ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 373 : ซากปรักหักพังเผ่ายักษ์
“ว้าว!”
เยว่เอ๋อร์ยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองพร้อมกับเบิกตาโต
ด้วยท่าทางประหลาดใจ “คิดไม่ถึงเลยว่าพี่เย่ฮวาจะนึกถึง
ฉันเป็นคนแรกตอนที่ได้ของดีๆ แบบนี้ ดีใจจุงเบย~”
เสียงของเยว่เอ๋อร์ดังลั่นทั่วทั้งห้องรับแขกจนเย่ฮวา
ต้องยกมือขึ้นมาเพื่อให้เธอเบาเสียงลง จากนั้นก็ถาม
กลับไปว่า “ว่าไง? เธออยากเปลี่ยนเป็นอาชีพลับนี้หรือ
เปล่า?”
เยว่เอ๋อร์พึมพำ “ฉันอยากเล่นอาชีพลับสายธนู
มากกว่า ที่ไม่อยากเล่นสายนักเวทย์ก็เพราะไม่ค่อย
คล่องตัวเท่าไหร่เนี่ยแหละ”
เย่ฮวายักไหล่และหันไปหามู่จื่อหาน “เสี่ยวหาน เธอ
คิดว่าในกิลด์ของเรามีใครเหมาะกับอาชีพนี้บ้าง?”
มู่จื่อหานเลิกคิ้วเล็กน้อย หลังจากหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เธอก็พูดขึ้นว่า “อาชีพลับแบบนี้ย่อมเหมาะกับผู้เล่นแนว
หน้าภายในกิลด์อยู่แล้ว ถ้าหากให้อาชีพลับกับผู้เล่นที่ยัง
ไม่มีฝีมือมากพออาจจะเป็นการเสียอาชีพลับโดยเปล่า
ประโยชน์ ในกิลด์ของเราซิงเกอ โม่ซาง กวาจื่อ เสี่ยวอิง
เสี่ยวนิ่งแล้วก็เสี่ยวตูฉงสามารถเรียนอาชีพลับนี้ได้”
เย่ฮวาพยักหน้า “ถ้างั้นหลังจากเข้าระบบพวกเราค่อย
ไปเรียกพวกเขามาก็แล้วกันนะ หลังจากปรึกษากันแล้ว
ค่อยตัดสินใจว่าจะยกอาชีพลับนี้ให้ใคร”
“อื้อ”
……
ณ ลานกว้างของกิลด์ภายในเมืองลั่วเซียว เย่ฮวาเรียก
ผู้เล่นทุกคนที่มู่จื่อหานเอ่ยชื่อก่อนหน้านี้มารวมตัวกันอยู่
ที่นี่ ผู้เล่นเหล่านี้ต่างก็เป็นผู้เล่นอาชีพธรรมดาทั้งหมด
นอกจากนี้มาตรฐานเรื่องความสามารถก็อยู่ในระดับแนว
หน้าของกิลด์ คนที่มีเลเวลน้อยที่สุดในที่นี้คือเสี่ยวตูฉง
ทว่าความสามารถของเธอเพียงพอที่จะเบียดตัวเองขึ้นมา
เป็นแนวหน้าของกิลด์ได้
เย่ฮวาหยิบม้วนกระดาษเปลี่ยนอาชีพมาวางไว้บนโต๊ะ
และเริ่มพูดเข้าประเด็นว่า “ตอนที่ฉันเรียกทุกคนมาที่นี่ก็
ได้อธิบายรายละเอียดไปพอสมควรแล้ว ของชิ้นนี้คือม้วน
กระดาษเปลี่ยนอาชีพจอมเวทมิติ ใครที่ต้องการเปลี่ยน
อาชีพสามารถนำของชิ้นนี้ไปได้เลย”
พูดจบเขาก็กวาดตามองไปที่ทุกคนที่อยู่ตรงหน้า ซิ
งเหอพูดขึ้นเป็นคนแรก “ฉันเพิ่งหาข้อมูลของอาชีพนี้มา
อาชีพนี้คืออาชีพลับระดับ SS เป็นสายเวทย์เน้นซัพพอร์ต
เป็นหลัก ความสามารถในการต่อสู้อ่อนแอมาก จาก
รสนิยมของฉันไม่ค่อยชอบอาชีพนี้เท่าไหร่ ฉันขอบายนะ”
อิงนั่วซื่อเหยียนเองก็พูดขึ้นด้วยน้าเสียงและท่าทางที่
ไม่ค่อยสนใจกับสิ่งนี้เท่าไหร่นัก “ที่ฉันเลือกอาชีพนักเวทย์
เพราะการโจมตีสูง ส่วนอาชีพลับนี้ฉันก็ขอถอนตัวนะ”
ตอนนี้เองที่เย่ฮวาแอบสังเกตเห็นว่าเสี่ยวตูฉงกำลังจะ
พูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆ เธอก็หน้าแดงขึ้นมาและเลือกที่
จะเงียบต่อไป ตอนที่เขาเจอเสี่ยวตูฉงครั้งแรกเธอก็แสดงสี
หน้าตกตะลึงใส่เขา ราวกับคิดว่าตัวเองเป็นผู้เล่นเลเวลต่า
ธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่กลับมีโอกาสได้มายืนอยู่ในกิลด์หลัก
ของหานเยว่เหมิง
ตอนที่เขาเจอเธอครั้งแรก ความสามารถของเธอ
ธรรมดามาก แต่เป็นเพราะมีเอฟเฟคพิเศษมือแห่งความ
โชคดี จึงทำให้เธอมักจะได้ของดีอยู่เสมอหลังจากที่สังหาร
มอนสเตอร์ หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในกิลด์หานเยว่เหมิง
เธอก็เริ่มออกไปเก็บเลเวลพร้อมกับซิงเหอและโม่ซาง เอฟ
เฟคพิเศษมือแห่งความโชคดีของเธอทำให้ผู้เล่นที่อยู่
ภายในทีมต่างก็ได้รับไอเท็มที่มีระดับสูงขึ้น ความสามารถ
ในการเข้าใจสิ่งต่างๆ ภายในเกมของเธอก็สูงมากเช่นกัน
เพียงแค่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครสอนเธอก็เท่านั้น
หลังจากเธอใช้เวลาอยู่กับซิงเหอและโม่ซางเป็นเวลา
หนึ่งเดือนกว่าๆ ความสามารถในการเล่นเกมของเธอก็
สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เยว่เอ๋อร์เห็นว่าเธอมีความสามารถ
และมีพรสวรรค์ จึงส่งเสี่ยวตูฉงให้พี่หน่ายดูแลต่อ สำหรับ
พี่หน่ายไม่ได้มีดีแค่การฮีลเท่านั้น แม้ว่าอายุของเธอจะไม่
มากแต่เธอก็นับว่าเป็นเกมเมอร์ที่มากประสบการณ์คน
หนึ่งที่เข้าใจความแตกต่างของแต่ละอาชีพเป็นอย่างดี
ภายใต้การดูแลของพี่หน่ายทำให้เสี่ยวตูฉงไต่เต้าขึ้นมาจน
กลายเป็นอัศวินแถวสองที่กิลด์หานเยว่เหมิงขาดไม่ได้ ถ้า
หากโม่ซางไม่อยู่ เธอก็สามารถเข้ามาแทนที่โม่ซางและใช้
สิทธิ์เกือบทั้งหมดในการดูแลผู้เล่นคนอื่นๆ แทนเขาได้
เป็นเพราะความสามารถที่โดดเด่นของเสี่ยวตูฉง
ดังนั้นเมื่อสองอาทิตย์ก่อนเย่ฮวาจึงตัดสินใจแต่งตั้งเธอให้
เป็นผู้อาวุโสของกิลด์ สำหรับเย่ฮวาแล้วผู้หญิงที่ชาญ
ฉลาดคนนี้ถือว่าเป็นคนที่มีฝีมือไม่เลวเลย
เย่ฮวาหันไปยิ้มให้เธอ “เสี่ยวตูฉง มีอะไรอยากจะพูดก็
พูดมาเถอะ”
ทุกคนหันไปมองเสี่ยวตูฉงเป็นตาเดียว ด้วยเหตุนี้จึงทำ
ให้เธอด้านแดงเถือกมากยิ่งขึ้น กวาจื่อที่กำลังนั่งเขี่ยขี้มูก
พูดขึ้นมาว่า “ไม่ต้องอายหรอก อยู่ด้วยกันมาตั้งหลาย
เดือนแล้วเพื่อนกันทั้งนั้น มีอะไรอยากจะพูดก็พูดมา
เถอะ”
เสี่ยวตูฉงเงยหน้ามองเย่ฮวาปราดหนึ่งก่อนจะรีบก้ม
หน้าลง แล้วพูดด้วยท่าทางอึกๆ อักๆ ว่า “คือ…ถ้าหาก
เป็นไปได้…ฉันอยากเล่นอาชีพสายซัพพอร์ตนี้…”
นิงเชอู๋ล่านหันไปมองเสี่ยวตูฉง “ฉันชอบเล่นสาย
โจมตีหนักๆ มากกว่า อาชีพลับนี้คงไม่เหมาะกับฉัน
เท่าไหร่”
โม่ซางยักไหล่ “ฉันคืออัศวินอันดับหนึ่งของกิลด์หาน
เยว่เหมิง ถ้าให้ฉันย้ายไปเล่นอาชีพลับคงไม่โดดเด่นใน
กิลด์แล้วล่ะ~”
ภายใต้การปฏิเสธของทุกคน ทำให้อาชีพนี้ส่งไปถึงมือ
ของเสี่ยวตูฉง อาชีพหลักทั้งเจ็ดนอกเหนือจากอาชีพ
นักบวชต่างก็มีความสามารถในการต่อสู้ทั้งหมด ดังนั้น
พวกเขาจึงไม่ได้รู้สึกสนใจที่จะเปลี่ยนไปเล่นสายซัพพอร์ต
หลังจากเปลี่ยนอาชีพพวกเขาก็จะไม่สามารถเอาชนะใน
ศึกตัดสินใต้หล้าและเวทีสังเวียนได้อีก ไม่ว่าจะไปเก็บ
เลเวลที่ไหนก็ต้องขอเข้าร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆ ไปทั่วเพราะ
ไม่สามารถโจมตีเดี่ยวได้ ดังนั้นผู้เล่นโดยทั่วไปจึงไม่มีใคร
คิดที่จะเลือกอาชีพสายซัพพอร์ตนี้
กวาจื่อชี้หน้าตัวเอง “หรือว่าจะให้ฉัน…เอ่อ…ลืมไป
เลยว่าฉันเองก็ชอบเล่นแต่อาชีพนักฆ่าเหมือนกัน”
เย่ฮวากลอกตาใส่กวาจื่อก่อนจะยื่นม้วนกระดาษ
เปลี่ยนอาชีพให้เสี่ยวฉงตู เธอมองเขาด้วยท่าทางลังเล อีก
ทั้งยังแอบมีน้าตาคลอเบ้าเล็กๆ อยู่ภายในนั้น เธอรีบลุก
ขึ้นยืนและโค้งตัวลงตรงหน้าทุกคน ระหว่างที่โค้งตัวก็พูด
ด้วยน้าเสียงสะอึกสะอื้นว่า “ขอบคุณพี่เสี่ยวนิ่ง…ขอบคุณ
พี่โม่ซาง…ขอบคุณ…”
หลังจากเธอกล่าวขอบคุณทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ เย่ฮวาก็
ยื่นมือไปตบบ่าเธอเบาๆ และยื่นม้วนกระดาษไปตรงหน้า
เธอ “รับไปเถอะ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าสกิลของ
อาชีพจอมเวทมิติมีอะไรกันแน่ เพราะในระบบก็ไม่ได้ระบุ
ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนี้อย่างละเอียด”
อันที่จริงไม่ได้มีแค่เขาที่อยากรู้ เพราะทุกคนต่างก็ตั้ง
หน้าตั้งตารอคอยเช่นเดียวกัน เสี่ยวตูฉงรับม้วนกระดาษ
ไป จากนั้นเธอก็ปลดเชือกสีทองออกและคลี่ม้วนกระดาษ
เพื่อดูสิ่งที่อยู่ด้านในนั้น ทันใดนั้นม้วนกระดาษสีทองก็
เปลี่ยนเป็นแสงสว่างสีทองหมุนวนรอบตัวเสี่ยวตูฉง
หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาทีแสงเหล่านั้นก็พุ่งไปที่หน้าผาก
และหายวับเข้าไปในร่างกายของเธอ
กวาจื่อถูมือไปมา “จัดมา! ขอพวกฉันดูสกิลของอาชีพ
ลับหน่อย~”
เสี่ยวตูฉงก้มหน้าลงจากนั้นก็พูดด้วยเสียงแผ่วเบาราว
กับแมลงหวี่ “ต้องทำภารกิจก่อนน่ะ”
เย่ฮวาเหล่ตามองกวาจื่อจากนั้นก็พูดว่า “ม้วน
กระดาษชิ้นนี้ต้องทำภารกิจระดับ SS ก่อนถึงจะเปลี่ยน
อาชีพได้”
“เฮ้อ~”
กวาจื่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ “รอเก้อเลย~”
“เอาล่ะ ทุกคนแยกย้ายกันเถอะ”
พูดจบเย่ฮวาก็หันไปพูดกับเสี่ยวตูฉงว่า “ตอนนี้ฉันยัง
ว่าง ถ้าหากภารกิจยากเกินไปฉันจะไปช่วยเธอเอง”
เสี่ยวตูฉงพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็แชร์เนื้อหาภารกิจ
ให้กับทุกคน–––––
[อัญมณีมิติ] (ความยาก: ระดับ SS)
แนะนำ : หลังจากผู้เล่นเปิดรับภารกิจจาก [ม้วน
กระดาษเปลี่ยนอาชีพจอมเวทมิติ] ผู้เล่นจำเป็นต้อง
ได้รับอัญมณีมิติจึงจะสามารถรับอำนาจจากห้วงมิติในการ
เปลี่ยนอาชีพเป็นจอมเวทมิติได้สำเร็จ
……
หลังจากได้รับพิกัดของอัญมณีมิติชิ้นนี้ก็พบว่าอยู่ใน
แผนที่เลเวล 105 ตอนนี้เสี่ยวตูฉงเลเวลแค่ 83 เท่านั้น
นอกจากนี้ตอนที่อยู่ในช่วงสงครามกลางเมือง เนื่องจาก
เธอทำหน้าที่เป็นแนวหน้าในการอุดช่องโหว่ของแนว
ป้องกันจึงทำให้เธอถูกสังหารไปสองครั้ง ส่งผลให้เลเว
ลของเธอยังไม่สูงเท่าที่ควร แผนที่เลเวล 105 ยังยาก
เกินไปสำหรับอัศวินอย่างเธอที่จะเดินทางไปคนเดียว ดู
เหมือนว่าช่วงเช้าของวันนี้เขาคงต้องไปช่วยเธอแล้วล่ะ
หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปเก็บเลเวล เย่ฮวาและ
เสี่ยวตูฉงก็เข้ามาอยู่ในปาร์ตี้เดียวกัน เย่ฮวาเรียกม้าจ้านห
ยินออกมาและให้เสี่ยวฉงตูขึ้นมานั่งบนหลังม้าตัวเดียวกับ
เขาเพื่อเดินทางไปยังแผนที่เลเวล 105 ด้วยกัน
สัตว์พาหนะของเสี่ยวตูฉงคือสัตว์เลี้ยงระดับทองเข้ม
การเคลื่อนไหวค่อนข้างช้า ดังนั้นการใช้ม้าจ้านหยินของ
เขาจึงช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า
เสี่ยวตูฉงแอบลังเลเล็กน้อยก่อนจะขึ้นมานั่งบนหลังม้า
ของเขา ทว่าหลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็รู้สึกผิดที่
ตัดสินใจแบบนี้ เพราะเสี่ยวตูฉงเป็นคนขี้อายมาก ขณะที่
นั่งอยู่บนหลังม้าเธอก็พยายามเอนตัวไปด้านหน้า เพื่อ
ไม่ให้ร่างกายของเธอสัมผัสกับเขา เธอก้มหน้าด้วยใบหน้า
แดงก่าตลอดทาง โดยไม่ปริปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
ตำแหน่งที่เธอนั่งตอนนี้แทบจะขึ้นไปนั่งอยู่บนหัวม้าอยู่
แล้ว
เย่ฮวาพยายามหยิบหัวข้อสนทนาเพื่อมาคุยกับเธอ
อย่างเช่นเรื่องที่น่าสนใจภายในกิลด์ คำร้องเรียนของ
กวาจื่อและเหล่าเพื่อนฝูงที่เธอรู้จักภายในกิลด์ บทสนทนา
ที่พูดคุยกันค่อยๆ ดึงความห่างเหินให้ขยับเข้าใกล้กันมาก
ขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาไม่
อึมครึมและตึงเครียดเหมือนกับก่อนหน้านี้
หลังจากใช้เวลาในการเดินทางไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ใน
ที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงแผนที่ ‘ซากปรักหักพังเผ่า
ยักษ์’ ความสามารถเกี่ยวกับช่องมิติเป็นสิ่งที่เผ่ายักษ์สร้าง
ขึ้น ความสามารถนี้มีความสุดยอดเกินกว่าที่มนุษย์
โดยทั่วไปจะคิดค้นขึ้นมาได้ ทว่าท้ายที่สุดหายนะก็ทำให้
เผ่ายักษ์สูญหายไปทั้งตระกูล ความสามารถเกี่ยวกับมิติก็
สูญหายไปจากแผ่นดินใหญ่ด้วยเช่นเดียวกัน
ซากปรักหักพังเผ่ายักษ์ในเวลานี้เหลือเพียงแผ่นดินที่
ไหม้เกรียมและกำแพงแตกหักที่ไม่สมบูรณ์ แต่จากที่เห็นก็
พอจะรับรู้ได้ว่าก่อนหน้านี้สถานที่แห่งนี้มีความ
เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก และเผ่ายักษ์เหล่านี้ก็มีรูปร่าง
ใหญ่โตมากจริงๆ
มอนสเตอร์ที่อยู่ภายในแผนที่แห่งนี้เป็นร่างวิญญาณที่
มีความสูงราวๆ 3 เมตร ร่างวิญญาณเหล่านี้มีรูปร่างสูง
ใหญ่และกำยำเป็นอย่างมาก ในมือของพวกมันมีค้อนรบ
บ้างก็เป็นขวานรบ นอกจากนี้ยังมีเขี้ยวยาวอีกสองเขี้ยวที่
โผล่ออกมาจากปากซึ่งทำให้พวกมันดูน่ากลัวเป็นอย่าง
มาก
[เนโครแมนเซอร์มายา] (เสริมสร้างความแข็งแกร่ง
ระดับแปด)
เลเวล :105
พลังการโจมตี :31,500-42,800
การป้องกัน :6,500
ค่าพลังชีวิต :1,400,000
สกิล :[สะบั้นแยกนภา] [ระเบิดหนึ่งโจมตี] [เสียง
คำรามพลังยักษ์]
แนะนำ : หลังจากเผ่ายักษ์ดับสูญ วิญญาณของพวก
มันได้ล่องลอยเข้าสู่ช่องมิติแห่งความตาย หลังจากผ่านไป
หลายพันปีวิญญาณของพวกมันก็ได้รับความแข็งแกร่ง
อย่างเต็มที่จนทำให้สามารถหลุดออกจากช่องมิติแห่ง
ความตายและกลับคืนสู่โลกใบนี้อีกครั้ง ทว่าวิญญาณที่
ออกมาจากช่องมิติแห่งความตายสูญเสียความทรงจำ
ทั้งหมดที่มี อีกทั้งยังกลายเป็นวิญญาณผู้แสนโดดเดี่ยว
และขาดสติที่ล่องลอยไปทั่วทุกหนแห่ง
……
“เธอรู้หรือเปล่าว่าอัญมณีมิติอยู่ที่ไหน?” เย่ฮวาถาม
เสี่ยวตูฉง
เธอส่ายหน้าและตอบกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา
“ภารกิจบอกแค่ให้มาที่นี่ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอื่นๆ
เลย”
เย่ฮวายักไหล่ “งั้นพวกเราเข้าไปฆ่ามอนสเตอร์ไป
พลาง ออกตามหาไปพลางก็แล้วกัน ถือว่าช่วยเธอเก็บ
เลเวลด้วยเลย”
เสี่ยวตูฉงยังคงหน้าแดงจนแทบจะมุดหน้าลงไปใน
อ้อมกอดของตัวเอง เธอตอบกลับมาสั้นๆ แค่ “อื้อ”
เย่ฮวากระตุกยิ้มและควบม้าเข้าไปด้านในแผนที่แห่งนี้
ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ดึงค่าความเกลียดชังมาจากเน
โคแมนเซอร์มายาตัวหนึ่ง มันแผดเสียงคำรามออกมา
พร้อมกับง้างขวานรบขึ้นและพุ่งตัวมาทางพวกเขา
ตอนที่รับรู้ได้ว่าเนโครแมนเซอร์มายากำลังพุ่งตัวเข้า
มา และเย่ฮวากำลังจะบอกให้เสี่ยวตูฉงหนีออกไป จู่ๆ เธอ
ก็ยกหอกยาวในมือขึ้น วินาทีต่อมาร่างของเธอก็หายไป
จากจุดที่ยืนอยู่
“ฟิ้ว!”
เสี่ยวตูฉงพุ่งทะลุร่างของเนโครแมนเซอร์มายาอย่าง
รวดเร็ว แม้ว่าการโจมตีของเธอจะไม่ได้มีคุณสมบัติในการ
โจมตีที่สูงมากพอ ทว่าเธอก็สามารถสร้างค่าดาเมจและทำ
ให้เป้าหมายมึนงงได้ชั่วขณะ––––––
“38941”
วินาทีที่เนโครแมนเซอร์มายาเข้าสู่ค่าสถานะมึนงง
เสี่ยวตูฉงก็หันกลับมาอย่างรวดเร็วและวาดหอกยาวในมือ
ไปด้านหน้า วินาทีที่เธอวิ่งผ่านร่างของเนโครแมนเซอร์
มายา การโจมตีอย่างต่อเนื่องของเธอก็ถูกเรียกใช้งานได้
อย่างสมบูรณ์ หอกยาวในมือกวัดแกว่งไปมาติดต่อกัน
อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดค่าดาเมจเด้งขึ้นมาติดต่อกันถึง
สามครั้ง!
“40597”
“32775”
“33926”
ตอนนี้ค่าความเกลียดชังของเนโครแมนเซอร์มายาตัว
นั้นพุ่งเป้าไปที่เสี่ยวตูฉงแล้ว ขวานในมือของมันเกิดแสง
สว่างจางๆ ขึ้น ซึ่งเป็นเอฟเฟคขณะเปิดใช้สกิลสะบั้นแยก
นภา วินาทีที่ขวานรบในมือของมันปล่อยพลังงานออกมา
เสี่ยวตูฉงก็สไลด์ตัวไปด้านข้างราวๆ 2 หลา ส่งผลให้การ
โจมตีเกิดค่า MISS เด้งขึ้นบนหัว!
เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า เย่ฮวาก็ปรบมือชื่นชมการ
เคลื่อนไหวที่ลื่นไหลของเธอ ฝีมือไม่เลวเลย!