวกเราสาม
คนร่วมมือกันได้ดี ยังไงก็สามารถฆ่าบอสตัวนี้ได้ ”
กวาจื่อ จ้องไปยังดวงตาของBOSSด้วยความตื่นเต้น
พลางพูดว่า: “เจ้เมิ่ง เจ้เป็นคนออกคำสั่งเถอะ ถึงยังไงเจ้ก็
มีประสบการณ์มากกว่าเรา”
เมิ่งเสี่ยวฉินอิน หัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม:
“ทีงี้ดันมาเรียกฉันเจ้เมิ่ง ทีเมื่อกี้ไม่เห็นนายพูดแบบนี้”
เมิ่งเสี่ยวฉินอินหยิบโพชั่นสองชุดออกมาจากกระเป๋า
สัมภาระสะพายหลังของเธอ: “นี่เป็นโอสถระดับสองที่นัก
ปรุงยาในกลุ่มเราปรุงขึ้นมา สามารถใช้ฟื้นฟูพลังชีวิต
ได้600หน่วย มีประสิทธิภาพสูงกว่าโพชั่นตามร้านขายยา
ในเมืองหลัก ฉันจะมอบยานี้ให้นาย ไว้ใช้ตอนที่กำลังจะ
ถูกบอสฆ่า ”
เย่ฮวารับโอสถสีแดงที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ 600
หน่วยมา นี่เป็นโอสถระดับ2ที่สร้างโดยนักปรุงยา เย่ฮวา
ไม่คาดคิดมาก่อนว่าห้วนเฉิงจะมีคนที่สามารถสร้างโอสถ
แดงระดับ2ได้ บนฟอรั่มตอนนี้มีแต่คนตั้งกระทู้ตามหา
ข้อมูลแผนที่ที่มีสมุนไพรระดับ2แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไร
ทว่าในตอนนี้ห้วนเฉิงกลับมีโอสถแดงระดับ2 ทำให้เย่ฮวา
ไม่สามารถจินตนาการถึงความแข็งแกร่งของห้วนเฉิงได้
โอสถระดับ2นี้เป็นสิ่งที่มีค่าที่ยากจะอธิบาย แม้ว่าจะมี
ความสามารถในการฟื้นฟูพลังชีวิตเหนือกว่า โพชั่นระดับ
5ที่ขายในเมืองหลักแค่100หน่วย แต่ยาชนิดนี้เป็นปัจจัย
สำคัญที่สามารถยืดเวลาในการฆ่ามอนสเตอร์ รวมถึงการ
ต่อสู้กับบอส ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในระหว่างการต่อสู้
ดังนั้นโอสถระดับ2ในตลาดการประมูลของเมืองหลัก จึงมี
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่7เหรียญเงิน ชุดหนึ่งมี100เม็ด เท่ากับ7
เหรียญทอง และหากนำไปขายในตลาดนอกเกม จำนวน7
เหรียญทองสามารถเป็นเงินหลายร้อยดอลลาร์ เมิ่งเสี่ยว
ฉินอินช่างเป็นคนใจกว้างจริงๆ ถึงได้ให้สิ่งที่มีค่ากับพวก
เขาง่ายๆแบบนี้
เมิ่งเสี่ยวฉินอิน หลังจากมอบยาให้ ก็กล่าวว่า: “พลัง
โจมตีและพลังป้องกันของบอสตัวนี้สูงมาก แถมพลังชีวิตก็
เยอะ เราจำเป็นจะต้องใช้ยานี้เพิ่มเลือดคอยต้านทานมัน
เอาไว้ แล้วฉันก็ได้ติดต่อไปยังสมาชิกของห้วนเฉิง นักบวช
และนักเวทย์ พวกเขาจะตามมาสมทบในอีกไม่นาน ”
กวาจื่อ พยักหน้า: “เจ้เมิ่ง ตัดสินใจได้เยี่ยมมาก!”
เมิ่งเสี่ยวฉินอินกล่าวว่า: “ฉันจะอยู่ตำแหน่งด้านหน้า
ปะทะกับบอส เย่ฮวาคอยโจมตีอยู่ด้านหลังของบอส ปกติ
แล้วการโจมตีของบอสมักจะอยู่ภายในระยะ1หลา จาก
ตำแหน่งที่ยืนอยู่ เย่ฮวาคงพอจะหาจังหวะหลบได้ แล้วถ้า
ฉันรับมือไม่ไหวเย่ฮวาจะต้องขึ้นมาสลับแทน เปลี่ยนกัน
ไปเรื่อยๆ ส่วนสิ่งที่กวาจื่อต้องทำฉันคงไม่จำเป็นต้อง
บอก”
“ได้”
เย่ฮวา พยักหน้าตามคำสั่งของ เมิ่งเสี่ยวฉินอิน จากนั้น
ทั้งสามคนก็เริ่มเคลื่อนไหวเคลื่อนเข้าไปใกล้พ้าหลิน,ฉับ
พลันเมิ่งเสี่ยวฉินอินก็ปล่อยสกิลพุ่งเข้าใส่พ้าหลินทำให้มัน
ติดสถานะสตั๊น
เมิ่งเสี่ยวฉินอิน กำลังคำนวณหาระยะที่แม่นยำ ซึ่งนั่น
จะทำให้ประสิทธิภาพของสกิลถูกดึงออกมา โดยเลือกใช้
ในจังหวะที่เข้ามาใกล้เพื่อไม่ให้พลาดส่งผลให้บอสติด
สถานะมึนงง ไม่ช้าเย่ฮวาและกวาจื่อก็มาถึงพ้าหลิน
เนื่องจากพวกเขาได้วางกลยุทธ์เอาไว้แล้ว เย่ฮวาจึง
เดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังพ้าหลิน ส่วนกวาจื่อก็เดินฉีกไป
ด้านข้าง พร้อมๆกับลงมือโจมตี
ในที่สุดการโจมตีของเมิ่งเสี่ยวฉินอิน ก็เข้าปะทะใส่
ร่างพ้าหลิน ทำให้ตัวเลขค่าความเสียหายปรากฏขึ้นเหนือ
ศีรษะพ้าหลินสองครั้ง
“78”
“85”
ตัวเลขความเสียหายสองหลักเป็นสิ่งที่ เย่ฮวา คาด
เอาไว้ตั้งแต่ต้น เนื่องจากค่าคุณสมบัติสเตตัสของบอสที่ไม่
ธรรมดา ค่าเสียหายที่มันได้รับจึงน้อยเป็นปกติ ถึงกระนั้น
เย่ฮวาก็ยังแอบหวังในตัวเมิ่งเสี่ยวฉินอิน เขาคิดเสมอว่า
หัวหน้าห้วนเฉิงต้องไม่ธรรมดาดังนั้นพลังโจมตีคงไม่ต่า
และเมื่อดาเมจจำนวนดังกล่าวปรากฏมันทำให้เขารู้สึก
ผิดหวังเล็กน้อย
หลังจากสิ้นสุดการโจมตีของเมิ่งเสี่ยวฉินอิน สกิลฟาด
ฟันต่อเนื่อง + กระแทกก็โจมตีใส่ พ้าหลิน ซึ่งดาเมจด้อย
ยิ่งกว่าเมิ่งเสี่ยวฉินอิน-
“46”
“42”
“48”
“51”
“125”
การโจมตีของกวาจื่อ ตามหลังเย่ฮวามาติดๆ เงากริชที่
เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว กระทบเข้ากับเกราะหลัง พ้าหลิน
ทำให้ตัวเลขค่าความเสียหายปรากฏขึ้นทันที –
“97”
“198”
ภายใต้การโจมตีหนึ่งรอบของพวกเขาทั้งสามคน
รวมกันแล้วสามารถลดพลังชีวิตของพ้าหลินได้มากกว่า
700+
นับว่าไม่เลว แต่อย่าลืมว่าพลังชีวิตของพ้าหลินมีมาก
ถึง40000หน่วย ดังนั้นเป้าหมายในการที่จะฆ่ามันจึงยังอยู่
อีกไกล
ด้วยการโจมตีสองรอบทำให้พลังชีวิตของพ้าหลินเริ่ม
ลดลงให้เห็น ในเวลานั้นมันก็ฟื้นคืนจากอาการมึนงง
ก่อนที่ดาบยักษ์ในมือของมันจะมุ่งเข้าใส่เมิ่งเสี่ยวฉินอิน
ด้วยความรวดเร็ว พอเธอเห็นแบบนั้นก็รีบยกโล่ขึ้นเพื่อ
ต้านทานการโจมตีของพ้าหลิน
“ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง”
ดาบยักษ์ฟาดกระหน่าใส่โล่นับครั้งไม่ถ้วน!
“227”
เมิ่งเสี่ยวฉินอินก้าวถอยหลังไปสองก้าว เมื่อได้เห็นการ
โจมตีนั้น กวาจื่อ ถึงกับเบิกตากว้าง: “แม่จ้าว! พลังการ
ป้องกันของเจ้เมิ่ง300+ยังได้รับความเสียหายขนาดนี้… ”
“เหอะๆ … สามารถสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้
อุปกรณ์ที่มันใส่จะอยู่ระดับไหน?”
เมิ่งเสี่ยวฉินอิน พูดจบหอกยาวในมือเธอก็กระแทกเข้า
ที่ท้องของพ้าหลิน ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่ก็
สามารถสร้างความเสียหาย-
“102”
สกิลของพวกเขาเพิ่งใช้ออกไป ทำให้ตอนนี้ต้องพึ่งพา
การโจมตีธรรมดาไปก่อน หลังจากได้รับการโจมตีจาก
บอสหลายครั้ง พลังชีวิตของ เมิ่งเสี่ยวฉินอิน ก็ลดลงเหลือ
เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยเมิ่งเสี่ยวฉินอิน
จึงถอยออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าความเกลียดชังมุ่งมา
ที่กวาจื่อ ดังนั้นเย่ฮวาจึงต้องดึงดูดความเกลียดชังมาที่
ตัวเอง
สิ้นสุดการโจมตีของเย่ฮวา ในเวลานั้นการโจมตีของ
พ้าหลิน ก็ฟาดลงมา เขาจึงยกดาบขึ้นแต่นักดาบไม่ใช่
อาชีพใช้อุปกรณ์สองมือ ดังนั้นจึงทำได้แค่ยกดาบขึ้นมา
เพื่อป้องกัน
“317”
ดาบเล่มยักษ์ฟันลงมา ส่งผลให้ค่าพลังชีวิตเย่ฮวา
ลดลงไปหนึ่งในสี่ เขาทำได้เพียงแค่อธิษฐานอย่างเงียบๆ
ว่าขอให้ พลังชีวิตของเมิ่งเสี่ยวฉินอินฟื้นฟูกลับมาไวๆ
หลังจากดื่มโพชั่นเมิ่งเสี่ยวฉินอิน ก็สามารถฟื้นฟูพลัง
ชีวิตส่วนใหญ่ของเธอกลับมา ก่อนจะเริ่มทำการโจมตีอีก
หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง ยังดีที่อัศวินมีสกิลที่สามารถใช้
ดึงดูดค่าความเกลียดชังของพ้าหลินได้ และโชคดีมากที่
บอส ไม่ใช่โปรแกรมAIไม่เช่นนั้นเย่ฮวาคงต้องตายเป็นคน
แรก
ค่าความเสียหายที่ได้รับไม่ใช่ปัจจัยในการกำหนด
เป้าหมาย พลังโจมตีที่สูงเกินไปต่างหากถึงสามารถดึงดูด
ความเกลียดชังของพ้าหลินได้โดยตรง ด้วยพลังป้องกัน
และพลังชีวิตที่สูงของมัน เป็นเสมือนดาบเล่มที่สอง
พลังโจมตีดังกล่าวนับเป็นเรื่องที่น่าตกใจแต่ก็ไม่ถึงกับ
เป็นอันตราย ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสามคนทำให้
พวกเขารักษาสถานการณ์ไว้ได้ อีกทั้งเลเวลของพวกเขาก็
ไม่ได้ต่ากว่าบอสมากสักเท่าไหร่ ดังนั้นพวกเขาจึงพอจะ
รับมือมันได้
หลังจากผ่านไปสิบนาที พลังชีวิตของพ้าหลินก็ถูกลด
ไปมากพอสมควร เห็นแบบนั้นเย่ฮวาก็พูดกับเมิ่งเสี่ยวฉิน
อิน ว่า: “พี่เมิ่ง ลำพังพวกเราสามคนคงจะฆ่าบอสตัวนี้ได้
ยากมาก ประสบการณ์ครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ตอนที่พลังชีวิต
ของบอสลดต่ากว่า50%มันอาจจะใช้สกิลออกมา พอจะมี
วิธีรับมือหรือเปล่า? ”
กวาจื่อ พยักหน้า: “ถ้าเป็นบอสระดับบรอนซ์เราคงจะ
ไม่กังวลมากนักหรอก แต่มันเป็นถึงบอสระดับเงิน ที่มีค่า
คุณสมบัติที่แข็งแกร่ง หนำซ้ามันยังมีถึงสามสกิล”
เมิ่งเสี่ยวฉินอินมองไปอีกด้านแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวล
ใกล้จะถึงแล้ว”
“อะไรเหรอ?!”
“ผู้เล่นในกลุ่มของเราอยู่ไม่ห่างจากที่นี่ ฉันได้ส่ง
ข้อความไปถึงสมาชิกในกลุ่มของเรา พวกเย่เย่กำลังจะ
มาถึงในอีกไม่ช้า”
ซีเย่โหย่วฉวง ผู้เล่นสายMMกำลังจะมา?หลังจากได้ยิน
ข่าวนี้ เย่ฮวาก็รู้สึกมีความสุขเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด
และเขาคงมีความสุขมากกว่านี้ถ้าสามารถฆ่าบอสกับ
ผู้หญิงน่ารักๆ
ท่าทางการแสดงออกของกวาจื่อดูตื่นเต้น: “ฉันกำลัง
จะได้เจอสาวสวยงั้นเหรอ?ชักจะตื่นเต้นซะแล้วสิ! เธอจะ
มาถึงเมื่อไหร่? ”
เมิ่งเสี่ยวฉินอิน หัวเราะเบาๆ : “พวกเธอบอกว่าจะ
มาถึงภายในสามนาที”
“ว้าว~เร็วมาก!”
“อิอิ~”
การโจมตีของพ้าหลินหยุดชะงักลง มือขวาของมันถือ
ดาบ ส่วนมือซ้ายยกขึ้นทาบไปที่หน้าอก จากนั้นก็พูดขึ้น
ว่า: “สิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่งย่อมมีแสดงความจงรักภักดีต่อ
ราชา พวกเจ้ากล้าตั้งตัวเป็นศัตรูข้าเชียวรึ ”
ในระหว่างที่พูด ร่างของพ้าหลิน ก็มีแสงสีทองปรากฏ
เย่ฮวาโพล่งขึ้นด้วยความประหลาดใจ: “บ้าไปแล้ว ตอนนี้
พลังชีวิตมันยังเหลือ60ถึง70%แล้วทำไมมันถึงได้ใช้สกิ
ลออกมา”
เมิ่งเสี่ยวฉินอินดึงหอกยาวออกจากหน้าอกของ พ้า
หลิน: “บอสระดับบรอนซ์ปกติจะมีสองสกิลและพวกมันจะ
ถูกกระตุ้นให้ใช้สกิลเมื่อพลังชีวิตลดต่ากว่า 50%แต่บอ
สระดับเงินตัวนี้กลับมีสามสกิล หนำซ้ายังใช้สกิลออกมา
เร็วกว่าปกติ ไม่ผิดแน่ สกิลนี้ไม่ใช่สกิลการโจมตีและไม่
น่าจะมีความเสี่ยงอะไรมาก”
“ติ๊ง!~”
“ระบบแจ้ง : [ราชาแห่งเมืองหลีกวง-พ้าหลิน]
ปลดปล่อยทักษะ [อำนาจราชา] ทำให้ค่าความเสียหายที่
ได้รับลดลง20%ภายในระยะเวลา30วินาที และความ
เสียหายทางกายภาพเมื่อผู้เล่นถูกโจมตีจะเพิ่มขึ้น10%”
…
เป็นไปอย่างที่เมิ่งเสี่ยวฉินอินพูดไว้ไม่ผิด นี่ไม่ใช่สกิลที่
อันตราย การลดค่าความเสียหายภายใน30วินาที ไม่
สำคัญต่อ เพราะพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะรีบฆ่ามัน ตอนนี้เรา
เพียงถ่วงเวลามันเอาไว้ รอให้พวกซีเย่ผู้เล่นสายMMมาถึง
“124”
“127”
เย่ฮวาโจมตีใส่พ้าหลินขณะเดียวกันเขาก็ได้รับความ
เสียหายเพิ่ม 10%แต่นี่ไม่ใช่บาดแผลที่สาหัสดังนั้นจึงไม่มี
ความจำเป็นจะต้องกังวล
แม้ว่ามันแทบจะไม่แตกต่างจากไปจากก่อนหน้า แต่
มันก็ลดลงจริงๆ แม้ตัวเลขจะดูเล็กน้อยแต่ถ้านับรวมๆกัน
ก็ถือเป็นจำนวนที่มากพอสมควร ส่งผลให้การรักษาของ
พวกเขาสามคนถูกเร่งเวลาทำให้ต้องใช้ยาฟื้นฟูพลังชีวิต
เร็วขึ้น
แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็สามารถลดพลังชีวิตของพ้า
หลินได้บางส่วน แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้จัดการมันได้
ยากขึ้นนิดหน่อยก็ตาม
ระหว่างที่ทำการต่อสู้ก็มีแสงสว่างค่อยๆปะทุออกมา
จากร่างกายพ้าหลิน เปลวไฟสีน้าเงินบนร่างกายก็ค่อยๆ
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เห็นแบบนั้น เมิ่งเสี่ยวฉินอิน ก็เตือนพวก
เขาว่า พ้าหลินกำลังจะใช้ทักษะที่สอง เพื่อเตรียมตัวรับมือ
ช่วงเวลาในการเรียกใช้ทักษะของบอสระดับเงินนั้นสั้น
เป็นอย่างมาก ทักษะแรกเพิ่งหมดไปได้ไม่ถึงสองนาที
ทักษะที่สองก็ปลดปล่อยออกมา ถ้าเปลี่ยนเป็นพวกเขาคง
ไม่สามารถตั้งสติได้!
“แย่แล้ว!”
เมิ่งเสี่ยวฉินอิน กรีดร้องเบาๆ ทำให้สีหน้าพวกเขาสาม
คนเคร่งเครียดมากยิ่งขึ้น มันคือเมฆฝนดำมืดขนาดใหญ่
แบบนี้จะไม่ให้ตกใจได้ยังไง?
“เจ้าพวกมดปลวกที่แสนต่าต้อย กล้าทำร้ายราชา ช่าง
เลวทรามต่าช้า พวกเจ้าจะต้องชดใช้ต่อการกระทำของ
พวกเจ้า และข้าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสความเจ็บปวด
ทรมานราวตกอยู่ในนรก!”
“ย๊ากกกก!~”
พ้าหลิน แผดเสียงคำรามออกมาดุจดั่งอสูรร้าย จน
แผ่นดินรอบๆสั่นสะเทือน และแล้วแท่งหินขนาดใหญ่ก็
เจาะทะลวงขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ราวกับแท่งหินแหลมคม
เหล่านี้ปรากฏขึ้นมาเพื่อฆ่า
กวาจื่อ ตะโกนว่า: “เย่ฮวา,เจ้เมิ่ง,พวกนายระวังตัว
ด้วย อย่าให้แท่งหินนี้พุ่งใส่ … ”
“อ๊าก~”
กวาจื่อ พูดได้ไม่กี่คำก็ถูกแท่งหินสอยขึ้นฟ้า ระหว่างที่
กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด : “บ้าฉิบ! คอยดูคราวนี้
ฉันจะ … ”
“อ๊าก~”
เย่ฮวา :”……”
เมิ่งเสี่ยวฉินอิน : “… “