ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 376 : อสูรบรรพกาล
“ตูม!”
พลังงานสีดำหมุนวนขึ้นรอบตัวรวมถึงพื้นหินที่เริ่ม
แตกกระจายออกจากกันจนเกิดเสียงดังฟังชัด ใบมีดมังกร
อเวจีในมือถูกวาดออกไปด้วยสกิลสะบั้นทลายวิญญาณ
ตามไปติดๆ อีกหนึ่งสกิลส่งผลให้เขาสามารถโยกค่าความ
เกลียดชังให้กับบอสได้อย่างสมบูรณ์!
“มนุษย์ผู้ต้อยต่าอย่างพวกเจ้า! พวกเจ้าต้องชดใช้ใน
สิ่งที่ทำ!!!” พูดจบบอสก็ยกมือซ้ายขึ้นและชี้ไปที่เม่ยเอ๋อร์
ทันใดนั้นพลังงานสีม่วงมวลหนึ่งพุ่งเข้าใส่กลางอกของเธอ
อย่างฉับพลัน!
“357,462”
เม่ยเอ๋อร์เปล่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับร่างที่กระเด็น
ลอยออกไป ค่าดาเมจปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเธอ
รวมถึงมีแสงสว่างสีม่วงที่เจาะเข้ากลางอกของเธอก่อนจะ
ทะลุกลางหลังและพุ่งเข้าใส่เย่ฮวารวมถึงเสี่ยวตูฉง!
“397,541”
“+50000”
“+67278”
“402573”
ภายใต้สถานการณ์ที่รุนแรงถึงชีวิตนี้เย่ฮวารีบเข้ามา
ขวางด้านหน้าเสี่ยวตูฉงอย่างไม่ลังเล หลังจากถูกโจมตีเขา
ก็รีบดื่มยาเพิ่มเลือดเพื่อดึงเลือดกลับมา ตอนนี้
สถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีเท่าไหร่นักเขาจึงรีบปล่อยสกิลคม
ดาบตัดสินเพื่อดูดเลือดมาจากอีกฝ่าย จากนั้นก็กลืนโอสถ
ลมฝนเข้าไปหนึ่งเม็ด ส่งผลให้หลังจากที่ถูกโจมตีเข้าใส่
ครั้งที่สอง พลังชีวิตของเขายังเหลืออีก 40,000 พอยท์
เรียกได้ว่าเป็นนาทีชีวิตจริงๆ
การโจมตีโดยทั่วไปของบอสตัวนี้ไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่
นัก ทว่าการโจมตีด้วยสกิลของมันกลับน่ากลัวมากขึ้น
เรื่อยๆ ที่เจ็บปวดมากกว่านั้นคือมันสามารถเจาเกราะของ
ศัตรูได้!
เย่ฮวาสั่งให้เม่ยเอ๋อร์เปิดใช้โล่วิญญาณคุ้มกันหทัยเพื่อ
หลบการโจมตีจากอีกฝ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตอนนี้ต้องรักษาค่าพลังชีวิตให้สูงกว่า 90% ไม่เช่นนั้นเธอ
อาจจะถูกจัดการทันทีหลังจากถูกโจมตีด้วยสกิลใดสกิล
หนึ่งของมัน ถ้าหากสนามต่อสู้ขาดเม่ยเอ๋อร์ไปคงเกิดแรง
กดดันเป็นอย่างมาก
ค่าพลังชีวิตของบอสลดลงเหลือ 60% แล้ว ส่วนสกิลที่
สองก็ถูกปล่อยออกมาแล้วเช่นเดียวกัน ตอนนี้เหลือสกิล
อีกสองสกิลซึ่งคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือ แม้ว่าเย่ฮวาจะ
รู้ดีว่าการสังหารบอสตัวนี้มีความยากลำบากเป็นอย่างมาก
แต่ภายในใจของเขากลับแอบรู้สึกดีใจ ในเมื่อปรมาจารย์
นักเวทย์มิติมีสกิลที่แข็งแกร่งขนาดนี้ หากเสี่ยวตูฉง
สามารถเปลี่ยนอาชีพเป็นจอมเวทมิติความสามารถในการ
ต่อสู้ของเธอจะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้หรือเปล่านะ?
แม้ว่าระบบจะระบุว่าอาชีพจอมเวทมิติเป็นอาชีพสาย
ซัพพอร์ต แต่บางครั้งเส้นทางที่ผู้เล่นเลือกเดินก็ไม่ได้ตรง
ตามที่ระบบบอกเสมอไป ระบบเคยแจ้งว่าผู้เล่นอัศวิน
สามารถทนต่อค่าดาเมจได้มหาศาล ถ้าหากเป็นเช่นนั้น
จริงๆ ป่านนี้เมิ่งเสี่ยวฉินอินและเจียงหานคงกลายเป็น
นักรบระดับสุดยอดที่สามารถรับแรงปะทะราวกับเป็นร่าง
เหล็กโดยไม่มีใครสามารถทำอะไรพวกเธอได้ไปนานแล้ว
เสี่ยวตูฉงเห็นเย่ฮวาเลือดลดจนเกือบหมดหลอด เธอก็
รีบวิ่งเข้ามาขวางตรงหน้าเขาไว้พร้อมกับเอ่ยขึ้น “หัวหน้า
รีบฟื้นฟูค่าพลังชีวิตก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันรับการโจมตีของ
บอสตัวนี้ให้ก่อน”
เย่ฮวายิ้มให้เธอพร้อมกับยื่นมือตบบ่าเธอเบาๆ ให้เธอ
หลบไปอยู่ด้านหลังตามเดิม “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉัน
สามารถสู้กับผู้เล่นเมืองหลักเซิร์ฟเวอร์ญี่ปุ่นเกาหลีได้
เพียงลำพัง บอสแค่ตัวเดียวทำอะไรฉันไม่ได้หรอก~”
ระหว่างที่พูดเย่ฮวาก็เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เธอ ตอนนี้
พลังชีวิตของเขาฟื้นฟูกลับมา 20% แล้ว ภายใต้แสง
ศักดิ์สิทธิ์ทำให้พลังชีวิตของเขาเพิ่มขึ้นอัตโนมัติ 5% ทุกๆ
วินาที ต่อให้เลือดของเขาหมดหลอดและยืนนิ่งอยู่กับที่ก็
สามารถดึงพลังชีวิตกลับมาได้เต็มหลอดภายใน 20 วินาที
เม่ยเอ๋อร์และบอสยังคงสู้กันอย่างดุเดือดราวกับเปลว
เพลิงที่กำลังปะทุ เย่ฮวารอให้พลังชีวิตของ9oเพิ่มขึ้น
50% จากนั้นก็เข้าสู่สนามต่อสู้อีกครั้ง การโจมตีของเม่ย
เอ๋อร์ยังคงเปิดการโจมตีใส่บอสชุดใหญ่ สกิลโจมตีลึกลับ
ของเธอสามารถสู้กับบอสได้อย่างไร้กังวล ส่วนสกิลกล
ยุทธ์เสียงวิญญาณและการโจมตีแบบธรรมดาของเธอ
สร้างค่าดาเมจไม่ต่างกันเท่าไหร่นักทว่าต่างกันตรงที่สกิล
นี้เป็นสกิลสังหารหมู่ ส่วนสกิลวิญญาณเกี่ยวเนื่อง โล่
วิญญาณคุ้มกันหทัยและวิญญาณเก้าชีวิตไม่ได้เป็นสกิล
สำหรับโจมตี พลังชีวิตของเม่ยเอ๋อร์ถือว่าสูงมาก แต่ถ้า
หากเทียบการโจมตีกับสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในระดับเดียวกับเธอ
ยังถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงระดับกลางเท่านั้น
เย่ฮวารู้สึกดีใจมากที่เม่ยเอ๋อร์ได้รับอาวุธง้าวมังกรจู
เสิน ไม่เช่นนั้นการโจมตีของเธอคงมีอยู่แค่ 180,000
พอยท์เท่านั้น ถ้าหากต้องสู้กับบอสตัวนี้จริงๆ คงต้องใช้
เวลาที่ยาวนานกว่านี้อย่างแน่นอน
การโจมตีแต่ละครั้งถูกส่งออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง เย่ฮ
วาพยายามควบคุมให้ค่าดาเมจของเขาแตกต่างจากเม่ย
เอ๋อร์เล็กน้อย เพื่อดึงดูดค่าความเกลียดชังไปที่เม่ยเอ๋อร์
ในเวลาเดียวกันก็โจมตีอย่างต่อเนื่องเพื่อลดพลังชีวิตของ
มันให้ต่าลง ตอนที่เลือดของมันเหลืออยู่ 20% บอสก็ถอย
ผงะออกไปหลายก้าว มันยกคทาในมือขึ้นสูงพร้อมกับเกิด
เป็นอุโมงสีดำขนาดใหญ่ขึ้น อุโมงที่ปรากฏขึ้นเป็นดั่งหลุม
อุกาบาตที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่งรอบตัวให้หายเข้าไปอยู่ใน
นั้น
สกิลมิติกลืนกินซึ่งเป็นสกิลที่สามของมัน ซึ่งเป็นสกิลที่
สามารถห่อหุ้มพื้นที่ที่อยู่รอบตัวให้หายเข้าไปอยู่ในมิติที่
บอสตัวนี้เรียกออกมา พวกเขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่
แข็งแกร่งกำลังดูดร่างให้เข้าไปอยู่ด้านในนั้น พลังงานมวล
นี้ทำให้ความเร็วของเม่ยเอ๋อร์และเสี่ยวฉงตูลดลงอย่าง
มาก ทว่าในทางกลับกันเย่ฮวากลับไม่ได้รับผลกระทบ
อะไรเลย
เอฟเฟคลดความเร็วทั้งหมดไม่สามารถทำอะไรเขาได้
เป็นเพราะการต่อสู้สนามนี้ไม่ได้มีข้อกำหนดอะไร ดังนั้น
เม่ยเอ๋อร์จึงสามารถรับมือกับบอสตัวนี้ได้โดยที่พวกเขาทำ
หน้าที่เสริมการโจมตีอยู่ข้างๆ ด้วยค่าดาเมจที่มั่นคง พวก
เขาจึงไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย สิ่งเดียวที่เย่ฮวาให้ความ
สนใจก็คือสายอสนีบาตที่พุ่งออกมาจากอุโมงสีดำเป็นครั้ง
คราวเหล่านั้นสามารถสร้างค่าดาเมจได้มากกว่า 100,000
พอยท์
ค่าพลังชีวิตของเสี่ยวตูฉงมีอยู่ราวๆ 300,000 พอยท์
นอกจากจะหลบการโจมตีแล้วเธอก็สามารถที่จะรับมือกับ
บอสตัวนี้ได้ ทว่าสกิลนิ้วสัญญาณผกผันยังเป็นสกิลที่เธอ
ยังต้องระมัดระวังตัว ถ้าหากเธอถูกโจมตีขึ้นมาจริงๆ คง
ถูกสังหารภายในครั้งเดียวอย่างไม่ต้องสงสัย
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เขา
เริ่มกลับมาจริงจังกับการโจมตีบอสตัวนี้แล้ว พลังชีวิต
20% สุดท้ายของมันคือค่าพลังชีวิตราวๆ 6,000,000
พอยท์ เย่ฮวามั่นใจว่าระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งนาทีกว่าก็
สามารถจัดการกับมันได้แล้ว!
เขาเปิดใช้สกิลฟาดฟันต่อเนื่องออกไปติดต่อกันถึง 12
ครั้ง ส่งผลให้เกิดค่าดาเมจถี่และกระตุ้นความโกรธให้กับ
บอสอีกครั้ง
บอสหันมามองเย่ฮวาอย่างช้าๆ มันยกนิ้วขึ้นและ
ปล่อยสกิลนิ้ววิญญาณผกผันมาที่เขาอย่างไม่รีรอ!
เย่ฮวาเห็นเช่นนั้นก็รีบปล่อยสกิลดาบยวี่เจี้ยนเจ็ดวิถี
เพื่อปะทะกับพลังงานสีม่วงที่พุ่งเข้าใส่ร่างของเขา
พลังงานที่ปะทะเข้าใส่ร่างของทำให้เลือดของเขาลดลง
อย่างมาก หลังจากที่แสงสีม่วงเจาะเข้ากลางอกของเขา
มันก็เจาะทะลุและส่งไปที่เม่ยเอ๋อร์และเสี่ยวฉงตูต่อทันที!
อันที่จริงเดิมทีเขาอยากจะสั่งให้เม่ยเอ๋อร์เข้าไปคุ้มกัน
เสี่ยวตูฉงไว้ แต่ยังไม่ทันที่เม่ยเอ๋อร์จะเปลี่ยนตำแหน่งกับ
เขา บอสตัวนี้ก็ปล่อยสกิลนิ้ววิญญาณผกผันเข้าใส่พวก
เขาเสียแล้ว ภายใต้เอฟเฟคมิติกลืนกินทำให้ความเร็วของ
สองสาวลดลงจนทำให้ไม่สามารถสั่งให้เม่ยเอ๋อร์เข้าไป
ต้านการโจมตีแทนเสี่ยวฉงตูได้ ดังนั้นเขาจึงต้องจัดการ
เรื่องนี้ด้วยตนเอง!
วินาทีที่แสงสีม่วงถูกส่งออกมา เย่ฮวาก็รีบเปิดใช้สกิล
จากอนุสรณ์รวมวิญญาณเพื่อเทเลพอร์ตไปขวางด้านหน้า
ของเสี่ยวตูฉง ในเวลาเดียวกันดาบแสงสองเล่มจากสกิ
ลดาบยวี่เจี้ยนก็ปักเข้ากลางหลังของบอสจนเกิดค่าดาเมจ
ขึ้นติดต่อกันสองครั้ง!
“98,247”
“+41,264”
“103,825”
“+43,636”
เย่ฮวากลืนโอสถลมฝนจนทำให้ค่าพลังชีวิตฟื้นฟู
กลับคืนมาได้ส่วนหนึ่ง ตอนที่แสงสีม่วงปักเข้ากลางร่าง
ของเขาเป็นครั้งที่สอง ค่าดาเมจก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อม
กับแถบเลือดที่ลดลงฮวบใหญ่ สกิลนิ้ววิญญาณผกผัน
รุนแรงถึงชีวิตจริงๆ!
หลังจากต้านการโจมตีได้สำเร็จ เย่ฮวาก็สั่งให้เม่ยเอ๋อร์
โจมตีไปที่บอสอีกครั้งส่วนเขาย้ายมายืนอยู่ข้างๆ เพื่อลอบ
โจมตีอยู่ห่างๆ เม่ยเอ๋อร์เหมาะที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่าย
แทงค์มากกว่าเขาในเวลานี้ ถ้าหากสกิลนิ้ววิญญาณผกผัน
ถูกส่งออกมาอีกครั้งแม้ว่าเขาจะสามารถต้านการโจมตีได้
แต่เย่ฮวาเชื่อว่าสกิลใหญ่สุดท้ายของบอสคงจะรุนแรง
และยากเกินกว่าที่จะรับมือได้
หลังจากผ่านไปหนึ่งนาทีพลังชีวิตของบอสก็ลดลงมา
เหลือ 10% อีกฝ่ายมองพวกเขาด้วยความโกรธแค้น
ดวงตาทั้งคู่กลายเป็นสีแดงก่าขณะกระอักเลือดสีแดงสด
ออกมาจากมุมปาก “ผู้พิทักษ์โบราณกาลโปรดตอบรับ
การอัญเชิญจากข้า สังหารมนุษย์ผู้หยิ่งผยองเหล่านี้ด้วย
เถอะ!”
“โฮก!”
เสียงคำรามดังกึกก้องทั่วทุกสารทิศ เย่ฮวาเลิกคิ้วขึ้น
“สกิลอัญเชิญ! เสี่ยวตูฉงรับมือกับบอสไปก่อนนะ ฉันจะ
ล่อมอนสเตอร์อัญเชิญไปอีกทางนึง ส่วนพวกเธอรีบฆ่า
บอสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!”
สองสาวหันพยักหน้าตอบกลับ จากนั้นด้านในอุโมงสี
ดำก็มีมอนสเตอร์ร่างยักษ์ตกลงมา มันคือมอนสเตอร์ที่มี่
ร่างกายเหมือนหัวทว่ามีใบหน้าเป็นสิงโต ร่างกายของมัน
เต็มไปด้วยขนหนาสีน้าตาลประกายเหลือง ทันทีที่เห็น
ค่าสเตตัสของมันเย่ฮวาก็ชะงักไป “ดูเหมือนจะไม่ง่ายแล้ว
สิ”
[อสูรบรรพกาล] (มินิบอสระดับโบราณกาล)
เลเวล :105
พลังการโจมตี :85,600-117,500
การป้องกัน :25,000
ค่าพลังชีวิต :10,000,000
สกิล :[กัดฉีกกลืนกินวิญญาณ] [เกราะกระหาย
โลหิต] [เหยียบย่าวิญญาณร่วงโรย]
แนะนำ : อสูรบรรพกาลคืออสูรเทพผู้รับใช้เผ่ายักษ์
อสูรบรรพกาลมีสายเลือดจากอสูรเทพโบราณ พลังของ
พวกมันสร้างความหวั่นเกรงให้กับทุกสรรพสิ่ง อสูรตนนี้
ค่อยๆ ร่วงโรยไปตามกาลเวลา เป็นเพราะต้องการให้
ตนเองอยู่ยงคงกระพันจึงเข้ามาอยู่ในมิติที่เผ่ายักษ์สร้าง
ขึ้นเพื่อยืดอายุขัยของตนเอง
……
อสูรบรรพกาลอ้าปากกว้างจนเผยให้เห็นเนื้อสีแดง
ข้างในปากของมัน ระหว่างที่คำรามด้วยน้าเสียงทุ้มต่ามัน
ก็เปล่งเสียงออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “พวกเหล่า
แมลงจากโลกมนุษย์เพียงไม่กี่คนแต่กลับเหิมเกริมบุกรุก
เข้ามาที่นี่!”
พูดจบอสูรบรรพกาลก็พุ่งเข้าใส่เสี่ยวตูฉงอย่างไม่รีรอ
เห็นเช่นนั้นเย่ฮวาก็กราชับยกดาบในมือและปล่อยสกิล
สะบั้นสิบอักขระออกไปในทันที ปลายดาบที่แหลมคมจึง
แทงเข้าใส่ก้นของมันอย่างเต็มแรง!
“104,974”
“238,938”
อสูรบรรพกาลหยุดชะงักและหันมามองเย่ฮวา เขาผิว
ปากและยิ้มเยาะอีกฝ่าย “ศัตรูของแกคือฉันต่างหากล่ะ!”
“รนหาที่ตาย!”
อสูรบรรพกาลหมุนตัวและวิ่งกระโจนมาทางเย่ฮวา
อย่างไม่รีรอ เขาจึงรีบถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้
เสี่ยวตูฉงจัดการกับบอสต่อโดยให้เธอคอยสังเหตุสกิลนิ้ว
วิญญาณผกผันจากบอส เขากำชับเธอว่าหากมันปล่อยส
กิลนี้ออกมาให้รีบวิ่งมายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่ทันทีเพื่อให้
เขารับการโจมตีแทนเธอ
เย่ฮวาสู้กับอสูรไปพลางก็ถอยออกไปพลาง ตอนที่ค่า
ความเกลียดชังจากอสูรย้ายมาอยู่บนตัวของเขา เย่ฮวาจึง
สไลด์ตัวไปด้านข้างเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างเขากับ
เสี่ยวตูฉงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม วิธีนี้จะช่วยให้เธอ
สามารถวิ่งมาหาเขาได้เร็วและสะดวกยิ่งขึ้นหากบอสป
ล่อยสกิลนิ้ววิญญาณผกผันออกมา
ตอนที่พลังชีวิตของอสูรลดลงมาเหลือ 80% มันก็
ปล่อยสกิลกัดฉีกกลืนกินวิญญาณ เขี้ยวที่แหลมคมของมัน
กัดลงมาบนบ่าของเย่ฮวาอย่างฉับพลัน!
“137,875”
เย่ฮวาเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดขณะใช้
ดาบแทงเข้าใส่อสูรที่อยู่ตรงหน้าด้วยสกิลฟาดฟันต่อเนื่อง
ติดต่อกัน 9 ครั้ง เขาไม่อยากเสียเวลาอยู่กับมินิบอสระดับ
โบราณกาลตัวนี้นานเกินไป ยิ่งจัดการมันได้เร็วเท่าไหร่ก็
ยิ่งดีกับทุกคนมากเท่านั้น
พลังชีวิตของอสูรบรรพกาลลดลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้สกิลกัดฉีกกลืนกินวิญญาณของมันก็ไม่สามารถ
ทำอะไรเย่ฮวาได้ หลังจาพลังชีวิตลดลงมาเหลือ 50% มัน
ก็เริ่มเปล่งเสียงคำรามออกมา พลังงานสีโลหิตหมุน
วนรอบตัวอย่างฉับพลัน กรงเล็บขนาดใหญ่ของมันตะปบ
เข้ากลางอกของเย่ฮวาส่งผลให้เขาถอยผงะออกไปครึ่ง
ก้าว
“82,776”
“+24,832”
“บ้าจริง!”
ตัวอักษรฟื้นฟูสีเขียวเด้งขึ้นมาด้านบนหัวของอสูร
บรรพกาลตัวนั้นอย่างฉับพลันจนทำให้เย่ฮวาเปล่งเสียง
สบถด่าออกมา นี่มันอะไรกัน…ทำไมมันถึงดูดเลือดกลับมา
ได้ละเนี่ย!
เกราะกระหายโลหิตของมันมีเอฟเฟคดูดเลือด
เดียวกับที่เขามีอยู่ ทว่าเกราะกระหายโลหิตของมัน
สามารถทำงานได้ดีกว่า ไม่เพียงแต่จะมีเอฟเฟคดูดเลือด
ราวๆ 30% แต่ยังเสริมการโจมตีที่แน่นอนเพิ่มขึ้นมาด้วย
การต่อสู้ระหว่างเขาและอสูรจึงยืดระยะเวลาออกไป
สาเหตุเป็นเพราะสกิลเกราะกระหายโลหิตของอสูรบรรพ
กาลตัวนี้
ค่าสเตตัสของมันถึงแม้ว่าจะค่อนข้างสูง แต่เนื่องจาก
มันเป็นเพียงแค่มินิบอสดังนั้นพลังชีวิต 10,000,000
พอยท์ของมันจึงไม่ได้ยากเกินความสามารถของเขา
ท้ายที่สุดคือสกิลเหยียบย่าวิญญาณร่วงโรย ไม่ว่ามันจะ
ก้าวเท้าเดินไปทางไหนก็จะทิ้งสกิลไว้ทุกย่างก้าว เมื่อ
เป้าหมายสัมผัสเข้ากับพลังงานที่มันทิ้งไว้ก็จะทำให้พลัง
ชีวิตลดลงในทันที อีกทั้งยังลดความเร็วในการเคลื่อนไหว
ให้ช้าลงด้วย
เสี่ยวตูฉงหลบการโจมตีจากสกิลนิ้ววิญญาณผกผันอีก
ครั้งเพื่อเอาตัวรอด ตอนที่พลังชีวิตของบอสลดลงจนหมด
หลอดเย่ฮวาก็สั่งให้เม่ยเอ๋อร์หยุดโจมตีและหันไปบอกให้
เสี่ยวตูฉงใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อโจมตีบอสตัวนั้นอย่างสุด
ความสามารถ ดังนั้นพลังชีวิตหยดสุดท้ายของบอสตัวนี้จึง
หมดลงด้วยหอกยาวในมือของเสี่ยวตูฉงที่แทงเข้าใส่อย่าง
ต่อเนื่อง ในที่สุดร่างของมันก็ค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นอย่าง
ช้าๆ
เดิมที่เขาคิดว่าหลังจากที่บอสถูกฆ่าตายร่างของอสูรก็
จะหายไปด้วย ทว่าสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับเขาก็
คืออสูรบรรพกาลยังเหลือเลือดอีกครึ่งหลอด อีกทั้งยังยืน
หยัดสู้ต่อแม้ว่าเจ้านายของมันจะถูกฆ่าตายไปแล้ว เสี่ยว
ตูฉงและเม่ยเอ๋อร์วิ่งกรูเข้ามาและร่วมกันจัดการกับอสูร
ตัวนี้ ท้ายที่สุดระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีอสูรตัวนี้ก็
เปลี่ยนเป็นศพ แน่นอนว่าการโจมตีสุดท้ายยังคงเป็น
ผลงานของเสี่ยวตูฉงอีกเช่นเคย
บอสระดับโบราณกาลและมินิบอสทำให้เลเวลของ
เสี่ยวตูฉงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 4 เลเวล ซึ่งทำให้
เธอมีค่าสเตตัสที่สูงขึ้นอย่างมาก เธอมองมาที่เย่ฮวาราว
กับรอให้เขาทำหน้าที่แบ่งไอเท็มที่ได้จากบอสตัวนี้ เขาจึง
โน้มตัวหยิบไอเท็มที่ถูกดรอปอยู่ด้านใต้ร่างของอสูรบรรพ
กาลอย่างไม่เกรงใจ โดยไอเท็มชิ้นแรกที่พวกเขาได้รับคือ
สร้อยคอระดับเซียน!